- หน้าแรก
- เตาหลอมมรรคา กลืนโลหิตสยบสวรรค์
- บทที่ 16 - การยั่วยุ
บทที่ 16 - การยั่วยุ
บทที่ 16 - การยั่วยุ
บทที่ 16 - การยั่วยุ
"อยู่กันเงียบๆ ซะ! อย่าให้มีเรื่อง ไม่งั้นพวกแกเจอดีแน่!"
เสียงตะโกนข่มขู่ของทหารยามดังก้อง
ฉู่เจวี๋ยยังคงนิ่งเงียบ ภาพตรงหน้าดูคุ้นตาเหลือเกิน เพราะก่อนหน้านี้เขาก็ถูกต้อนเข้ามาในค่ายนักโทษประหารด้วยวิธีแบบเดียวกันนี้แหละ
แต่ดูเหมือนนักโทษประหารกลุ่มนี้จะมีจำนวนเยอะกว่ามาก กะด้วยสายตาคร่าวๆ น่าจะมีสักสามสี่ร้อยคนได้เลย
หลุมดินที่เคยดูโล่งตาเพราะคนตายไปเยอะ จู่ๆ ก็กลับมาเบียดเสียดแออัดอีกครั้งเมื่อมีนักโทษหน้าใหม่ทะลักเข้ามา
พวกนักโทษหน้าเก่าต่างก็มองดู 'ของเล่น' ชิ้นใหม่เหล่านี้ด้วยสายตาเยาะเย้ย
สำหรับพวกเขาแล้ว
การได้ต้อนรับนักโทษหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามา ถือเป็นความบันเทิงไม่กี่อย่างที่หาได้ในค่ายแห่งนี้
แน่นอนว่า ความบันเทิงที่ว่านี้มันไม่ได้สนุกสำหรับพวกหน้าใหม่เลยสักนิด
ฉู่เจวี๋ยกวาดสายตามอง
สายตาของเขาหยุดชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น
"นักโทษกลุ่มใหม่นี่ ดูทรงแล้วน่าจะเก่งกว่ากลุ่มของฉันเยอะเลยนะ?"
เขาสังเกตเห็นชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำแข็งแรงหลายคนปะปนอยู่ในกลุ่ม แม้จะยังดูไม่ออกว่าอยู่ระดับไหน แต่นักสู้ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน ย่อมมีท่วงท่าและการเคลื่อนไหวที่แตกต่างจากคนธรรมดา คนพวกนี้ฝีมือไม่ธรรมดาแน่ๆ
คาดเดาได้เลยว่า
หลังจากนี้ค่ายนักโทษประหารคงจะ 'คึกคัก' น่าดู
"แต่ก็ช่างเถอะ ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย"
ฉู่เจวี๋ยดูแค่แวบเดียวก็ละสายตากลับมา เขาส่งซิกให้หมีเถื่อนทางสายตา ก่อนจะกลับไปฝึกฝนเพลงดาบสังหารโลหิตต่อในมุมลึกสุดของหลุมดิน
นักโทษจะเยอะขึ้น หลุมดินจะแออัดลง แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับฉู่เจวี๋ยเลย
ขอแค่ไม่ตาบอด ก็คงไม่มีใครกล้าเข้ามารนหาที่ตายหรอก
...
"ได้เวลากินข้าวแล้ว! มากินข้าวโว้ย!"
เสียงเคาะลูกกรงเหล็กดังขึ้น ถังไม้ที่บรรจุหมั่นโถวกับผักดองถูกหย่อนลงมา พวกนักโทษประหารที่หิวจนตาลุกวาว โดยเฉพาะพวกหน้าใหม่ ต่างก็พากันพุ่งกระโจนเข้าใส่ทันที
"ไอ้พวกไม่มีมารยาท!"
เสียงตวาดเย็นชาดังขึ้น
หลินต้าเฟิงที่เคยถูกเรียกชื่อเมื่อวันก่อนพุ่งพรวดออกไป ถีบนักโทษหน้าใหม่คนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ จนกระเด็นล้มลงไปนอนครางโอดโอยกับพื้น
ในชั่วพริบตา
ความวุ่นวายในค่ายนักโทษประหารก็เงียบกริบลงทันที
ในกลุ่มนักโทษหน้าใหม่ มีหลายคนที่แววตาเปลี่ยนเป็นเย็นชา
แต่หลินต้าเฟิงทำเป็นไม่สนใจ มันแสร้งทำหน้ายิ้มแย้มประจบประแจง
"ลูกพี่ฉู่ยังไม่ได้กินเลย ไอ้พวกสวะหน้าใหม่อย่างพวกแกมีสิทธิ์อะไรมากินก่อนฮะ?"
มันก็อยากจะทำตัวเหมือนหมีเถื่อนที่ได้คอยติดตามรับใช้ฉู่เจวี๋ยบ้าง เผื่อว่าวิธีนี้จะทำให้มันเตะตาฉู่เจวี๋ยขึ้นมาได้
สายตาหลายคู่จับจ้องไปที่มุมนั้น
พวกนักโทษหน้าใหม่รู้ตั้งแต่ตอนที่เข้ามาแล้วว่ามุมนั้นมันไม่ธรรมดา เพราะไอ้ยักษ์ใหญ่นั่นแค่ยืนอยู่เฉยๆ ก็แผ่รังสีอำมหิตจนน่ากลัวแล้ว และคนที่อยู่ข้างหลังเจ้ายักษ์นั่นก็ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่ พอได้เห็นหน้าชัดๆ ก็ยิ่งตกใจ เพราะนั่นเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง แม้ใบหน้าจะเปื้อนคราบสกปรก แต่ก็ยังดูหล่อเหลาเอาการอยู่ดี
ฉู่เจวี๋ยไม่ได้สนใจความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเลย
หมีเถื่อนถลึงตาใส่หลินต้าเฟิง ก่อนจะเดินไปเลือกหมั่นโถวที่ดูดีที่สุดมาสองสามลูก แล้วนำมาให้ฉู่เจวี๋ยด้วยตัวเอง
"ลูกพี่ ท่านกินก่อนเลย" ท่าทีของเขานอบน้อมมาก
หลินต้าเฟิงแอบแค้นใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ
พวกนักโทษประหารต่างก็ใจสั่นรัว
เด็กหนุ่มคนนี้มีดีอะไรกันแน่?
พวกที่หัวหมอหน่อยก็เริ่มไปตีสนิทกับพวกนักโทษหน้าเก่าเพื่อสืบข่าว พอได้ฟังวีรกรรมสุดโหดของฉู่เจวี๋ย ก็ทำเอาหน้าซีดเผือดด้วยความกลัว
แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง
มีนักโทษสามคนแววตาเปลี่ยนไป พวกมันดูตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็พยายามสะกดกลั้นเอาไว้
ทั้งสามคนสบตากัน ราวกับกำลังปรึกษาแผนการบางอย่าง
...
ความมืดมิดยามค่ำคืนมาเยือน
หลุมดินตกอยู่ในความมืดสลัว
ค่ายนักโทษประหารเริ่มมีความเคลื่อนไหว เวลาผ่านไปแค่ช่วงกลางวันวันเดียว ภายในหลุมดินก็เริ่มแบ่ง 'ชนชั้น' กันอีกครั้ง
และพวกที่อ่อนแอก็คือของเล่นของพวกที่แข็งแกร่ง
เวลานี้แหละคือช่วงเวลาทองที่พวกยอดฝีมือจะหาความสำราญใส่ตัว
ตามมุมมืดต่างๆ มีเสียงร้องโหยหวนดังมาให้ได้ยินเป็นระยะๆ
แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่ายังอยู่ในขอบเขตที่พอรับได้
ทันใดนั้น
ก็มีเสียงหัวเราะบ้าคลั่งดังมาจากมุมทิศตะวันตก ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องและขอความช่วยเหลืออย่างหวาดกลัว ฟังดูบาดแก้วหูสุดๆ
"ช่วยด้วย! ไว้ชีวิตข้าเถอะนายท่าน ข้าขอร้อง!"
นักโทษทุกคนในค่ายหันไปมองเป็นตาเดียว และเห็นลางๆ ว่ามีเงาร่างกำยำกำลังคร่อมทับอีกร่างหนึ่งอยู่
ฉู่เจวี๋ยลืมตาขึ้น ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขากำลังเพ่งจิตจำลองภาพดวงอาทิตย์ยักษ์อยู่ พอเคยชินกับความเงียบสงบมาหลายวัน พอจู่ๆ มาเจอเสียงหนวกหูแบบนี้ ก็เลยรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย
เมื่อหมีเถื่อนเห็นดังนั้น เขาก็ตวาดเสียงดุดันไปทางมุมทิศตะวันตกทันที
"เฮ้ย ไอ้พวกนั้นน่ะ เบาเสียงหน่อยโว้ย!"
ค่ายนักโทษประหารเงียบกริบลงทันที สายตาหลายคู่มองมาที่หมีเถื่อนด้วยความหวาดกลัว ก่อนหน้าที่ฉู่เจวี๋ยจะโดดเด่นขึ้นมา หมีเถื่อนก็เป็นหนึ่งในตัวอันตรายที่สุดในค่ายอยู่แล้ว คำพูดของเขาย่อมมีน้ำหนักเสมอ
พอเขาเอ่ยปาก พวกนักโทษที่กำลังหาความสำราญกันอยู่ก็ชะงักงันด้วยความลังเล
แต่ทว่า... เงาร่างที่มุมทิศตะวันตกกลับทำหูทวนลม
และยังคงลงมือทำร้ายคนต่อไปอย่างไม่เกรงใจใคร
ดวงตาของหมีเถื่อนหรี่ลง เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน สีหน้าดุดันเอาเรื่อง
"หูหนวกหรือไงวะ? ข้าพูดกับแกอยู่นะ!"
รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมา เขาเริ่มโมโหแล้ว การมารบกวนการฝึกของลูกพี่ มันเลวร้ายยิ่งกว่ามาหาเรื่องเขาเสียอีก
ที่มุมทิศตะวันตก
ชายร่างกำยำคนนั้นลุกพรวดขึ้นมา ใช้เท้าเตะนักโทษที่อยู่ใต้ร่างจนตายคาที่ ก่อนจะหันมามองหมีเถื่อนด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม
"แม่งเอ๊ย! คิดว่าค่ายนักโทษประหารนี้เป็นของแกคนเดียวหรือไงวะ?"
มันเดินออกมาจากเงามืด ทำให้ทุกคนเห็นได้ชัดเจนว่า รูปร่างของมันก็ใหญ่โตล่ำสันไม่แพ้หมีเถื่อนเลย แค่เตี้ยกว่านิดหน่อยเท่านั้น
หมีเถื่อนทุบหมัดเข้าหากัน แสยะยิ้มเหี้ยม
"เดี๋ยวนี้สวะที่ไหนก็กล้ามากำเริบเสิบสานแล้วสินะ!"
แม้เขาจะยอมเป็นลูกน้องฉู่เจวี๋ย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมให้ใครมาหยามหน้าได้ง่ายๆ หรอกนะ
บรรยากาศตึงเครียดสุดๆ
สายตาหลายคู่จับจ้องไปที่ทั้งสองคนด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันไป
ทุกคนดูออกว่า ชายร่างกำยำคนนั้นจงใจหาเรื่องชัดๆ
สายตาของฉู่เจวี๋ยเย็นเยียบ
ในขณะที่ทุกคนกำลังจับตามอง
หมีเถื่อนกับชายร่างกำยำก็พุ่งเข้าปะทะกันเหมือนกระทิงเปลี่ยวสองตัว เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้อง ราวกับประทัดที่ถูกจุดระเบิดในโอ่ง
พวกนักโทษประหารแอบฮือฮาเบาๆ
ภาพที่หมีเถื่อนบดขยี้คู่ต่อสู้แบบขาดลอยไม่ได้เกิดขึ้น ทั้งสองคนกลับสู้กันได้อย่างสูสี!
ในชั่วพริบตา สายตาหลายคู่ก็เริ่มมีแววสนุกสนานมากขึ้น
ไม่มีใครอยากเห็นใครตั้งตัวเป็นใหญ่หรอก การมีคนคุมอำนาจเบ็ดเสร็จมันไม่ส่งผลดีต่อพวกเขาเลย แถมหมีเถื่อนยังฆ่าศัตรูไปได้ถึงยี่สิบห้าคนแล้ว บางคนที่ขี้อิจฉาก็ไม่อยากเห็นเขารอดพ้นจากสถานะนักโทษประหารไปได้ง่ายๆ หรอก
หมีเถื่อนคำรามลั่น เขารวบรวมพลังทั้งหมด กล้ามเนื้อแขนขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง แล้วชกหมัดสวนกลับไป
ทั้งสองคนพัวพันกันอย่างดุเดือด
เสียงปะทะอันหนักหน่วงดังระงมไม่ขาดสาย
ฉู่เจวี๋ยหรี่ตาลง
"ระดับหลอมกระดูก?"
ใช่แล้ว
ชายร่างกำยำคนนั้นเป็นนักสู้ระดับหลอมกระดูก แม้หมีเถื่อนจะอยู่แค่ระดับหลอมเส้นเอ็น แต่ด้วยพละกำลังมหาศาลที่มีมาแต่กำเนิด เขาก็สามารถสู้กับระดับหลอมกระดูกทั่วไปได้อย่างสูสี การที่ชายคนนี้รับมือหมีเถื่อนได้สูสีขนาดนี้ แสดงว่าฝีมือก็ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
แถมไม่ได้มีแค่นั้น
ฉู่เจวี๋ยมองออกอย่างทะลุปรุโปร่งว่า ชายร่างกำยำคนนี้ยังออมแรงเอาไว้อยู่ ท่วงท่าการต่อสู้ก็มีแบบแผนชัดเจน
ไม่ใช่พวกนักเลงข้างถนนธรรมดาแน่ๆ
"ไม่ชอบมาพากลแล้ว!"
แก่นโลหิตในหัวเต้นตุบๆ ความคิดของฉู่เจวี๋ยแล่นฉิว ประสาทสัมผัสในการรับรู้สิ่งรอบข้างก็ยิ่งเฉียบคมมากขึ้น
เขาสังเกตเห็นว่า ในระหว่างที่ชายร่างกำยำกำลังสู้กับหมีเถื่อน สายตาของมันก็ยังคอยเหลือบมองมาที่เขาอยู่ตลอด และเขายังเห็นอีกว่า ตามมุมมืดต่างๆ มีสายตาอีกสองคู่กำลังจับจ้องปฏิกิริยาของเขาอย่างลับๆ
ในเสี้ยววินาที
ฉู่เจวี๋ยก็เข้าใจทุกอย่าง
"ไอ้พวกนี้... มันจงใจพุ่งเป้ามาที่ฉันนี่นา!"
เขาเพิ่งจะถูกส่งมาค่ายนักโทษประหาร แถมก็ยังไม่มีศัตรูที่ไหน การที่มีคนมีฝีมือและมีแรงจูงใจที่จะตามล่าเขามาไกลถึงค่ายนักโทษประหารแบบนี้ คำตอบก็มีอยู่แค่อย่างเดียวเท่านั้น
นัยน์ตาของเขาเย็นเยียบ รังสีสังหารอันรุนแรงพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก
"ดีมาก ทำให้ฉันต้องมาตกระกำลำบากอยู่ในค่ายนักโทษประหารยังไม่พอ ยังคิดจะตามมาฆ่าปิดปากอีกงั้นเหรอ เลวทรามจริงๆ!"
"เจ้าพระยาศรโลหิต! เจ้าพระยาพิทักษ์ทักษิณ! ตระกูลหลิว! ตระกูลเย่!"
"พวกแกทุกคนมันสารเลว!"
ฉู่เจวี๋ยค่อยๆ ลุกขึ้นยืน จิตสังหารที่กระหายเลือดพลุ่งพล่านอยู่ในแววตา ก่อนที่เขาจะค่อยๆ เก็บซ่อนมันเอาไว้มิดชิด
เขาเดินตรงไปยังจุดที่หมีเถื่อนกำลังต่อสู้อยู่ ในพริบตานั้น สายตาทุกคู่ก็จับจ้องมาที่เขา มีทั้งความคาดหวังและความสนุกสนาน
เสียงเรียบเฉยของฉู่เจวี๋ยดังขึ้นที่ข้างหูของหมีเถื่อน
"ถอยออกมา"
"รับทราบ ลูกพี่"
เมื่อได้ยินคำสั่ง หมีเถื่อนก็ไม่ลังเลเลยสักนิด เขารีบถอยฉากออกมาอย่างว่าง่าย
แต่ชายร่างกำยำกลับไม่ยอมเลิกรา โอกาสดีๆ แบบนี้มันจะปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไง มันแสยะยิ้ม กระดูกลั่นเกรียวกราว หมัดที่หนักหน่วงราวกับค้อนเหล็กพุ่งตรงเข้าใส่หมีเถื่อน พวกนักโทษประหารเบิกตากว้าง แอบด่าหมีเถื่อนในใจว่าโง่เง่าเต่าตุ่น เวลาต่อสู้ใครเขาหันหลังให้ศัตรูแบบนี้กันล่ะ?
แต่หมีเถื่อนกลับไม่สะทกสะท้านเลย
เผชิญหน้ากับหมัดอันดุดันนั้น เขาไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วด้วยซ้ำ
เขามั่นใจในตัวลูกพี่ของเขาอย่างเต็มเปี่ยม
"ปึก!"
เสียงกระแทกทึบๆ ดังขึ้น
พวกนักโทษประหารเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึง
เห็นแค่เพียงหมัดอันหนักหน่วงของชายร่างกำยำถูกมือข้างหนึ่งคว้าเอาไว้ได้อย่างสบายๆ แล้วก็ถูกบีบไว้แน่นจนขยับไม่ได้
เหงื่อเย็นผุดซึมเต็มหน้าผากของชายร่างกำยำ มือเรียวยาวที่จับหมัดของมันอยู่ตอนนี้แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก ไม่ว่ามันจะออกแรงดิ้นรนแค่ไหน ก็ไม่สามารถสลัดให้หลุดได้เลย
ฉู่เจวี๋ยจ้องมองชายร่างกำยำด้วยสายตาเรียบเฉย แววตาราวกับมีสัตว์ร้ายกำลังตื่นจากการหลับใหล
"บอกมา ใครส่งพวกแกมา?"
[จบแล้ว]