- หน้าแรก
- ระบบเจ้าเมือง พรสวรรค์คริติคอลร้อยเท่าสะท้านโลก
- บทที่ 23 - ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของแดนบรรพชน
บทที่ 23 - ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของแดนบรรพชน
บทที่ 23 - ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของแดนบรรพชน
บทที่ 23 - ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของแดนบรรพชน
ทหารม้าเหล็กมองโกลที่เรียงหน้ากระดานเป็นระเบียบ ยกดาบโค้งทั้งสองเล่มที่เปล่งประกายแสงสีเลือดขึ้นมาขนานกับพื้น
"เหี้ยมโหดไร้ปรานี เมื่อสกิลมหารวมแผ่นดินล้มเหลว สกิลนี้จะทำงาน กองทหารในสังกัดจะได้รับค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 200 เปอร์เซ็นต์ สกิลจะสิ้นสุดเมื่อสังหารศัตรูจนหมดเกลี้ยง"
"ฆ่ามัน"
พวกเขาชูดาบโค้งขึ้นเหนือหัว อาชาคู่ใจก็พ่นลมหายใจร้อนเป็นไอสีขาวออกมาจากจมูก
ใครขวางทางตาย
ทุกที่ที่ทหารม้าเหล็กมองโกลควบผ่านไป จะราบเป็นหน้ากลองไม่เหลือแม้แต่เศษหญ้า
ฝั่งกองกำลังของเซี่ยเจินที่อาศัยความได้เปรียบจากภูมิประเทศที่ซับซ้อนและที่กำบังนับไม่ถ้วน ถึงได้กล้าเปิดศึกปะทะกับทหารม้าเหล็กมองโกล
วิสัยของพรานป่าก็คือการใช้ความอ่อนแอเข้าสู้กับความแข็งแกร่ง และวางกับดักไว้ทุกหนทุกแห่ง
แต่ในตอนนี้ ต้นไม้และพุ่มหญ้าที่พวกเขายึดเป็นที่มั่นสุมหัว กลับถูกฟันขาดสะบั้นด้วยคมดาบของทหารม้าเหล็กมองโกลไปทีละต้น
ส่วนเรื่องภูมิประเทศที่ว่าซับซ้อนนักหนา สำหรับพวกม้าที่ถูกอัปเกรดด้วยสกิลของเตมูจินแล้ว มันก็วิ่งฉิวเหมือนกำลังวิ่งอยู่บนพื้นราบเรียบไม่มีผิด
"อ๊าก"
"หนีเร็ว"
"ช่วยด้วย"
เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วป่าพร้อมกับการบุกทะลวงของทหารม้าเหล็กมองโกล
เซี่ยเจินที่ซุ่มซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ก็ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่ากองทหารม้าพวกนี้จะดุดันและแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้
พวกมันใช้พลังทำลายล้างเพื่อสยบทุกสิ่งทุกอย่างอย่างแท้จริง
ตอนแรกเขากะจะใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมและกับดักเพื่อปั่นหัวและค่อยๆ เชือดกองทหารม้าสองร้อยนายนี้ทิ้งทีละคน
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว แผนนั้นคงใช้ไม่ได้ผลแน่ๆ
ถ้าเขาสามารถแอบซุ่มอยู่เงียบๆ แล้วลอบฆ่าพวกทหารม้าไปทีละคน มันก็ยังพอมีโอกาสชนะอยู่บ้าง
แต่ไอ้ผู้ชายวัยกลางคนแววตาเยือกเย็นคนนั้น ดูยังไงก็รู้ว่าเป็นขุนพลผู้บัญชาการทัพของทหารม้าพวกนี้แหละ
การมีขุนพลคอยคุมทัพอยู่ด้วยแบบนี้ ขวัญกำลังใจของทหารย่อมพุ่งปรี๊ด แถมยังมีความสามัคคีกันสุดๆ หมดสิทธิ์จะหาช่องโหว่ดักเก็บพวกที่แตกแถวไปได้เลย
แต่เจ้านายก็ถูกฆ่าตาย น้องชายก็ถูกบั่นคอขาด เขาไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ให้จบลงง่ายๆ แน่
เขาจับหัวกับตัวของเซี่ยเป่ามาต่อกัน แล้วใช้ง่ามเหล็กอาวุธคู่กายของตัวเองรีบขุดหลุมตื้นๆ เพื่อฝังศพน้องชายแบบลวกๆ
จากนั้นก็ผิวปากส่งสัญญาณเสียงดังลั่นขึ้นฟ้า แล้วรีบเผ่นหนีออกจากจุดนั้นทันที
พวกลูกน้องของเขาก็รับรู้ถึงสัญญาณนั้นเช่นกัน
หลังจากนั้น พวกเขาก็พากันกระหน่ำยิงลูกธนูลอบกัดมาจากทุกสารทิศ
แต่สำหรับทหารม้าเหล็กมองโกลที่ได้รับบัฟเสริมพลังจากสกิลตั้งมากมาย การโจมตีกระจอกๆ พวกนี้มันก็เหมือนแค่มดกัดเท่านั้นแหละ
ทหารม้าเหล็กมองโกลรุกคืบเข้าใกล้เป้าหมายเรื่อยๆ ฝั่งกองกำลังของเซี่ยเจินก็ล้มตายกันเป็นใบไม้ร่วง จนตอนนี้เหลือคนอยู่แค่หยิบมือเดียว
เซี่ยเจินที่เอาแต่ยิงธนูสลับกับย้ายที่ซ่อนไปมา จ้องมองทหารม้าเหล็กมองโกลที่ตอนนี้บุกมาประชิดตัวเขาจนแทบจะหายใจรดต้นคอได้อยู่แล้ว
เขากัดฟันแน่น ตัดสินใจฮึดสู้เฮือกสุดท้าย ผิวปากส่งสัญญาณขึ้นฟ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเสียงที่ต่างไปจากเดิม
ด้วยดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้น เขาพุ่งตัวเข้าไปใช้ง่ามเหล็กในมือแทงสวนใส่ทหารม้าเหล็กมองโกลคนที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที
ในเวลาเดียวกัน ลูกน้องที่เหลือรอดทั้งหมดของเขาก็ควงง่ามเหล็กพุ่งเข้าปะทะกับพวกทหารม้าเหล็กมองโกลอย่างไม่คิดชีวิต
ทหารสู้ทหาร ขุนพลสู้ขุนพล
ทหารม้าตวัดกีบเท้าเหยียบพรานป่าที่พุ่งเข้ามาจนกระอักเลือดตายคาที่
ส่วนเตมูจินก็ควบม้าพุ่งตรงไปหาเซี่ยเจิน
ตัวยังไปไม่ทันถึง แต่ลูกธนูก็พุ่งนำหน้าไปก่อนแล้ว
ลูกธนูของเตมูจินเจาะทะลุฝ่ามือของเซี่ยเจินจนแหลกละเอียด
ง่ามเหล็กในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้น
ในจังหวะที่ง่ามเหล็กตกถึงพื้น เตมูจินก็พุ่งมาประชิดตัวเขาพอดี
ดาบโค้งในมือขวาตวัดฟันขาทั้งสองข้างของเซี่ยเจินจนขาดกระจุย และยังไม่ทันที่เขาจะได้เปล่งเสียงร้องโหยหวน
ดาบโค้งในมือซ้ายก็ตวัดฉับบั่นคอเขาขาดกระเด็นไปในเสี้ยววินาที
ขุนพลระดับสีฟ้าทั้งสองคนที่เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกัน
เกิดมาพร้อมกันก็ต้องตายพร้อมกัน กลายเป็นผีหัวขาดไปทั้งคู่
การตายของหัวหน้า ทำให้ขวัญกำลังใจและพลังต่อสู้ของพวกลูกน้องดิ่งลงเหวทันที
เพียงชั่วอึดใจเดียว ศพไร้หัวนับพันก็ล้มลงไปกองทับถมกันในป่าที่พวกเขายึดเป็นที่มั่นเพื่อเอาชีวิตรอด
ผืนป่าสีเขียวขจีถูกย้อมไปด้วยเลือดจนแดงฉาน
ตั้งแต่ตอนที่สกิลเหี้ยมโหดไร้ปรานีถูกเปิดใช้งาน มันก็เป็นตัวตัดสินชะตากรรมของพวกมันเอาไว้แล้ว
เตมูจินไม่แม้แต่จะชายตามองผลงานของตัวเอง ทันทีที่หัวศัตรูคนสุดท้ายหลุดกระเด็นออกจากบ่า
เขาก็นำกองทัพควบม้ามุ่งหน้าไปที่ค่ายหลักของพวกโจรป่าต่อทันที
เพราะมัวแต่เสียเวลากับเรื่องตรงนี้ไปเยอะแล้ว เขาจึงเปิดใช้งานสกิลทะยานควบสมรภูมิ เพื่อบัฟความเร็วในการบุกโจมตีเพิ่มขึ้นห้าเท่าไปเลย
และหลังจากนั้นไม่นาน หนิวเอ้อร์ที่เพิ่งจะวิ่งกระหืดกระหอบตามมาถึง ก็ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่
เขาอุตส่าห์คิดว่าภาพศพทหารม้าโจรป่าที่โดนฟันขาดครึ่งท่อนแล้วถูกธนูเสียบติดต้นไม้ที่เพิ่งจะไปตามเก็บกวาดมาเมื่อกี้ มันก็ดูสยดสยองโหดเหี้ยมสุดๆ แล้วนะ
ใครจะไปคิดล่ะว่าสภาพที่นี่มันจะยิ่งสยองขวัญกว่าเป็นร้อยเท่า
"มิน่าล่ะ ตอนที่ขยับเข้าไปใกล้ท่านนายกองเตมูจินเมื่อกี้ ถึงได้รู้สึกอึดอัดใจคอไม่ดีแปลกๆ"
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เขาได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วก้มหน้าก้มตาเก็บกวาดของเชลยต่อไป
ถ้าเกิดเซี่ยอวี่มารู้ความคิดของเขาเข้าล่ะก็ คงต้องมีแอบแขวะกลับไปแน่ๆ ว่า "อึดอัดใจคอไม่ดีงั้นเหรอ แล้วทีแกสับพวกมอนสเตอร์จนเละเป็นโจ๊ก แกไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือไงวะ"
......
ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากพลังบัฟสายฟ้า
ทหารม้าเหล็กมองโกลก็ควบทะยานมาถึงบริเวณค่ายเขี้ยวโลหิตอย่างรวดเร็ว
ในเมื่อกองกำลังหลักของพวกมันก็ถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว เตมูจินก็เลยไม่คิดจะงัดกลยุทธ์หรือสกิลอะไรมาใช้กับค่ายที่ว่างเปล่าแบบนี้อีก
"ศัตรูบุก ศัตรูบุก"
พวกโจรป่าที่รับหน้าที่เป็นยามเฝ้าเวรซึ่งกำลังยืนสัปหงกอยู่ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากพื้นดิน พอมองลงไปเห็นม้าตัวสูงใหญ่กับกองทหารม้าที่ดูดุดันน่าเกรงขาม พวกมันก็ตัวสั่นงันงก รีบดึงเชือกสั่นระฆังเตือนภัยทันที
ท่านหัวหน้าค่ายกับพวกหัวหน้าหน่วยเพิ่งจะยกทัพออกไปหมาดๆ แต่ค่ายกลับโดนศัตรูบุกซะแล้ว แค่คิดมันก็ไม่กล้าจินตนาการถึงจุดจบของตัวเองแล้ว
ในขณะที่มันกำลังกำอาวุธในมือแน่นด้วยความหวาดกลัว จู่ๆ ก็มีวัตถุทรงกลมสองก้อนถูกโยนขึ้นมาจากข้างล่าง แล้วหล่นตุ้บลงมาอยู่ในอ้อมแขนของมันพอดิบพอดี
ก้อนหนึ่งคือหัวของหัวหน้าค่ายที่เละจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ ส่วนอีกก้อนก็คือหัวของเซี่ยเจินที่ตาเหลือกถลนออกมานอกเบ้า
พอยามคนนั้นสบตากับหัวของเซี่ยเจิน สมองของมันก็ขาวโพลนไปชั่วขณะ
กว่าจะดึงสติกลับมาได้ ทหารม้าเหล็กมองโกลก็พังประตูค่ายเข้ามาเรียบร้อยแล้ว
มันรีบโยนหัวทั้งสองหัวทิ้งลงไปข้างล่าง แล้วแหกปากร้องตะโกนลั่นด้วยความสติแตก
"ท่านหัวหน้าค่ายกับหัวหน้าเซี่ยตายแล้ว หนีเร็วเข้าพวกเรา"
พวกทหารยามกับบรรดาเจ้าเมืองพเนจรที่ตอนแรกกะจะฮึดสู้
พอได้ยินประโยคนั้น ก็รีบคว้าของมีค่าติดไม้ติดมือคนละชิ้นสองชิ้น แล้วเผ่นหนีเอาตัวรอดกันป่าราบ
แต่เตมูจินที่บุกเข้ามาในค่ายแล้ว กลับตวัดมือส่งสัญญาณให้ทหารม้าเหล็กมองโกลพร้อมกับออกคำสั่งอย่างเลือดเย็น
"ผู้ชายคนไหนที่สูงเกินแส้ม้า ฆ่าทิ้งให้หมด ส่วนผู้หญิง ถ้าเห็นใครถืออาวุธก็สับมันให้เละไปเลย"
"รับทราบ"
ขนาดกองกำลังระดับหัวกะทิของค่ายเขี้ยวโลหิตที่หัวหน้าค่ายพาออกไป ยังโดนพวกเขาสับเละเป็นโจ๊ก
แล้วไอ้พวกสวะที่เหลือเฝ้าค่ายพวกนี้ มันจะไปรับมือทหารม้าเหล็กมองโกลได้ยังไงกัน
และแล้ว งานสังหารหมู่แบบฝ่ายเดียวก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
ตัดภาพมาที่เซี่ยอวี่ พอเห็นเตมูจินพังประตูค่ายเขี้ยวโลหิตเข้าไปได้ เขาก็กดปิดการใช้งานดวงตาสัจธรรมทันที
เขาเดินยืดเส้นยืดสายออกมาจากจวนเจ้าเมืองด้วยอารมณ์ที่เบิกบานสุดๆ
จากนั้นก็เปิดหน้าต่างตราประทับเจ้าเมืองขึ้นมา แล้วเข้าไปที่หมวดการก่อสร้าง
มุมมองของเขาก็ถูกตัดสลับไปเป็นมุมมองจากเบื้องบน
เขาเริ่มจัดการวางผังสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่ปลดล็อกไว้ก่อนหน้านี้แต่ยังไม่ได้สร้างให้เข้าที่เข้าทาง
เริ่มจากกรมพลาธิการก่อนเลยเป็นอันดับแรก
การเปิดศึกครั้งแรกของแดนบรรพชน แล้วคว้าชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่มาครองได้แบบนี้
มันก็ต้องฉลองกันชุดใหญ่สิ
เขาเซี่ยอวี่คนนี้จะจัดงานเลี้ยงปูนบำเหน็จให้กองทหารอย่างเต็มที่ไปเลย
พอสร้างกรมพลาธิการเสร็จ เซี่ยอวี่ก็อัปเกรดมันรวดเดียวจนถึงเลเวล 4 ทันที
จากนั้นก็สั่งให้จางซานไปบอกคนของกรมพลาธิการให้ขนของกินในยุ้งฉางออกมาให้หมด จัดงานเลี้ยงให้เต็มคาราเบลไปเลย
แล้วเขาก็ไล่จัดวางสิ่งปลูกสร้างที่เหลือจนครบ
ตอนแรกก็กะจะอัปเกรดให้หมดทุกอย่างนั่นแหละ แต่พอดูยอดแต้มทรัพยากรที่เหลืออยู่ ก็ปรากฏว่ามันร่อยหรอจนจะหมดกระเป๋าแล้ว
คงต้องรอให้เตมูจินกับพวกนักรบคลุ้มคลั่งขนของเชลยกลับมาก่อนค่อยว่ากันอีกที
ส่วนแต้มทรัพยากรที่เหลือติดกระเป๋าอยู่อีกนิดหน่อยตอนนี้
เซี่ยอวี่ก็เอาไปละลายกับหน้าต่างแลกเปลี่ยน ซื้อเหล้ามาตุนไว้เพียบ
งานเลี้ยงฉลองชัยชนะทั้งที จะขาดเหล้าชั้นดีไปได้ยังไงกันล่ะ
แต่จะว่าไป เซี่ยอวี่กับแม่สาวลั่วเข่อซินนี่ก็คงมีดวงสมพงษ์กันจริงๆ แฮะ
เพราะเหล้าที่เขาเหมามาส่วนใหญ่ก็เป็นของลั่วเข่อซินทั้งนั้นเลย
เซี่ยอวี่ยิ้มขำๆ แล้วส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะกดรับคำขอเป็นเพื่อนของลั่วเข่อซินที่ส่งมาตื๊อเขาตั้งหลายรอบ
โดยไม่ได้สนใจจะกดเข้าไปดูเลยว่าเธอทักแชทอะไรมาบ้าง แล้วเขาก็กดปืดหน้าต่างเจ้าเมืองไป
พระจันทร์เต็มดวงดวงดาวทอประกายระยิบระยับ วิกฤตได้รับการคลี่คลาย อารมณ์ก็เลยเบิกบานสุดๆ
เซี่ยอวี่หยิบเหล้าที่เพิ่งซื้อมาเปิดขวดกระดกไปอึกใหญ่ ความร้อนผ่าวบาดคอไหลวาบลงไปถึงกระเพาะ แล้วตีกลับขึ้นมาจนหน้ามืดนิดๆ
ในที่สุด เขาเซี่ยอวี่คนนี้ ก็จะได้ปลดปล่อยฝีมือและพัฒนาอาณาเขตเมืองของตัวเองอย่างเต็มที่สักที
[จบแล้ว]