- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญแล้วไง พอดีตรรกะผมมันโกง
- บทที่ 36 - บุคคลที่ถูกเรียกมาด้วยอาหาร
บทที่ 36 - บุคคลที่ถูกเรียกมาด้วยอาหาร
บทที่ 36 - บุคคลที่ถูกเรียกมาด้วยอาหาร
บทที่ 36 - บุคคลที่ถูกเรียกมาด้วยอาหาร
[เศษอาหารของฮิตเตอร์: อาหารรสมือตกของเชฟฮิตเตอร์ ไม่มีพิษกับหมี แต่มีพิษกับมนุษย์]
ซูเหยียนสัมผัสได้ถึงความมุ่งร้ายอันแสนสาหัสจากดันเจี้ยน
หมีกินได้ แล้วทำไมเขาจะกินไม่ได้วะ เขาอยู่ระดับไหนกัน
ซูเหยียนลองประเมินสภาพร่างกายตัวเองดู ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไรมากมายนัก ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ การกินอาหารมีพิษคำนี้เข้าไป สำหรับเขามันก็แค่ความรู้สึกเหมือนกินไข่เยี่ยวม้าเข้าไปหนึ่งฟองเท่านั้นแหละ
มันทำให้อิ่มได้ก็จริง แต่ถ้าต้องยัดให้หมดชามคงทรมานน่าดู
เหมือนคนที่เกลียดผักชีแต่โดนบังคับให้กินผักชีทั้งหม้อ คนที่ชอบกินเกี๊ยวจิ้มจิ๊กโฉ่วแต่มีแค่ซีอิ๊วให้จิ้ม หรือคนอาหารไม่ย่อยแต่ดันทุรังซัดล่าเถียวไปทั้งถุง
ซูเหยียนพยายามกล่อมตัวเองว่าให้แก้ปัญหาเรื่องปากท้องไปก่อน แต่สุดท้ายเขาก็กลืนไอ้เศษอาหารสีม่วงกองนี้ลงคอไม่ลงจริงๆ
"อ้าว ผู้ช่วย ทำไมนายไม่กินล่ะ" ในช่วงเวลาที่ซูเหยียนกำลังสับสนวุ่นวายใจ นักสืบหมีดำก็เลียจานตัวเองจนเกลี้ยงไปแล้ว เขาจ้องมองอาหารของซูเหยียนที่เพิ่งพร่องไปแค่คำเดียวด้วยแววตาเป็นประกาย
ซูเหยียนดันชามไปข้างๆ "ยกให้นายแล้วกัน"
"จริงเหรอ!" นักสืบหมีดำตาโต ร่างกายเคลื่อนไหวไปคว้าชามของซูเหยียนอย่างซื่อตรง
ซูเหยียนมองท่าทางตะกละตะกลามของนักสืบหมีดำอย่างอ่อนใจ จู่ๆ สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"คุณฮิตเตอร์ครับ" ซูเหยียนหันไปถามฮิตเตอร์ที่อยู่หลังครัว "ผมขอยืมใช้ครัวหน่อยได้ไหมครับ ขอแค่ใช้เครื่องปรุงนิดหน่อยก็พอ"
"ตามสบาย" ฮิตเตอร์ตอบตกลงง่ายกว่าที่คิด "ขอแค่นายไม่ทำครัวฉันสกปรกก็พอ"
ตอนที่พูด ดวงตาที่ติดอยู่บนตัวฮิตเตอร์เหมือนจะหมุนเปลี่ยนองศามาจ้องเขม็งที่ซูเหยียนพอดี
"ผู้ช่วย นายไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง!" นักสืบหมีดำรีบรั้งตัวซูเหยียนที่กำลังจะลุกขึ้น
"คุณฮิตเตอร์เขาเข้มงวดเรื่องอาหารมากเลยนะ ต่อให้นายจะทำกินเองก็เถอะ แต่ถ้าทำออกมาแล้วไม่ถูกใจเขา เขาก็จะโกรธจัดแล้วสับนายเป็นชิ้นๆ เลยนะ!"
"อ้อ ที่แท้ 'ทำครัวสกปรก' มันหมายความแบบนี้นี่เอง..." ซูเหยียนฟังแล้วก็แอบขนลุกนิดๆ แต่เขาก็ยิ้มออกมาอย่างรวดเร็ว
"ไม่เป็นไร ฉันมีวิธี"
ซูเหยียนเดินเข้าไปในครัว อาจจะเพราะตอนนี้ไม่มีลูกค้า ฮิตเตอร์เลยยืนดูอยู่เงียบๆ โคลนสีม่วงบนตัวเขาไหลเวียนไปมาอย่างเชื่องช้า ทำให้ชิ้นส่วนที่เสียบอยู่จมลึกลงไปอีก
ซูเหยียนกวาดสายตามองครัวคร่าวๆ มันก็ดูคล้ายกับห้องครัวทั่วไป แถมยังสะอาดสะอ้าน ไม่มีคราบน้ำมันหรือสิ่งสกปรกแปลกๆ เลย
เขาสูดหายใจลึกๆ แล้วหยิบมันฝรั่งที่คาเรนให้มาจากกระเป๋า
ล้าง ปอกเปลือก หั่นเต๋า ทำทุกอย่างรวดเดียวจบ
ฮิตเตอร์ที่ยืนดูอยู่ข้างๆ กลับส่ายหน้าช้าๆ เห็นได้ชัดว่าลีลาของซูเหยียนดูธรรมดามาก
อันที่จริง ซูเหยียนก็เคยเรียนมาแค่ทักษะการทำอาหารพื้นฐานเท่านั้นแหละ ถ้าให้ไปเทียบฝีมือกับลุงแม่ครัวในโรงอาหาร ซูเหยียนก็ทำได้แค่ถอนหายใจสามเฮือกแล้วขอยอมแพ้
"หืม"
ทว่า ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อซูเหยียนจุดไฟที่เตา
ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดบนก้อนโคลนของฮิตเตอร์ถูกท่วงท่าของซูเหยียนดึงดูดเอาไว้ทันที
มันคือบุคลิกที่เขาเคยเห็นเฉพาะในตัวสุดยอดเชฟระดับประเทศหลายๆ คนเท่านั้น เปลวไฟที่เต้นระบำสะท้อนบนใบหน้าอันมุ่งมั่นของซูเหยียน พร้อมกับกลิ่นหอมหวนชวนหิวที่ลอยอบอวลขึ้นมา
สารวัตรหมีขาวกับนักสืบหมีดำต่างก็หยุดชะงักจากการกิน แล้วหันมองเข้าไปในครัวอย่างห้ามใจไม่อยู่
ไม่นานนัก เมนูมันฝรั่งผัดสีเหลืองทองอร่ามก็เสร็จสมบูรณ์
ด้วยข้อจำกัดของวัตถุดิบและเครื่องปรุง ซูเหยียนก็ทำได้ดีที่สุดแค่นี้แหละ เขายิ้มพลางยกจานอาหารกลับมาที่โต๊ะ โดยที่ฮิตเตอร์ไม่ได้เข้ามาขัดขวางอะไรเลย
ซูเหยียนคีบมันฝรั่งเข้าปากชิมเบาๆ ในที่สุดเขาก็เผยสีหน้าเคลิบเคลิ้มออกมา
รสสัมผัสที่กรอบนอกนุ่มใน รสชาติกลมกล่อมกระตุ้นต่อมรับรส ราวกับเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายกำลังเบ่งบาน
"อร่อยเวอร์ นี่น่ะเหรอรสมือระดับ 'ผู้เชี่ยวชาญ'"
ตัวซูเหยียนเองก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่าการใช้ทักษะระดับ D ครั้งแรกของเขา จะเอามาใช้ทำกับข้าวแบบนี้
ค่ายฝึกฮาวาย: สามารถได้รับทักษะระดับ 'ผู้เชี่ยวชาญ' ได้ภายในเวลาสิบนาที
เพราะกลัวว่าจะใช้เวลาเกิน ซูเหยียนเลยเพิ่งมากดใช้ทักษะเอาตอนที่จับกระทะ และทักษะที่เขาเลือกก็คือ "การทำอาหาร" อย่างไม่ต้องสงสัย
"ผะ... ผู้ช่วย" นักสืบหมีดำกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ สองตาจดจ่ออยู่ที่มันฝรั่งผัดของซูเหยียนไม่วางตา
"ไม่คิดเลยว่านายจะมีฝีมือขนาดนี้... ขอแบ่งฉันกินหน่อยได้ไหม ขอร้องล่ะ!"
ซูเหยียนหัวเราะ "ได้น่ะมันก็ได้อยู่นะนักสืบ แต่ว่าตอนนี้นายยังยัดลงอีกเหรอ"
นักสืบหมีดำชะงักกึก ก้มมองชามเปล่าสองใบใหญ่ที่บรรจุเศษอาหารที่ตัวเองสวาปามไปจนเกลี้ยง เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าความอิ่มมันไม่ใช่ความสุขเลยสักนิด
ณ มุมมืดที่ไม่ไกลออกไปนัก
เงาดำที่แอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ ได้หดตัวกลับเข้าไปในความมืดอีกครั้ง...
[ความเชื่อใจของนักสืบหมีดำที่มีต่อคุณ +20% ความระแวดระวังของสารวัตรหมีขาวที่มีต่อคุณ +15%]
สุดท้าย ซูเหยียนก็ยอมแบ่งอาหารให้นักสืบหมีดำไปนิดหน่อย แถมยังสัญญาว่าพรุ่งนี้จะเลี้ยงของอร่อยๆ ให้อีกมื้อ ถือเป็นการโกยค่าความสนิทสนมมาได้ไม่น้อยเลย
ระหว่างที่ซูเหยียนกำลังวิเคราะห์อยู่ว่าค่าความสนิทสนมสองแบบนี้มันมีประโยชน์ยังไง จู่ๆ ก็มีเงาคนพุ่งพรวดออกมาจากริมถนน
"เฮ้ พวก!"
คนที่ปรากฏตัวดูจะตื่นเต้นมากที่เห็นเขา อีกฝ่ายโบกมือหยอยๆ มาให้จากระยะห่างสองสามเมตร
ซูเหยียนอึ้งไปเลย
ภาพที่เห็นตรงหน้าคือชายหนุ่มในชุดเชิ้ตกับกางเกงยีน หน้าตาไม่ได้ผิดแปลกหรือมีอวัยวะส่วนเกินใดๆ งอกออกมา
ดูเหมือนมนุษย์ปกติทั่วๆ ไป
ก่อนหน้านี้ซูเหยียนไม่เคยเจอเขามาก่อน แสดงว่าคนที่โผล่มาปุบปับแบบนี้เป็นไปได้แค่สองทาง ทางแรกคือเขาเป็นคนในเมืองนี้ เพียงแต่ซูเหยียนที่เพิ่งเข้าดันเจี้ยนมาเพิ่งจะเคยเห็นหน้าเป็นครั้งแรก
แน่นอนว่า ก็ไม่อาจตัดความเป็นไปได้อีกทางหนึ่งออกไป
ผู้เล่น
ความคิดแล่นปรู๊ดปราดในหัว ซูเหยียนก็โพล่งขึ้นมาทันที "คี่เปลี่ยนคู่ไม่เปลี่ยน?"
"เครื่องหมายดูตามควอดรันต์!" ชายหนุ่มคนนั้นตื่นเต้นหนักกว่าเดิม เขาตบต้นขาฉาดใหญ่ "เป็น 'คนบ้านเดียวกัน' จริงๆ ด้วย!"
"เกิดอะไรขึ้น ผู้ช่วย คนรู้จักของนายเหรอ" นักสืบหมีดำหันมาถามซูเหยียนด้วยความสงสัย
"ก็ประมาณนั้นมั้ง" แววตาของซูเหยียนแฝงความระแวดระวังไว้แวบหนึ่ง
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายคือผู้เล่นไม่ผิดแน่
เพียงแต่ตามที่เขาสันนิษฐานไว้ ดันเจี้ยนรอบนี้ไม่น่าจะเป็นดันเจี้ยนหลายคนนี่นา แถมในข้อมูลที่สถาบันให้มาก็ไม่มีรายละเอียดของดันเจี้ยนนี้เลย
งั้นก็มีความเป็นไปได้แค่ทางเดียวแล้วล่ะ
ผู้เล่นคนนี้ก็เหมือนกับไป๋สือชี ที่แค่บังเอิญสุ่มมาเจอกับเขาในโลกเกมเดียวกัน
"นายรู้ได้ไงว่าฉันเป็นผู้เล่น"
สิบนาทีต่อมา นักสืบหมีดำก็พาซูเหยียนมาถึงสำนักงานนักสืบที่พวกเขาใช้เป็นที่พัก โดยมีซูเหยียนและผู้เล่นคนนั้นเดินตามมาติดๆ
หลังจากไล่นักสืบหมีดำไปพักผ่อนเสร็จ ซูเหยียนก็หันกลับมาถาม
"เมื่อกี้ตอนอยู่ที่แงร้านอาหาร พอเห็นนายโชว์ฝีมือปุ๊บ ฉันก็เดาได้เลยว่านายน่าจะเป็นผู้เล่น ไม่คิดเลยว่าจะเป็นจริงๆ แฮะ!" ผู้เล่นคนนั้นยิ้มกว้าง ตอบกลับอย่างไม่ปิดบัง
ในฐานะผู้เล่น อย่างน้อยก็ต้องมีสายตาที่เฉียบแหลมพอจะแยกแยะการใช้ทักษะออกอยู่แล้ว
"อ้อ ฉันชื่อหนงหมิงหย่วนนะ!"
หนงหมิงหย่วนดูเป็นคนผอมเพรียว ตาโต และดูเป็นคนร่าเริงสดใส
ซูเหยียนแอบระวังตัวอยู่ลึกๆ เขาซ่อนมือไว้ข้างหลัง เตรียมพร้อมจะงัดอาวุธเสริมของอุปกรณ์เคลื่อนย้ายสามมิติออกมาทุกเมื่อ
แต่ประโยคถัดมาของหนงหมิงหย่วนกลับทำเอาเขาชะงักงัน
"พวก นายสนใจจะตามฉันไปเจอผู้เล่นคนอื่นๆ ไหม"
...
[จบแล้ว]