เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 45 - แผนการร้ายของเมืองอันถู่ สงครามจิตวิทยา

บทที่ 45 - แผนการร้ายของเมืองอันถู่ สงครามจิตวิทยา

บทที่ 45 - แผนการร้ายของเมืองอันถู่ สงครามจิตวิทยา


บทที่ 45 - แผนการร้ายของเมืองอันถู่ สงครามจิตวิทยา

ชั้นใต้ดินที่สามของบ้านพักอาศัยในตรอกลึกแห่งหนึ่ง ตรงกลางมีเวทียกพื้นตั้งอยู่

เซี่ยอวี่นั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวหนึ่งตรงหน้าเวที

ใบหน้าของเขาเขียวปัด

แม้เขาจะมีดวงตาสัจธรรม แต่ที่ผ่านมาเขาก็มักจะใช้มันตรวจสอบสถานการณ์ภายนอกอาณาเขตและใช้สังเกตการณ์ในสนามรบเท่านั้น

ไม่เคยเอามันมาใช้ถ้ำมองชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมืองในอาณาเขตเลยสักครั้ง

คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าบ้านของตัวเองจะถูกลอบแทงข้างหลังเข้าให้แล้ว

ไอ้พวกชนเผ่ารื่อวัวพวกนี้ กล้ามาเล่นตุกติกสารพัดอย่างในเมืองของเขาได้ยังไงกัน

แถมคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาก็ล้วนแต่เป็นตัวแทนของขบวนพ่อค้ารายใหญ่และเศรษฐีที่เพิ่งจะตบเท้าเข้ามาทำธุรกิจในแดนบรรพชนทั้งสิ้น

ยิ่งนั่งอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่ เซี่ยอวี่ก็ยิ่งรู้สึกหน้าชากลายเป็นคนโง่มากขึ้นเท่านั้น

เขาลูบหนวดปลอมของตัวเองไปมา

ในที่สุดเซี่ยอวี่ก็ได้เห็นหน้าผู้จัดงานประชุมลับในครั้งนี้เสียที

ชายร่างเตี้ยที่ไว้หนวดรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆ เหนือริมฝีปากเดินขึ้นมาบนเวที

"กล้าโผล่หัวออกมาในคราบของชนเผ่ารื่อวัวแบบนี้ ช่างไม่เห็นหัวเจ้าเมืองอย่างฉันเลยจริงๆ นะ"

ชาวเผ่ารื่อวัวที่ยืนอยู่บนเวทีโค้งคำนับไปรอบทิศทาง

เสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ จากด้านล่างเวที

ยังไงซะคนที่มาร่วมงานที่นี่ก็ล้วนแต่เป็นเศรษฐีเงินถุงเงินถัง หรือไม่ก็มีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา

ไม่มีความจำเป็นต้องไว้หน้าชาวเผ่ารื่อวัวที่ยังไม่รู้หัวนอนปลายเท้าคนนี้เลย

"เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทุกท่านมาร่วมงานในวันนี้ ก่อนอื่นขอแนะนำตัว ข้ามีชื่อว่าซงเซี่ยป่านเปิ่น!"

"เชื่อว่าทุกท่านคงสังเกตเห็นแล้วว่า ผู้ที่มาร่วมการประชุมลับในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นผู้มีหน้ามีตาในอาณาเขตแห่งนี้ทั้งสิ้น"

"ข้าจะไม่ปิดบังพวกท่านก็แล้วกัน"

"อีกไม่กี่วันข้างหน้า กองทัพของพวกเราจะเหยียบย่ำทำลายเมืองแห่งนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง"

บรรดาเศรษฐีที่เคยวางมาดหยิ่งยโสก่อนหน้านี้ เมื่อได้ยินชาวเผ่ารื่อวัวพูดจาข่มขวัญตั้งแต่เริ่มงาน

ต่างก็พากันหน้าถอดสี เพราะพวกเขาเพิ่งจะกอบโกยผลกำไรจากแดนบรรพชนไปได้ไม่น้อย แถมยังได้รับการสนุบสนุนจากเบื้องบนมาอีกด้วย

เมื่อเห็นผู้คนด้านล่างเวทีกำลังซุบซิบนินทากันด้วยความตื่นตระหนก

ซงเซี่ยป่านเปิ่นก็เผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะพูดต่อไปว่า

"ทุกท่านไม่ต้องตื่นตระหนกไป กองทัพของข้าจะไม่ทำลายเมืองแห่งนี้ ธุรกิจต่างๆ ก็ยังดำเนินต่อไปได้ตามปกติ ร้านค้าก็เปิดต่อไปได้ เพียงแค่เปลี่ยนตัวเจ้านายของแดนบรรพชนใหม่ก็เท่านั้นเอง"

เมื่อเขาพูดจบ ก็มีคนตะโกนถามขึ้นมาจากด้านล่างว่า

"แล้วที่เรียกพวกเรามาที่นี่ เจ้าต้องการอะไรกันแน่?"

ซงเซี่ยป่านเปิ่นปรบมือแล้วพูดว่า

"นายท่านผู้นี้ถามได้ดีมาก ที่ข้าเชิญทุกท่านมาในวันนี้ ก็เพื่ออยากให้ทุกท่านใช้เส้นสายและอิทธิพลที่ตัวเองมี ช่วยขยายชื่อเสียงของเมืองอันถู่ของพวกเราให้เป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งแดนบรรพชนยังไงล่ะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น เซี่ยอวี่ก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลง

"โห ไอ้พวกไอ้พวกชนเผ่ารื่อวัวนี่คิดจะมาเล่นสงครามจิตวิทยากับฉันงั้นเรอะ?"

ด้านล่างเวทีก็มีคนตาแหลมมองแผนการนี้ออกเช่นกัน เขาพูดจาเย้ยหยันว่า

"แกบอกว่าจะเหยียบเมืองนี้ให้ราบก็ทำได้ง่ายๆ เลยงั้นสิ? แค่ใช้ลมปากพูดแค่นี้ก็คิดจะให้พวกเราช่วยแกแล้วเรอะ แกนี่มันอ่อนหัดเกินไปแล้วมั้งไอ้พวกชนเผ่ารื่อวัว!"

ซงเซี่ยป่านเปิ่นไม่ได้ตอบโต้ชายคนนั้นตรงๆ แต่กลับเอ่ยชื่อของเขาขึ้นมาแทน

"คุณหลี่จั๋ว ธุรกิจอุปกรณ์เสริมพลังเวทในแดนบรรพชนนี่กำไรงามมากเลยใช่ไหมล่ะ"

"แถมตลอดเวลาที่ผ่านมา ขบวนพ่อค้าของท่านและขบวนพ่อค้าระดับสามดาวอีกกลุ่มหนึ่งก็ผูกขาดตลาดนี้ กอบโกยกำไรไปได้มหาศาล"

"แต่ถ้าข้าเดาไม่ผิด เจ้านายของท่านคือเจ้าเมืองเลเวล 6 ที่เพิ่งจะผงาดขึ้นมาทางตอนใต้ของแดนบรรพชนสินะ"

"ท่านคิดว่าเจ้านายของท่านจะยอมเสียเค้กก้อนโตอย่างอุปกรณ์เสริมพลังเวทนี้ไปง่ายๆ งั้นหรือ?"

หลี่จั๋วที่เมื่อกี้ยังพูดจาเยาะเย้ยซงเซี่ยป่านเปิ่นอยู่ ถึงกับหน้าถอดสี

เพิ่งจะอ้าปากพูดไปประโยคเดียว อีกฝ่ายกลับรู้ตื้นลึกหนาบางของเขาจนหมดเปลือก แสดงว่าเตรียมตัวมาดีจริงๆ

คนอื่นๆ ในห้องประชุมก็เงียบกริบลง พวกเขารู้ดีว่าชาวเผ่ารื่อวัวคนนี้ไม่ได้รู้แค่เบื้องหลังของหลี่จั๋วคนเดียวแน่ๆ

ซงเซี่ยป่านเปิ่นไม่ได้รอให้หลี่จั๋วพูดอะไรต่อ เขาชิงพูดขึ้นมาว่า

"เชื่อว่าทุกท่านคงสังเกตเห็นแล้วว่า ผู้ที่มาร่วมงานในวันนี้ ล้วนแต่เป็นผู้ที่มีอิทธิพลในแต่ละแวดวงของแดนบรรพชน หรือไม่ก็เป็นเศรษฐีที่มีทรัพย์สินมหาศาล"

"และในแต่ละแวดวงธุรกิจ เราได้เชิญตัวแทนมาเพียงแค่แห่งเดียวเท่านั้น"

"ขอเพียงแค่ทุกท่านใช้กำลังที่ตัวเองมี ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับเมืองอันถู่ของเรา เมื่อถึงเวลาที่แดนบรรพชนเปลี่ยนมือ ทุกท่านก็จะได้กลายเป็นผู้ค้ารายใหญ่ที่สุดในแวดวงธุรกิจของตัวเอง!"

เมื่อมีการหยิบยกผลประโยชน์ขึ้นมาล่อ แววตาของคนด้านล่างเวทีก็เริ่มสั่นไหว

พวกเขาก็เป็นแค่พ่อค้า ไม่ใช่ชาวเมืองแดนบรรพชนสักหน่อย

ดังนั้นความเป็นตายของแดนบรรพชนจึงไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

การกอบโกยผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุดต่างหากคืองานหลักของพวกเขา

ทำธุรกิจกับใครมันก็เหมือนกันนั่นแหละ แถมยังได้ผูกขาดผลประโยชน์ในแวดวงธุรกิจนั้นๆ แต่เพียงผู้เดียวอีกด้วย

เมื่อเห็นผู้คนด้านล่างเวทีแสดงท่าทีหวั่นไหวและลังเลใจ

ซงเซี่ยป่านเปิ่นก็ยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนจะยืดอกขึ้นแล้วพูดว่า

"ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ที่ข้าคิดว่าจำเป็นต้องบอกให้ทุกท่านทราบ"

"เมืองอันถู่ ย้ายเมืองมาจากหมู่เกาะเศษดารา"

"ย้ายเมืองงั้นเรอะ?"

ฝูงชนด้านล่างเวทีต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ต่อให้พวกเขารวมเงินจากเบื้องหลังทั้งหมดมา ก็ยังไม่พอจ่ายค่าย้ายเมืองเลยด้วยซ้ำ

แต่ชาวเผ่ารื่อวัวกลุ่มนี้กลับสามารถย้ายเมืองมาได้ แสดงว่าต้องมีกำลังทรัพย์มหาศาลแน่ๆ

เสนอผลประโยชน์ให้แล้ว ก็ต้องแสดงศักยภาพให้เห็นบ้าง

แบบนี้ถึงจะทำให้คนอื่นยอมรับใช้ได้อย่างเต็มใจ

เมื่อเห็นว่าแผนนี้ได้ผล ซงเซี่ยป่านเปิ่นก็พูดต่อ

"แถมแม่ทัพใหญ่ของเรา ยังเป็นถึงขุนพลระดับสี่ดาวสีแดง! และมีระดับขั้นที่สูงมากด้วย!"

ถ้าคำพูดก่อนหน้านี้ยังสร้างแรงกระเพื่อมได้ไม่พอ คำพูดประโยคนี้ก็ทำให้ทิศทางลมในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีเหมือนเซี่ยอวี่ ที่เปิดกาชาปุ๊บก็ได้ขุนพลสีทองระดับตำนานมาปั๊บ แถมยังได้กุนซือสีส้มไร้เทียมทานมาอีก

แค่มีขุนพลระดับสามดาวสีม่วงสักคน ก็เพียงพอที่จะทำให้หลายคนยอมมอบกายถวายชีวิตให้แล้ว

"ข้าเอาด้วย"

มีคนยกมือขึ้นมาจากด้านล่างเวที

เมื่อถังไม้มีรูรั่ว น้ำก็ย่อมไหลทะลักออกมาไม่หยุด

จากนั้นคนอื่นๆ ที่เหลือต่างก็แย่งกันยกมือตกลงตาม

สุดท้ายก็เหลือแค่เซี่ยอวี่ และมีชายอีกคนหนึ่งที่ยังลังเลใจ เอ่ยปากถามขึ้นมาว่า

"พวกชนเผ่ารื่อวัวอย่างเจ้าลงทุนย้ายเมืองมาที่นี่ ไม่กลัวว่าจะถูกเจ้าเมืองระดับท็อปของเผ่ามังกรพวกเราเพ่งเล็งเอางั้นรึ?"

บรรดาคนที่กำลังหน้ามืดตามัวเพราะผลประโยชน์ เมื่อได้ยินคำถามนี้ก็เริ่มได้สติกลับมา

ใช่แล้ว นี่คือดินแดนภาคกลางนะ ถ้าพวกแกแค่มาสร้างเมืองสาขา มันก็เป็นเรื่องเล็ก

แต่นี่พวกแกเล่นย้ายเมืองที่พัฒนามาแล้วมาตั้งตระหง่านอยู่แบบนี้

นั่นมันไม่ได้บ่งบอกถึงความทะเยอทะยานที่ปิดไม่มิดหรอกเรอะ? ไม่ใช่ว่าพวกแกจงใจมาท้าทายอำนาจของเจ้าเมืองระดับท็อปในดินแดนภาคกลางหรอกเรอะ? ถึงเวลานั้น เงินก็ไม่ได้ แถมเมืองก็ถูกตีแตก พวกเราก็ต้องหนีหัวซุกหัวซุนกลับไปรอรับบทลงโทษจากเจ้านายอีก!

เมื่อเจอคำถามนี้เข้าไป ซงเซี่ยป่านเปิ่นก็ไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใด

เขากลับยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วตอบว่า "พวกเรามาจากสมาพันธ์ซามูไรของชนเผ่ารื่อวัว"

สิ้นเสียงนั้น ทั้งห้องประชุมก็ตกอยู่ในความเงียบงัน

ชายคนสุดท้ายที่ยังลังเลใจอยู่เมื่อครู่ ก็รีบชูมือขึ้นทันที "ข้าก็เอาด้วย"

สมาพันธ์ซามูไรเป็นหนึ่งในสองสมาพันธ์ระดับ 5 ดาวของชนเผ่ารื่อวัว ส่วนอีกแห่งคือสมาพันธ์นินจา

แถมช่วงนี้ยังมีข่าวลือหนาหูว่า สองสมาพันธ์ระดับ 5 ดาวนี้กำลังจับมือร่วมมือกันทำโปรเจกต์ใหญ่อยู่

"ฮ่าฮ่าฮ่า นี่แหละคือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุด"

ซงเซี่ยป่านเปิ่นหัวเราะร่า

ก่อนจะพูดต่อไปว่า

"คราวนี้ทุกท่านคงสบายใจได้แล้วสินะ แถม..."

พูดถึงตรงนี้ เขาก็จงใจลากเสียงยาว

"แถมบรรดาเจ้าเมืองระดับท็อปของเผ่ามังกรพวกท่าน ในตอนนี้ก็คงไม่มีกะจิตกะใจมาสนใจพวกเราหรอก ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า"

คนอื่นๆ สบตากันแล้วก็หัวเราะฮ่าๆ ตามไปด้วย

เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะอย่างเข้าขากันของพวกสมคบคิด

เซี่ยอวี่ที่นั่งเงียบมาตลอดก็คายเปลือกองุ่นในปากลงบนพื้น จากนั้นก็หยิบลูกใหม่เข้าปาก แล้วคายเปลือกลงบนพื้นอีก

เสียงคายเปลือกองุ่นดึงดูดความสนใจของซงเซี่ยป่านเปิ่น

เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเซี่ยอวี่แล้วถามว่า

"นายท่านผู้นี้ ไม่พอใจในข้อเสนอของข้าอย่างนั้นหรือ?"

เซี่ยอวี่ไม่ได้ตอบอะไร เขายังคงเคี้ยวองุ่นในปากต่อไปอย่างหน้าตาเฉย

แต่เปลือกองุ่นชิ้นต่อไป กลับถูกถ่มใส่หน้าของซงเซี่ยป่านเปิ่นอย่างจัง

......

(เมื่อคืนโพสต์นิยายเสร็จก็เข้านอนเลย พอตื่นมาดูอีกที พระเจ้าช่วย คะแนนโหวตลดฮวบลงมาเหลือ 8.2 เพียงเพราะฉันเขียนถึงพวกประเทศรื่อวัวเนี่ยนะ? ทำให้พวกติ่งรื่อวัวอกแตกตายงั้นสิ? หึ งั้นฉันก็จะเขียนถึงพวกมันต่อไปนี่แหละ!!!)

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 45 - แผนการร้ายของเมืองอันถู่ สงครามจิตวิทยา

คัดลอกลิงก์แล้ว