เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 89 สองมือควบคุมกระบี่สี่เล่ม

ตอนที่ 89 สองมือควบคุมกระบี่สี่เล่ม

ตอนที่ 89 สองมือควบคุมกระบี่สี่เล่ม


ตอนที่ 89 สองมือควบคุมกระบี่สี่เล่ม

ลู่ซิงเหยียนเริ่มจากการติดอาวุธและของวิเศษในรูปแบบที่แตกต่างกันสำหรับรากวิญญาณแต่ละธาตุของตนเอง โดยหลอมศาสตราระดับเสมือนเซียนขึ้นมาถึง 10 ชิ้น

นางถือกรรมสิทธิ์กระบี่ระดับเซียน 4 เล่ม พร้อมด้วยริบบิ้น กำไล โล่ พัด มีดสั้น และคทา สำหรับรากวิญญาณธาตุอื่นๆ

ลู่ซิงเหยียนสะกดจิตตัวเอง "ถึงแม้จะไม่มีทัณฑ์อัสนีมาชำระล้าง และเป็นเพียงระดับเสมือนเซียน แต่ต้นทุนมันก็ต่ำ แค่ควบคุมกระบี่ระดับเซียนสี่เล่มแทงมั่วๆ ก็ฆ่าคนได้แล้ว"

[ท่านเป็นนาจาหรือไง? มีแค่สองมือแต่กลับถือกระบี่ตั้งสี่เล่ม]

แม้จะรู้ดีว่าวิถีการบำเพ็ญเพียรของลู่ซิงเหยียนนั้นประหลาดพิสดาร แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นนางติดอาวุธแหวกแนวเช่นนี้

[นี่แหละที่เรียกว่าการข่มขวัญศัตรูด้วยรัศมีความน่าเกรงขาม]

ลู่ซิงเหยียนไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก นางเลือกวัสดุที่เหลือแล้วยกค้อนหลอมศาสตราขึ้นมาอีกครั้ง

[ท่านเพิ่งจะทำของวิเศษสำหรับรากวิญญาณทั้งสิบธาตุเสร็จไปไม่ใช่หรือ?]

[ชิ้นนี้ทำให้เล่อเจิ้งเยี่ยนต่างหาก]

[โฮสต์ ท่านช่างใจดีเหลือเกิน]

ระบบเหล่าลิ่วลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา คาดเดาว่าตั้งแต่เด็กจนโต เขาคงไม่ค่อยได้รับของขวัญสักเท่าไรนัก

หากจู่ๆ มีคนมอบกระบี่ระดับเซียนให้ ถ้าเป็นเล่อเจิ้งเยี่ยน เขาคงซาบซึ้งจนน้ำตาไหล และมันคงจะช่วยชำระล้างความมืดมิดในใจของเขาได้โดยตรง

[เรายังต้องการแต้มอีกตั้ง 500,000 กว่าแต้มถึงจะครบ 600,000 ต้องรีบสูบแต้มจากเขาเสียหน่อยแล้ว]

ระบบเหล่าลิ่วที่กำลังดื่มด่ำกับความซาบซึ้งใจได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับ: "???"

มันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโชคดีที่ลู่ซิงเหยียนเป็นคนเก็บงำความในใจและไม่เคยพูดจาพล่อยๆ

มันกำลังจะซึ้งอยู่แล้วเชียว แต่นางก็มักจะทำลายบรรยากาศอยู่เสมอ

โชคดีกว่านั้นคือลู่ซิงเหยียนเพียงแค่คิดเรื่องพวกนี้ในใจ เล่อเจิ้งเยี่ยนไม่มีทางได้ยินเสียงในใจของนางหรอก จริงไหม?

ระบบเหล่าลิ่วมั่นใจเลยว่า หากเล่อเจิ้งเยี่ยนได้ยินเสียงในใจที่แท้จริงของลู่ซิงเหยียน ค่าความมืดมิดของเขาจะต้องพุ่งทะยานขึ้นเป็นสิบๆ ล้านอย่างแน่นอน

ทันทีที่ครบกำหนด 12 วัน เล่อเจิ้งเยี่ยนก็เข้ามาในกระจกบุปผาวารีจันทราอย่างตรงต่อเวลา

สิ่งแรกที่เขาเห็นหลังจากออกมาจากการบำเพ็ญเพียรก็คือร่างของลู่ซิงเหยียนจริงๆ ด้วย

เขารู้อยู่แล้ว ลู่ซิงเหยียนจับตาดูเขาราวกับนักโทษ

เพียงแต่วันนี้ ลู่ซิงเหยียนไม่ได้ทำอะไรเลย เอาแต่นอนพักผ่อนอย่างสบายใจอยู่บนเก้าอี้เอนหลัง

เตาหลอมโอสถของนางถูกวางไว้ริมแม่น้ำ เพลิงวิญญาณลุกไหม้ด้วยตัวเอง ฝาเตาถูกเปิดออก เสียงเดือดปุดๆ ดังมาจากภายในเตาหลอม พร้อมกับควันสีขาวที่ลอยกรุ่น

เมื่อลองสูดดมดู กลิ่นมันช่างคล้ายคลึงกับหม้อไฟที่เขาเคยไปกินที่หอโภชนาวิญญาณเสียจริง

"ไม่เลว ไม่เลว ในที่สุดเจ้าก็ไม่ใช่ผู้ฝึกตนขั้นรวบรวมลมปราณตัวน้อยอีกต่อไปแล้ว" เมื่อได้ยินความเคลื่อนไหว ลู่ซิงเหยียนก็ยกพัดจีบที่ปิดหน้าออก หันขวับมาส่งยิ้มให้เขา

"ศิษย์พี่ ข้าทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานระดับต้นแล้วขอรับ" น้ำเสียงของเล่อเจิ้งเยี่ยนแฝงไปด้วยความปีติยินดีอย่างไม่รู้ตัว เขารีบก้าวเดินเข้าไปใกล้ พลันสังเกตเห็นพัดจีบในมือของลู่ซิงเหยียนที่แท้จริงแล้วคือของวิเศษระดับเซียน

เมื่อนึกถึงเสียงในใจที่ตนเคยได้ยิน เขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

ดูเหมือนว่าในช่วงที่เขาปิดด่านบำเพ็ญเพียร ฝีมือการหลอมศาสตราของลู่ซิงเหยียนจะพัฒนาก้าวหน้าขึ้นอีกแล้ว

"วันนี้เราจะกินหม้อไฟกัน วัตถุดิบพวกนี้ซื้อมาจากหอโภชนาวิญญาณเชียวนะ" ลู่ซิงเหยียนโบกมือคราหนึ่ง วัตถุดิบทั้งหมดที่เก็บไว้ในกระจกบุปผาวารีจันทราก็ถูกนำออกมาวางเรียงราย

นางชี้ไปที่จานสองสามใบ ซึ่งล้วนแต่เป็นเนื้อสัตว์ที่นางโปรดปราน "ข้าเคี่ยวน้ำซุปเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลือต้องรบกวนศิษย์น้องแล้วล่ะ ขอน้ำจิ้มเผ็ดๆ เลยนะ"

เล่อเจิ้งเยี่ยน: "..."

เขาเพิ่งจะบอกว่าทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานระดับต้น ลู่ซิงเหยียนจะช่วยให้ความร่วมมือและดีใจไปกับเขาสักหน่อยไม่ได้หรือไร?

ไม่สิ นางก็ดีใจอยู่นี่ไง พวกเขากำลังฉลองด้วยการกินหม้อไฟกันอยู่

เพียงแต่เขาดันต้องกลายเป็นคนลวกอาหารและปรุงรสเองเสียนี่

"ใช้เตาหลอมโอสถทำอาหารเนี่ยนะ?" เล่อเจิ้งเยี่ยนลังเล

เขาจำได้ว่าเตาหลอมโอสถใบนี้เป็นใบสุดท้ายของลู่ซิงเหยียนแล้วไม่ใช่หรือ?

นี่นางไปซื้อเตาหลอมโอสถระดับเซียนมาเพิ่มอีก 3 ใบจริงๆ หรือ?

"ศิษย์พี่ของเจ้าคนนี้ ตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือเฟือนอกจากเตาหลอมโอสถระดับเซียนนี่แหละ" ลู่ซิงเหยียนเม้มปากยิ้ม ท่าทางดูพึงพอใจเป็นอย่างมาก

[เตาหลอมโอสถระดับเซียนตั้ง 10 ใบ ต่อให้ข้าทำระเบิดไปอีกสักสองสามใบก็ยังมีพอใช้เหลือเฟือ]

ระดับเซียน 10 ใบงั้นหรือ?

เล่อเจิ้งเยี่ยนชักสงสัยว่าหูของเขาจะฝาดไปเอง

ที่ลู่ซิงเหยียนเก็บหินวิญญาณไม่อยู่ เป็นเพราะนางผลาญเงินไปกับเรื่องแบบนี้ใช่หรือไม่?

"อ้อ จริงสิ นี่ของเจ้า" พูดจบ ลู่ซิงเหยียนก็เสกกระบี่ 3 เล่มออกมาจากความว่างเปล่าแล้วโยนให้เล่อเจิ้งเยี่ยน

เล่อเจิ้งเยี่ยนรีบรับเอาไว้ เขาเห็นว่าทั้ง 3 เล่มล้วนเป็นกระบี่ระดับเซียน แถมยังมีธาตุแฝงอยู่ทุกเล่ม ยิ่งไปกว่านั้น บนตัวกระบี่ยังถูกสลักอักขระเสริมพลังหรือลดทอนพลังไว้นับพันตัว ซ้ำยังมีค่ายกลสลักทับไว้อีกด้วย

จบบทที่ ตอนที่ 89 สองมือควบคุมกระบี่สี่เล่ม

คัดลอกลิงก์แล้ว