- หน้าแรก
- ครัวนรกกับวัตถุดิบสุดพิสดาร
- บทที่ 15 ระเบิดเพิ่มมานา กำจัดผีวิถีกายภาพ
บทที่ 15 ระเบิดเพิ่มมานา กำจัดผีวิถีกายภาพ
บทที่ 15 ระเบิดเพิ่มมานา กำจัดผีวิถีกายภาพ
บทที่ 15 ระเบิดเพิ่มมานา กำจัดผีวิถีกายภาพ
ซ่งอวี่เสิร์ฟไก่ผัดจานใหญ่ให้ฮัสกี้
“เอ่อ... เถ้าแก่ซ่ง ปกติฮัสกี้จะกินอาหารด้วยมีดกับส้อมครับ”
ซ่งอวี่เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ “มีดกับส้อมเนี่ยนะ?”
“มันใช้มีดกับส้อมเก่งกว่าตะเกียบอีกครับ”
เมื่อมองดูขาหน้าทั้งสองข้างของฮัสกี้ที่นั่งบนม้านั่งราวกับมนุษย์ ซ่งอวี่ก็พอจะเข้าใจได้
สำหรับมันแล้ว การใช้ตะเกียบคงเป็นเรื่องยากจริงๆ
การใช้มีดกับส้อมย่อมง่ายกว่ากันมาก
แต่การที่สุนัขตัวหนึ่งไม่กินอาหารจากชามโดยตรง แต่กลับใช้อุปกรณ์แถมยังนั่งกินบนโต๊ะอาหารนั้น ช่างเป็นภาพที่ประหลาดล้ำเหลือเกิน
โดยเฉพาะขนาดตัวของฮัสกี้ที่ใหญ่กว่าพันธุ์ปกติถึงสองเท่า เมื่อมันนั่งตัวตรงและกำมีดกับส้อมไว้ระหว่างนิ้วเท้า หากมองข้ามอุ้งเท้าที่ยังไม่ได้เปลี่ยนรูปเป็นมือมนุษย์ไป มันก็ดูไม่ต่างจากพวกภูตผีตัวเล็กๆ ในเรื่องไซอิ๋วเลยสักนิด
ฮัสกี้ดูเหมือนมนุษย์ในแง่ของท่าทาง แต่เวลากินกลับไร้ซึ่งความสุภาพ
มันเคี้ยวแม้กระทั่งกระดูกไก่จนละเอียด ซ่งอวี่รู้สึกเพียงว่ามีดในอุ้งเท้าของมันดูจะขวางหูขวางตาไปหน่อย เพราะความจริงมันไม่จำเป็นต้องใช้เลยด้วยซ้ำ
ทั้งสามคนยืนมองมันกินไก่ผัดจานใหญ่อย่างเอร็ดอร่อย ซ่งอวี่นั้นกินอิ่มแล้ว ส่วนอีกสองคนที่เหลือได้แต่ยืนกลืนน้ำลายอยู่ในขณะนี้
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง...”
ฮัสกี้ดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก มันเห่าใส่หานชิงหลง
หานชิงหลงดีใจมาก รีบหันมาถาม “เถ้าแก่ซ่งครับ ข้าขอเลี้ยงอาหารคนอื่นได้ไหม?”
ซ่งอวี่ตอบว่า “ได้แน่นอนสิ ในระเบียบการเป็นสมาชิกไม่มีข้อไหนห้ามเรื่องเลี้ยงแขกนี่นา”
“ถ้าอย่างนั้นขอไก่ผัดจานใหญ่ให้ข้าด้วยที่หนึ่ง ข้าอยากลองชิมดูบ้าง”
ซ่งอวี่ลังเลครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง เจ้าเป็นเพียงคนธรรมดา การกินไก่ผัดจานใหญ่นี้อาจจะทำให้เกิดเรื่องยุ่งยากได้”
หานชิงหลงเริ่มลังเล
ดูเหมือนฮัสกี้จะรับรู้ถึงบางอย่าง ส้อมในอุ้งเท้าที่กำลังตักอาหารเข้าปากอย่างต่อเนื่องพลันหยุดชะงัก
มันมองดูคนทั้งสามด้วยความระแวดระวัง
แต่ทั้งสามคนกลับไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของมันเลยแม้แต่น้อย
“ข้าแนะนำว่าเจ้าอย่าเพิ่งกินตอนนี้เลย มิฉะนั้นถ้ากินไก่เข้าไปแล้วเกิดตัวระเบิดขึ้นมา คงไม่มีใครช่วยเจ้าได้แน่”
เซียหลิงกล่าว
เธอยังแอบรู้สึกสะใจเล็กๆ
เพราะแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่มีโอกาสได้กินไก่ผัดจานใหญ่นี้เลย
หานชิงหลงทำหน้าเศร้า “เถ้าแก่ซ่ง ข้ากินไม่ได้จริงๆ หรือครับ?”
ซ่งอวี่นึกถึงปริมาณพลังงานที่อัดแน่นอยู่ในอาหารที่เขาเคยทาน จึงตอบไปว่า “ต่อให้เจ้ากินไก่ผัดเข้าไปได้มันก็เป็นการเสียของเปล่าๆ อย่างไรก็ตาม พวกไข่ต้มใบชาหรือน้ำเต้าหู้น่ะกินได้ อย่างน้อยพลังงานก็น้อยกว่าและไม่เสียของมากนัก”
“งั้นขอซาลาเปากับน้ำเต้าหู้แก้วหนึ่งครับ หักเงินจากบัญชีของฮัสกี้เลย”
“ตกลง”
ซ่งอวี่รีบนำอาหารทั้งสองอย่างออกมาเสิร์ฟ
หานชิงหลงเริ่มน้ำลายสอโดยไม่รู้ตัว
ในที่สุดเขาก็จะได้กินอาหารพิเศษนี้เสียที
เมื่อครู่ซ่งอวี่เพิ่งจะบดวิญญาณตนนั้นไปแบบผ่านๆ และครั้งนี้มันให้ของสมนาคุณที่น่าประหลาดใจ เพราะมันให้เนื้อวัวมาหนึ่งตำลึง
เนื้อวัวหนึ่งตำลึงอาจดูเหมือนน้อย แต่นี่เป็นผลผลิตที่ได้จากวิญญาณผี มูลค่าของมันจึงสูงกว่าเนื้อหมูที่ได้จากวิญญาณแค้นก่อนหน้านี้อย่างเทียบไม่ได้
ตูม... ทันใดนั้นก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นมาจากภายนอก จนพื้นดินสั่นสะเทือนไปทั่ว
ซ่งอวี่รู้สึกชาไปทั้งตัว
คนจากสำนักกิจการพิเศษกำลังสู้กับพวกผีอยู่รึเปล่านะ?
แต่เสียงสั่นสะเทือนนี่มันดูจะรุนแรงเกินไปหน่อยไหม?
ซ่งอวี่รีบเดินไปที่ประตู มองดูเปลวเพลิงที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในที่ไกลออกไปด้วยความฉงน
เซียหลิงพึมพำออกมาว่า “ทำไมถึงต้องใช้อาวุธหนักขนาดนั้น? หรือว่าฝ่ายตรงข้ามจะมีจำนวนมากเกินไป?”
ซ่งอวี่ถามด้วยความประหลาดใจ “อาวุธหนักรึ? มันใช้ได้ผลกับพวกผีด้วยหรือ?”
เซียหลิงส่ายหน้า “ผลที่ได้ไม่ชัดเจนนักหรอก แต่พวกวิญญาณแค้นหรือผีระดับต่ำ ร่างวิญญาณจะได้รับผลกระทบจากคลื่นกระแทกของการระเบิดได้ ยิ่งกว่านั้น อาวุธหนักส่วนใหญ่ของสำนักกิจการพิเศษมักจะได้รับการบรรจุพลังเวทไว้ด้วย”
“ความจริงแล้ว อาวุธหนักสร้างความเสียหายได้มากที่สุดกับพวกปีศาจ แต่ประสิทธิภาพของอาวุธในปัจจุบันลดลงไปกว่าครึ่งแล้ว มันไม่มีอำนาจทำลายล้างเหมือนเมื่อก่อน ยิ่งปีศาจตนไหนทรงพลัง มันก็จะยิ่งซ่อนตัวเก่ง หรือแม้แต่แปลงกายเป็นมนุษย์แฝงตัวอยู่ในสังคม ทำให้ตรวจพบได้ยากมาก”
ซ่งอวี่นิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าเห็นด้วย
ต่อให้รู้ว่าปีศาจอาละวาดอยู่ที่ไหน ก็คงไม่มีใครบ้าพอจะสั่ง “ถล่มด้วยนิวเคลียร์” เพื่อให้มนุษย์และปีศาจตายตกไปตามกัน
การโจมตีแบบไม่เลือกหน้าย่อมเป็นทางเลือกสุดท้ายเสมอ
แต่อาวุธหนักที่บรรจุพลังเวทนี่สิ... มันคือการกำจัดผีด้วยวิถีกายภาพโดยแท้
“น่าเสียดายที่ผลของการบรรจุพลังเวทยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก มิฉะนั้นเราคงเป็นฝ่ายได้เปรียบในการต่อสู้กับพวกผีมานานแล้ว” เซียหลิงถอนหายใจ
ฮัสกี้กลอกตาไปมา แอบสังเกตปฏิกิริยาของมนุษย์ทั้งสามอย่างเจ้าเล่ห์
เมื่อเห็นว่าพวกเขาเพียงแค่สนทนากันเอง มันจึงก้มหน้าก้มตากินไก่ผัดจานใหญ่ต่อไปด้วยความสบายใจ
หลังจากจัดการไก่ผัดจนหมดจด ดวงตาของฮัสกี้ก็เบิกกว้างขึ้น มันกระโดดลงจากเก้าอี้ทันที
หานชิงหลงเองก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน
“อย่าทำเฟอร์นิเจอร์ของข้าพังนะ” ซ่งอวี่ตะโกนบอก
ไม่ทันที่เซียหลิงจะตั้งตัว เธอเห็นฮัสกี้และหานชิงหลงเริ่มกระโดดโลดเต้นและวิ่งวุ่นไปทั่วร้าน
“นี่มัน... นี่มันอะไรกัน...”
เซียหลิงยืนอึ้ง มองดูฮัสกี้วิ่งเตลิดออกไปนอกประตูร้านพลางเห่าไปตลอดทาง ไม่นานหลังจากวิ่งหายไปในซอย มันก็พุ่งตัวกลับเข้ามาใหม่
การกระทำที่บ้าคลั่งนี้ดึงดูดสายตาของผู้คนมากมาย
แต่ในเวลานี้ เมฆดำหนาทึบปกคลุมท้องฟ้า ประกอบกับแสงไฟที่สลัว ผู้คนส่วนใหญ่จึงทำได้เพียงแอบมองออกมาจากข้างในบ้านด้วยความหวาดกลัว
“ฮัสกี้ไม่มีเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร ส่วนหานชิงหลงก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่ทำได้แค่ดูดซับพลังงานแบบรับฝ่ายเดียว พวกเขาเลยต้องปลดปล่อยพลังงานส่วนเกินในร่างกายออกมาด้วยวิธีนี้แหละ”
ซ่งอวี่กล่าวพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัดวิดีโอไว้
เห็นดังนั้น เซียหลิงก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัดบ้าง
ผ่านไปประมาณสิบนาที หานชิงหลงก็เดินกลับเข้ามาในร้านด้วยสภาพที่เหงื่อท่วมตัว
“รับน้ำเต้าหู้สักแก้วไปดื่มให้ชื่นใจไหม?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หานชิงหลงรีบส่ายหน้าเป็นพัลวันราวกับกลองป๋องแป๋ง
ส่วนฮัสกี้ก็นอนแลบลิ้นหอบแฮกๆ อยู่ในร้าน
ทั้งสองคนพักอยู่นานกว่าจะเริ่มฟื้นตัว
หานชิงหลงทำหน้าเหลอหลาพลางเลียริมฝีปากตัวเอง
“ขอสัมภาษณ์หน่อย: รู้สึกยังไงบ้างหลังจากกินเข้าไป?”
เซียหลิงมองเขาด้วยรอยยิ้ม
หานชิงหลงตัวสั่นและกล่าวว่า “ความรู้สึกรึ? ข้ารู้สึกเหมือนตัวจะระเบิดเลยล่ะ มันอยู่นิ่งไม่ได้จริงๆ ในใจมันโหยหาอยากจะหาใครสักคนมาสู้ด้วยให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย”
“แล้วทำไมไม่มาสู้กับพวกเราล่ะ?”
หานชิงหลงมองไปที่เซียหลิง แล้วมองไปที่ซ่งอวี่ ก่อนจะถอนหายใจอย่างหดหู่
สู้รึ? นั่นมันหาเรื่องโดนยำชัดๆ
ส่วนฮัสกี้ดูจะอยู่นิ่งไม่ได้ มันจ้องมองที่กระดานดำเล็กๆ เหมือนจะมีความยากกินขึ้นมาอีกครั้ง
แม้จะรู้ว่ามันเหนื่อยมาก แต่มันสัมผัสได้เพียงลำพังว่าตัวมันแข็งแกร่งขึ้นหลังจากกินไก่ผัดจานใหญ่นั้นเข้าไป
ทั้งเซียหลิงและซ่งอวี่ต่างยืนยันเรื่องนี้ได้
ฮัสกี้เป็นปีศาจแน่นอน ท่าทางการวิ่งและความเร็วของมันเมื่อครู่นี้รวดเร็วมากจนเกือบจะเห็นเป็นภาพติดตา สุนัขปกติไม่มีทางทำได้ และการวิ่งอย่างบ้าคลั่งนานกว่าสิบนาทีกลับทำให้มันแค่หอบเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับสุนัขทั่วไป
ในช่วงเวลานี้ เสียงระเบิดยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องในที่ไม่ไกลนัก บ่งบอกถึงการต่อสู้ที่รุนแรงมาก
เซียหลิงมองไปทางนั้นเหมือนอยากจะตามไปสมทบ
แต่แน่นอนว่าเธอต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเฉินเทียนหัว
จนกระทั่งผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ก็เกิดขึ้น
ซ่งอวี่จ้องมองแสงสว่างเจิดจ้าที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าไกลๆ อย่างตั้งใจ
แม้สายตาจะดีขึ้น แต่เขาก็เห็นเพียงเงาเลือนลางเท่านั้น
มันดูเหมือนดาบเล่มหนึ่งที่เปล่งแสงสีขาว กวาดผ่านมาจากระยะไกลและพุ่งตรงไปยังสนามรบ
ไม่ถึงสองนาทีต่อมา เมฆบนท้องฟ้าก็สลายตัวไปจนหมดสิ้น แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาดส่องลงบนหลังคาบ้านทั้งสองฝั่งของซอย ขับไล่ความหม่นหมองไปจนสิ้น
เซียหลิงกล่าวว่า “ดูเหมือนจะจบลงแล้วนะ ข้าสงสัยจังว่าผู้ยิ่งใหญ่ท่านไหนที่ลงมือด้วยกระบวนท่าดาบสุดท้ายนั่น”
“โฮ่ง โฮ่ง...”
ฮัสกี้เห่าสองครั้งใส่หานชิงหลง
หานชิงหลงตอบว่า “ตกลง ถ้าไม่มีอันตรายแล้วงั้นเราก็กลับกันเถอะ อ้อ จริงด้วย เจ้าไม่ได้กัดโซฟาข้าขาดใช่ไหม?”
ฮัสกี้: “โฮ่ง...”
หานชิงหลงดีใจมาก “น้องชายที่ดี ข้าเขื่อแล้วว่าเจ้าแค่ล้อเล่น”
เมื่อเห็นสื่อสารกันได้โดยไม่มีอุปสรรค เซียหลิงและซ่งอวี่ต่างก็มีสีหน้าปั้นยาก
พวกเขาเริ่มไม่แน่ใจว่า หานชิงหลงไม่ใช่คนปกติ หรือว่าฮัสกี้ที่เป็นปีศาจตัวนี้มันช่างประหลาดกันแน่
หานชิงหลงกล่าวลาซ่งอวี่และเซียหลิง เตรียมตัวกลับบ้านพร้อมกับฮัสกี้
แต่ทันทีที่พวกเขาก้าวพ้นประตูร้าน ทั้งคู่ก็ต้องถอยกรูดกลับเข้ามาพร้อมกัน
ฮัสกี้จ้องเขม็งไปยังกลุ่มคนที่กำลังเดินเข้ามา ขนที่หางของมันลุกตั้งชัน
มันอาจจะดูซื่อบื้อ แต่มันไม่ใช่พวกหาที่ตาย คนแต่ละคนที่เดินเข้ามานั้นแข็งแกร่งกว่ามันมากนัก
มันแอบซ่อนตัวมาตั้งนาน ทำไมวันนี้ถึงต้องมาเจอคนพวกนี้เยอะแยะขนาดนี้ด้วย?
จบเหม่แล้วเรา
ที่หน้าประตูร้าน ทั้งสองฝ่ายยืนเผชิญหน้ากัน เฉินเทียนหัวและชายวัยกลางคนอีกคนจ้องมองไปที่ฮัสกี้ และคนข้างหลังพวกเขาก็ดูท่าทางพร้อมจะลงมือ
“เถ้าแก่ครับ...”
หานชิงหลงไม่ได้โง่ เมื่อรู้ว่าท่าไม่ดีเขาจึงรีบตะโกนเรียกทันที
ซ่งอวี่รอยยิ้มและกล่าวว่า “ผู้อำนวยการเฉิน ดูเหมือนธุระของท่านจะเสร็จสิ้นแล้วนะครับ กรุณาอย่าทำให้ฮัสกี้ตกใจเลย ตอนนี้ฮัสกี้เป็นสมาชิกของร้านผมแล้วครับ”