- หน้าแรก
- ลงชื่อเข้าใช้หนึ่งล้านปี ออกมาอีกทีพี่คือพระเจ้า
- บทที่ 17 - ศึกชิงน้ำทิพย์หยกวิญญาณ ความรวยที่แท้จริงของตระกูลซู
บทที่ 17 - ศึกชิงน้ำทิพย์หยกวิญญาณ ความรวยที่แท้จริงของตระกูลซู
บทที่ 17 - ศึกชิงน้ำทิพย์หยกวิญญาณ ความรวยที่แท้จริงของตระกูลซู
บทที่ 17 - ศึกชิงน้ำทิพย์หยกวิญญาณ ความรวยที่แท้จริงของตระกูลซู
"แปดสิบล้าน"
หยวนฮ่าวประมุขตระกูลหยวนเปิดราคาก่อนคนแรก เสียงราบเรียบก้องกังวานไปทั่วลานประมูล
ได้ยินราคานี้ หลายคนถึงกับสูดหายใจลึก เปิดมาก็บวกเพิ่มทีเดียวสิบล้านเลยเหรอ
ซูเฉินหันไปถาม "ลุงใหญ่ครับ ผมจำได้ว่าคราวที่แล้วน้ำทิพย์หยกวิญญาณจบที่สองร้อยเจ็ดสิบล้านใช่ไหมครับ?"
ซูอวิ๋นเชียนกำลังจะอ้าปากเสนอราคา แต่พอโดนถามก็ชะงักตอบกลับ "ใช่ เจ้าถามทำไม?"
ได้คำตอบที่แน่ชัด ซูเฉินยกมือขึ้นทันที "สามร้อยล้าน"
ตูม!
สิ้นเสียงซูเฉิน ผู้คนในงานประมูลแทบหงายหลังตึง พวกเขามองซูเฉินด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
สามร้อยล้าน!
ราคานี้มันทะลุยอดเดิมของคราวที่แล้วไปตั้งสามสิบล้าน
ตระกูลซูรวยขนาดนี้เลยเหรอ!?
ใครมันเป็นคนปล่อยข่าวลือว่าตระกูลซูถังแตก ลากตัวไปโบยเดี๋ยวนี้เลย
คนถังแตกบ้านไหนควักเงินสามร้อยล้านออกมาได้หน้าตาเฉยแบบนี้
หวังหมิงและหยวนฮ่าวลุกพรวดขึ้นยืน จ้องมองซูเฉินด้วยความตกตะลึง ส่วนประมุขตระกูลเหอที่กำลังจะอ้าปากเสนอราคาเก้าสิบล้านถึงกับอ้าปากค้างพูดไม่ออก
หือ?
เกิดอะไรขึ้น?
สามร้อยล้านมันบ้าบอเกินไปแล้ว ขนาดหวังหมิงยังคาดไม่ถึง
ซูอวิ๋นเชียนก็นั่งเอ๋อไปแล้ว เอาสิ มีเงินแล้วจะเล่นแบบนี้ใช่ไหม?
เขาเป็นคนมัธยัสถ์มาตลอด จะใช้จ่ายอะไรก็คิดหน้าคิดหลัง แต่ซูเฉินเล่นถลุงเงินแบบไม่เสียดาย เขาก็ไม่รู้จะห้ามยังไง เงินหลานหลานจะใช้ยังไงก็เรื่องของมัน
จูลี่เองก็อึ้งไปเหมือนกัน ไม่คิดว่าซูเฉินจะเปิดราคามาโหดขนาดนี้ แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพ เขาจึงตั้งสติได้ไว
"นายน้อยซูเสนอราคาสามร้อยล้าน มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ?"
หวังหมิงแววตาเย็นเยียบ เขาคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าตระกูลซูจะมีเงินถุงเงินถังขนาดนี้
บัดซบ!
มิน่าล่ะถึงกล้าปิดร้านค้าทั้งหมด ที่แท้ก็มีเงินทุนหนานี่เอง ไม่ต้องเปิดร้านก็อยู่ได้สบายๆ
พลาดท่าแล้ว!
หวังหมิงปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว ตะโกนก้อง "สามร้อยสิบล้าน"
เขาแค่นเสียงฮึ ตระกูลหวังไม่เคยขาดแคลนหินปราณ ตระกูลซูต่อให้รวยแค่ไหนก็ไม่มีทางสู้ตระกูลหวังได้
วันนี้ข้าจะให้พวกเจ้าได้เห็น ว่าความรวยที่แท้จริงมันเป็นยังไง
ซูเฉินปรายตามองหวังหมิงแวบเดียว แล้วยกมือขึ้น "สี่ร้อยล้าน"
หวังหมิงยืนแข็งทื่อ คอแทบเคล็ดเมื่อหันกลับไปมองซูเฉินด้วยสายตาเหลือเชื่อ
ทีเดียวเก้าสิบล้าน!?
สี่ร้อยล้าน ราคานี้มันเกินมูลค่าจริงของน้ำทิพย์หยกวิญญาณไปไกลโข ถึงของหายากจะแพงหน่อยก็ปกติ แต่สี่ร้อยล้านนี่มันแพงบรรลัยแล้ว
ได้ยินราคาที่ซูเฉินเสนอ ทั้งห้องประมูลเงียบกริบราวกับป่าช้า
สี่ร้อยล้านแล้ว!
นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว
ซูเฉินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ประมุขหวังยังจะสู้อีกไหมครับ?"
หวังหมิงหน้าดำหน้าแดง สี่ร้อยล้านมันแพงเกินไปจริงๆ แต่ตระกูลหวังยังมีเงินสำรองอยู่อีกมาก คิดไปคิดมาเขาจึงกัดฟันพูด
"ซูเฉิน อย่าได้ใจให้มากนัก เงินแค่นี้ตระกูลหวังข้าไม่สะเทือนหรอก"
"สี่ร้อยสิบล้าน"
หลี่เฟยฉือก็ร่วมผสมโรงเยาะเย้ย "ทำเป็นอวดรวย ข้าจะคอยดูว่าจะเบ่งไปได้สักกี่น้ำ เสนอราคาเว่อร์ๆ แบบนี้ เงินคงใกล้หมดแล้วสิท่า?"
เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่าซูเฉินใช้วิธีทุ่มเงินก้อนใหญ่เพื่อข่มขวัญตระกูลหวัง เพราะเงินในกระเป๋าเริ่มร่อยหรอ
ได้ยินแบบนี้ หวังหมิงก็เริ่มมีความมั่นใจกลับมา
ตระกูลหวังสะสมความมั่งคั่งในเมืองจันทรามานาน ตระกูลซูต่อให้มีของดีแค่ไหน ก็ไม่มีทางมีรากฐานลึกซึ้งเท่าตระกูลหวัง
ซูเฉินหัวเราะหึ พูดเนิบๆ "ห้าร้อยล้าน"
รอยยิ้มบนหน้าของหวังหมิงและหลี่เฟยฉือแข็งค้างทันที
ตระกูลซูยังกล้าบวกเพิ่มอีก พวกมันมีเงินเท่าไหร่กันแน่!
หวังหมิงเริ่มรู้สึกว่ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ทำไป เหมือนเรื่องตลก ตระกูลซูเงินหนาขนาดนี้ จะไปกลัวการคว่ำบาตรได้ยังไง
หวังหมิงยังไม่ยอมแพ้ "ห้าร้อยสิบ..."
"หกร้อยล้าน!"
หวังหมิงยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงของซูเฉินก็ดังกลบขึ้นมาทันที
มือที่กำลังจะยกขึ้นของหวังหมิงค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ จะวางลงก็เสียหน้า จะยกต่อก็ไม่กล้า
หกร้อยล้าน นี่มันแพงมหาโหดเกินไปแล้ว
ซูเฉินพูดต่อด้วยน้ำเสียงดูแคลน "ประมุขหวังเงินเยอะไม่ใช่เหรอครับ ไม่ลองสู้ต่อหน่อยเหรอ?"
ตัวเขาเองมีหินปราณเยอะที่สุด เมื่อครึ่งเดือนก่อนเพิ่งลงชื่อได้รางวัลเป็น 'ผลึกเซียน' สามสิบล้านก้อน
ตามลำดับขั้นของค่าเงิน เริ่มจากหินปราณระดับต่ำ กลาง สูง สูงสุด ผลึกศักดิ์สิทธิ์ และผลึกเซียน สูงกว่านี้เขาก็ไม่รู้แล้ว
อัตราแลกเปลี่ยนแต่ละขั้นคือหนึ่งต่อร้อย เท่ากับว่าผลึกเซียนหนึ่งก้อน มีค่าเท่ากับหนึ่งหมื่นล้านหินปราณระดับต่ำ
แล้วเขามีตั้งสามสิบล้านผลึกเซียน... แค่คิดตัวเลขก็ปวดหัวแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น หินปราณระดับต่ำที่เขามีตอนนี้ หน่วยนับมันเป็น 'โกฏิ' ไปแล้ว ใช้ให้ตายก็ไม่หมด
เสียงของซูเฉินทำให้ห้องประมูลตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
หวังหมิงหนังตากระตุกยิกๆ พ่อบ้านตระกูลหวังข้างกายหน้าซีดเผือด ตะโกนลั่น "ตระกูลซูจะเป็นไปได้ยังไงที่มีเงินเยอะขนาดนี้ ข้าไม่เชื่อ ผู้ดูแลจูลี่ ข้าสงสัยว่าตระกูลซูปั่นราคา!"
ไม่ใช่แค่เขา คนทั้งงานก็ไม่มีใครเชื่อว่าตระกูลซูจะจ่ายไหว
มันน่ากลัวเกินไปแล้วเข้าใจไหม?
บวกเพิ่มทีละร้อยล้านเนี่ยนะ
หกร้อยล้านนี่ซื้อน้ำทิพย์หยกวิญญาณได้สองชุดเลยนะเฮ้ย!
ซูเฉินพูดเรียบๆ "ขอแค่บอกว่าเป็นของผม ผมจ่ายสดเดี๋ยวนี้เลย"
จูลี่ได้ยินดังนั้น ก็หันไปพูดเสียงแข็งกับพ่อบ้านตระกูลหวัง "กรุณาอย่าก่อความวุ่นวายในงานประมูล"
หอหมื่นสมบัติเป็นองค์กรการค้า ย่อมต้องปกป้องลูกค้ากระเป๋าหนัก ยิ่งซูเฉินจ่ายสดทุกรอบแบบนี้ ยิ่งเป็นลูกค้าชั้นดี
พ่อบ้านตระกูลหวังหุบปากฉับ แต่ในใจยังรับไม่ได้ ตระกูลซูเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะ
หวังหมิงแววตาอำมหิต เขาหยุดเสนอราคา แต่หันไปส่งกระแสจิตสั่งพ่อบ้าน "ส่งสัญญาณบอกคนพวกนั้น ให้ลงมือกับตระกูลซูทันที ครั้งนี้ตระกูลหวังจะทุ่มสุดตัว กวาดล้างตระกูลซูให้สิ้นซาก"
ดูท่าทางซูเฉินยังมีเงินอีกเพียบ ขืนสู้ราคาต่อไปก็ไร้ความหมาย หกร้อยล้านมันเกินมูลค่าไปไกลแล้ว
เขารับไม่ได้ที่ตระกูลซูจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก ต้องรีบเริ่มแผนกวาดล้างเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นถ้าตระกูลซูมีระดับแปลงจิตเพิ่มมาอีกคน บวกกับซูเฉินที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จะยิ่งจัดการยาก
พ่อบ้านตระกูลหวังรับคำสั่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พยักหน้ารับแล้วรีบเดินออกจากหอหมื่นสมบัติไป
หวังหมิงหันไปสบตากับผู้นำอีกสามตระกูล ทั้งสี่คนมองตากันอย่างรู้ใจ แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชาและจิตสังหาร
หลังจากจูลี่ถามย้ำหลายรอบจนแน่ใจว่าไม่มีใครสู้ราคา น้ำทิพย์หยกวิญญาณก็ตกเป็นของตระกูลซู
และซูเฉินก็จ่ายสดหกร้อยล้านทันทีไม่มีอิดออด
จูลี่มองกองภูเขาหินปราณในแหวนมิติแล้วสูดหายใจลึก ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ปีนี้ยอดขายทะลุเป้าแน่ๆ
จูลี่ได้ส่วนแบ่งจากการขาย ยิ่งขายได้เยอะ เขาก็ยิ่งรวย
จูลี่โบกมืออีกครั้ง บนแท่นหินปรากฏเม็ดญาสีทองอร่ามที่มีลวดลายมังกรพาดผ่าน
"ต่อไปคือของชิ้นสุดท้ายที่เป็นไฮไลท์ของงานนี้... ยาระดับหก ยาจำแลงมังกร"
อะไรนะ!
หวังหมิงลุกพรวด จ้องมองยาเม็ดนั้นด้วยความตกตะลึง ของชิ้นสุดท้ายคือยาจำแลงมังกรเชียวหรือ
ยาชนิดนี้คล้ายกับยาสรรพวิญญาณ แต่ทรงพลังกว่ามาก มันสามารถเพิ่มระดับพลังของผู้ฝึกตนระดับแปลงจิตได้โดยตรง ต้องเป็นนักปรุงยาระดับหกขั้นสูงขึ้นไปเท่านั้นถึงจะปรุงได้
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโลภ ตระกูลซูทุ่มเงินซื้อน้ำทิพย์หยกวิญญาณไปเยอะขนาดนั้น คงไม่มีเงินเหลือมาแย่งยาจำแลงมังกรหรอกมั้ง
ด้วยความมั่งคั่งของตระกูลหวัง ย่อมเหนือกว่าอีกสามตระกูลแน่นอน
ถ้าได้ยาจำแลงมังกรมา ก็ถือว่าไม่เลว
รอยยิ้มมั่นใจกลับคืนมาสู่ใบหน้าของหวังหมิงอีกครั้ง
......
[จบแล้ว]