- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญแล้วไง พอดีตรรกะผมมันโกง
- บทที่ 14 - ใครฆ่าแมวของฉัน
บทที่ 14 - ใครฆ่าแมวของฉัน
บทที่ 14 - ใครฆ่าแมวของฉัน
บทที่ 14 - ใครฆ่าแมวของฉัน
"อิเคดะกับคุราชิมะไม่ใช่คนดีอะไรในแบบที่คนทั่วไปเข้าใจหรอก แต่ที่น่ายินดีก็คือ ในที่สุดพวกเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ก่อนที่โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้น"
"คุราชิมะน่าจะตื่นจากความฝันในอาชีพเชฟเพราะพ่อแม่ด่วนจากไป ส่วนอิเคดะก็เริ่มรู้สึกหวาดกลัวเป็นครั้งแรกหลังจากที่มีลูก"
"ดังนั้นอิเคดะจึงกลับมาที่หมู่บ้าน แล้วเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านสิ้นเทพ จากนั้นอาศัยการค้นคว้าตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาก็จัดการทำลายศาลเจ้าของแกจนราบเป็นหน้ากลองอย่างเฉียบขาด"
"ส่วนคุราชิมะนี่หัวรุนแรงกว่าเยอะ เขาไปตามหามาดาราเมะ สึบากิที่แก่หง่อมแล้วฆ่าทิ้งซะ"
"ระหว่างที่ทำเรื่องพวกนี้ ทั้งสองคนก็บังเอิญเจอฮารุกิที่กลับมาที่หมู่บ้านพอดี"
"ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยดี"
"อิเคดะไม่มีฝีมือโดดเด่นอะไรอีกต่อไป ทนเปิดร้านดอกไม้ไฟประทังชีวิตไปวันๆ"
"คุราชิมะได้ลงโทษตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่มือของเชฟต้องเปื้อนเลือด เขาก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องเส้นทางทำอาหารอีกต่อไป เขาเลือกที่จะเป็นแค่เถ้าแก่ร้านขายเนื้อธรรมดาๆ"
"ฮารุกิไม่มีทางเลือก ทำได้แค่เปิดโรงเรียนในหมู่บ้านสิ้นเทพ ดึงเอาเด็กๆ จากหมู่บ้านข้างเคียงมาสอนหนังสือ เพราะเขายังมี 'เรื่อง' ที่ต้องทำ"
"สิ่งที่อิเคดะกับคุราชิมะไม่ทันสังเกตก็คือ ฮารุกิไม่เหมือนกับพวกเขา ฮารุกิรับไม่ได้ที่ตัวเองต้องกลายเป็นคนธรรมดาสามัญ..."
"และที่สำคัญที่สุดก็คือ แกยังไม่ได้ถูกทำลายไปอย่างสมบูรณ์"
"สุดท้าย ภัยพิบัติก็เกิดขึ้นจนได้..."
ซูเหยียนหันกลับไปมองด้านล่างภูเขา ทิวทัศน์ที่แปรเปลี่ยนไปอย่างไร้จุดจบ เสียงลมที่พัดผ่านราวกับเจือปนไปด้วยเสียงโหยหวนของวิญญาณจำนวนมหาศาล
"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าสุดท้ายแล้วอิเคดะกับคุราชิมะทำอะไรลงไป แต่เห็นได้ชัดเลยว่า ถึงแกจะคืนชีพกลับมาได้ แต่แกก็ถูกขังอยู่ในจุดตัดของมิติและเวลานี้"
"แกกลายเป็นพวกโรคจิตประสาทแดก อีกแค่นิดเดียว แกไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนหมู่บ้านสิ้นเทพให้กลายเป็นสารอาหารของแกได้ทั้งหมด แต่แกยังสูบเลือดสูบเนื้อได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดด้วย"
"แต่ตอนนี้ แกทำได้แค่ไประบายความโกรธใส่คนไม่กี่คนในหมู่บ้านสิ้นเทพ"
"แกเปลี่ยนคุราชิมะที่เคยพิถีพิถันให้กลายเป็นคนขายเนื้อเปื้อนเลือด แกพาลใส่ฮารุกิทำให้เขากลายเป็นครูบ้านนอกที่หัวโบราณและใจแคบ ส่วนอิเคดะ ฮินะที่เป็นสายเลือดคนสุดท้ายของตระกูลอิเคดะ ยิ่งถูกแกกระชากวิญญาณออกมาทรมานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด"
"จนกระทั่งท่ามกลางความเป็นนิรันดร์อันแสนบ้าคลั่งนี้ การปรากฏตัวของ 'คนนอก' อย่างฉัน ก็ทำให้แกมองเห็นความหวังอีกครั้ง"
"แกต้องการสายเลือดหมู่บ้านสิ้นเทพที่ 'ไร้มลทิน' เพื่อมาทำพันธสัญญาแบบ 'สมัครใจ' กับแกอีกครั้ง ซึ่งเดิมทีมันไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว"
"ดังนั้นแกเลยค่อยๆ ชักนำให้ฉันค้นพบความจริงที่แกจัดฉากเอาไว้ แล้วบีบให้ฉันต้องหาวิธี 'เอาตัวรอด' ซึ่งเป็นความหวังเดียวที่มีในตอนท้าย"
"และนี่แหละ คือสิ่งที่เรียกว่าความจริง"
ซูเหยียนค่อยๆ อธิบายข้อสันนิษฐานของตัวเองออกมา ยิ่งพูดไป เทพแห่งพรสวรรค์ก็ยิ่งเงียบกริบ อากาศรอบตัวก็ยิ่งทวีความหนาวเย็นยะเยือก
ในที่สุด
"ฉันไม่เข้าใจเลย ในเมื่อแกเดาตัวตนที่แท้จริงของฉันได้แล้ว ทำไมแกถึงยังมารนหาที่ตายอยู่ที่นี่อีกล่ะ?"
เทพแห่งพรสวรรค์ลอยตัวขึ้น เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวโดยไม่มีลมพัด กลายสภาพเป็นหนอนสีเลือดสุดสยองทีละตัวๆ
"ยอมเก็บความลับนี้ไว้ในใจแต่โดยดี แล้วก็หนีออกจากโลกใบนี้ไปแบบโง่ๆ บางทีอาจจะเป็นเรื่องดีสำหรับแกก็ได้นะ"
"แต่ตอนนี้ ไม่มีอะไรจะมาปกป้องแกได้อีกแล้ว!"
ซูเหยียนรู้สึกรัดแน่นไปทั้งตัว ร่างกายเหมือนถูกแรงมหาศาลที่มองไม่เห็นโอบรัดเอาไว้ แล้วกระชากขึ้นไปบนอากาศอย่างแรง!
พลังนี้แตกต่างจากเรื่องลี้ลับก่อนหน้านี้ มันป่าเถื่อนและทำให้หายใจไม่ออก
รอยรัดสีม่วงช้ำปรากฏขึ้นบนลำคออย่างไร้ร่องรอย แววตาของซูเหยียนฉายแววเจ็บปวด
"ต้องยอมรับเลยว่า แกฉลาดกว่าพวกชาวบ้านโง่เขลาพวกนั้นเยอะ น่าเสียดายที่ความฉลาดของแกมันกลับมาทำร้ายตัวแกเอง"
"ตอนนี้ ก็จงชดใช้ให้กับความอวดฉลาดของแกซะเถอะ..."
"แค่ก แค่กๆๆ!"
จู่ๆ ก็มีอากาศไหลทะลักเข้าปอด แต่ตามมาด้วยรสคาวเลือดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ ซูเหยียนไอออกมาอย่างรุนแรง
ในวินาทีนั้นเขาสัมผัสได้เลยว่ากระดูกทั่วทั้งร่างกำลังถูกบีบอัดอย่างรุนแรง มีแค่ส่วนหัวเท่านั้นที่ยังพอขยับได้นิดหน่อย
เห็นได้ชัดว่าเทพแห่งพรสวรรค์ต้องการจะรอดูภาพความหวาดกลัวดิ้นรนก่อนตายของเขา
ซูเหยียนไม่สนใจสายตาประสงค์ร้ายของเทพแห่งพรสวรรค์ เขาพยายามก้มหัวลงอย่างยากลำบาก เพื่อมองดูหน้าต่างข้อมูลของเกม
[ความคืบหน้าของโลกในเกม: 95%]
"แฮ่... แฮ่... ฉันยอมเปลืองน้ำลายด่ากราดกับไอ้โง่อย่างแกมาตั้งนาน... นี่แกกะจะบีบให้ฉันตายเลยใช่ไหมเนี่ย..."
น้ำสีเลือดแดงฉานไหลทะลักออกจากปากไม่หยุด ย้อมฟันของซูเหยียนจนแดงเถือก แต่เขากลับลอยอยู่กลางอากาศแล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่งสลับกับเสียงหอบ
"อะไรนะ... แกกำลังพูดกับใคร...?"
เทพแห่งพรสวรรค์ฉายแววสับสนในดวงตา
"ก็ต้อง... แค่กๆ... พูดกับไอ้ตัวเลขที่... อยู่มาตลอดทั้งดันเจี้ยน... แล้วก็ไม่เคยมีประโยชน์อะไรเลยพวกนี้น่ะสิ"
หน้าอกของซูเหยียนกระเพื่อมขึ้นลงอย่างยากลำบาก บนใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเลือดเผยรอยยิ้มที่ชวนให้ขนลุก
"ในหมู่บ้านสิ้นเทพทั้งหมดนี้ เต็มไปด้วยวิญญาณร้ายและสัตว์ประหลาดที่ถูกแกทำให้แปดเปื้อนไปหมดแล้ว"
"แต่ในโลกที่เวลาและพื้นที่ถูกตัดขาดแห่งนี้ ก็ยังคงมีมนุษย์หลงเหลืออยู่อีกหนึ่งคน"
"อิเคดะ ฮินะ วิญญาณที่ถูกแกทรมานอยู่ในห้วงอวกาศอันเป็นนิรันดร์นี้นับปีไม่ถ้วน ก็คือ 'ฉัน' ด้วยเหมือนกัน"
"ภารกิจของฉันคือหนีออกจากหมู่บ้านสิ้นเทพ แต่มีเพียงตอนที่ฉันเข้าใจแก่นแท้ของภารกิจนี้อย่างถ่องแท้เท่านั้น ฉันถึงจะทำภารกิจที่แทบเป็นไปไม่ได้นี้ให้สำเร็จได้"
"คำใบ้ของซุปเนื้อชามนั้น คือคำใบ้สุดท้ายที่ระบบมอบให้ฉัน นั่นก็คือ แกสามารถรับความแปดเปื้อนได้ แต่ห้ามรับมากเกินไปเด็ดขาด"
"HE คือการที่ฉันดื่มซุปเนื้อที่คุราชิมะให้มาในตอนนั้น มันจะทำให้ฉันสามารถมองทะลุหมอกขาวรอบนอกหมู่บ้านสิ้นเทพไปได้ในขณะที่ต้องทนรับความแปดเปื้อน และสุดท้ายก็หา 'ทางออก' เจอ ณ จุดใดจุดหนึ่งในเขตรอบนอก หนีออกจากสถานที่คุมขังแห่งนี้ แล้วกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงได้สำเร็จ"
"และนี่ก็คือเหตุผลที่แกพยายามขัดขวางไม่ให้ฉันกินซุปเนื้อนั่นไงล่ะ"
"ส่วน BE ก็คือการยอมทำพันธสัญญาแกอีกครั้งด้วยสายเลือดชาวหมู่บ้านสิ้นเทพที่บริสุทธิ์ ภายใต้การชักนำทีละก้าวของแก เพื่อให้แกหลุดพ้นจากมิติเวลาอันไร้จุดจบนี้"
"แกก็จะยังคงสูบกินวิญญาณของอิเคดะ ฮินะจนหมดสิ้นเหมือนเดิม เพียงแต่แกจะได้รับอิสรภาพ ส่วนฉัน ก็จะได้รับการประเมินผลที่สูงขึ้น"
เมื่อเห็นรอยยิ้มอย่างมั่นใจของซูเหยียน รูม่านตาของเทพแห่งพรสวรรค์ก็สั่นไหว จู่ๆ มันก็รู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ในเมื่อเป็นแบบนี้ แล้วทำไมแกถึงไม่ยอมร่วมมือกับฉันดีๆ ล่ะ?"
"ฉันก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกันแหละน่า..." ซูเหยียนถอนหายใจอยู่กลางอากาศ
"ฝั่ง HE ฉันพลาดโอกาสรับความแปดเปื้อนไปแล้ว ส่วน BE มันก็เข้าทางแกเกินไป ฉันก็เลยไม่มีทางเลือก ทำได้แค่ลองจบแบบ TE ดูสักตั้งล่ะนะ~"
ร่างของเทพแห่งพรสวรรค์สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามาในดวงตาของมัน
มันพบด้วยความประหลาดใจว่า พลังของตัวเองที่กำลังเล่นงานซูเหยียนอยู่กำลังสลายหายไปอย่างรวดเร็ว แถมร่างกายของมันกลับเริ่มเชื่องช้าลงอย่างหนัก
ความรู้สึกถูกรัดแน่นแล่นปราดมาจากลำคอ สิ่งที่แทงทะลุร่างของมันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ก็คือ... เข็มขัดหนังเส้นหนาที่รัดแน่นจนตึงเปรี๊ยะ
ภายใต้สายตาที่ตื่นตระหนก คือรอยยิ้มราวกับปีศาจของซูเหยียน
"ใครใช้ให้... แกฆ่าแมวของฉันล่ะ?"
[จบแล้ว]