- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญแล้วไง พอดีตรรกะผมมันโกง
- บทที่ 18 - ผู้ทดสอบระบบ
บทที่ 18 - ผู้ทดสอบระบบ
บทที่ 18 - ผู้ทดสอบระบบ
บทที่ 18 - ผู้ทดสอบระบบ
ซูเหยียนเลิกคิ้วขึ้น
หนึ่งแสนเครดิต ถ้านับช่วงก่อนที่เกมสยองขวัญจะจุติลงมา ก็ถือว่าเป็นเงินก้อนโตไม่น้อยเลย ราคาที่เสนอมานี้มันเหนือความคาดหมายของซูเหยียนไปมาก
เขาเริ่มตระหนักได้ว่า แค่อาศัยการขายข้อมูลเกม ก็สามารถสะสมเครดิตได้มหาศาลแล้ว
"ผมไม่มีปัญหาครับ" ซูเหยียนพยักหน้า
ถึงแม้จากท่าทีของโจวหมิง จะเห็นได้ชัดว่าข้อมูลชุดนี้ของเขายังมีมูลค่าสูงกว่านี้ได้อีก แต่เขาก็ไม่มีกะจิตกะใจจะเดินเส้นทางสาย 'สถาบัน' หรอก ดังนั้นการยอมลดแลกแจกแถมให้บ้างในเรื่องนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
บนใบหน้าของโจวหมิงเผยให้เห็นรอยยิ้มอย่างจริงใจ เขาชื่นชมซูเหยียนคนนี้เอามากๆ
"ซูเหยียน แล้วหลังจากนี้ล่ะ เธอมีแผนจะทำอะไรต่อไปไหม?"
ซูเหยียนขยับตัวนั่งตัวตรง เขารู้แล้วว่ากำลังจะเข้าเรื่องสำคัญ
ตลอดสามปีที่เกมสยองขวัญจุติลงมา โครงสร้างทางสังคมโดยรวมได้รับผลกระทบอย่างหนัก
สิ่งที่สะท้อนให้เห็นชัดเจนที่สุดในสถาบันก็คือ พวกเขาได้ทำการควบรวมโรงเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลายเข้าด้วยกัน ยกเลิกวิชายิบย่อยที่ไม่มีประโยชน์ทิ้งไป แล้วหันมาใช้ระบบการสอนแบบบูรณาการแทน
แม้ว่าคนรุ่นพวกเขาจะเป็นเพียงแค่รุ่นทดลอง แต่ระบบนี้ก็ถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์แบบแล้ว
นักเรียนจะต้องใช้เวลาห้าปีในการเรียนรู้ความรู้รอบตัว ทักษะการเอาตัวรอด กรณีศึกษาของเกม และวิธีเคลียร์เกม เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ตัวเองเมื่ออายุครบสิบแปดปี เพื่อให้ได้รับเวลาปลอดภัยสามปีหรือมากกว่านั้น
หลังจากนั้น นักเรียนที่รอดชีวิตสามารถเลือกได้ว่าจะเดินออกจากสถาบันเพื่อก้าวเข้าสู่สังคม และใช้ชีวิตในช่วงเวลาที่อาจจะเป็นช่วงสุดท้ายอย่างมีความสุข
แน่นอนว่า มันก็ยังมีอีกทางเลือกหนึ่ง
เป็นไปตามที่ซูเหยียนคาดไว้ โจวหมิงได้ยื่นข้อเสนอมาให้
"ซูเหยียน เธอสนใจจะเรียนต่อในสถาบัน เพื่อก้าวขึ้นมาเป็น 'ผู้ตรวจสอบ' หรือ 'อาจารย์' ไหม?" โจวหมิงเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
"ครูขอพูดตรงๆ เลยนะ ในเมื่อเธอเป็นผู้ถูกบังคับเข้าเกม หลังจากนี้ต่อให้เธอไม่อยากเล่น เธอก็ต้องเผชิญหน้ากับการจุติลงมาของเกมสยองขวัญไปเรื่อยๆ จนกว่าเธอจะตายนั่นแหละ"
"สถาบันต้องการประสบการณ์ของเธอ และพวกเราก็สามารถให้ความช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่ทำได้กับเธอ"
"แต่มีข้อแม้ว่า เธอต้องเข้าร่วมกับพวกเรา"
ซูเหยียนจมดิ่งสู่ความคิด
'สถาบัน' ดูเหมือนจะเป็นองค์กรเชิงพาณิชย์มากกว่าองค์กรการกุศล การสอนนักเรียนเป็นเพียงแค่หนึ่งในธุรกิจของพวกเขาเท่านั้น
เป้าหมายที่ 'สถาบัน' ประกาศต่อสาธารณชนก็คือ การนำข้อมูลดันเจี้ยนแต่ละแห่งมาวิเคราะห์ เพื่อหาวิธีการเคลียร์เกมสยองขวัญทุกรูปแบบให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขามุ่งมั่นที่จะรวบรวมดันเจี้ยนรูปแบบต่างๆ มาโดยตลอด
และเมื่อสืบสาวไปถึงต้นตอ ต่อให้ผู้ถูกบังคับเข้าเกมจะมีอัตราการเข้าเกมแค่ห้าสิบวันต่อครั้ง แต่จำนวนดันเจี้ยนที่พวกเขาสามารถหามาให้ได้ ก็ยังเป็นตัวเลขที่คนธรรมดาเทียบไม่ติดอยู่ดี
เบื้องหลัง 'สถาบัน' จะต้องมีสายป่านทางการเงินขนาดมหึมาซ่อนอยู่ ซึ่งสามารถให้การสนับสนุนซูเหยียนได้มากกว่าที่เขาจะหาได้ด้วยตัวเองอย่างแน่นอน
แต่ทว่า ไม่มีของฟรีในโลกหรอกนะ
"ต้องขอโทษด้วยครับ อาจารย์โจว" หลังจากคิดทบทวนอยู่นาน ในที่สุดซูเหยียนก็เอ่ยปาก "ตอนนี้ผมยังไม่มีความคิดที่จะเข้าร่วมกับสถาบันเลยครับ"
"อย่างนั้นเหรอ..." โจวหมิงแสดงสีหน้าเข้าใจ แต่ก็แฝงไปด้วยความเสียดาย
"แต่ว่า" ซูเหยียนเปลี่ยนเรื่องสนทนาทันที
"ผมยินดีที่จะนำข้อมูลดันเจี้ยนทุกครั้งที่ผมเคลียร์ได้มาเสนอขายให้สถาบันเป็นที่แรก เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ผมขอแค่ให้สถาบันมอบ 'ความรู้' ให้ผมก็พอครับ"
"เรื่องนี้..." โจวหมิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ "ครูเข้าใจความหมายของเธอนะซูเหยียน แต่ว่า... มันไม่ใช่สิ่งที่ดันเจี้ยนล้ำค่าเพียงดันเจี้ยนเดียวจะสามารถนำมาแลกเปลี่ยนได้หรอกนะ"
"เธอต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเองให้สถาบันเห็นก่อน"
"ผมจะทำแน่ครับ" ซูเหยียนเข้าใจความหมาย เขาลุกขึ้นยืน "ในเร็วๆ นี้แหละครับ"
"ซูเหยียน เธอคือนักเรียนที่ครูมองว่ามีแววที่สุดในรอบสามปีนี้เลยนะ" โจวหมิงลุกขึ้นยืนเช่นกัน เพื่อเตรียมตัวส่งแขก
ซูเหยียนคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "ขอบคุณครับ"
"การที่สถาบันไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลดันเจี้ยนเกมสยองขวัญที่เจาะลึกไปกว่านี้ให้นักเรียนรู้ มันไม่ได้มีความหมายแอบแฝงอะไรลึกซึ้งหรอก" โจวหมิงส่ายหน้า จู่ๆ ก็พูดถึงประเด็นที่ซูเหยียนกำลังสนใจอยู่พอดี
"แต่เธอต้องจำไว้นะ สิ่งที่อันตรายที่สุดในเกมสยองขวัญ ไม่เคยเป็นตัวดันเจี้ยนเลย แต่เป็น 'สันดานดิบของมนุษย์' ต่างหาก"
"สันดานดิบของมนุษย์..." ซูเหยียนพึมพำกับตัวเองสองสามคำ เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงหันไปถามโจวหมิง "ผมจะต้องเจอกับอะไรบ้างครับ?"
"เยอะแยะไปหมด!" โจวหมิงกำหมัดแน่น
"เธอเป็นคนฉลาด เพราะงั้นตอนที่เธอเคลียร์ดันเจี้ยนเสร็จ เธอก็น่าจะสังเกตเห็นแล้วว่า มันยังมีอีกเส้นทางหนึ่งนอกเหนือจากการเลือกรับเวลาปลอดภัย!"
"มีคนยอมทิ้งเวลาปลอดภัย เพื่อเข้าไปเล่นเกมสยองขวัญซ้ำแล้วซ้ำเล่าจริงๆ เหรอครับ?" ซูเหยียนไม่เข้าใจตรรกะความคิดของคนพวกนั้นเลย
"โลกใบนี้มันเปลี่ยนไปจากเมื่อสามปีก่อนมากแล้ว" โจวหมิงหัวเราะเจื่อนๆ "อีกอย่าง ตัวเกมสยองขวัญเองมันก็ไม่ได้ยุติธรรมตั้งแต่แรกแล้ว"
"บรรดา 'ผู้ถูกเลือก' ที่ได้รับพรสวรรค์ระดับ A มาตั้งแต่เกิด ระดับความยากในการเคลียร์เกมของพวกเขามันก็ต่างจากคนธรรมดาราวฟ้ากับเหวไปตั้งนานแล้ว พวกเขาไม่ต้องเผชิญกับวิกฤตความเป็นความตาย ดันเจี้ยนส่วนใหญ่ก็ทำอะไรพวกเขาไม่ได้เลย"
"แล้วก็ยังมีพวกลัทธิคลั่งไคล้ที่หลงใหลในความตายและเรื่องลี้ลับ พวกเขายอมเดินบนเส้นด้าย ยอมทำเรื่อง 'นอกกฎหมาย' สารพัด สำหรับคนพวกนี้ โลกแห่งความเป็นจริงต่างหากที่เหมือนเกมสยองขวัญมากกว่า"
"ที่แปลกประหลาดที่สุดก็คือพวก 'ผีพนัน' ที่ลุ่มหลงในโลกแห่งความเป็นจริง คนพวกนี้เบื่อหน่ายโลก แต่กลับกระโจนเข้าใส่เกมสยองขวัญอย่างบ้าคลั่ง เพื่อไขว่คว้าหาพลังที่จะนำมาใช้เสวยสุขในโลกแห่งความเป็นจริง"
"และยังมีพวกนอกรีตอีกมากมายก่ายกอง การจุติลงมาของเกมสยองขวัญ มันอาจจะเป็นงานปาร์ตี้สุดสยองของโลกแห่งความเป็นจริงก็เป็นได้นะ"
"ส่วน 'ผู้ถูกบังคับเข้าเกม' แบบเธอนั้น อันที่จริงภายในสถาบันของเรา ก็มีคำนิยามที่แตกต่างออกไปเหมือนกัน..." ดวงตาของโจวหมิงทอประกายวาบ " 'ผู้ทดสอบระบบ' ไงล่ะ!"
"ผู้ทดสอบระบบเหรอครับ?" ซูเหยียนอึ้งไปเลย
"ใช่แล้ว ถ้าเรามองเกมสยองขวัญว่าเป็นแค่เกมๆ หนึ่งตามความหมายตรงตัวล่ะก็ มันก็ต้องมีการ 'ปรับแต่งค่าพารามิเตอร์' แน่ๆ!"
"พวกเธอที่ถูกบังคับให้เข้าไปในเกมสยองขวัญก่อนจะบรรลุนิติภาวะ จะต้องมีเหตุผลมารองรับแน่ๆ" โจวหมิงพูด "ที่ปลายทางอีกด้านของการทำลาย 'กฎเกณฑ์' มันอาจจะเป็นการสร้าง 'กฎเกณฑ์' ขึ้นมาใหม่ก็ได้นะ"
ไม่รู้ทำไม ซูเหยียนถึงนึกไปถึงฉากสุดพิลึกพิลั่นตอนที่พรสวรรค์ของเขาแผลงฤทธิ์ในดันเจี้ยนหมู่บ้านสิ้นเทพขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
พรสวรรค์ของเขา มันจะอยู่แค่ระดับ F แค่นี้จริงๆ เหรอ?
"อาจารย์โจว ขอบคุณมากนะครับ บุญคุณครั้งนี้ผมจะจดจำไว้"
ซูเหยียนดึงสติกลับมา แล้วมองโจวหมิงด้วยความซาบซึ้งใจ
เขารู้ดีว่า 'ความรู้' ที่โจวหมิงยอมเปิดเผยให้เขาฟังในวันนี้ มันอยู่ในระดับที่ต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะถูกลงโทษแล้ว
"ครูก็แค่ 'ลงทุน' ไว้ก่อนก็เท่านั้นแหละ" โจวหมิงยิ้มเจื่อนๆ "การปั้นนักเรียนเก่งๆ ออกมาได้ มันก็ถือเป็นการช่วยชีวิต 'อาจารย์' อย่างพวกเราไปในตัวเหมือนกันนั่นแหละ"
วิธีการทำงานของชายวัยกลางคนอย่างโจวหมิง ค่อนข้างจะติดสไตล์ 'สถาบัน' แบบดั้งเดิมไปสักหน่อย แต่ซูเหยียนก็ไม่ได้เกลียดอะไร
"ลาก่อนครับอาจารย์โจว ไว้กลับมาคราวหน้า ผมจะเอาข้อมูลดันเจี้ยนมาเป็นข้อแลกเปลี่ยนสำหรับความรู้ที่คู่ควรนะครับ"
"ขอให้เธอปลอดภัยนะ"
"อาจารย์ก็ด้วยครับ"
...
[จบแล้ว]