- หน้าแรก
- ยอดเซียนจำแลงระบบ ผู้ชักใยเบื้องหลังทุกมิติ
- บทที่ 20 : การจ้างงานบรรเทาทุกข์ แก้ปัญหาได้สองทาง
บทที่ 20 : การจ้างงานบรรเทาทุกข์ แก้ปัญหาได้สองทาง
บทที่ 20 : การจ้างงานบรรเทาทุกข์ แก้ปัญหาได้สองทาง
ภายในห้องโถง หลินเยว่นั่งเปรียบเทียบข้อมูลในทะเบียนราษฎร์ ตรวจสอบยืนยันตัวตน รอให้ผู้ที่เข้ามาลงนามหรือประทับลายนิ้วมือ ก่อนจะแจกจ่ายเสบียงบรรเทาทุกข์ออกไป เขาขยี้ดวงตาที่ฉายแววอ่อนล้าเบาๆ
เมื่อเงยหน้ามองออกไปข้างนอก แถวผู้คนยังคงยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตา
แต่เมื่อหันกลับมามองภายในห้อง ผู้ที่ได้รับเสบียงบรรเทาทุกข์ต่างมีใบหน้าเปื้อนยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
แม้ข้าวสาร 2 ชั่งจะดูไม่มากนัก แต่สำหรับครอบครัวที่ขาดแคลนเสบียง มันคือสิ่งต่อชีวิต
สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านดีใจที่สุดคือ เด็กกึ่งโตที่ปกติทำงานไม่ได้และมักถูกมองเป็นตัวภาระในยามข้าวยากหมากแพง บัดนี้พวกเขาก็ได้รับส่วนแบ่งเสบียงต่างหากอีกด้วย
นี่คือพระคุณอันยิ่งใหญ่
ดังนั้น ทุกคนที่พาครอบครัวมารับเสบียง ต่างกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจอย่างล้นพ้นหลังจากได้รับส่วนของตน
ภาพนี้ทำให้หลินเยว่รู้สึกสะท้อนใจและตื้นตันยิ่งนัก
เพราะเขาเองก็เคยตกอยู่ในสภาพเช่นนี้มาก่อน หากไม่ใช่เพราะความเมตตาของท่านเฉิน ป่านนี้เขาคงอดตายไปแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนี้ แรงกายแรงใจของหลินเยว่ก็ฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง
"ข้าจะทำให้ท่านเฉินผิดหวังไม่ได้!"
หลินเยว่สูดหายใจลึก ส่ายหน้าไล่ความง่วง แล้วตะโกนเรียก "คนต่อไป!"
...
ยามค่ำคืน
หลินเยว่ขอเข้าพบเฉินชวน ซึ่งเฉินชวนก็อนุญาต
"รู้สึกอย่างไรบ้าง?"
เฉินชวนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าอิดโรยของหลินเยว่
หลินเยว่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนถอนหายใจ "ชาวบ้านลำบากกันเหลือเกินขอรับ"
"ใช่ ชาวบ้านลำบากกันจริงๆ"
เฉินชวนพยักหน้า จ้องมองหลินเยว่รอฟังสิ่งที่เขาจะพูดต่อ
"ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยขอบังอาจถามสักข้อ"
"ว่ามา"
"เสบียงบรรเทาทุกข์ที่ท่านแจกไป อย่างมากก็ประทังชีวิตชาวบ้านได้แค่ 5 วัน หลังจากผ่านพ้น 5 วันนี้ไปแล้ว จะทำอย่างไรต่อขอรับ?"
หลินเยว่ถามคำถามที่สำคัญที่สุด
ข้าว 2 ชั่งอยู่ได้ 5 วัน ก็แค่รับประกันว่าจะไม่อดตาย แต่เรื่องกินอิ่มนั้นอย่าหวัง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องจะมีแรงทำงาน
และจากตอนนี้ไปจนถึงฤดูใบไม้ผลิที่เริ่มเพาะปลูก ลากยาวไปจนถึงวันเก็บเกี่ยว
ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยครึ่งปี
จะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างไร?
จะต้องแจกเสบียงบรรเทาทุกข์ไปเรื่อยๆ จนถึงฤดูเก็บเกี่ยวหน้ากระนั้นหรือ?
เสบียงในคลังของอำเภอกานเฉวียนคงอยู่ไม่ถึงตอนนั้นแน่
"แน่นอนว่าการแจกเสบียงไปเรื่อยๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้ นี่เป็นแค่มาตรการชั่วคราวเท่านั้น"
เฉินชวนไม่ได้คิดจะแจกเสบียงฟรีไปตลอดอยู่แล้ว นี่เป็นเพียงอุบายเพื่อให้การจัดระเบียบทะเบียนราษฎร์ดำเนินไปอย่างราบรื่น
ส่วนการบรรเทาทุกข์ในระยะยาว ต้องใช้วิธีที่ยั่งยืนกว่านั้น
การจ้างงานบรรเทาทุกข์ คือการแก้ปัญหาที่ได้ผลสองต่อ
การแจกเสบียงสู้หาดงานให้ชาวบ้านทำไม่ได้ และวิธีนี้ดีกว่าการตั้งโรงทานแจกโจ๊กมากนัก
"กำแพงเมืองกานเฉวียนทรุดโทรม ขาดการซ่อมแซมมาหลายปีจนผุพังเสียหายหนัก บ้านเรือนและถนนหนทางในเมืองก็ชำรุดทรุดโทรม"
"นอกจากนี้ คูคลองส่งน้ำเข้านานอกเมืองก็ต้องขุดลอก ระบบชลประทานก็ต้องซ่อมบำรุง เรื่องพวกนี้ล้วนขาดคนทำ"
"ดังนั้น พอจัดระเบียบทะเบียนราษฎร์เสร็จ ข้าจะเริ่มจ้างงาน"
"ให้เฉพาะคนที่มีชื่อในทะเบียนราษฎร์เท่านั้นที่มาทำงานได้"
"ด้วยเหตุนี้ หลินเยว่ ภารกิจของเจ้าจึงสำคัญมาก หลังจากนับจำนวนประชากรในตัวอำเภอกานเฉวียนเสร็จ เจ้าต้องนำทีมลงพื้นที่ไปตรวจสอบตามหมู่บ้านในปกครองและนับจำนวนประชากรทีละแห่ง"
"เจ้าคิดว่างานนี้ลำบากเกินไปหรือไม่?"
เฉินชวนอธิบายแผนการ พร้อมมอบหมายงานอีกชุดให้หลินเยว่
"ไม่ลำบากเลยขอรับ"
หลินเยว่ส่ายหน้า
เมื่อเทียบกับชาวบ้านที่ไม่มีแม้แต่ข้าวจะกรอกหม้อ งานเล็กน้อยแค่นี้ของเขาจะเรียกว่าลำบากได้อย่างไร?
"ท่านแม่ทัพ ข้ามีอีกเรื่องจะรายงาน"
"ว่ามา"
"เพื่อนร่วมรุ่นของข้าที่ท่านเคยถามถึงเมื่อคราวก่อน..."
"วันนี้ข้าส่งคนไปตามพวกเขามาแล้ว ทุกคนยินดีรับใช้ท่านขอรับ"
"นั่นเป็นข่าวดี"
ตอนนี้เฉินชวนกำลังขาดแคลนคนทำงานอยู่พอดี
"ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?"
"รออยู่หน้าจวนขอรับ"
"เด็กๆ! ไปเชิญพวกเขาเข้ามา"
"รับทราบขอรับ"
ไม่นาน เพื่อนร่วมรุ่นของหลินเยว่หลายคนก็มาปรากฏตัวต่อหน้าเฉินชวน ดูจากรูปร่างหน้าตาก็รุ่นราวคราวเดียวกับหลินเยว่
แต่ดูจากสีหน้าและสภาพร่างกาย ก็รู้ว่าชีวิตความเป็นอยู่คงไม่สู้ดีนัก
อาจจะดีกว่าหลินเยว่ตอนก่อนหน้านี้หน่อย แต่ก็คงไม่มาก
นี่แหละดี คนที่เคยลำบากย่อมรู้คุณค่าของโอกาส การให้เริ่มงานจากตำแหน่งเสมียนเล็กๆ จะได้ไม่ปริปากบ่น
เฉินชวนลองสอบถามดู พอเห็นว่าพวกเขามีความรู้ความเข้าใจเรื่องปากท้องชาวบ้าน ไม่ใช่พวกหนอนตำราคร่ำครึที่รู้แต่ทฤษฎี ก็วางใจ
จากนั้นเขาจึงใช้ 'ดวงตาแห่งปัญญา' ตรวจสอบค่าความประทับใจ
เป็นสีเขียวทั้งหมด ไม่มีปัญหา
เฉินชวนรู้ดีว่าความจงรักภักดีบังคับกันไม่ได้ ต้องค่อยๆ บ่มเพาะ สำหรับการเริ่มต้น แค่เป็นหน่วยที่เป็นมิตรก็เพียงพอแล้ว
"ในเมื่อเป็นเพื่อนของหลินเยว่ งั้นพวกเจ้าก็ไปช่วยงานเขาเถอะ"
"ตอนนี้หลินเยว่รับผิดชอบเรื่องแจกเสบียงในตัวอำเภอ พวกเจ้าก็แบ่งคนลงไปแจกเสบียงตามหมู่บ้านรอบนอก"
ด้วยวิธีนี้ ความเร็วในการจัดระเบียบทะเบียนราษฎร์และสำรวจประชากรก็จะรวดเร็วขึ้นมาก...
การแจกเสบียงและจัดทำทะเบียนราษฎร์ดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ
แผนการขั้นต่อไปของเฉินชวนล้วนต้องอิงข้อมูลจากทะเบียนราษฎร์ทั้งสิ้น
ดังนั้น สองวันมานี้จึงเป็นช่วงเวลาว่างที่หาได้ยากสำหรับเขา
ได้เวลาออกตรวจตราอำเภอกานเฉวียน เพื่อดูว่าสถานการณ์ในอาณาเขตของเขาเป็นอย่างไร และชาวบ้านมีทัศนคติต่อเขาอย่างไรบ้าง
ตลอดทาง เฉินชวนเปิดใช้งาน 'ดวงตาแห่งปัญญา' อยู่ตลอด
ภายใต้การคุ้มกันของทหารรักษาการณ์ เฉินชวนเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย สังเกตความเป็นไปในอำเภอกานเฉวียน
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดระหว่างตอนนี้กับตอนที่เฉินชวนเพิ่งเข้าเมือง คือไม่มีคนนั่งรอความตายข้างถนนอีกแล้ว
และไม่มีภาพการขายลูกกินปรากฏให้เห็นอีกต่อไป
เมื่อเฉินชวนปรากฏตัว ชาวบ้านที่จำเขาได้ต่างรีบคารวะและกล่าวขอบคุณ
"ขอบคุณท่านเฉิน ที่ช่วยให้พวกเราชาวบ้านได้ลืมตาอ้าปาก"
"ท่านเฉิน ขอบพระคุณท่าน ถ้าไม่ได้เสบียงบรรเทาทุกข์ของท่าน เมียข้าคงไม่รอดแล้ว"
"ท่านเฉิน บุญคุณครั้งนี้พวกเราจะไม่มีวันลืม"
เมื่อได้ยินคำขอบคุณเหล่านี้ และเห็นแสงสีเขียวที่เปล่งออกมาจากตัวชาวบ้าน เฉินชวนก็รู้ว่าพวกเขาพูดจากใจจริง
ชาวบ้านต้องการสิ่งตอบแทนไม่มากพวกเขารู้ดีว่าใครดีกับพวกเขา
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ใจคนก็ยังใช้การได้"
เฉินชวนรำพึงในใจ
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัว
เซี่ยฟานพบว่าเป้าหมายของไอเทม [เฟ้นหาผู้มีความสามารถ] ปรากฏตัวขึ้นในละแวกใกล้เคียง จึงส่งสัญญาณเตือนให้เฉินชวนทราบ
แหงล่ะ นี่คือบริการที่โฮสต์ยอมจ่ายตั้ง 100 แต้มโชคชะตาซื้อมาเชียวนะ
เซี่ยฟานย่อมต้องรักษาจรรยาบรรณวิชาชีพ
[โฮสต์ เป้าหมายของ "เฟ้นหาผู้มีความสามารถ" ที่ท่านซื้อเมื่อ 2 วันก่อน ปรากฏตัวขึ้นในละแวกใกล้เคียงแล้ว]
[ข้อมูลมีดังนี้ :]
[ชื่อ : ตู้เชียน]
[ประเภท : ขุนนางฝ่ายบุ๋น]
[สังกัดที่แนะนำ : กรมโยธา]
"โอ้? ในที่สุดก็มาแล้วรึ?"
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของเฉินชวนก็เป็นประกาย
ไอเทม [เฟ้นหาผู้มีความสามารถ] ในร้านค้าระบบมีเงื่อนไขเวลาสูงสุด 3 วัน เฉินชวนจึงเฝ้ารอให้ระบบแสดงผลมาตลอด
ไม่นึกเลยว่า แค่ออกมาเดินตรวจตราเล่นๆ วันนี้ จะได้เจอเป้าหมายเข้าจังๆ