เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 สองทหาร หนึ่งเซรุ่ม

บทที่ 15 สองทหาร หนึ่งเซรุ่ม

บทที่ 15 สองทหาร หนึ่งเซรุ่ม


ก่อนไป ดร.เออร์สกินกล่าวขณะที่มองดูทหารฝึกหัด

"นายพลแพตตันเคยกล่าวไว้ว่า 'สงครามครั้งนี้ เราสามารถชนะได้แน่นอน เพราะเรามีทหารชั้นยอด!’ เราสามารถชนะสงครามนี้ได้อย่างแน่นอนเพราะเรามีทหารที่ดีที่สุด!"

“หน่วยปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เชิงกลยุทธ์แห่งนี้ประกอบด้วยกองกำลังจากนานาชาติ สุดยอดหัวกะทิจากแดนเสรีได้มารวมกันอยู่ที่นี่ เป้าหมายของเราคือสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา! ...และกองทัพทุกแห่งต้องการผู้นำ!”

“ภายในอาทิตย์หน้า เราจะทำการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม!”

และหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดต่อ

"เขาคนนั้น จะกลายเป็นซูเปอร์โซลเยอร์คนแรก!”

“และเขาจะเป็นคนที่ส่งอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ลงนรกด้วยมือของเขาเอง!”

ในตอนท้ายของโปรแกรมการฝึกอบรมสองสัปดาห์สำหรับการเกณฑ์ทหาร ผู้พันฟิลลิปส์ได้เปิดเผยโปรแกรมคัดเลือก ‘ซุปเปอร์โซลเยอร์’ ให้กับทหารเกณฑ์

เขาถือใบบันทึกคะแนนของคาร์เตอร์ไว้ในมือแล้วมองดูลุคที่สูงและรูปร่างดี

ตามที่คาดไว้ ชายหนุ่มคนนี้จากบรู๊คลินยังคงแสดงประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม

เมื่อพิจารณาจากคุณภาพร่างกายและผลลัพธ์ที่ครอบคลุมจากโปรแกรมการฝึกที่หลากหลาย เขาเป็นที่หนึ่งที่สมควรได้รับจากการคัดเลือกของแคมป์ลีไฮ

'นี่คือซุปเปอร์โซลเยอร์ที่ประเทศของเราต้องการ!'

ผู้พันฟิลลิปส์พอใจกับผลลัพธ์มาก

แต่เมื่อสบตากับโรเจอร์สร่างผอมบางและอ่อนแอโดยบังเอิญ เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

แม้ว่าอีกฝ่ายจะฝึกฝนอย่างจริงจังและไม่เคยหย่อนยาน ร่างกายที่อ่อนแอบัดนั้นไม่อาจเปลี่ยนเขาให้เป็นทหารเก่งได้เลยแม้แต่น้อย

“ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าเออร์สกินคิดอะไรอยู่!”

ผู้พันฟิลลิปส์รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย

เขาอยู่ภายใต้แรงกดดันจากคณะกรรมการและตาที่จับตามองของทำเนียบขาว

ถ้า ‘ซุปเปอร์โซลเยอร์’ ไม่สามารถทำให้กองทัพพึงพอใจได้ อาชีพของเขาก็คงจบลง

สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่าประเทศต่างๆ ได้ลงทุนกำลังคนและทรัพยากรจำนวนมากเพื่อจัดตั้งหน่วยนี้ขึ้น

ตอนนี้พวกเขาต่างรอลุ้นผลงานอยู่ทั้งนั้น!

จบการชี้แจง พลทหารถูกสั่งแยกย้าย

อย่างไรก็ตาม ทหารเกณฑ์ทั้งหลายรู้ในใจดีว่าใครควรค่ากับการถูกเลือกไปต่อ และก็รีบประจบเอาใจหวังผลในภายหน้า

“บอสลุค! ผลงานของพี่ต้องดีที่สุดในพลทหารใหม่แน่ๆ เลย พี่ต้องเป็นซูเปอร์โซลเยอร์แน่ๆ!”

กลับมาที่ค่ายทหาร กลิเมอร์ ฮอดจ์ ที่เคยโดนคาร์เตอร์พูดเชียร์จนเกินหน้า

เขาถูกมองว่าเป็นตัวประกอบในโครงเรื่องเดิม

เขามักรังแกโรเจอร์สร่างผอมบางเพราะรูปร่างที่ใหญ่และหมัดหนักของเขา

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เนื่องมาจากลุค เรื่องต่างๆจึงแตกต่างออกไป

เลยกลายเป็นว่าฮอดจ์ผู้ชอบข่มเหงคนอ่อนแอกว่ากลับรู้สึกพ่ายแพ้ชีวิตเป็นครั้งแรก

คืนหนึ่งก่อนเข้ามาถึงค่ายลีไฮห์ ฮอดจ์ยังพยายามจะแกล้งโรเจอร์สตามสไตล์  แต่ไปเจอลุคเอากดหัวฝังลงชักโครก

เขาคิดว่าหมัดของเขาหนักพอแล้ว แต่ลุคซึ่งเคยอัดพวกชาวแก๊งค์ เคยไล่เก็บพวกขาใหญ่ สู้แกงค์มาเฟีย จนทำเรื่องเลอะมืออย่าง 'ทำความสะอาดบ้าน' จนประสบการณ์มากมายในชีวิตจริง มันเหมือนกับแกะที่พบกับสิงโต มันเป็นการสังหารหมู่ฝ่ายเดียว

นับแต่นั้น ทหารใหม่ในกลุ่มไม่มีผู้ใดกล้าไปหาเรื่องของเด็กหนุ่มจากบรู๊คลินทั้งคู่อีก

ส่วนฮอดจ์ผู้เคยโดนกดหัวในโถนั้นเปลี่ยนมารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของลุค

เขาจะตามเขาไปทุกๆ วัน เรียกเขาว่าบอส เหมือนพวกชอบเลียรองเท้า!

ลุคเองก็เคยสงสัยนะ นี่หัวทึบเพราะสมองโดนแช่น้ำนานตอนโดนจับกดชักโครกหรือไง?

หรือไอ้นี่มันมีความคิดแบบซาดิสต์ ชอบถูกกลั่นแกล้งกันแน่?

ภายหลังเขาตระหนักได้ว่าพวกอันธพาลอย่างฮอดจ์ซึ่งกลัวการกลั่นแกล้งและรังแกคนอื่น มักเชื่อในความคิดง่ายๆ ที่ว่า 'ผู้เข้มแข็งจะพูดเป็นคนที่หัวเราะคนสุดท้าย'

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะทำแบบนี้

โดยรวมแล้ว ดูเหมือนว่าลุคจะกลายเป็นซุปเปอร์โซลเยอร์และสามารถควบคุมแคมป์ลีไฮทั้งหมดโดยที่ไม่รู้ตัว

ผู้พันฟิลลิปส์ไม่เพียงแต่ยกย่องลุคเท่านั้น แต่เขาก็ถูกยกย่องทุกที่ที่เขาไปในค่ายทหาร

“ใช้หัวแล้วคิดดู ถ้าเกณฑ์เลือกซูเปอร์โซลเยอร์ดูแค่คะแนนฝึก หรือกล้ามเนื้อ... เขาจะทำโปรเจคต์มาทำไม แค่เดินออกไปตามฐานทัพใหญ่ก็น่าจะหาเจอเป็นกองร้อยแล้วไม่ใช่เหรอ?”

ลุคไม่ได้ปฏิบัติต่อฮอดจ์แตกต่างไปจากนี้เพียงเพราะว่าผู้ชายคนนี้ประจบประแจงเก่ง

“ใช่ บอสลุคพูดมีเหตุผล!”

ฮอดจ์มีรอยยิ้มขณะทำความสะอาดอย่างขยันขันแข็งเช็ดพื้นตามคำสั่งอย่างร่าเริง

“สตีฟ อย่าท้อถอยไปเลย! ฉันเห็นดร.เออร์สกินคาดหวังนายไว้สูงมาก!”

ลุคเดินไปหาโรเจอร์สโดยไม่สนใจฮอดจ์ที่กำลังประจบประแจง

อนาคตกัปตันอเมริกาค่อนข้างหดหู่ในตอนนี้

เมื่อเขาเห็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมของลุคและนึกถึงผลงานที่แย่ของเขา เขาก็รู้สึกหดหู่เล็กน้อยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ฉันไม่ได้คิดจะเป็นซุปเปอร์โซลเยอร์สักหน่อย แต่อยู่ดีๆ ก็อดหดหู่ขึ้นมาไม่ได้ แต่ฉันเริ่มสงสัยว่าการเข้าร่วมกองทัพและรับใช้เป็นทางเลือกที่ถูกต้องหรือเปล่า บางทีบัคกี้อาจพูดถูก เราไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนั้น การยอมแพ้ก็เป็นความกล้าหาญเหมือนกัน!”

ดูเหมือนว่าโรเจอร์สได้มาถึงจุดต่ำสุดในชีวิตแล้ว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยในตัวเอง

ตลอดระยะเวลาของการฝึกเหล่านี้ ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาอ่อนแอเพียงใด

“ฉันไม่คิดอย่างนั้น ดร.เออร์สกินเห็นนายและเกณฑ์นายเข้ากองทัพ เพราะงั้นเขาเห็นคุณสมบัติที่ดีในตัวนายที่ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างแน่นอน! อย่าน้อยใจไปเลย! การที่สัยดีเปรียบได้ดั่งทองคำและมีค่ามากกว่าพละกำลังนะ…”

ลุคยกชามซุปไก่สำหรับจิตวิญญาณขึ้นมา เติมดวงตาของโรเจอร์สด้วยแสงสว่างและจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้

ถ้าเขายังคงพยายามต่อไปและพูดคำพูดที่สร้างแรงบันดาลใจอีกสองสามคำจากอนาคต บางทีกัปตันอเมริกาอาจถือว่าเขาเป็นผู้ให้คำปรึกษาทางจิตวิญญาณ

‘ดีนะที่อ่านคำโฆษณาชวนเชื่อในหนังพิมพ์มาบ้าง…’

ลุคถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นอารมณ์ของโรเจอร์สค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ

ท้ายที่สุดแล้ว กัปตันอเมริกาเป็นส่วนสำคัญของแผนของเขา

ในระหว่างการฝึกอบรม 2 สัปดาห์สำหรับการเกณฑ์ทหาร ลุคได้สร้างความโดดเด่นในตัวเองและประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม

เขาทำอย่างนี้ก็เพื่อไปให้ถึงด่าน 'เซรุ่มซูเปอร์โซลเยอร์' ให้ใกล้ขึ้น

มันก็แค่นั้น

อย่างไรก็ตาม ลุคไม่ได้อยากสวมชุดลายธงชาติแล้วกลายเป็น 'กัปตันอเมริกา' หรอก!

'แม้ว่าฉันจะได้เป็นซุปเปอร์โซลเยอร์ก็ตาม ก็อาจต้องโดกพวกนักการเมืองเอาตัวออกไปเป็นมาสคอต! ไม่เอาด้วยหรอก! ขี้เกียจไปเล่นละครบนเวที เดบิวต์์เป็นไอดอล...'

ความคิดของลุคชัดเจนมาก

ทางกองทัพสร้างเซรุ่มซูเปอร์โซลเยอร์

จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการสร้างกองทัพที่แข็งแกร่งและไร้เทียมทาน

ด้วยวิธีนี้ พวกเขาสามารถเดินเข้าไปในเบอร์ลินและยุติสงครามได้

พอเป็นไปตามเนื้อเรื่องดั้งเดิม ด็อกเตอร์เออร์สกินถูกฆาตกรรม เซรุ่มตัวอย่างเดียวที่สูญหาย สูตรก็หายสาบสูญไปตลอดกาล

ประโยชน์ของโรเจอร์สในสงคราม ในฐานะซุปเปอร์โซลเยอร์เพียงคนเดียว มากที่สุดคือเป็นมาสคอตเพื่อส่งเสริมการซื้อพันธบัตรสงคราม นั่นคือสิ่งที่นักการเมืองคิด

ถ้าลุคเข้ามาแทนที่โรเจอร์สและใส่ชุดลายธงชาติลงสนามแทน ตอนจบของเขาก็คงจะคล้ายๆ กัน

สมมติว่าเขาทำอย่างอื่นและช่วยดร. เออร์สกิน

ขั้นตอนต่อไปคือการผลิตจำนวนมากของซุปเปอร์โซลเยอร์

ลุคจะไม่มีอนาคต เพราะเขาจะไม่เป็นคนพิเศษอีกต่อไป

ดังนั้นหลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว

ลุคเลือกโชว์ฟอร์มเด่นๆ เอาชนะใจผู้พันฟิลิปส์และกดดันดร.เออร์สกินมากขึ้น

กับผู้สมัครที่เหมาะสมสองคน เนื้อเรื่องน่าจะโค้งไปได้อีกรูปแบบ

ถ้าชอบล่ะก็ไปกดติดตามที่เพจหน่อยนะฮับ Thebigcattrans แมวหยิบมาแปล 

คอมเม้นกันเยอะๆหน่อยน้า~~

จบบทที่ บทที่ 15 สองทหาร หนึ่งเซรุ่ม

คัดลอกลิงก์แล้ว