- หน้าแรก
- สุดยอดเจ้าสำนัก
- บทที่ 42 หนีเสือปะจระเข้
บทที่ 42 หนีเสือปะจระเข้
บทที่ 42 หนีเสือปะจระเข้
แม้กำลังต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย แต่ความสนใจของชายร่างใหญ่ชุดดำกลับไม่ได้อยู่ที่ผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างฐานทั้งเจ็ดคนนั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่ใส่ใจ แต่จิตใจทั้งหมดของเขาในยามนี้จดจ่ออยู่ที่บุคคลกลางอากาศผู้นั้น
อีกฝ่ายไม่มีคลื่นพลังบ่มเพาะเล็ดลอดออกมาแม้แต่น้อย ทว่าความน่าสะพรึงกลัวกลับอยู่ที่ตรงนั้น ต้องรู้ว่าเขาลอยตัวอยู่กลางอากาศเหนือหุบเหวไร้ก้นบึ้งด้วยพลังบ่มเพาะของตนเองล้วนๆ
นั่นคือชายวัยกลางคน รูปร่างอ้วนท้วนผิวขาวผ่อง ยามยิ้มแย้มดูเป็นมิตรยิ่งนัก ร่างกายอ้วนกว่าจูอ้วนที่เคยหาเรื่องจูอี้เสียอีก หลังคนผู้นี้ปรากฏตัว ผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างฐานทั้งเจ็ดของจวนโหวก็หยุดมือทันที
ชายร่างใหญ่ชุดดำยังตื่นตระหนกไม่หาย ไม่กล้าบุ่มบ่ามกระทำการใด
ชายวัยกลางคนร่างอ้วนขาวมองจูอี้ในฝูงชนด้วยรอยยิ้มตาหยี กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "คุณชายอี้ ข้ามารับท่านกลับบ้าน"
เผชิญหน้ากับชายวัยกลางคนที่มาช่วยตน สีหน้าของจูอี้กลับดูย่ำแย่ยิ่งกว่าชายร่างใหญ่ชุดดำและพรรคพวกเสียอีก เขากำหมัดแน่นไม่กล่าววาจา
ชายร่างใหญ่ชุดดำสูดหายใจลึก "กล้าถามนามอันยิ่งใหญ่?"
ชายวัยกลางคนยิ้มบาง "เจ้าอาจเคยได้ยินชื่อข้า ข้าแซ่หวง ผู้คนมักเรียกข้าว่าหวงซาน"
เจ้าอ้วนหวงซานยังคงยิ้มแย้มอย่างเป็นกันเอง แต่เหล่าผู้ฝึกตนสมาคมเลี่ยเฟิงกลับหน้าซีดเผือดดั่งเถ้าถ่าน
หวงซาน ผู้ดูแลคนที่สามใต้สังกัดเสวียนจีโหวจูหงอู่ คนสนิทข้างกายที่คอยจัดการเรื่องลับๆ ให้เสวียนจีโหวโดยเฉพาะ จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกล แต่การกระทำกลับเก็บงำประกาย น้อยคนนักจะเคยเห็นโฉมหน้าแท้จริง นึกไม่ถึงว่าจะเป็นชายวัยกลางคนอ้วนท้วนผิวขาวเช่นนี้
ชายร่างใหญ่ชุดดำรู้สึกหนาวเหน็บราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็ง เพราะเขารู้ดีว่าเจ้าอ้วนที่ดูเหมือนพ่อค้าหน้าเลือดผู้ยิ้มแย้มตรงหน้านี้ คือผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำตัวจริงเสียงจริง!
ทว่าความแค้นสิ้นชาติ ความแค้นล้างตระกูล ศักดิ์ศรีและความเคียดแค้นชิงชัง ทำให้เขาไม่มีวันยอมก้มหัวให้คนตรงหน้าเด็ดขาด
ผู้ฝึกตนสมาคมเลี่ยเฟิงทุกคนเผยสีหน้าเด็ดเดี่ยว แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวตามสัญชาตญาณ แต่ยังคงยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ เผชิญหน้ากับศัตรูที่สามารถบดขยี้พวกเขาได้ด้วยนิ้วเดียว
หวงซานถอนหายใจยาว "แคว้นเสวี่ยเฟิง... ไม่สิ ตอนนี้เป็นเขตปกครองเสวี่ยเฟิงของต้าโจวเราแล้ว หากให้ข้าพูด ควรจะฆ่าพวกชนพื้นเมืองทิ้งให้หมด แล้วอพยพคนจากต้าโจวเข้ามาแทน เท่านี้ก็หมดปัญหาแล้ว"
ชายร่างใหญ่ชุดดำบันดาลโทสะ ควบคุมค่ายกลพายุหมุน ทันใดนั้นพายุหมุนหลายสิบลูกก็หวีดหวิวพุ่งออกไป โจมตีใส่หวงซานจากทุกทิศทุกทาง
หวงซานหัวเราะร่า ดวงตาหยีจนแทบมองไม่เห็น "พวกเจ้า ยังไม่เข้าใจสถานการณ์อีกหรือ"
สิ้นเสียง หวงซานยกมือขึ้นเล็กน้อย สายลมหนาวเหน็บราวกับมาจากขุมนรกจิ่วโยวพลันกวาดไปทั่วตำหนักใต้ดินในพริบตา!
เพียงชั่วพริบตา ตำหนักใต้ดินแห่งนี้ก็กลายเป็นโลกน้ำแข็ง ผนังหินถูกปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็งใสกระจ่าง แสงจากหินเรืองแสงส่องกระทบจนเกิดประกายเจิดจ้า พื้นที่ทั้งหมดสว่างไสวขึ้นทันตา
เพียงลมหายใจเดียว ตำหนักใต้ดินก็กลายเป็นถ้ำน้ำแข็งโดยสมบูรณ์
พายุหมุนที่บ้าคลั่งถูกแช่แข็งอยู่ในเสาน้ำแข็งทั้งอย่างนั้น ยังคงรักษารูปร่างเดิมไว้ แต่ยามนี้กลับดูน่าขบขันยิ่งนัก
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่ถูกไอเย็นแช่แข็งไม่ได้มีเพียงพายุหมุน
ตั้งแต่ชายร่างใหญ่ชุดดำลงไป ร่างกายของผู้ฝึกตนสมาคมเลี่ยเฟิงทุกคนเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งสีขาวเกาะจับ เกล็ดน้ำแข็งหนาขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดพวกเขากำลังจะกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง
ทว่าจูอี้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางพวกเขากลับปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ไม่เพียงไม่ถูกน้ำแข็งกัดกิน จูอี้ยังไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิรอบกายด้วยซ้ำ
สีหน้าชายร่างใหญ่ชุดดำเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เขากัดฟันกรอด สะบัดมือซัดยันต์แผ่นหนึ่งออกไป
หวงซานที่อยู่กลางอากาศดวงตาเป็นประกาย "ยันต์แก่นทองคำ?" ยันต์ที่ชายร่างใหญ่ชุดดำซัดออกมาคือยันต์แก่นทองคำ สร้างโดยผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำ อานุภาพเทียบเท่าการโจมตีเต็มกำลังของผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำหนึ่งครั้ง
ยันต์ระเบิดออกกลางอากาศ กลายเป็นสายฟ้าคำรามกึกก้อง อสรพิษสายฟ้านับไม่ถ้วนพุ่งทะยานไปแปดทิศสี่ทาง ฉีกกระชากการปิดล้อมด้วยพลังบ่มเพาะของหวงซานจนขาดสะบั้น
พื้นน้ำแข็งแตกร้าวเป็นรอยแยกนับไม่ถ้วนถี่ยิบราวกับใยแมงมุม แสงสายฟ้าเจิดจ้าสะท้อนบนพื้นน้ำแข็ง ส่องสว่างตำหนักใต้ดินจนเหมือนกลางวัน
ก้อนน้ำแข็งนับไม่ถ้วนแตกกระจาย ร่วงหล่นลงสู่หุบเหวเบื้องล่างราวกับสายฝน แผ่นดินไหวภูเขาสั่นสะเทือน ตำหนักใต้ดินทั้งหลังราวกับกำลังเผชิญวันสิ้นโลกที่ฟ้าถล่มดินทลาย
แม้แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างฐานทั้งหกที่มาพร้อมหวงซานยังหน้าเปลี่ยนสี พยายามทรงตัวอย่างสุดความสามารถ แต่พวกเขายังคงนิ่งสงบ สายตาจับจ้องไปที่กลางอากาศ เป้าหมายการโจมตีโดยตรงของสายฟ้า... หวงซาน
สีหน้าของหวงซานยังคงปกติ ถึงขั้นยังมีอารมณ์ยิ้มออกมา "การดิ้นรนก่อนตาย" เขายกฝ่ามือขึ้นเบาๆ พลังบ่มเพาะอันหนาแน่นเผยเขี้ยวเล็บออกมาในวินาทีนี้ ความว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ราวกับแข็งตัว ไอเย็นที่ทะลักทลายออกมาถึงกับแช่แข็งสายฟ้าที่บ้าคลั่งเอาไว้ได้!
ท่ามกลางไอเย็นสีขาวโพลน สายฟ้าที่เต้นเร่าราวกับมังกรเหินถูกพันธนาการ ภายใต้การกักขังของไอเย็น การเคลื่อนไหวของมันเริ่มแข็งทื่อลงเรื่อยๆ
ถ้ำที่สั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวเมื่อครู่สงบลงในบัดดล ภาพหายนะฟ้าถล่มดินทลายถูกหวงซานสยบลงด้วยรอยยิ้มและการสนทนา
หวงซานหัวเราะ "ต่อให้เป็นขอบเขตแก่นทองคำเหมือนกัน พลังบ่มเพาะก็ยังมีสูงมีต่ำ"
เหล่าผู้ฝึกตนสมาคมเลี่ยเฟิงยิ่งรู้สึกหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ ยันต์ที่มีพลังโจมตีระดับแก่นทองคำ หวงซานกลับไม่เห็นอยู่ในสายตา
ชายร่างใหญ่ชุดดำมองจูอี้แวบหนึ่ง ไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อย คว้าตัวเขาแล้วโยนลงไปในหุบเหวใต้เท้าทันที จากนั้นไม่หันกลับมามอง พุ่งตัวไปยังค่ายกลเคลื่อนย้ายที่ส่วนลึกของอุโมงค์
หวงซานยิ้ม แบ่งพลังบ่มเพาะส่วนหนึ่งออกมาหมายจะรับร่างจูอี้ที่กำลังร่วงหล่น แต่ทันใดนั้นก้นบึ้งหุบเหวกลับมีปราณมลทินเข้มข้นพวยพุ่งขึ้นมา
ปราณมลทินกลุ่มนี้ราวกับสัตว์ร้ายที่หลับใหล ถูกความวุ่นวายเมื่อครู่ปลุกให้ตื่นขึ้นกะทันหัน
พลังบ่มเพาะของหวงซานเมื่อสัมผัสกับปราณมลทิน กลับสูญเสียการควบคุมในทันที ถูกปราณมลทินกลืนกินจนหมดสิ้น
"หืม?" ดวงตาที่หยีเป็นเส้นเดียวของหวงซานเบิกกว้าง ร่างอ้วนท้วนหายวับไปจากจุดเดิม วินาทีต่อมาก็ปรากฏตัวเบื้องหน้าจูอี้ รับร่างจูอี้ไว้ด้วยมือตนเอง พร้อมกับสัมผัสถูกปราณมลทินกลุ่มนั้น
ไอเย็นที่รายล้อมรอบกายหวงซานถูกปราณมลทินกัดกร่อนไปไม่น้อย แต่เขายังคงอาศัยพลังบ่มเพาะอันแข็งแกร่งกดข่มปราณมลทินลงไปได้
เพียงแค่เขาเสียสมาธิไปชั่ววูบ ชายร่างใหญ่ชุดดำและผู้ฝึกตนสมาคมเลี่ยเฟิงหลายคนก็ฉวยโอกาสหนีเข้าไปในอุโมงค์ เปิดใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้ายสำเร็จ
รอยยิ้มบนใบหน้าหวงซานเลือนหาย ยกมือทำท่าคาถาผนึก ไอเย็นพลันระเบิดออก หมายจะแช่แข็งค่ายกลเคลื่อนย้ายไปด้วย
ชายร่างใหญ่ชุดดำนับว่าเด็ดขาดอย่างยิ่ง เพื่อซื้อเวลา จูอี้ที่อุตส่าห์จับมาอย่างยากลำบากกลับโยนทิ้งได้หน้าตาเฉย เพียงแต่พลังบ่มเพาะของหวงซานสูงส่งเกินไป ต่อให้ต้องต้านรับยันต์แก่นทองคำก่อนแล้วค่อยช่วยจูอี้ สุดท้ายก็ยังมีความสามารถพอที่จะสกัดกั้นสังหารพวกเขาได้อยู่ดี
น่าเสียดายที่ในช่วงเวลาสำคัญ ปราณมลทินประหลาดที่ลอยขึ้นมาจากหุบเหวกลับช่วยชายร่างใหญ่ชุดดำไว้ การชะงักงันเพียงชั่วครู่นี้ ทำให้หวงซานช้าไปก้าวหนึ่งในที่สุด
ค่ายกลเคลื่อนย้ายทำงานแล้ว ภายใต้อิทธิพลพลังบ่มเพาะของหวงซาน มิติที่ค่ายกลเปิดออกบิดเบี้ยวไปมา ถึงขั้นฉีกร่างผู้ฝึกตนสมาคมเลี่ยเฟิงคนหนึ่งขาดเป็นสองท่อน แต่ท้ายที่สุดก็ยังเปิดเส้นทางสู่ความว่างเปล่า ให้ชายร่างใหญ่ชุดดำและพรรคพวกหนีรอดไปได้
หวงซานหัวเราะหึๆ "หนูสกปรกไม่กี่ตัว ช่างลื่นไหลนัก แต่ถูกท่านสามอย่างข้ากวนน้ำให้ขุ่นเช่นนี้ พวกเจ้าไม่มีทางถูกส่งไปยังจุดหมายที่กำหนดไว้ได้ หากไม่ตายในกระแสปั่นป่วนในความว่างเปล่า ก็นับว่าดวงแข็งแล้ว"
จูอี้ที่ถูกเขาหิ้วอยู่ในมือเงียบกริบไม่เอ่ยวาจา
หวงซานมองจูอี้ ยิ้มจนตาหยีมองไม่เห็นลูกตา "โจรน้อยพวกนี้ก็นับว่าฉลาด เลือกสถานที่ที่พลังวิญญาณปะปนวุ่นวายเช่นนี้ คนทั่วไปเข้ามาคงค้นหาไม่เจอ แต่คนบ้านนอกคอกนาก็วิสัยทัศน์สั้นนัก หารู้ไม่ว่าในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำยังคงระบุตำแหน่งเป้าหมายได้"
"สวรรค์เมตตา ที่ไม่ปล่อยให้คุณชายอี้ตกอยู่ในมือพวกกบฏ มิเช่นนั้นหน้าตาของท่านโหวคงถูกท่านทำขายหน้าจนหมดสิ้น"
ผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างฐานอีกเจ็ดคนมองจูอี้ ใบหน้าเผยรอยยิ้มหยอกล้อ ราวกับแมวหยอกหนู
จูอี้ขมขื่นในใจ เพียงกวาดตามองแวบเดียวก็จำผู้ฝึกตนเหล่านี้ได้ ทั้งหมดล้วนเป็นคนของฮูหยินซ่าว ภรรยาเอกของเสวียนจีโหว
แม้แต่หวงซานผู้นี้ ถึงจะเป็นคนสนิทของเสวียนจีโหว แต่ก็เป็นคนสนิทของฮูหยินซ่าวเช่นกัน มักออกหน้าจัดการเรื่องราวที่ไม่อาจให้ใครล่วงรู้แทนฮูหยินซ่าวอยู่บ่อยครั้ง
ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้ จูอี้เชื่อว่าอีกฝ่ายคงไม่รังเกียจที่จะลงมือสังหารเขา แล้วโยนความผิดไปให้พวกสมาคมเลี่ยเฟิง
นี่คือการหนีเสือปะจระเข้ของจริง
เป็นดังคาด หวงซานกล่าวด้วยรอยยิ้ม "คุณชายอี้ที่ยังมีลมหายใจ จะอย่างไรก็ตกไปอยู่ในมือโจรไม่ได้ หากถูกพวกมันนำมาข่มขู่ท่านโหว ท่านโหว่อมไม่มีทางประนีประนอมกับกลุ่มโจร แต่หากเรื่องแพร่งพรายออกไป หน้าตาของท่านโหวคงป่นปี้"
"แต่ทว่า... หากคุณชายอี้ไม่อยากให้บิดาที่เป็นถึงท่านโหวต้องลำบากใจ จึงยอมปลิดชีพตนเองเพื่อรักษาความกตัญญู ยอมตายไม่ยอมจำนน หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป กลับจะเป็นเรื่องเล่าขานที่งดงามมิใช่หรือ?"
ขณะกล่าว ดวงตาเล็กหยีคู่หนึ่งของหวงซานจับจ้องจูอี้เขม็ง ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายอันตรายออกมา
จูอี้รู้สึกเหมือนหัวใจถูกมือที่มองไม่เห็นบีบแน่นและขยี้อย่างแรงในทันที เลือดทั่วร่างไหลย้อนกลับเข้าสู่หัวใจ ราวกับจะระเบิดหัวใจให้แตกเป็นเสี่ยง!
รูม่านตาของจูอี้ค่อยๆ ขยายออก ดวงตาเริ่มสูญเสียประกายแห่งชีวิต
"ข้า... ข้าต้องมาตายที่นี่หรือ?"