- หน้าแรก
- ระบบเจ้าเมือง พรสวรรค์คริติคอลร้อยเท่าสะท้านโลก
- บทที่ 34 - การโจมตีรังอสูรครั้งแรก สังหารพวกปลายแถวให้สิ้นซาก
บทที่ 34 - การโจมตีรังอสูรครั้งแรก สังหารพวกปลายแถวให้สิ้นซาก
บทที่ 34 - การโจมตีรังอสูรครั้งแรก สังหารพวกปลายแถวให้สิ้นซาก
บทที่ 34 - การโจมตีรังอสูรครั้งแรก สังหารพวกปลายแถวให้สิ้นซาก
ดึกสงัด เซี่ยอวี่ยกระดับการป้องกันอาณาเขตให้แน่นหนาขึ้น
เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวเมืองถูกสายลับอสูรกายลอบโจมตี
......
เช้าวันรุ่งขึ้น เซี่ยอวี่สั่งให้นักรบคลุ้มคลั่งไปจับสายลับอสูรกายมาหลายตัว
"หนูหนังม่วงงั้นเหรอ"
ภายในค่ายทหาร เซี่ยอวี่ใช้ดาบเชยคางหัวของอสูรกายตัวหนึ่งขึ้นมา
อสูรกายตัวนี้สวมชุดเกราะ แต่มันกลับเป็นหนูยักษ์หนังสีม่วงที่ยืนสองขาได้
ทั่วร่างของมันส่งกลิ่นเหม็นเน่า ฟันแหลมคมกริบ และดวงตาสาดประกายแสงสีแดง
แม้หนูยักษ์หนังม่วงตัวนี้จะตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวหลังจากถูกจับตัวมา
แต่เมื่อมันมองดูเหล่าทหารสุดแกร่งในค่าย น้ำลายของมันกลับไหลย้อยออกมา
"หึ แกนี่ไม่กลัวตายเลยจริงๆ สินะ"
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาเห็นเหยื่อกล้าน้ำลายสอใส่ผู้ล่า
เซี่ยอวี่ตวัดดาบฟันปากของมันขาดไปครึ่งซีก!
"จี๊ด!!!"
หนูยักษ์หนังม่วงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
ตรงบริเวณปากที่ถูกฟันขาดไปครึ่งหนึ่งนั้น ไม่มีเลือดไหลออกมาเลยสักหยด แต่กลับมีควันสีดำพวยพุ่งออกมาอย่างน่าประหลาด
จากนั้นบาดแผลก็ค่อยๆ สมานตัวกลับเป็นเหมือนเดิม
"หืม?"
เซี่ยอวี่ประหลาดใจเล็กน้อย
นี่สินะคือความแข็งแกร่งของพวกอสูรกาย สามารถรักษาตัวเองได้ด้วยงั้นเหรอ?
เขาฟันดาบลงไปอีกครั้ง
"จี๊ด!"
รอจนมันรักษาตัวเสร็จ เขาก็ฟันซ้ำลงไปอีก
"จี๊ด!"
อีกดาบ!
แล้วก็อีกดาบ!
จนในที่สุดหนูยักษ์หนังม่วงก็ร้องไม่ออกอีกต่อไป
หมอกสีดำที่ลอยวนอยู่รอบๆ ปากที่ขาดวิ่นก็ไม่ยอมสมานแผลให้มันอีกแล้ว
เซี่ยอวี่จึงตวัดดาบตัดหัวของมันกระเด็นหลุดจากบ่า
แม้หัวจะขาดกระเด็น แต่หนูยักษ์หนังม่วงกลับยังไม่ตายสนิท ร่างที่ไร้หัวของมันยังคงดิ้นพล่านไปมาไม่หยุด
"นายกองเตมูจิน ลองใช้สกิลฟันมันดูสักทีสิ"
เตมูจินชักดาบโค้งออกมา แสงสีเลือดสาดประกายวาบขึ้นบนคมดาบ
จากนั้นก็ตวัดฟันผ่านร่างของหนูยักษ์หนังม่วง
ปลิดชีพในดาบเดียว ในที่สุดหนูยักษ์หนังม่วงก็นิ่งสนิทไม่ไหวติงอีกต่อไป
หมอกสีดำบนร่างของมันไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้บาดแผลที่เกิดจากคมดาบของเตมูจิน
"เป็นอย่างนี้นี่เอง"
อาวุธธรรมดาหรือการโจมตีปกติจะสร้างความเสียหายให้กับพวกอสูรกายได้น้อยมาก
มีเพียงอาวุธที่ได้รับการเสริมพลังเวทและการโจมตีด้วยสกิลเท่านั้นที่จะสามารถปลิดชีพพวกอสูรกายได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว
"แบบนี้ก็ดี"
เมื่อได้คำตอบที่ต้องการ เซี่ยอวี่ก็หยิบมีดสั้นที่สร้างโดยเผ่าเหอลั่วซึ่งได้รับการเสริมพลังเวทธาตุน้ำแข็งออกมา
แล้วแทงทะลุร่างของสายลับอสูรกายตัวอื่นๆ
พวกมันทั้งหมดถูกปลิดชีพในพริบตาโดยไม่มีข้อยกเว้น
แม้จะเคยได้รับข้อมูลเรื่องนี้มาบ้างแล้ว
แต่เซี่ยอวี่ก็ยังอยากจะเห็นด้วยตาตัวเองอยู่ดี
"นายกองเตมูจิน หนิวเอ้อร์ นำกองกำลังของพวกนายออกเดินทางได้"
"แยกเป็นสองสาย โอบล้อมรังอสูรทั้งสามแห่งจากทั้งสองฝั่ง!"
"รับทราบขอรับท่านเจ้าเมือง!"
เตมูจินและหนิวเอ้อร์ประสานมือรับคำสั่ง จากนั้นก็นำกองทัพมุ่งหน้าไปยังรังอสูร
ส่วนสายลับอสูรกายตัวอื่นๆ ที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้น เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ต่างก็วิ่งหนีกลับไปรายงานข่าวด้วยความตื่นตระหนก
เตมูจินยิงธนูสังหารสายลับตัวที่วิ่งนำหน้าสุดร่วงลงไปกองกับพื้น
จากนั้นก็จงใจลดความเร็วลงเพื่อสะกดรอยตามสายลับตัวอื่นๆ ไปจนถึงรังอสูร
ช่างเป็นจ่าฝูงหนูยักษ์หนังม่วงที่โชคดีเสียนี่กระไร ไม่เพียงแต่ได้รอรับข่าวจากลูกน้องของตัวเองเท่านั้น
แต่ยังได้รอรับการมาเยือนของทหารม้าเหล็กมองโกลที่ถือดาบโค้งมาพร้อมกันอีกด้วย
"ไอ้พวกบัดซบ!"
นั่นคือคำพูดสุดท้ายก่อนตายของจ่าฝูงหนูยักษ์หนังม่วง
"หึ พวกปลายแถวริอ่านมาสอดแนมแดนบรรพชนของฉัน งั้นก็ตายให้หมดนี่แหละ!"
เซี่ยอวี่ที่อยู่ในจวนเจ้าเมืองกินองุ่นที่เมาจิ่วป้อนให้พลางแค่นเสียงหัวเราะเยาะ
จากนั้นก็ใช้ดวงตาสัจธรรมเฝ้าดูความเคลื่อนไหวในสนามรบต่อไป
นี่ก็ถือเป็นการพัฒนาและการเรียนรู้อย่างหนึ่งสำหรับเซี่ยอวี่
เขาไม่มีทางหมกตัวอยู่แต่ในอาณาเขตไปตลอดชีวิตหรอก
ในอนาคตเขาก็ต้องลงสนามรบด้วยตัวเองอย่างแน่นอน
อาศัยจังหวะที่สงครามหลายๆ ครั้งยังอยู่ในระยะการตรวจสอบของดวงตาสัจธรรม เขาจึงอยากเรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด
พอถึงเวลาที่ต้องลงสนามรบจริงๆ จะได้ไม่ตื่นสนาม
หลังจากเตมูจินสังหารล้างบางรังอสูรแห่งแรกเสร็จ เขาก็ทิ้งทหารม้าเหล็กมองโกลไว้ 20 นายเพื่อเฝ้าของเชลยและรอคนจากกรมช่างมารับช่วงต่อ
ส่วนตัวเขาเองก็นำทหารม้าเหล็กมองโกลที่เหลือมุ่งหน้าไปยังรังอสูรแห่งต่อไป
เห็นได้ชัดว่ารังอสูรแห่งต่อไปได้รับข่าวจากสายลับแล้ว จึงมีการเตรียมการป้องกันเอาไว้
แต่นั่นก็เป็นเพราะเตมูจินและหนิวเอ้อร์จงใจปล่อยสายลับพวกนั้นไปเอง
ตั้งแต่แรกพวกเขาก็ไม่ได้คิดจะไล่ตามสายลับของรังอสูรแห่งนี้อยู่แล้ว
ที่ปล่อยไปก็เพื่อให้พวกมันไปส่งข่าวนั่นแหละ
เซี่ยอวี่สั่งการลงมาว่า อยากจะดูว่าพวกอสูรกายที่เตรียมตัวป้องกันอย่างเต็มพิกัดจะมีน้ำยาแค่ไหน
เตมูจินก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร
ถ้าอีกฝ่ายเป็นคู่ต่อสู้ที่สูสีหรือเก่งกว่า
เตมูจินคงเลือกใช้กลยุทธ์สกัดกั้นสายลับ แล้วบุกโจมตีรังอสูรสายฟ้าแลบเพื่อชิงความได้เปรียบในสงครามไปแล้ว
แต่สำหรับคู่ต่อสู้ที่ไม่ได้อยู่ในสายตาแบบนี้ เตมูจินก็ไม่รังเกียจที่จะลองหยั่งเชิงดูขีดจำกัดของพวกมัน
ก็เหมือนกับแมวที่จับหนูได้แล้วต้องเอามาเล่นสนุกสักพัก หรือมนุษย์ที่ไม่เคยสนใจมดที่อยู่ใต้ฝ่าเท้านั่นแหละ
กองทหารม้าเหล็กมองโกลที่มีสกิลเพิ่มความเร็วเดินทางมาถึงก่อนพวกนักรบคลุ้มคลั่ง
แต่เมื่อเตมูจินมาถึง เขาก็ไม่ได้สั่งโจมตีในทันที
เขาสั่งให้ทหารม้าเหล็กมองโกลกระจายกำลังโอบล้อมรังอสูรเอาไว้ ไม่ให้พวกอสูรกายเล็ดลอดออกไปได้แม้แต่ตัวเดียว
ไม่นานนัก พวกนักรบคลุ้มคลั่งก็เดินทางมาถึง
ยังคงเป็นเหมือนเดิมคือมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนไปทั่วร่าง
แต่คราวนี้ไม่ใช่คราบเลือด ทว่าเป็นหมอกสีดำต่างหาก
"นายกอง ปล่อยให้ท่านต้องรอซะแล้ว!"
เมื่อหนิวเอ้อร์มาถึงและเห็นว่าเตมูจินกำลังรออยู่
เขาก็ประสานมือกล่าวด้วยความเกรงใจ
"ไม่เป็นไร เริ่มกันเลยเถอะ"
"ได้!"
สิ้นเสียงสั่งการของหนิวเอ้อร์ มัดกล้ามของเหล่านักรบคลุ้มคลั่งก็ปูดโปนขึ้น พวกเขาแหงนหน้าคำรามก้อง
ดวงตาแดงก่ำ มือกระชับขวานยักษ์คู่คู่กายแล้วพุ่งทะยานเข้าไปในรังอสูร
ส่วนทหารม้าเหล็กมองโกลก็ตีวงล้อมอยู่รอบนอก คอยสาดการโจมตีสนับสนุน
[กองทหารม้าเหล็กมองโกลของคุณทลายรังอสูรสำเร็จหนึ่งแห่ง!]
[กองนักรบคลุ้มคลั่งของคุณทลายรังอสูรสำเร็จหนึ่งแห่ง!]
[กองทหารม้าเหล็กมองโกลและกองนักรบคลุ้มคลั่งของคุณร่วมกันทลายรังอสูรสำเร็จหนึ่งแห่ง!]
[กองทหารม้าเหล็กมองโกลของคุณเลื่อนขั้นเป็นเลเวล 2!]
[กองนักรบคลุ้มคลั่งของคุณเลื่อนขั้นเป็นเลเวล 3!]
เมื่อเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้น
การนำทัพออกโจมตีพวกอสูรกายครั้งแรกของแดนบรรพชนก็จบลงด้วยชัยชนะอย่างงดงาม
[ขอแสดงความยินดี คุณเปลี่ยนรังอสูรสำเร็จหนึ่งแห่ง ผลิตแต้มทรัพยากรได้ 20000 แต้มต่อวัน!]
[ขอแสดงความยินดี คุณเปลี่ยนรังอสูรสำเร็จหนึ่งแห่ง ผลิตแต้มทรัพยากรได้ 30000 แต้มต่อวัน!]
[ขอแสดงความยินดี คุณเปลี่ยนรังอสูรสำเร็จหนึ่งแห่ง ผลิตแต้มทรัพยากรได้ 50000 แต้มต่อวัน!]
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกสามครั้ง ทีมจากกรมช่างได้เข้ายึดครองรังอสูรให้กลายเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรของแดนบรรพชนเรียบร้อยแล้ว
หลังจากเสียงแจ้งเตือนจบลงไม่นาน
เตมูจินก็พากองทัพกลับมาถึง
เขาทำตามธรรมเนียมโดยให้คนนำหัวของจ่าฝูงรังอสูรทั้งสามแห่งไปวางรวมกับหัวของหัวหน้าศัตรูที่เคยสังหารไปก่อนหน้านี้
เซี่ยอวี่แทบรอไม่ไหวที่จะค้นดูของเชลยที่ดรอปจากรังอสูรทั้งสามแห่งนี้
ล้วนเป็นรังอสูรระดับต่ำ จึงไม่ได้มีของดีเหนือความคาดหมายดรอปออกมาเลย
แต่รังอสูรที่ทหารม้าเหล็กมองโกลและนักรบคลุ้มคลั่งร่วมมือกันถล่มนั้นก็พอจะทำให้เซี่ยอวี่ประหลาดใจได้บ้าง
รังอสูรอีกสองแห่งดรอปแค่วัตถุอัญเชิญสีขาวมาแห่งละชิ้นเท่านั้น
เมื่อเทียบกับเลเวลของพวกมันแล้วก็ถือว่าไม่ดีและไม่แย่
จัดอยู่ในเกณฑ์ปกติ
แต่รังอสูรแห่งที่สามนี้กลับดรอปวัตถุอัญเชิญมาถึงสองชิ้น
ชิ้นหนึ่งเป็นสีขาว ส่วนอีกชิ้นกลับเป็นสีฟ้า!
แม้อันดับสีจะไม่สูง แต่เมื่อนำไปรวมกับวัตถุอัญเชิญที่สะสมไว้ก่อนหน้านี้
ตอนนี้เซี่ยอวี่ก็มีวัตถุอัญเชิญครบ 10 ชิ้นพอดี
โดยแบ่งเป็นสีขาวแปดชิ้นและสีฟ้าสองชิ้น
"ในที่สุดก็รวบรวมครบ 10 โรลสักทีนะ!"
ชีวิตที่ไม่ได้กดกาชาแบบ 10 โรลถือเป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบ!
[จบแล้ว]