เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 การตัดสินใจของดร.เออร์สกิน

บทที่ 16 การตัดสินใจของดร.เออร์สกิน

บทที่ 16 การตัดสินใจของดร.เออร์สกิน


ตอนค่ำเออร์สกินไปหาลุคซึ่งพักอยู่ในค่ายทหาร

นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันไม่ได้อ้อมค้อมและอธิบายเหตุผลที่เขามาถึง

"ผู้พันฟิลลิปส์คิดว่านายคือผู้เหมาะสมที่ดีที่สุดสำหรับซุปเปอร์โซลเยอร์ นายคิดว่ายังไงบ้าง ลุค?"

เมื่อรู้สึกถึงสายตาที่เต็มไปด้วยการพิจารณา ไตร่ตรองอยู่ ลุคเองก็รักษาสีหน้านิ่งไว้..

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตอบโดยไม่ลังเลว่า

“สิ่งที่ซุปเปอร์โซลเยอร์ต้องมีไม่ใช่แค่ร่างกายที่แข็งแรง แต่เป็นการรู้จักความเห็นอกเห็นใจและมีจิตใจที่ดีงาม!”

เขาเห็นว่าดร.เออร์สกินกำลังทดสอบเขาอยู่

โรเจอร์สเป็นคนที่ใช่ในความคิดของอีกฝ่ายเสมอ

หลังจากเหตุการณ์ ‘เรดสกัลด์’ นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันได้รับความหลังฝังใจ

แม้ว่าลุคจะทำผลงานได้ดี แต่เออร์สกินก็ไม่ประทับใจเท่ากับคำพูดของโรเจอร์สที่จุดเกณฑ์ทหาร

เออร์สกินดันกรอบแว่นที่อยู่บนสันจมูก ถามด้วยน้ำเสียงลังเลว่า

"นายคิดว่าใครบ้างที่ตรงตามเงื่อนไขที่บอกไปในค่าย?"

"เพื่อนของผม สตีฟ โรเจอร์ส นิสัยของเขาน่าเชื่อถือที่สุด"

ดวงตาของลุคตั้งใจแน่วแน่ราวกับว่าเขาเชื่อมั่นในสิ่งนี้จากภายใน

เมื่อได้ยินคำตอบที่น่าพอใจ ข้อสงสัยสุดท้ายของเออร์สกินก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ในขั้นต้น เขาสงสัยว่าลุคมีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกแก๊งค์และอาจเคยใช้ความรุนแรงจนทำคนล้มไปหลายต่อหลายศพก็ได้

เขากลัวว่าหากอีกฝ่ายหนึ่งกลายเป็นซุปเปอร์โซลเยอร์ เขาจะเป็นเหมือนเรดสกัลด์และสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปโดยสิ้นเชิง!

เพราะประสิทธิภาพของเซรุ่ม... นั้นจึงเป็นไปได้สูง

"เยี่ยม!"

เออร์สกินตบไหล่ลุคแล้วยิ้มอย่างเห็นด้วย

ตอนแรกเขาและและผู้พันฟิลลิปส์คิดกันไปคนละทิศคนละทาง ใครก็เอาชนะความคิดอีกฝ่ายไม่ได้

คำตอบของลุคได้ขจัดความสงสัยของเออร์สกินไปอย่างสิ้นเชิง

เขาพูดอย่างจริงจัง

“พวกนายทั้งคู่จะได้เป็นซูเปอร์โซลเยอร์กัน!”

อาทิตย์ต่อมา ลุคและโรเจอร์ออกจากแคมป์ลีไฮแล้วนั่งรถมุ่งหน้าสู่มหานครนิวยอร์ก

ส่วนทหารเกณฑ์ที่ผ่านการฝึกมานั้นก็กลายเป็นทหารสำรอง

หากการฉีดเซรุ่มประสบความสำเร็จ ทุกคนในที่นี้ยังมีโอกาสได้เป็นซูเปอร์โซลเยอร์

“นึกไม่เลย เราจากบ้านไปยังไม่นานก็ได้กลับมาบรูคลินอีกแล้ว!”

โรเจอร์สพึมพำในลำคอ

เขาที่นั่งข้างๆ ลุคมองนอกหน้าต่าง เห็นทึ่ๆ คุ้นเคยแล้วรู้สึกทึ่งใจ

“ดังนั้น พันเอกพูดถูก โชคเข้าข้างคนโง่”

ลุคพูดติดตลก

เมื่อโรเจอร์สรู้ว่าเขาได้รับเลือกให้เป็นตัวทดลองของซุปเปอร์โซลเยอร์เขาแทบรอไม่ไหวที่จะมาแบ่งปันข่าวนี้กับลุค แต่ดันเจอผู้พันฟิลลิปส์แทนซะงั้น

เขามองดูโรเจอร์สอย่างรังเกียจและพูดประโยคนี้

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้น โรเจอร์สก็ไม่ได้รู้สึกแย่แต่แสดงสีหน้าจริงจังว่า

"มันไม่ใช่โชคช่วยครับ! นี่ต้องขอบคุณทั้งคุณ...ทั้งด็อกเตอร์เออร์สกิน ถ้าไม่ได้พวกคุณช่วยไว้ผมคงไม่มีวันนี้!”

เขาได้ยินจากผู้พันฟิลลิปส์กล่าวว่าลุคแนะนำเขาให้แก่ดร.เออร์สกินตามความคิดริเริ่มของเขาเอง

แม้ถึงโรเจอร์สไม่คล่องเรื่องพูดความในใจนัก เขาก็ไม่ลืมบุญคุณนี้

“ถ้านายเป็นผู้หญิง ฉันอาจจะยอมรับ 'คำขอบคุณ' ของนายนะ”

ลุคทำหน้าขยะแขยงพร้อมกลั้วหัวเราะ

“ดูตึกนั้น ซอยนั้น และที่จอดรถข้างนอกนั่น นั่นมัน 'สนามรบ' เก่าของนายทั้งนั้น!”

โรเจอร์สก้มหน้ายิ้มแบบเจื่อนๆ

ด้วยนิสัยรักความยุติธรรมจึงโดนอัดมาไม่รู้เท่าไร

สารพัด'สนามรบ'เหล่านี้เป็นสถานที่ที่เขาเคยถูกซ้อมมาก่อน

“เป็นโรควิ่งหนีไม่เป็นอย่างนั้นเหรอ?”

คาร์เตอร์ซึ่งนั่งอยู่ข้างหน้าและกำลังขับรถอยู่ถามขึ้น

คราวนี้เธอเป็นผู้ติดตามและรับผิดชอบในการพาลุคและโรเจอร์สไปยังจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย

“วิ่งหนีไปพวกมันก็ไล่ไม่เลิก แต่ถ้าฮึดสู้ไปเรื่อยๆ สักวันพวกมันก็ต้องหยุด!”

โรเจอร์สพูดถึงความรู้สึกภายในของเขา และคาร์เตอร์รู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อยด้วยน้ำเสียงที่จริงใจของเขา

ดร.เออร์สกินไม่ได้เลือกเขาโดยไม่มีเหตุผล อย่างน้อยความกล้าหาญนี้ควรค่าแก่การสรรเสริญ

"ฉันก็พอเข้าใจเธออยู่นะ กับการที่ไม่เคยได้รับโอกาสเลย"

คาร์เตอร์ดูเหมือนจะหลงใหลความคิดนี้และพูดอีกสองสามคำในช่วงเวลาที่หาได้ยากนี้

โดยปกติในค่ายลีไฮ เจ้าหน้าที่หญิงคนนี้เป็นดั่งภูเขาน้ำแข็งที่ทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าใกล้

แม้แต่เพลย์บอยผู้โด่งดังอย่าง ฮาเวิร์ด สตาร์ค ยังต้องระมัดระวังตัวเวลาอยู่รอบๆเธอ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีคำเชิญตอบรับดินเนอร์สักครั้งเลยจากเธอ

“คุณคาร์เตอร์ ผมเองก็สงสัยว่าคุณมาเป็นทหารทำไม นางงามขนาดนี้... เออ... หมายถึงสวย เป็นคนสวย... ไม่ได้ว่านะ คือสวยจนไม่น่า...”

โรเจอร์สเหลือบมองคาร์เตอร์และเริ่มพูดด้วยความฉลาดทางอารมณ์ของ 'ผู้ชายซื่อๆ' - คุณก็รู้ คนทั่วไปมักเกลียดที่สุดตอนมีคนมาบอกว่าพวกเขาหน้าตาดีเกินกว่าจะเป็นสายลับในสายงานนี้

คาร์เตอร์มีบุคลิกที่เข้มแข็งและไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะแพ้ผู้ชายคนไหนในด้านความสามารถ

เมื่อเห็นว่าโรเจอร์สกำลังจะทำให้เธอโกรธ ลุคจึงรีบแทรกแซงด้วยการถามว่า "ยังอีกไกลแค่ไหนกว่าจะถึง"

"ใกล้แล้ว" คาร์เตอร์เหลือบมองโรเจอร์สอย่างเย็นชา ค่อนขำเล็กน้อยแล้วหยุดคุย

ด้านโรเจอร์สทำหน้าใสซื่อ ไม่รู้ว่าตัวเองผิดตรงไหน

“โรเจอร์ส ความสามารถในการพูดคุยกับผู้หญิงของนายนี่จัดว่าแย่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาเลยนะมา!”

ลุคส่ายหัวและกระซิบเบาๆ

รถเงียบไปตลอดการเดินทางที่เหลือ

ประมาณ 20 นาที พวกเขาก็มาถึงที่หมาย

ทั้งสามคนก้าวลงจากรถและเปิดประตูร้านขายของเก่า

ใช่ นี่เป็นฐานลับของหน่วยงาน

คาร์เตอร์แลกเปลี่ยนรหัสกับหญิงชราคนหนึ่งและนำลุคและโรเจอร์สเข้าไปในห้องด้านใน

"งานออกแบบดูเชยชะมัด"

ลุคพูดขณะมองไปที่ชั้นวางหนังสือที่เรียงรายอยู่

ภายในฐานแต่ละประตูมีทหารติดอาวุธเฝ้าอย่างแน่นหนา

และบางครั้งก็จะเห็นนักวิจัยบางคนในชุดคลุมสีขาวเดินถือแฟ้มเอกสารไปมา

โรเจอร์สที่เห็นฉากแบบนี้เป็นครั้งแรกรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

ถ้าชอบล่ะก็ไปกดติดตามที่เพจหน่อยนะฮับ Thebigcattrans แมวหยิบมาแปล 

คอมเม้นกันเยอะๆหน่อยน้า~~

จบบทที่ บทที่ 16 การตัดสินใจของดร.เออร์สกิน

คัดลอกลิงก์แล้ว