เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 - ท่าทีอันเย่อหยิ่งของตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวี่เฉิง

บทที่ 24 - ท่าทีอันเย่อหยิ่งของตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวี่เฉิง

บทที่ 24 - ท่าทีอันเย่อหยิ่งของตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวี่เฉิง


บทที่ 24 - ท่าทีอันเย่อหยิ่งของตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวี่เฉิง

คืนหนึ่งผ่านพ้นไป

รุ่งเช้า โอวหยางอวิ๋นอี้ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ และเดินสำรวจจนทั่วหมู่บ้าน

แม้ว่าที่นี่จะเป็นเมืองเล็กๆ ชายแดน ที่ขึ้นตรงกับเมืองอวี่เฉิง แต่เนื่องจากการท่องเที่ยวของมณฑลเฟิงโดยรวมนั้นค่อนข้างเจริญ การคมนาคมจึงสะดวกสบายมาก

"พ่อคะ พ่อกำลังคิดอะไรอยู่เหรอคะ" โอวหยางชิงเกอเดินเข้ามาหาพ่อ แล้วถามขึ้น

โอวหยางอวิ๋นอี้มองไปรอบๆ ครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนก่อนจะพูดขึ้น "พ่อกำลังคิดอยู่ว่า จะลงทุนทำอะไรในหมู่บ้านไฉ่อวิ๋นดี"

"ลงทุนที่นี่เหรอคะ" โอวหยางชิงเกอแปลกใจเล็กน้อย ทำไมจู่ๆ พ่อถึงคิดจะลงทุนที่นี่ล่ะ

หรือว่าเป็นเพราะ... คุณสวี่คะ

"ชิงเกอเอ๊ย เมื่อมองประวัติศาสตร์ของประเทศมังกรตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ล้วนหนีไม่พ้นคำว่าน้ำใจหรอกนะ"

"การมาลงทุนที่นี่ ก็เพื่อสานสัมพันธ์อันดีกับคุณสวี่นั่นแหละ"

โอวหยางอวิ๋นอี้บอกความคิดของตัวเอง "พ่อเห็นว่าคุณสวี่ค่อนข้างดีกับชาวบ้านนะ ถ้าเราทำดีกับชาวบ้าน ก็เท่ากับว่าเราทำดีกับคุณสวี่ทางอ้อมไปด้วยไม่ใช่เหรอ"

"คนเราน่ะ เจอกันครั้งแรกอาจจะแปลกหน้า แต่ครั้งต่อไปก็จะคุ้นเคยกันเองแหละ วันข้างหน้าถ้ามีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับคุณสวี่บ่อยๆ ความสัมพันธ์ก็จะค่อยๆ แน่นแฟ้นขึ้นเอง"

"เมื่อมีความผูกพันกันแล้ว ถึงเวลาคับขัน ต่อให้พ่อต้องคุกเข่าขอร้องให้คุณสวี่ช่วย ท่านก็คงจะยอมยื่นมือเข้าช่วยแน่นอน"

โอวหยางชิงเกอเข้าใจแล้ว แต่ก็ลำบากใจเล็กน้อย "พ่อคะ ถ้าทำแบบนั้น ก็เท่ากับว่าเรากำลังหลอกใช้คุณสวี่ไม่ใช่เหรอคะ"

โอวหยางอวิ๋นอี้ยิ้ม "ชิงเกอเอ๊ย โลกของผู้ใหญ่ก็เป็นแบบนี้แหละ ที่เราทำแบบนี้ มันเป็นวิธีอ้อมๆ ซึ่งแฝงไปด้วยความเคารพและความจริงใจที่มีต่อคุณสวี่อยู่แล้ว ยอดฝีมืออย่างท่าน มีหรือจะดูไม่ออก ไม่ต้องห่วงหรอก"

โอวหยางชิงเกอพยักหน้า ถอนหายใจในใจ นี่แหละคือชีวิต

คำว่า 'ชีวิต' มันเหมือนกับเชือกเส้นหนึ่ง ที่มัดตัวเราไว้ และผูกติดกับคนอื่นๆ พันกันยุ่งเหยิงไปหมด เพียงเพื่อน้ำใจสักเล็กน้อย ก็มักจะทำให้คนเราต้องจำยอมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

"ช่วงนี้พ่อตั้งใจจะไปเยี่ยมเยียนตระกูลเจี่ยง ซึ่งเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองอวี่เฉิงสักหน่อย ขอแค่ได้ร่วมมือกับตระกูลเจี่ยง พวกเราไม่เพียงแต่จะลงทุนในหมู่บ้านไฉ่อวิ๋นได้อย่างเต็มที่ แต่ยังสามารถช่วยแก้ปัญหาให้คุณสวี่ได้ตลอดเวลาอีกด้วย" โอวหยางอวิ๋นอี้วางแผนไว้

เมื่อมองดูพ่อที่มีผมหงอกประปรายที่ขมับ โอวหยางชิงเกอก็รู้สึกใจอ่อน

พ่อผู้เจนโลกคนนี้ ความจริงแล้วก็เป็นคนที่น่าสงสารเหมือนกัน เพื่อตระกูลโอวหยางทั้งหมด เขาต้องคิดจนปวดหัว ถึงขั้นยอมทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างไม่ไยดี

"เฮ้อ บางทีก็อิจฉาคุณสวี่เหมือนกันนะคะ พวกเราเกิดมาในตระกูลใหญ่ กลับไม่มีความอิสระและเรียบง่ายแบบนั้นเลย มีแต่ความหนักใจเสียมากกว่า" โอวหยางชิงเกอรำพึง

โอวหยางอวิ๋นอี้เงียบไปไม่กี่วินาที แต่ไม่ได้พูดอะไรมาก

นี่คือเส้นทางชีวิตของเขา เดินมาเกินครึ่งชีวิตแล้ว ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้อีกแล้ว

เขา จะไม่อิจฉายอดฝีมือในร้านเล็กอย่างคุณสวี่ได้ยังไงล่ะ

……

อีกด้านหนึ่ง

ณ ห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท โรงแรมระดับห้าดาวในเมืองอวี่เฉิง

ปรมาจารย์ด้านดนตรีทั้ง 8 สวมชุดคลุมอาบน้ำ นอนเอนกายบนเก้าอี้นวดอันอ่อนนุ่ม แต่ละคนมีพนักงานนวดสาวคอยปรนนิบัตินวดเท้าให้อย่างระมัดระวัง

"เมื่อวาน คุกเข่าจนกระดูกแก่ๆ ของฉันแทบจะแหลกเป็นผุยผงเลยล่ะ"

"นั่นสิ โชคดีที่ฉันพอจะรู้วิธีดูแลสุขภาพอยู่บ้าง ไม่งั้นก็เกือบจะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน"

"เฮ้อ ยอดฝีมือ เหอะ วางมาดใหญ่โตเกินไปแล้วนะ"

"หึ ไอ้หนุ่มโอวหยางอวิ๋นอีี้ วันข้างหน้าคงจะเจริญรุ่งเรืองน่าดู"

ตาแก่หลายคนบ่นอย่างประชดประชัน

เมื่อวานหลังจากคุกเข่าเสร็จกลับมา พวกเขาแทบจะไม่มีแรงยืนฉี่เลยด้วยซ้ำ เกือบจะกลั้นปัสสาวะอุจจาระไม่อยู่แล้ว

ตอนนี้เพิ่งจะฟื้นตัวได้ ภายในใจก็เคียดแค้นโอวหยางอวิ๋นอี้ ถึงขั้นเริ่มแอบแค้นสวี่ไท่ผิงแล้ว

ในสายตาพวกเขา อุตส่าห์คุกเข่าให้ขนาดนี้แล้ว อีกฝ่ายกลับไม่ไว้หน้าเลยแม้แต่น้อย แถมยังไม่สนใจไยดีอีกต่างหาก

สำหรับพวกเขาแล้ว นี่มันเป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่ง

"แค้นนี้ต้องชำระ ฉันติดต่อพวกเขาไปแล้ว มีปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ด้านอักษรวิจิตร 3 ท่านจะเดินทางมาถึงในวันนี้ ส่วนคนอื่นๆ กำลังดูลาดเลาก่อน" ปรมาจารย์อาวุโสผู้นำเอ่ยขึ้น

"ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ด้านอักษรวิจิตร มีสถานะในวงการอักษรวิจิตรสูงกว่าพวกเราไปอีกขั้น ถึงตอนนั้นมาดูกันว่าเจ้าของร้านเล็กคนนี้จะยอมเจอไหม" ปรมาจารย์อาวุโสอีกคนวิเคราะห์

"แล้วถ้าเขายังไม่ยอมเจออีกล่ะ" หนึ่งในนั้นตั้งคำถาม

"ไม่ยอมเจอเหรอ พวกปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ด้านอักษรวิจิตรน่ะ ไม่ใช่คนที่จะไปแหยมได้ง่ายๆ หรอก ถึงตอนนั้นถ้าโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ต่อให้เขาอยากจะเร้นกาย ก็คงทำไม่ได้แล้วล่ะ หึ"

คนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้า

พวกเขาผูกใจเจ็บกับสวี่ไท่ผิงไปแล้ว

"ทางที่ดี ควรปล่อยข่าวเรื่องที่เขาเป็นยอดฝีมือออกไป ให้พวกตระกูลชั้นยอดได้รับรู้ซะ" ตาแก่ผู้นำพูด สายตาเป็นประกายด้วยความโหดเหี้ยมเจ้าเล่ห์

"ความคิดดี" แววตาของทั้ง 8 คนสว่างวาบขึ้นมาทันที

"ขอแค่พวกตระกูลชั้นยอด ขั้วอำนาจใหญ่ รู้ว่ามียอดฝีมือผู้บรรลุจุดสูงสุดสองแขนงอยู่ จะต้องหาวิธีดึงตัวเขาไปร่วมงานแน่ๆ และถ้าถึงตอนนั้นเขาไม่ยอมก้มหัวให้ ก็จะต้องไปล่วงเกินขุมอำนาจยักษ์ใหญ่พวกนี้อย่างแน่นอน"

"หึหึ พอถึงตอนนั้น ก็ไม่ต้องถึงมือพวกเราแล้ว ตระกูลชั้นยอดพวกนั้นจะจัดการเขาเอง บีบบังคับให้เขายอมจำนน ให้เขารู้ซึ้งว่าการถูกสังคมเล่นงานมันเป็นยังไง อะไรคือการบีบคั้นที่มองไม่เห็น"

เมื่อมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ไม่รู้ว่ามีวีรบุรุษผู้กล้าหาญมากมายเท่าไหร่ ที่ต้องมาจบชีวิตลงเพราะการบีบคั้นที่มองไม่เห็นแบบนี้ กลับกลายเป็นว่าพวกพนักงานบริษัทที่ทำตัวใสซื่อเหมือนกระต่ายน้อย กลับมีชีวิตอยู่ได้นานที่สุด

การบีบคั้นที่มองไม่เห็น ทำให้คนเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง แต่ก็ยากที่จะป้องกัน ถือเป็นหนึ่งในแผนการอันร้ายกาจที่สุดในวงการสังคม

ตาแก่ทั้ง 8 มองหน้ากันแล้วหัวเราะร่วน ภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง คาดหวังจะได้เห็นจุดจบอันน่าสมเพชของสวี่ไท่ผิง ยอดฝีมือในร้านเล็กใจจะขาด

……

หมู่บ้านไฉ่อวิ๋น ภายในร้านเล็ก

โอวหยางอวิ๋นอี้พาลูกสาวสองคน มาช่วยกันทำความสะอาดและจัดของในร้านเล็กอย่างกระตือรือร้น

สวี่ไท่ผิงก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร หลังจากเป่าเพลงรำลึกถึงหงโค่วจบ และดื่มเหล้าแรงเข้าไป เขาก็ค่อยๆ หยิบมีดสั้นรูปทรงแปลกตาออกมา แล้วเริ่มแกะสลัก

การกระทำนี้ ดึงดูดความสนใจของคนตระกูลโอวหยาง

เมื่อเห็นฝีมือการแกะสลักไม้ของสวี่ไท่ผิง

พวกเขา ก็ต้องตกตะลึงไปอีกครั้ง

แววตาของโอวหยางอวิ๋นอี้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ตื่นเต้นจนตัวสั่นไม่หยุด

"ฝี... ฝีมือการแกะสลัก ใกล้จะถึงระดับจุดสูงสุดแล้วงั้นเหรอ" เขาไม่แน่ใจนัก แต่เมื่อเหลือบไปมองงานแกะสลักไม้ที่เรียงรายราวกับภาพสะท้อนของสรรพสัตว์ ภายในใจก็เกิดข้อสันนิษฐานที่กล้าหาญขึ้นมา

ข้อสันนิษฐานนี้ เขาไม่กล้าเชื่อ แต่ก็แอบหวังลึกๆ ว่าจะเป็นเรื่องจริง

"ระดับฝีมือการแกะสลักของคุณสวี่ อาจจะบรรลุถึงจุดสูงสุดแล้วก็ได้"

"จุดสูงสุดสามแขนง" ความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวของโอวหยางอวิ๋นอี้ เกือบจะทำให้เขาตกใจจนโรคหัวใจกำเริบตรงนั้นเลย

คุณสวี่ มีพรสวรรค์ที่น่ากลัวขนาดไหนกันแน่เนี่ย

"ขอโทษนะครับ เถ้าแก่ร้านอยู่ไหมครับ"

เสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน

โอวหยางอวิ๋นอี้หันขวับไปด้วยความสงสัย มองตามเสียง ก็เห็นคนสิบกว่าคนในชุดสูทสีดำสุดเนี้ยบ กำลังยืนอยู่หน้าร้านและมองเข้ามาข้างใน

"เถ้าแก่อยู่ครับ พวกคุณเป็นเพื่อนของเถ้าแก่เหรอครับ" โอวหยางอวิ๋นอี้ไม่กล้าประมาท เอ่ยปากถาม

อีกฝ่ายอธิบายว่า "คุณชายของเราถูกใจที่ดินแถวนี้ เตรียมจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เลยอยากมาถามว่าร้านของคุณจะขายไหม พวกเรายินดีซื้อในราคาสูง หลังจากรื้อถอนแล้ว จะสร้างเป็นรีสอร์ตวิลล่าสำหรับนักท่องเที่ยว"

"ไม่ขาย" เสียงแหบพร่า ดังออกมาจากในร้านทันที

อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่สนใจ ยังคงพูดต่อไปว่า "ไม่เป็นไรครับเถ้าแก่ คุณลองไปคิดดูก่อน เดี๋ยวคุณก็ต้องขายอยู่ดี เพราะนี่เป็นธุรกิจของตระกูลเจี่ยงแห่งเมืองอวี่เฉิง"

จบบทที่ บทที่ 24 - ท่าทีอันเย่อหยิ่งของตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวี่เฉิง

คัดลอกลิงก์แล้ว