- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดในทะเลทราย ดันเผลอสร้างเมืองระดับเฟิร์สคลาส
- บทที่ 25 - การค้นพบใหม่!
บทที่ 25 - การค้นพบใหม่!
บทที่ 25 - การค้นพบใหม่!
บทที่ 25 - การค้นพบใหม่!
"ที่นี่ไม่ได้สวยแบบธรรมดาจริงๆ ต่อไปจะไลฟ์สดพระอาทิตย์ตกดินในทะเลทรายที่นี่แหละ!"
ข้างขาตั้งกล้องไลฟ์สด
สายลมพัดผ่าน เมื่อมองไปไกลๆ อู๋ซวงก็เผลออุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อวานตอนที่ปีนขึ้นมาจากจุดลงจอด เขาเหนื่อยจนแทบขาดใจ แถมยังไม่มีจุดพักเท้าที่มั่นคงอีกด้วย ไม่ได้ผ่อนคลายเหมือนตอนนี้เลย
เมื่อมาดูตอนนี้อีกครั้ง มันช่างงดงามเสียจริง!
"ต่อไปหาวิธีสร้างถนนมาถึงที่นี่ดีกว่า แล้วค่อยทำจุดชมวิวโดยเฉพาะเลย!"
อู๋ซวงตัดสินใจโดยสัญชาตญาณอีกครั้ง
ช่วยไม่ได้ นักศึกษาที่เรียนจบสาขาบูรณะสถาปัตยกรรมโบราณส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ การประดิษฐ์สิ่งของด้วยมือเปล่ากลายเป็นความเคยชินไปแล้ว
"เอ๊ะ ดูเหมือนว่าตรงนั้นจะเหมาะกับการไลฟ์สดมากกว่าแฮะ!"
เมื่อมองไปรอบๆ อู๋ซวงก็ตาเป็นประกาย
สันเนินทรายที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรดูเหมือนจะเรียบกว่าที่นี่เล็กน้อย
"ลองไปดูดีกว่า!"
ยังไงก็เป็นการไลฟ์สดวิวพระอาทิตย์ตกดินอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องทำอะไรเลย
หลังจากทักทายผู้ชมในห้องไลฟ์สดแล้ว อู๋ซวงก็มุ่งหน้าไปยังสันเนินทรายนั้นเพียงลำพัง
ระยะทางหลายร้อยเมตรฟังดูไม่ไกลนัก แต่ความจริงแล้วก็ห่างออกไปถึงครึ่งกิโลเมตรเลยทีเดียว
หลังจากเดินมาได้กว่ายี่สิบนาที ในที่สุดอู๋ซวงก็มาถึงบริเวณใกล้เคียงกับสันเนินทรายนั้น
"ไม่เลว ไม่เลว เรียบดีจริงๆ เดี๋ยวนะ ให้ตายเถอะ"
ทว่าเมื่อเขาเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งยืนอยู่บนสันเนินทรายแห่งนี้อย่างเต็มตัว
เมื่อมองข้ามสันเนินทรายไป เขาก็ตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้าจนต้องสบถคำหยาบออกมา
เบื้องล่างของสันเนินทรายคืออ่าวทรายขนาดมหึมา
ภายในอ่าวทรายนั้นเต็มไปด้วยป่าไม้ที่ยืนต้นตาย
เมื่อมองออกไป มันมีความยาวถึงหนึ่งหรือสองกิโลเมตร และมีความกว้างประมาณสองถึงสามร้อยเมตร!
ส่วนใหญ่เป็นต้นหลิวทรายและต้นป็อปลาร์
สายลมพัดผ่าน
ป่าไม้ที่แห้งเหี่ยวส่งเสียงดังกึกก้องราวกับกำลังบอกเล่าให้อู๋ซวงฟังถึงความรุ่งโรจน์ในอดีตและความเงียบเหงาในปัจจุบัน
"ดูเหมือนว่าเมื่อก่อนที่นี่น่าจะเป็นโอเอซิสขนาดใหญ่ แต่ไม่รู้ว่าทำไมน้ำในโอเอซิสถึงหายไป ต้นไม้ก็เลยแห้งตายตามไปด้วย!"
อู๋ซวงเรียกสติกลับมาและคาดเดา
สถานที่แบบนี้มีมากมายในทะเลทราย นับว่าไม่แปลกอะไร
เขาเงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์
"ลงไปดูหน่อยดีกว่า บ้านไม้กำลังขาดคานเอกพอดี เผื่อว่าทางนี้จะมี จะได้ไม่ต้องไปหาที่อื่น!"
อู๋ซวงพูดกับตัวเองแล้วเดินตรงไปยังป่าที่แห้งแล้งแห่งนี้
คำกล่าวที่ว่าขึ้นเขาหมู ลงเขาหมา นั้นคงใช้ไม่ได้กับที่นี่ เพราะที่เนินทรายแห่งนี้กลับตรงกันข้าม
การปีนขึ้นเนินทรายอาจจะต้องใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง แต่การลงไปใช้เวลาเพียงแค่สองสามนาทีเท่านั้น ถ้าไม่กลัวเลอะและกล้ากลิ้งลงไปก็จะเร็วกว่านี้อีก
ในเวลาเดียวกัน
ณ เมืองมั่วตู ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทซิงเย่า ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมและตั้งหน้าตั้งตาจดอะไรบางอย่างลงในสมุดอย่างจริงจัง
เบื้องหน้าของเขากำลังฉายภาพเกี่ยวกับทะเลทรายอย่างต่อเนื่อง
ข้างๆ มีชายหลายคนที่สวมชุดขับรถออฟโรดในทะเลทรายคอยอธิบายอยู่ไม่ขาดปาก ส่วนที่มุมห้องประชุมนั้นมีประธานบริษัทซิงเย่า หลี่อี้ไห่ และผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ จางฉี นั่งอยู่
ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเผิงข่าย ดาราระดับแนวหน้าเพียงคนเดียวของบริษัทซิงเย่า
ตั้งแต่ที่บริษัทซิงเย่ากับบริษัทจั่วโส่วเซ็นสัญญาการท้าทายร่วมกัน
สิ่งที่เผิงข่ายทำในแต่ละวันก็คือเรื่องนี้
การฝึกอบรมและทักษะการเอาชีวิตรอด!
ปกติแล้วเวลาหกโมงเย็นคือเวลาเลิกงานของพนักงานบริษัท แต่พวกเขาเหล่านี้ก็ยังไม่ยอมกลับ!
หนึ่งทุ่ม ทุ่มครึ่ง
จนกระทั่งเกือบจะสองทุ่ม ประธานหลี่อี้ไห่ก็ขมับและกล่าวขึ้นว่า "เอาล่ะ ลำบากพวกนายแล้ว วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้เช้าแปดโมงค่อยมาต่อ!"
ฟู่!
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เผิงข่ายก็ถอนหายใจยาวอย่างลืมตัว
ฝึกมาทั้งวัน ในที่สุดก็จบลงสักที!
"ประธานหลี่ ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ!"
เมื่อลุกขึ้น ชายหลายคนที่สวมชุดออฟโรดก็พยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปก่อน
พวกเขาล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเอาชีวิตรอดในป่าที่หลี่อี้ไห่เชิญมา และยังมีอีกสองคนที่ได้รับเชิญมาจากต่างประเทศโดยเฉพาะ
"เสี่ยวเผิง รู้สึกยังไงบ้าง"
หลังจากคนนอกเดินออกไปแล้ว หลี่อี้ไห่กับจางฉีก็เดินมาตรงหน้าเผิงข่าย
"ได้ประโยชน์เยอะเลยครับ การเอาชีวิตรอดในทะเลทรายเป็นวิชาความรู้แขนงใหญ่จริงๆ ตอนแรกผมยังคิดว่าขอแค่มีน้ำกับอาหารก็มีชีวิตอยู่ได้แล้ว ตอนนี้ดูเหมือนผมจะคิดตื้นเกินไป!"
แววตาของเผิงข่ายฉายแววความกังวลอย่างเห็นได้ชัด
ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ อีกสองวันบริษัทจั่วโส่วจะจัดงานแถลงข่าวกับสื่อมวลชน จากนั้นก็จะปล่อยโฆษณาออกมาอย่างล้นหลาม!
รอให้โฆษณาทำงานสักสองสามวันก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องออกเดินทางเพื่อทำการท้าทายแล้ว
อย่างมากที่สุด เวลาที่ต้องเข้าไปในทะเลทรายจริงๆ ก็คงไม่เกินเจ็ดวัน
"ทำใจให้สบายเถอะ ไม่ยากหรอก!"
หลี่อี้ไห่ตบไหล่เผิงข่าย
"ใช่ เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว บริษัทจั่วโส่วส่งอีเมลมาบอกว่า เมื่อถึงเวลาจะให้เฮลิคอปเตอร์ส่งนายไปที่โอเอซิสแห่งหนึ่งเลย!"
จางฉีพูดสนับสนุน
"ส่งไปที่โอเอซิสเลยเหรอ ดีจัง"
เผิงข่ายตาเป็นประกาย
"ใช่ บริษัทจั่วโส่วคิดมาอย่างรอบคอบแล้ว เป้าหมายของพวกเขาก็คือยอดเข้าชมจากแฟนคลับ ไม่ใช่การใช้เงื่อนไขความยากลำบากมาบีบให้ดาราต้องถอนตัวไป!
ทะเลทรายก็ลำบากอยู่แล้ว จะเอาไปเปรียบเทียบกับเกาะไม่ได้หรอก!
ขอแค่นายเตรียมรายการมาให้เยอะก็พอแล้ว!
จริงสิ เสี่ยวเผิง หลังจากเข้าไปในทะเลทรายแล้วนายตั้งใจจะไลฟ์สดอะไรล่ะ แต่อย่าไปเลียนแบบศิลปินฝึกหัดคนนั้นเด็ดขาดเลยนะ!"
หลี่อี้ไห่พยักหน้าและถามหยั่งเชิง
เรื่องราวที่ผ่านมาทำให้เขามีแผลในใจไปแล้ว เขากลัวจริงๆ ว่าเผิงข่ายจะกลายเป็นอู๋ซวงคนที่สอง
"รายการที่เตรียมไว้ตอนนี้ก็มีการก่อไฟหุงข้าวในทะเลทราย การขุดทรายหาน้ำในทะเลทราย การใช้พลาสติกใสรองน้ำกลางแดด การใช้พืชในทะเลทรายในการหาน้ำ และการเก็บรักษาพลังงานในทะเลทราย เป็นต้นครับ!"
เผิงข่ายคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบกลับ
รายการเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเอาชีวิตรอดในทะเลทรายสอนมาทั้งนั้น มีทักษะเล็กๆ น้อยๆ มากมายที่คนทั่วไปไม่รู้จริงๆ!
"อย่างนี้นี่เอง!"
หลี่อี้ไห่ขมวดคิ้ว
"ประธานหลี่ ไม่กี่วันนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเอาชีวิตรอดเหล่านี้น่าจะยังสอนอะไรอีกหลายอย่างครับ ก็คือ"
"ก็คืออะไรล่ะ"
หลี่อี้ไห่ลูบคาง
"ก็คือสิ่งที่พวกเขาสอนส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับน้ำ ถ้าไปไลฟ์สดใกล้ๆ โอเอซิสแล้วยังหาน้ำแบบนี้อีกก็เกรงว่าจะทำให้ผู้ชมไม่พอใจเอาได้น่ะสิครับ"
เผิงข่ายบอกเล่าความคิดของตัวเองออกมา
ก็เหมือนกับคุณสามารถดื่มน้ำคำโตๆ ได้สบายๆ แต่กลับต้องมาขุดดินลงไปสามฟุตเพื่อหาน้ำบาดาล!
ก็เหมือนกับดาราพวกนั้นของบริษัทต้งอินที่ทำกันในครั้งนี้นั่นแหละ ทั้งที่มีไฟแช็กอยู่ในมือแต่กลับต้องมาจุดไฟด้วยการปั่นไม้
การไลฟ์สดแบบนี้ไม่เพียงแต่จะไม่ได้เพิ่มยอดแฟนคลับ แต่กลับทำให้ยอดแฟนคลับลดลงไปอีก!
"ในเมื่อเป็นแบบนั้น ก็แจ้งทางบริษัทจั่วโส่วไปว่าให้จุดไลฟ์สดครั้งแรกของนายอยู่ห่างจากโอเอซิสสามสิบลี้! แล้วนายก็ค่อยแสดงรายการพวกนั้นให้พวกเขาดู! รอให้รายการหาน้ำพวกนี้แสดงจนเกือบหมดแล้วค่อยเดินไปในที่ที่มีโอเอซิสเพื่อเริ่มการไลฟ์สดขั้นต่อไป!"
เงียบไปครู่หนึ่ง
หลี่อี้ไห่ก็ตาเป็นประกายและพูดขึ้น
แบบนี้ ตอนที่ไลฟ์สดนอกจากจะมีรายการเพิ่มมากขึ้นแล้วยังทำให้ผู้ชมเกิดความคาดหวังได้อีกด้วย
"ความจริงแบบนี้ก็ได้เหมือนกันครับ!"
เมื่อได้ยินคำแนะนำของหลี่อี้ไห่ เผิงข่ายก็คิดอยู่ครู่หนึ่งและรู้สึกว่าไม่มีอะไรผิดปกติ
ยังไงก็อยู่ไม่ห่างจากโอเอซิสเท่าไหร่ ถ้าทนไม่ไหวจริงๆ ก็ตรงไปที่โอเอซิสเลยก็สิ้นเรื่อง
ไม่อย่างนั้นรายการที่อุตส่าห์เตรียมมาอย่างยากลำบากก็คงจะสูญเปล่า
"จริงสิ เสี่ยวเผิง นายยังเพิ่มรายการได้อีกนะ! ไลฟ์สดวิวพระอาทิตย์ตกดินในทะเลทรายไง!"
ทว่าในขณะที่หลี่อี้ไห่กำลังจะกำชับอะไรเพิ่มเติม จางฉีที่อยู่ข้างๆ ก็รีบพูดเสริมขึ้นมาประโยคหนึ่ง
"หืม ไลฟ์สดพระอาทิตย์ตกดินในทะเลทรายเหรอ"