เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 - การสอดแนมของอสูรกาย

บทที่ 33 - การสอดแนมของอสูรกาย

บทที่ 33 - การสอดแนมของอสูรกาย


บทที่ 33 - การสอดแนมของอสูรกาย

[ต้องการใช้พิมพ์เขียววิวัฒนาการพิเศษนี้กับโรงตีเหล็กหรือไม่?]

[ใช่]

"ขอแสดงความยินดี โรงตีเหล็กของคุณวิวัฒนาการเป็นโรงตีเหล็กคนแคระ!"

"คุณเปิดใช้งานพรสวรรค์เฉพาะตัวคริติคอลร้อยเท่า โรงตีเหล็กของคุณวิวัฒนาการเป็นโรงตีเหล็กเผ่าเหอลั่ว!"

เมื่อสิ้นเสียงของระบบ โรงตีเหล็กที่ดูธรรมดาก็เปล่งแสงสีแดงวาบขึ้นมา

มันพลิกโฉมกลายเป็นสิ่งปลูกสร้างของชาวเหอลั่วที่มีรูนฝังอยู่ที่ชายคาบ้าน

ความสูงของตัวอาคารลดลง แต่มีความหนาเพิ่มขึ้น

มีร่างของชาวเหอลั่วเดินออกมาจากข้างในหลายคน พวกเขามีความสูงมากสุดไม่เกิน 130 เซนติเมตร แต่ทั่วร่างเต็มไปด้วยมัดกล้าม ใบหน้ามีหนวดเคราดกดำ และในมือถือค้อนเหล็ก

"คารวะท่านเจ้าเมือง!"

"ดีมาก ไม่ต้องมากพิธี!"

เซี่ยอวี่สำรวจมองพวกเขาพลางเปิดหน้าต่างข้อมูลขึ้นมา

[หน้าต่างข้อมูลโรงตีเหล็กเผ่าเหอลั่ว]

[เลเวล]: เลเวล 4

[จำนวนคน]: 12 คน

[ความสามารถพิเศษ]: ไม่เพียงแต่สามารถสร้างไอเทมที่มีคุณภาพสูงขึ้นได้ แต่ยังสามารถเสริมพลังเวทให้กับไอเทมที่สร้างได้ด้วย และมีโอกาสที่จะค้นคว้าจนได้พิมพ์เขียวไอเทมออกมา!

(คำอธิบาย: ชาวเหอลั่วจากแดนตะวันตกเฉียงใต้อันห่างไกล เกิดมาพร้อมกับการจับค้อน ไม่มีใครเข้าใจเรื่องการหลอมสร้างไปมากกว่าพวกเขาอีกแล้ว!)

"คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม! สายสุ่มผู้โชคดียังไงก็ต้องเป็นฉันนี่แหละ"

เมื่อเทียบกับคุณสมบัติทั้งสามข้อของเผ่าเหอลั่วแล้ว เงิน 200000 แต้มทรัพยากรนั้นดูจิ๊บจ๊อยไปเลย

แค่ข้อแรกที่บอกว่า "สามารถสร้างไอเทมที่มีคุณภาพสูงขึ้นได้" ก็เป็นสิ่งที่เจ้าเมืองคนอื่นๆ ปรารถนาแต่ไม่อาจเอื้อมถึงแล้ว

ไอเทมชนิดเดียวกัน แต่สามารถสร้างของที่มีคุณภาพแตกต่างกันออกมาได้

เท่ากับว่าลงทุนด้วยต้นทุนที่เท่ากัน แต่เซี่ยอวี่สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มากกว่าคนอื่นหลายเท่า

เมื่อสะสมไปเรื่อยๆ 200000 แต้มทรัพยากรก็เทียบเท่ากับมูลค่าของอาวุธที่สร้างเสร็จแค่ไม่กี่ล็อตเท่านั้นเอง

ที่สำคัญที่สุดคือข้อความที่บอกว่า "สามารถเสริมพลังเวทให้กับไอเทมที่สร้างได้" นี่แหละ!

อาวุธที่ได้รับการเสริมพลังเวทนั้นเป็นของล้ำค่าที่ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้

อาวุธที่ผ่านการเสริมพลังเวทจะมีฟังก์ชั่นที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการเสริมพลังเวทนั้นๆ

ทหารที่ถืออาวุธเสริมพลังเวท ก็เท่ากับว่ามีสกิลเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งสกิล!

"ถ้าทหารของฉันทุกคนได้สวมใส่อาวุธเสริมพลังเวทล่ะก็!"

ถึงตอนนั้นพลังรบจะไม่พุ่งทะยานขึ้นเลยหรือไง?

โดยเฉพาะเวลาที่ต้องรับมือกับพวกอสูรกายสุดประหลาด ถ้าเสริมพลังเวทธาตุแสงเข้าไปในอาวุธล่ะก็

ความเสียหายที่ทำกับพวกมันก็จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล!

เมื่อถึงเวลาที่เซี่ยอวี่กลายเป็นเจ้าเมืองระดับสูง เขาจะต้องไปสร้างเมืองสาขาที่แดนเหนือและเข้าร่วมกับกำแพงยักษ์ การมีของพวกนี้ไว้จะทำให้เขามีความมั่นใจในการต่อกรกับอสูรกายมากขึ้น

"มีโอกาสที่จะค้นคว้าจนได้พิมพ์เขียวไอเทมออกมา!"

ชาวเหอลั่วไม่เพียงแต่สร้างอาวุธชั้นยอดได้เท่านั้น แต่พวกเขายังรักในการค้นคว้าและพัฒนาก้าวข้ามขีดจำกัดทางเทคโนโลยีด้วย

เพื่อสร้างยุทโธปกรณ์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น!

การเดิมพันครั้งนี้ไม่มีวันพ่ายแพ้!

เมื่อได้เผ่าเหอลั่วมาแล้ว ตลาดในเมืองก็สามารถวางขายสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองได้ นั่นก็คืออุปกรณ์จากชาวเหอลั่ว!

เพียงแค่ปล่อยข่าวนี้ออกไป มันจะต้องดึงดูดขบวนพ่อค้าให้เดินทางมาที่แดนบรรพชนมากขึ้นอย่างแน่นอน

"ดูเหมือนว่าต่อไปจะต้องดูแลแม่หนูลั่วเข่อซินให้ดีซะแล้วสิ!"

ถ้าเธอไม่ขายพิมพ์เขียวไร้คุณสมบัติให้เขาในราคาครึ่งเดียว เซี่ยอวี่ก็คงไม่รู้ว่าพรสวรรค์ของตัวเองยังมีประโยชน์แบบนี้อยู่ด้วย

หลังจากทำความรู้จักกับชาวเหอลั่วพอสังเขป เซี่ยอวี่ก็เดินออกจากโรงตีเหล็ก

เพราะเขาค้นพบเรื่องใหญ่เข้าให้แล้ว!

นับตั้งแต่เขาเปิดใช้งานสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในอาณาเขตและอัปเลเวลพื้นที่เพาะปลูกรวมถึงโรงตีเหล็กแล้ว

ดวงตาสัจธรรมก็สังเกตเห็นว่ามีสายลับของพวกอสูรกายจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาที่แดนบรรพชน

โดยเฉพาะหลังจากที่ใช้พิมพ์เขียวจนได้โรงตีเหล็กเผ่าเหอลั่วมา รังอสูรทั้งสามแห่งก็เกิดความเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงจนเห็นได้ชัด

"อดใจไม่ไหวแล้วล่ะสิ?"

เซี่ยอวี่เผยรอยยิ้มออกมา

อสูรกายมักจะโจมตีอาณาเขตที่มีเลเวลสูงและมีมูลค่าสูง!

เพราะยิ่งอาณาเขตมีมูลค่าสูง ผลึกในตราประทับเจ้าเมืองก็ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อรังอสูรของพวกมันมากขึ้น

และเนื้อเลือดของทหารที่แข็งแกร่งก็ช่วยยกระดับความสามารถของอสูรกายได้อย่างมหาศาลเช่นกัน

นี่จึงเป็นเหตุผลที่อสูรกายกับมนุษย์เป็นศัตรูคู่อาฆาตกัน

มนุษย์โจมตีรังอสูรเพื่อแย่งชิงทรัพยากรและไอเทมพิเศษ

อสูรกายโจมตีมนุษย์เพื่อวิวัฒนาการรังอสูรและเสริมความแข็งแกร่งให้ตัวเอง

เรียกได้ว่าทั้งสองฝ่ายอยู่ในสถานะที่ไม่ตายก็ไม่เลิกรา

แต่อสูรกายนั้นบ้าคลั่งกว่ามาก

ในช่วงแรก การต่อสู้มักจะจำกัดอยู่แค่ระหว่างเจ้าเมืองที่เป็นมนุษย์กับพวกอสูรกายเท่านั้น

แต่ต่อมา อสูรกายก็เริ่มยื่นมือเข้าหาชาวบ้านท้องถิ่นที่อ่อนแอ

แม้ว่าเนื้อและเลือดของชาวบ้านท้องถิ่นที่อ่อนแอจะไม่สามารถช่วยอะไรอสูรกายได้มากนัก

แต่เนื้อและเลือดของชาวบ้านท้องถิ่น 1 คนอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรมาก แล้วถ้าเป็น 10 คนล่ะ ถ้าเป็น 100000 คนล่ะ หรือถ้าเป็น 1000000 คนล่ะ

เคยมีช่วงเวลาหนึ่งที่ชาวบ้านท้องถิ่นจำนวนมหาศาลและเมืองของเจ้าเมืองที่อ่อนแอถูกอสูรกายรุกราน!

พวกมันกินเนื้อสดๆ และดื่มเลือดเป็นอาหาร

มนุษย์นับแสนนับล้านคนกลายเป็นเสบียงของอสูรกาย

ครอบครัวนับล้านต้องแตกสลาย ในช่วงเวลานั้น จำนวนผู้อพยพในมหาทวีปทั้งเก้าพุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด!

มีการล้างบางหมู่บ้าน ล้างบางเมือง!

มหาทวีปทั้งเก้ากลายสภาพเป็นขุมนรกบนดิน

ริมถนนเต็มไปด้วยศพมนุษย์ที่ร่างกายฉีกขาด

บริเวณรอบๆ อาณาเขตของเจ้าเมืองผู้ยิ่งใหญ่เนืองแน่นไปด้วยผู้อพยพจนแทบไม่มีทางเดิน

ในช่วงนั้นก็มีเจ้าเมืองหลายคนที่ทนดูไม่ได้ นำทัพออกไปปราบปรามอสูรกาย!

แต่พวกอสูรกายที่ได้ลิ้มรสความหอมหวานไปแล้วมีหรือจะยอมเลิกราง่ายๆ?

การไปโจมตีเจ้าเมือง ไม่เพียงแต่จะสูญเสียกำลังพลอย่างหนัก แถมยังไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า

เผลอๆ อาจจะกลายเป็นการประเคนรังอสูรของตัวเองให้กลายเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรของเจ้าเมืองมนุษย์ไปซะอีก

แต่การเข่นฆ่าพลเรือนนั้นต่างออกไป

การฆ่าพลเรือนที่ไม่มีทางสู้ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับอสูรกายเลยแม้แต่น้อย แต่กลับสามารถอาศัยจำนวนที่มากมายมหาศาลมาวิวัฒนาการตัวเองได้!

มันคือการลงทุนที่ได้กำไรมหาศาล

จนกระทั่งเรื่องนี้เริ่มส่งผลกระทบต่อการพัฒนาตามปกติของมหาทวีปทั้งเก้า และกระทบต่อผลประโยชน์ของเจ้าเมืองระดับท็อป

ที่สำคัญที่สุดคือ อสูรกายที่แข็งแกร่งที่สุดล้วนอยู่นอกกำแพงยักษ์

อสูรกายที่อยู่ภายในกำแพงยักษ์ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าเมืองระดับท็อป

พวกเขาแค่เฝ้าดูอสูรกายพวกนี้วิวัฒนาการจนถึงระดับที่สามารถเป็นแหล่งทรัพยากรให้ตัวเองได้

แล้วค่อยลงมือเก็บกวาดทีหลัง

การกระทำเช่นนี้ นอกจากจะช่วยเพิ่มชื่อเสียงให้กับอาณาเขตของตัวเองแล้ว ยังสร้างความประทับใจให้กับชาวบ้านท้องถิ่นอีกด้วย

และยังช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดบุคลากรที่เป็นชาวบ้านท้องถิ่นและขุนพลพเนจรให้มาสวามิภักดิ์ได้มากขึ้น

ประการที่สอง อสูรกายที่ผ่านการวิวัฒนาการแล้วจะสามารถดรอปของดีๆ ได้มากขึ้น!

แต่ในขณะเดียวกัน อสูรกายที่อยู่นอกกำแพงยักษ์ก็ยังคงสอดแนมเนื้อและเลือดของพลเรือนจำนวนมหาศาลอยู่เช่นกัน

หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต้องเผชิญกับความสูญเสียอย่างหนัก

ในที่สุดเจ้าเมืองระดับท็อปและระดับสูงของอสูรกายจากต่างแดนก็บรรลุข้อตกลงกัน

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สงครามเข่นฆ่าพลเรือนอันน่าสยดสยองนี้จึงได้ยุติลง

ส่วนแดนบรรพชนในเวลานี้ที่มีทั้งแท่นบูชาเปลี่ยนอาชีพนักรบคลุ้มคลั่งที่ได้รับการเสริมพลังอย่างมหาศาล ขุนพลระดับสีทอง ทหารระดับหกดาว ดวงตาสัจธรรม และโรงตีเหล็กเผ่าเหอลั่ว

ในสายตาของอสูรกาย ที่นี่คืออาหารมื้ออร่อยระดับภัตตาคารเลยทีเดียว

ขอเพียงแค่ตีแดนบรรพชนแตกได้ รับรองว่าจะสามารถยกระดับรังอสูรให้สูงขึ้นไปอีกขั้นได้อย่างแน่นอน

ดังนั้นรังอสูรทั้งสามแห่งที่อยู่ใกล้เคียงแดนบรรพชนจึงส่งสายลับออกมาเกือบทั้งหมด

อาณาเขตที่สามารถทำให้วิวัฒนาการแบบก้าวกระโดดได้!

ไม่มีอสูรกายตนไหนจะต้านทานสิ่งยั่วยวนแบบนี้ได้หรอก

ภายในโถงบัญชาการรบ

เตมูจินที่นั่งอยู่ด้านข้างเอ่ยปากขึ้น

"ท่านเจ้าเมือง ต้องการให้ข้าไปจัดการกวาดล้างสายลับพวกนั้นหรือไม่"

เซี่ยอวี่ยิ้มอย่างมั่นใจพลางโบกมือปฏิเสธ

"ไม่ต้อง ปล่อยให้พวกมันได้เห็นความยิ่งใหญ่ของแดนบรรพชนให้เต็มตาไปเลย! เพราะนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่พวกมันจะได้เห็น!"

เซี่ยอวี่อาศัยจังหวะที่สายลับอสูรกายเคลื่อนไหวไปมา ตรวจสอบความแข็งแกร่งของรังอสูรทั้งสามแห่งจนทะลุปรุโปร่งไปนานแล้ว

นี่แหละคือความแข็งแกร่งของไอเทมระดับสีแดงอย่างดวงตาสัจธรรม

ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบๆ อาณาเขต ล้วนสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด

สามารถกุมความได้เปรียบทั้งความคืบหน้าและความเคลื่อนไหวของศึกสงครามรอบๆ อาณาเขตได้ทั้งหมด

และในเมื่อรังอสูรทั้งสามแห่งนี้อยู่ในระยะการตรวจสอบของดวงตาสัจธรรม

เซี่ยอวี่ก็คงต้องขอบอกว่าเสียใจด้วยนะ

"ในเมื่อกล้ามา ก็จงเตรียมตัวทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ซะเถอะ!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 33 - การสอดแนมของอสูรกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว