- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญแล้วไง พอดีตรรกะผมมันโกง
- บทที่ 24 - นมโตแต่ไร้สมอง
บทที่ 24 - นมโตแต่ไร้สมอง
บทที่ 24 - นมโตแต่ไร้สมอง
บทที่ 24 - นมโตแต่ไร้สมอง
อู๋เยว่ตระหนักได้ว่า ตัวเองประเมินอะไรบางอย่างผิดไป
การเสแสร้งทำตัวโอ้อวดของผู้ชายตรงหน้ามาตั้งแต่ต้น มันไม่ได้เป็นแค่การเล่นสนุกธรรมดาๆ แต่เขาแข็งแกร่งขนาดนั้นจริงๆ
ตอนนี้ แรงมหาศาลที่ส่งมาจากฝ่ามือของอีกฝ่าย มันไม่เหมือนกับสมรรถภาพทางกายที่มนุษย์ควรจะมีเลยสักนิด
ซูเหยียนก้มหน้าลง มองทะลุรอยแยกของเสื้อผ้า เห็นมัดกล้ามที่ดูล่ำบึ้กจนขัดตานิดหน่อย แล้วก็ต้องยิ้มออกมาอย่างจนใจ
"สงสัยฉันคงจะกินไก่ทอดน้อยไปหน่อยสินะ"
การทัวร์ดันเจี้ยนหมู่บ้านสิ้นเทพ ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาเลย พละกำลังจำนวนมหาศาลที่กอบโกยมาจากลุงคุราชิมะ ได้กลายมาเป็นไพ่ตายของเขาในตอนนี้แล้ว
จากการทดสอบของซูเหยียน สมรรถภาพทางกายของเขาในตอนนี้ เหนือกว่าคนปกติทั่วไปหลายเท่าตัวเลยทีเดียว
"ถึงเวลาจบเรื่องตลกนี่สักที"
แค่จับทุ่มข้ามไหล่ครั้งเดียว ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของจางชิงหลิน ซูเหยียนก็จับอู๋เยว่ที่ตัวใหญ่กว่าเขาหนึ่งเท่าตัวกดลงกับพื้นได้สำเร็จ แล้วรัวหมัดใส่เป็นชุด
โชคดีที่พอกลายร่างเป็นมนุษย์กิ้งก่าแล้วมันดูน่าเกลียดสุดๆ ซูเหยียนเลยซัดได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร
"ยอมหรือยัง"
ผ่านไปพักใหญ่ ซูเหยียนก็ลุกขึ้นยืน เขามองดูอู๋เยว่ที่กลับคืนสู่ร่างเดิมในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
อู๋เยว่เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว "นาย... ตกลงว่านายเป็นใครกันแน่? คนของ 'กองกำลัง' หรือพวก 'นอกกฎหมาย'?"
ซูเหยียนแอบหรี่ตา ไม่คิดเลยว่ายัยนี่จะหูตาตลกว้างเหมือนกัน เขาไม่พูดอะไร ได้แต่ปัดฝุ่นที่มือ แล้วหันหลังเดินไปหาจางชิงหลิน
ส่วนจางชิงหลิน มองซูเหยียนแล้วก็เหมือนจะค้นพบอะไรบางอย่าง ความหวาดกลัวก่อนหน้านี้หายไปจนหมด เขาขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซิบถาม "รุ่นพี่ พี่ก็เป็นคนของ 'สถาบัน' เหมือนกันใช่ไหมครับ?"
"โอ๊ะ?" ซูเหยียนหยุดเดิน เผยสีหน้าประหลาดใจนิดหน่อย "ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?"
"มันเป็นแค่ความรู้สึกน่ะครับ" จางชิงหลินลูบหัวตัวเองด้วยความเขิน "ผมรู้สึกว่ากลิ่นอายในตัวพี่ มันคล้ายกับคนรอบๆ ตัวผมมากเลย ดูสะอาดสะอ้านดีครับ"
"อย่างน้อย พี่ก็คงไม่ใช่คนของกลุ่มอื่นแน่นอน"
ซูเหยียนไม่ได้ตอบอะไร เขาเดินกลับไปที่โต๊ะยาวอีกครั้ง แล้วหยิบยาเวทมนตร์ขวดที่สามขึ้นมา
"เมื่อกี้อู๋เยว่พยายามแทบตายเพื่อจะให้ฉันดื่มยาเวทมนตร์ขวดนี้ให้ได้ เธอรู้ได้ยังไงว่ายาขวดนี้มันมีพิษแน่นอน?"
"แต่ว่า ก่อนหน้านี้ยาขวดที่สอง ตอนที่จางชิงหลินดื่มเข้าไปกลับไม่เป็นอะไรเลย นี่มันหมายความว่ายังไงกัน?"
สมองของซูเหยียนปั่นป่วนไปหมด คิดยังไงก็คิดไม่ออก
ทุกอย่างกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง
ผ่านไปพักใหญ่ เขาก็วางยาเวทมนตร์ลง แล้วหัวเราะเยาะตัวเอง "หรือว่า ยาเวทมนตร์นี่จะใช้ไม่ได้ผลกับพวกคนโง่หว่า?"
ตอนนั้นเอง
[ติ๊ง เริ่มการกำหนดชะตา ผลการตัดสิน: กำหนดชะตาล้มเหลว——คุณเหลือสิทธิ์อีกสองครั้ง]
ซูเหยียนอึ้งไปนิด ก่อนที่แววตาจะสั่นไหวอย่างรุนแรง และท้ายที่สุดก็กลายเป็นความไม่อยากจะเชื่อ!
เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นมากะทันหันนี้ ทำให้เขาเข้าใจทุกอย่างได้อย่างถ่องแท้เลย
มิน่าล่ะ มิน่าก่อนหน้านี้มันถึงได้มีเรื่องแปลกๆ เยอะแยะไปหมด ถ้าเป็นแบบนี้ ทุกอย่างก็อธิบายได้แล้ว!
"จางชิงหลิน!" ซูเหยียนหันขวับกลับไปตะโกนถามเสียงดัง "ความสามารถของนายคืออะไร?"
"ความสามารถเหรอครับ?" จางชิงหลินยืนเอ๋อ ก่อนจะตอบซื่อๆ "ทักษะที่ผมสุ่มได้ก่อนเริ่มเกมคือ 'ตุ๊กตาล้มลุก' สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ได้ในระดับสูง ส่วนพรสวรรค์คือ 'ชาวนากับงู' สามารถ..."
"ใครถามเรื่องนั้นกันล่ะ?!" ซูเหยียนรีบพูดแทรก ก่อนจะเน้นย้ำทีละคำ "ฉันถามว่า 'ความสามารถ' ในเกมนี้ของนายคืออะไรต่างหาก!"
จางชิงหลินอึ้งไปนิด ในที่สุดก็เข้าใจกระจ่าง "อ๋อ หมายถึงเรื่องนี้นี่เอง เกือบลืมไปเลย ความสามารถของผมก็คือ... [เนตรหยั่งรู้] ครับ"
เนตรหยั่งรู้ เนตรหยั่งรู้งั้นเหรอ... ซูเหยียนทวนคำนี้ซ้ำไปซ้ำมาในใจ ก่อนจะเดินจ้ำอ้าวไปหาอู๋เยว่
"คายออกมา" เขามองผู้หญิงที่กำลังกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ แล้วออกคำสั่งเสียงเย็น
สีหน้าของอู๋เยว่ซีดเผือดลงไปอีก จากนั้นเธอก็หันหน้าไปอ้วกเอาน้ำยาสีดำกองใหญ่ออกมาจากปากจริงๆ
ยาเวทมนตร์ที่เธอดื่มเข้าไปเมื่อกี้ ไม่ได้ถูกย่อยในร่างกายเลยแม้แต่นิดเดียว
"แล้วความสามารถของเธอล่ะคืออะไร?"
"คอก แค่ก... ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เองสินะ ความสามารถที่ฉันได้รับมา... ได้รับมาก็คือ... [ขย้อนกลับ]" อู๋เยว่พูดไปไอไป
มิน่าล่ะ มิน่าเธอถึงสามารถขย้อนยาที่ดื่มเข้าไปในท้องออกมาได้หมดจดไม่เหลือแม้แต่หยดเดียวแบบนี้
แววตาของซูเหยียนมีความซับซ้อนฉายชัดขึ้นมา เขาไม่คิดเลยว่าเกมในรอบนี้ มันจะเป็นดันเจี้ยนแบบ 'ร่วมมือ' อย่างแท้จริงและหมดจดขนาดนี้
ขอแค่ทุกคนในทีมยอมแลกเปลี่ยนข้อมูลของตัวเองโดยไม่ปิดบัง เกมนี้ก็สามารถเคลียร์ได้อย่างง่ายดายสุดๆ ไปเลย
บ้าบอที่สุด
"อ๋อ!" ตอนนั้นเอง จางชิงหลินเพิ่งจะรู้ตัวและเข้าใจสถานการณ์ เขาหันไปมองซูเหยียน "รุ่นพี่ หรือว่าพี่ก็มีความสามารถคล้ายๆ กันด้วยเหรอครับ?"
ใช่แล้ว
ซูเหยียนมองยาเวทมนตร์บนโต๊ะ
ตั้งแต่แรกเริ่ม ดันเจี้ยนก็มอบกุญแจในการเคลียร์เกมให้พวกเขามาแล้ว
อู๋เยว่ได้รับความสามารถ 'ขย้อนกลับ' ทำให้สามารถเก็บยาที่ดื่มลงไปไว้ในกระเพาะ หรือจะขย้อนออกมาก็ได้
จางชิงหลินได้รับความสามารถ 'เนตรหยั่งรู้' ทำให้สามารถมองเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เขามองเห็นได้เพียงคนเดียว
ส่วนซูเหยียนได้รับความสามารถ 'กำหนดชะตา' เพื่อใช้ 'กำหนดชะตา' ฤทธิ์ของตัวยา
ถึงจะไม่รู้ว่าลูกพี่หู่ได้รับความสามารถอะไรมา แต่มันก็คงเป็นสิ่งที่ช่วยให้พวกเขาสามารถเคลียร์เกมยาเวทมนตร์ได้เร็วขึ้นแน่ๆ
ตามหลักแล้ว ควรจะให้อู๋เยว่เป็นคนลองยา เพราะคนที่มีความสามารถขย้อนกลับอย่างเธอไม่มีความเสี่ยงที่จะโดนพิษเล่นงาน ส่วนจางชิงหลินก็ใช้เนตรหยั่งรู้คอยบอกสิ่งที่เขาค้นพบให้ซูเหยียนฟัง และสุดท้ายก็ให้ซูเหยียนเป็นคนวิเคราะห์ความจริงของยาเวทมนตร์ออกมา
ขอแค่ค้นพบความจริงข้อนี้ พวกเขาทุกคนก็สามารถดื่มยาเวทมนตร์ได้อย่างปลอดภัยแล้ว
พูดน่ะมันง่าย แต่ในนั้นกลับมีกับดักที่ไม่มีใครสังเกตเห็นซ่อนเอาไว้อยู่
ไม่มีใครยอมบอกความสามารถที่ตัวเองได้รับให้คนอื่นฟังตรงๆ หรอก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในดันเจี้ยนเกมที่เต็มไปด้วยวิกฤตความตายอยู่ตลอดเวลาแบบนี้เลย
นี่แหละคือความน่ากลัวของ 'สันดานมนุษย์' ซูเหยียนเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมสถาบันถึงไม่ยอมเปิดเผยดันเจี้ยนพวกนี้ให้นักเรียนรู้
"จางชิงหลิน ก่อนหน้านี้เนตรหยั่งรู้ของนาย 'พินิจพิเคราะห์' เห็นอะไรบ้าง?" ซูเหยียนถาม
จางชิงหลินไม่ได้ตอบทันที แต่ยืนกลุ้มใจคิดอยู่ตรงนั้นพักใหญ่ กว่าจะตอบกลับมาด้วยประโยคสั้นๆ
"ข้อแรก ตอนที่พี่อู๋เยว่ดื่มยาเวทมนตร์ขวดแรกเข้าไปหนึ่งส่วน ในสายตาผม ยามันเปลี่ยนเป็นของเหลวขุ่นๆ ขอเรียกว่า 'พิษ' ก็แล้วกันครับ"
"ข้อสอง ตอนที่ลูกพี่หู่ดื่มยาเวทมนตร์เก้าส่วนที่เหลือ ผมกลับมองไม่เห็น 'พิษ' อยู่ในยาขวดนั้นเลย"
"ข้อสาม ยาตอนที่ยังวางอยู่บนโต๊ะ กับตอนที่ผมดื่มเข้าไป ผมก็มองไม่เห็น 'พิษ' อะไรเลยเหมือนกัน"
จางชิงหลินคิดหนักอยู่นาน "มันดูไม่สมเหตุสมผลเลย ตกลงมันเป็นเพราะอะไรกันแน่ครับ?"
ตรงมุมห้อง อู๋เยว่ตั้งใจฟังคำบอกเล่าของจางชิงหลิน จากนั้นก็เค้นสมองคิดตาม เธอรู้ดีว่านี่คือเบาะแสสุดท้ายที่จะใช้เคลียร์เกมยาเวทมนตร์นี้แล้ว
แต่ไม่นานเธอก็ตกอยู่ในความสับสน ข้อสันนิษฐานทุกอย่างล้วนมีจุดขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ซึ่งนั่นทำให้เธอแทบจะประสาทแดก
ก็พรสวรรค์ของเธอคือ 'นมโตแต่ไร้สมอง (ระดับ D)' นี่นา ทุกครั้งที่ร่างกายเติบโตและพัฒนาขึ้น เสน่ห์ของเธอจะเพิ่มขึ้นระดับหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันสติปัญญาก็จะลดลงระดับหนึ่งเช่นกัน!
การที่รอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้ เธอก็พยายามเต็มที่แล้วจริงๆ
[จบแล้ว]