เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 - ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของแดนบรรพชน

บทที่ 23 - ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของแดนบรรพชน

บทที่ 23 - ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของแดนบรรพชน


บทที่ 23 - ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของแดนบรรพชน

ทหารม้าเหล็กมองโกลที่เรียงหน้ากระดานเป็นระเบียบ ยกดาบโค้งทั้งสองเล่มที่เปล่งประกายแสงสีเลือดขึ้นมาขนานกับพื้น

"เหี้ยมโหดไร้ปรานี เมื่อสกิลมหารวมแผ่นดินล้มเหลว สกิลนี้จะทำงาน กองทหารในสังกัดจะได้รับค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 200 เปอร์เซ็นต์ สกิลจะสิ้นสุดเมื่อสังหารศัตรูจนหมดเกลี้ยง"

"ฆ่ามัน"

พวกเขาชูดาบโค้งขึ้นเหนือหัว อาชาคู่ใจก็พ่นลมหายใจร้อนเป็นไอสีขาวออกมาจากจมูก

ใครขวางทางตาย

ทุกที่ที่ทหารม้าเหล็กมองโกลควบผ่านไป จะราบเป็นหน้ากลองไม่เหลือแม้แต่เศษหญ้า

ฝั่งกองกำลังของเซี่ยเจินที่อาศัยความได้เปรียบจากภูมิประเทศที่ซับซ้อนและที่กำบังนับไม่ถ้วน ถึงได้กล้าเปิดศึกปะทะกับทหารม้าเหล็กมองโกล

วิสัยของพรานป่าก็คือการใช้ความอ่อนแอเข้าสู้กับความแข็งแกร่ง และวางกับดักไว้ทุกหนทุกแห่ง

แต่ในตอนนี้ ต้นไม้และพุ่มหญ้าที่พวกเขายึดเป็นที่มั่นสุมหัว กลับถูกฟันขาดสะบั้นด้วยคมดาบของทหารม้าเหล็กมองโกลไปทีละต้น

ส่วนเรื่องภูมิประเทศที่ว่าซับซ้อนนักหนา สำหรับพวกม้าที่ถูกอัปเกรดด้วยสกิลของเตมูจินแล้ว มันก็วิ่งฉิวเหมือนกำลังวิ่งอยู่บนพื้นราบเรียบไม่มีผิด

"อ๊าก"

"หนีเร็ว"

"ช่วยด้วย"

เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วป่าพร้อมกับการบุกทะลวงของทหารม้าเหล็กมองโกล

เซี่ยเจินที่ซุ่มซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ก็ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่ากองทหารม้าพวกนี้จะดุดันและแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้

พวกมันใช้พลังทำลายล้างเพื่อสยบทุกสิ่งทุกอย่างอย่างแท้จริง

ตอนแรกเขากะจะใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมและกับดักเพื่อปั่นหัวและค่อยๆ เชือดกองทหารม้าสองร้อยนายนี้ทิ้งทีละคน

แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว แผนนั้นคงใช้ไม่ได้ผลแน่ๆ

ถ้าเขาสามารถแอบซุ่มอยู่เงียบๆ แล้วลอบฆ่าพวกทหารม้าไปทีละคน มันก็ยังพอมีโอกาสชนะอยู่บ้าง

แต่ไอ้ผู้ชายวัยกลางคนแววตาเยือกเย็นคนนั้น ดูยังไงก็รู้ว่าเป็นขุนพลผู้บัญชาการทัพของทหารม้าพวกนี้แหละ

การมีขุนพลคอยคุมทัพอยู่ด้วยแบบนี้ ขวัญกำลังใจของทหารย่อมพุ่งปรี๊ด แถมยังมีความสามัคคีกันสุดๆ หมดสิทธิ์จะหาช่องโหว่ดักเก็บพวกที่แตกแถวไปได้เลย

แต่เจ้านายก็ถูกฆ่าตาย น้องชายก็ถูกบั่นคอขาด เขาไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ให้จบลงง่ายๆ แน่

เขาจับหัวกับตัวของเซี่ยเป่ามาต่อกัน แล้วใช้ง่ามเหล็กอาวุธคู่กายของตัวเองรีบขุดหลุมตื้นๆ เพื่อฝังศพน้องชายแบบลวกๆ

จากนั้นก็ผิวปากส่งสัญญาณเสียงดังลั่นขึ้นฟ้า แล้วรีบเผ่นหนีออกจากจุดนั้นทันที

พวกลูกน้องของเขาก็รับรู้ถึงสัญญาณนั้นเช่นกัน

หลังจากนั้น พวกเขาก็พากันกระหน่ำยิงลูกธนูลอบกัดมาจากทุกสารทิศ

แต่สำหรับทหารม้าเหล็กมองโกลที่ได้รับบัฟเสริมพลังจากสกิลตั้งมากมาย การโจมตีกระจอกๆ พวกนี้มันก็เหมือนแค่มดกัดเท่านั้นแหละ

ทหารม้าเหล็กมองโกลรุกคืบเข้าใกล้เป้าหมายเรื่อยๆ ฝั่งกองกำลังของเซี่ยเจินก็ล้มตายกันเป็นใบไม้ร่วง จนตอนนี้เหลือคนอยู่แค่หยิบมือเดียว

เซี่ยเจินที่เอาแต่ยิงธนูสลับกับย้ายที่ซ่อนไปมา จ้องมองทหารม้าเหล็กมองโกลที่ตอนนี้บุกมาประชิดตัวเขาจนแทบจะหายใจรดต้นคอได้อยู่แล้ว

เขากัดฟันแน่น ตัดสินใจฮึดสู้เฮือกสุดท้าย ผิวปากส่งสัญญาณขึ้นฟ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเสียงที่ต่างไปจากเดิม

ด้วยดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยความโกรธแค้น เขาพุ่งตัวเข้าไปใช้ง่ามเหล็กในมือแทงสวนใส่ทหารม้าเหล็กมองโกลคนที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที

ในเวลาเดียวกัน ลูกน้องที่เหลือรอดทั้งหมดของเขาก็ควงง่ามเหล็กพุ่งเข้าปะทะกับพวกทหารม้าเหล็กมองโกลอย่างไม่คิดชีวิต

ทหารสู้ทหาร ขุนพลสู้ขุนพล

ทหารม้าตวัดกีบเท้าเหยียบพรานป่าที่พุ่งเข้ามาจนกระอักเลือดตายคาที่

ส่วนเตมูจินก็ควบม้าพุ่งตรงไปหาเซี่ยเจิน

ตัวยังไปไม่ทันถึง แต่ลูกธนูก็พุ่งนำหน้าไปก่อนแล้ว

ลูกธนูของเตมูจินเจาะทะลุฝ่ามือของเซี่ยเจินจนแหลกละเอียด

ง่ามเหล็กในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้น

ในจังหวะที่ง่ามเหล็กตกถึงพื้น เตมูจินก็พุ่งมาประชิดตัวเขาพอดี

ดาบโค้งในมือขวาตวัดฟันขาทั้งสองข้างของเซี่ยเจินจนขาดกระจุย และยังไม่ทันที่เขาจะได้เปล่งเสียงร้องโหยหวน

ดาบโค้งในมือซ้ายก็ตวัดฉับบั่นคอเขาขาดกระเด็นไปในเสี้ยววินาที

ขุนพลระดับสีฟ้าทั้งสองคนที่เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกัน

เกิดมาพร้อมกันก็ต้องตายพร้อมกัน กลายเป็นผีหัวขาดไปทั้งคู่

การตายของหัวหน้า ทำให้ขวัญกำลังใจและพลังต่อสู้ของพวกลูกน้องดิ่งลงเหวทันที

เพียงชั่วอึดใจเดียว ศพไร้หัวนับพันก็ล้มลงไปกองทับถมกันในป่าที่พวกเขายึดเป็นที่มั่นเพื่อเอาชีวิตรอด

ผืนป่าสีเขียวขจีถูกย้อมไปด้วยเลือดจนแดงฉาน

ตั้งแต่ตอนที่สกิลเหี้ยมโหดไร้ปรานีถูกเปิดใช้งาน มันก็เป็นตัวตัดสินชะตากรรมของพวกมันเอาไว้แล้ว

เตมูจินไม่แม้แต่จะชายตามองผลงานของตัวเอง ทันทีที่หัวศัตรูคนสุดท้ายหลุดกระเด็นออกจากบ่า

เขาก็นำกองทัพควบม้ามุ่งหน้าไปที่ค่ายหลักของพวกโจรป่าต่อทันที

เพราะมัวแต่เสียเวลากับเรื่องตรงนี้ไปเยอะแล้ว เขาจึงเปิดใช้งานสกิลทะยานควบสมรภูมิ เพื่อบัฟความเร็วในการบุกโจมตีเพิ่มขึ้นห้าเท่าไปเลย

และหลังจากนั้นไม่นาน หนิวเอ้อร์ที่เพิ่งจะวิ่งกระหืดกระหอบตามมาถึง ก็ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่

เขาอุตส่าห์คิดว่าภาพศพทหารม้าโจรป่าที่โดนฟันขาดครึ่งท่อนแล้วถูกธนูเสียบติดต้นไม้ที่เพิ่งจะไปตามเก็บกวาดมาเมื่อกี้ มันก็ดูสยดสยองโหดเหี้ยมสุดๆ แล้วนะ

ใครจะไปคิดล่ะว่าสภาพที่นี่มันจะยิ่งสยองขวัญกว่าเป็นร้อยเท่า

"มิน่าล่ะ ตอนที่ขยับเข้าไปใกล้ท่านนายกองเตมูจินเมื่อกี้ ถึงได้รู้สึกอึดอัดใจคอไม่ดีแปลกๆ"

แต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เขาได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วก้มหน้าก้มตาเก็บกวาดของเชลยต่อไป

ถ้าเกิดเซี่ยอวี่มารู้ความคิดของเขาเข้าล่ะก็ คงต้องมีแอบแขวะกลับไปแน่ๆ ว่า "อึดอัดใจคอไม่ดีงั้นเหรอ แล้วทีแกสับพวกมอนสเตอร์จนเละเป็นโจ๊ก แกไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือไงวะ"

......

ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจากพลังบัฟสายฟ้า

ทหารม้าเหล็กมองโกลก็ควบทะยานมาถึงบริเวณค่ายเขี้ยวโลหิตอย่างรวดเร็ว

ในเมื่อกองกำลังหลักของพวกมันก็ถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว เตมูจินก็เลยไม่คิดจะงัดกลยุทธ์หรือสกิลอะไรมาใช้กับค่ายที่ว่างเปล่าแบบนี้อีก

"ศัตรูบุก ศัตรูบุก"

พวกโจรป่าที่รับหน้าที่เป็นยามเฝ้าเวรซึ่งกำลังยืนสัปหงกอยู่ สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากพื้นดิน พอมองลงไปเห็นม้าตัวสูงใหญ่กับกองทหารม้าที่ดูดุดันน่าเกรงขาม พวกมันก็ตัวสั่นงันงก รีบดึงเชือกสั่นระฆังเตือนภัยทันที

ท่านหัวหน้าค่ายกับพวกหัวหน้าหน่วยเพิ่งจะยกทัพออกไปหมาดๆ แต่ค่ายกลับโดนศัตรูบุกซะแล้ว แค่คิดมันก็ไม่กล้าจินตนาการถึงจุดจบของตัวเองแล้ว

ในขณะที่มันกำลังกำอาวุธในมือแน่นด้วยความหวาดกลัว จู่ๆ ก็มีวัตถุทรงกลมสองก้อนถูกโยนขึ้นมาจากข้างล่าง แล้วหล่นตุ้บลงมาอยู่ในอ้อมแขนของมันพอดิบพอดี

ก้อนหนึ่งคือหัวของหัวหน้าค่ายที่เละจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ ส่วนอีกก้อนก็คือหัวของเซี่ยเจินที่ตาเหลือกถลนออกมานอกเบ้า

พอยามคนนั้นสบตากับหัวของเซี่ยเจิน สมองของมันก็ขาวโพลนไปชั่วขณะ

กว่าจะดึงสติกลับมาได้ ทหารม้าเหล็กมองโกลก็พังประตูค่ายเข้ามาเรียบร้อยแล้ว

มันรีบโยนหัวทั้งสองหัวทิ้งลงไปข้างล่าง แล้วแหกปากร้องตะโกนลั่นด้วยความสติแตก

"ท่านหัวหน้าค่ายกับหัวหน้าเซี่ยตายแล้ว หนีเร็วเข้าพวกเรา"

พวกทหารยามกับบรรดาเจ้าเมืองพเนจรที่ตอนแรกกะจะฮึดสู้

พอได้ยินประโยคนั้น ก็รีบคว้าของมีค่าติดไม้ติดมือคนละชิ้นสองชิ้น แล้วเผ่นหนีเอาตัวรอดกันป่าราบ

แต่เตมูจินที่บุกเข้ามาในค่ายแล้ว กลับตวัดมือส่งสัญญาณให้ทหารม้าเหล็กมองโกลพร้อมกับออกคำสั่งอย่างเลือดเย็น

"ผู้ชายคนไหนที่สูงเกินแส้ม้า ฆ่าทิ้งให้หมด ส่วนผู้หญิง ถ้าเห็นใครถืออาวุธก็สับมันให้เละไปเลย"

"รับทราบ"

ขนาดกองกำลังระดับหัวกะทิของค่ายเขี้ยวโลหิตที่หัวหน้าค่ายพาออกไป ยังโดนพวกเขาสับเละเป็นโจ๊ก

แล้วไอ้พวกสวะที่เหลือเฝ้าค่ายพวกนี้ มันจะไปรับมือทหารม้าเหล็กมองโกลได้ยังไงกัน

และแล้ว งานสังหารหมู่แบบฝ่ายเดียวก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

ตัดภาพมาที่เซี่ยอวี่ พอเห็นเตมูจินพังประตูค่ายเขี้ยวโลหิตเข้าไปได้ เขาก็กดปิดการใช้งานดวงตาสัจธรรมทันที

เขาเดินยืดเส้นยืดสายออกมาจากจวนเจ้าเมืองด้วยอารมณ์ที่เบิกบานสุดๆ

จากนั้นก็เปิดหน้าต่างตราประทับเจ้าเมืองขึ้นมา แล้วเข้าไปที่หมวดการก่อสร้าง

มุมมองของเขาก็ถูกตัดสลับไปเป็นมุมมองจากเบื้องบน

เขาเริ่มจัดการวางผังสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่ปลดล็อกไว้ก่อนหน้านี้แต่ยังไม่ได้สร้างให้เข้าที่เข้าทาง

เริ่มจากกรมพลาธิการก่อนเลยเป็นอันดับแรก

การเปิดศึกครั้งแรกของแดนบรรพชน แล้วคว้าชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่มาครองได้แบบนี้

มันก็ต้องฉลองกันชุดใหญ่สิ

เขาเซี่ยอวี่คนนี้จะจัดงานเลี้ยงปูนบำเหน็จให้กองทหารอย่างเต็มที่ไปเลย

พอสร้างกรมพลาธิการเสร็จ เซี่ยอวี่ก็อัปเกรดมันรวดเดียวจนถึงเลเวล 4 ทันที

จากนั้นก็สั่งให้จางซานไปบอกคนของกรมพลาธิการให้ขนของกินในยุ้งฉางออกมาให้หมด จัดงานเลี้ยงให้เต็มคาราเบลไปเลย

แล้วเขาก็ไล่จัดวางสิ่งปลูกสร้างที่เหลือจนครบ

ตอนแรกก็กะจะอัปเกรดให้หมดทุกอย่างนั่นแหละ แต่พอดูยอดแต้มทรัพยากรที่เหลืออยู่ ก็ปรากฏว่ามันร่อยหรอจนจะหมดกระเป๋าแล้ว

คงต้องรอให้เตมูจินกับพวกนักรบคลุ้มคลั่งขนของเชลยกลับมาก่อนค่อยว่ากันอีกที

ส่วนแต้มทรัพยากรที่เหลือติดกระเป๋าอยู่อีกนิดหน่อยตอนนี้

เซี่ยอวี่ก็เอาไปละลายกับหน้าต่างแลกเปลี่ยน ซื้อเหล้ามาตุนไว้เพียบ

งานเลี้ยงฉลองชัยชนะทั้งที จะขาดเหล้าชั้นดีไปได้ยังไงกันล่ะ

แต่จะว่าไป เซี่ยอวี่กับแม่สาวลั่วเข่อซินนี่ก็คงมีดวงสมพงษ์กันจริงๆ แฮะ

เพราะเหล้าที่เขาเหมามาส่วนใหญ่ก็เป็นของลั่วเข่อซินทั้งนั้นเลย

เซี่ยอวี่ยิ้มขำๆ แล้วส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะกดรับคำขอเป็นเพื่อนของลั่วเข่อซินที่ส่งมาตื๊อเขาตั้งหลายรอบ

โดยไม่ได้สนใจจะกดเข้าไปดูเลยว่าเธอทักแชทอะไรมาบ้าง แล้วเขาก็กดปืดหน้าต่างเจ้าเมืองไป

พระจันทร์เต็มดวงดวงดาวทอประกายระยิบระยับ วิกฤตได้รับการคลี่คลาย อารมณ์ก็เลยเบิกบานสุดๆ

เซี่ยอวี่หยิบเหล้าที่เพิ่งซื้อมาเปิดขวดกระดกไปอึกใหญ่ ความร้อนผ่าวบาดคอไหลวาบลงไปถึงกระเพาะ แล้วตีกลับขึ้นมาจนหน้ามืดนิดๆ

ในที่สุด เขาเซี่ยอวี่คนนี้ ก็จะได้ปลดปล่อยฝีมือและพัฒนาอาณาเขตเมืองของตัวเองอย่างเต็มที่สักที

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 23 - ชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของแดนบรรพชน

คัดลอกลิงก์แล้ว