เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 ฟลุ๊กเข้าเป้า

ตอนที่ 21 ฟลุ๊กเข้าเป้า

ตอนที่ 21 ฟลุ๊กเข้าเป้า


ฟ่านเทียนเถียวลูบคางครุ่นคิด

"ส่วนเรื่องของฟางเช่อ เราก็ต้องให้ความสำคัญมากขึ้นเหมือนกัน ต่อให้เรื่องที่เกิดขึ้นมันจะเป็นแค่ความบังเอิญ แต่การที่อินเสินกงยอมลดตัวไปร่วมพิธีเข้าลัทธิของมันด้วยตัวเอง มันก็ต้องมีอะไรไม่ธรรมดาแน่ๆ ไอ้หนูนี่ต้องมีของดีซ่อนอยู่แหงๆ ไม่งั้นคนระดับอินเสินกงคงไม่ว่างมานั่งดูเด็กอมมือทำพิธีหรอก"

"ก็ใช่น่ะสิ! ลองคิดดูนะ ถ้าเป็นพวกเรา... ถ้ามีอัจฉริยะมาสอบเข้าสำนัก เราก็คงอยากจะไปดูฝีมือสักหน่อย แต่ถ้าเป็นแค่การสอบของเด็กนักเรียนธรรมดาๆ... เจ้าจะอยากไปดูไหมล่ะ?"

"ไม่อ่ะ"

"นั่นไงล่ะ!"

"และที่สำคัญที่สุดก็คือ... ข้อมูลจากสายลับของเรายืนยันชัดเจนแล้วว่า ฟางเช่อได้เข้าร่วมกับลัทธิรวมใจ และผ่านพิธีชำระล้างจิตใจเรียบร้อยแล้ว!"

เฉินรู่ไห่สรุปอย่างมั่นใจ

"ไอ้เรื่องนี้เจ้าก็เพิ่งจะพูดไปเมื่อกี้ไม่ใช่รึ?"

ฟ่านเทียนเถียวทบทวนข้อมูลทั้งหมดจนเสร็จสรรพ ในที่สุดสีหน้าที่ดูอมทุกข์มาตลอดก็เริ่มผ่อนคลายลงบ้าง เขามองหน้าเฉินรู่ไห่ด้วยสายตาสมเพชเวทนา ก่อนจะเอ่ยว่า

"ตาเฒ่าเฉิน ถึงข้าจะเหม็นขี้หน้าเจ้าก็เถอะ... แต่ข้าก็ขอเตือนเจ้าด้วยความหวังดีสักประโยคเถอะนะ"

"อะไรวะ?"

"ถ้าว่างๆ ล่ะก็... ลองไปให้ 'หมอเทวดาเมิ่ง' ตรวจดูสมองบ้างก็ดีนะ... ข้าพูดจริงๆ"

"ไปตายซะไป๊!"

...

ไม่กี่วันต่อมา

ในช่วงเที่ยงคืน

ป้อมปราการโลหิตเหล็กซึ่งอยู่ห่างจากเมืองปี้ปัวไปประมาณหนึ่งพันลี้ ถูกกองกำลังของลัทธิรวมใจบุกโจมตีสายฟ้าแลบ!

ป้อมปราการโลหิตเหล็ก ถือเป็นหนึ่งในขุมกำลังหลักของฝ่ายธรรมะภายใต้สังกัด 'สมาพันธ์ผู้พิทักษ์' ซึ่งมีหน้าที่คอยปกป้องความสงบสุขในภูมิภาคนี้ร่วมกับสำนักผู้พิทักษ์ โดยแบ่งเขตรับผิดชอบกันคนละทิศ

การบุกโจมตีในครั้งนี้ ลัทธิรวมใจได้เตรียมการมาอย่างดี พวกเขายกทัพใหญ่มาเต็มอัตราศึก นำโดยยอดฝีมือระดับจักรพรรดิถึงห้าคน! แถมยังมีระดับราชันย์อีกหลายสิบคน... เห็นได้ชัดว่า พวกมันตั้งใจจะถอนรากถอนโคนป้อมปราการโลหิตเหล็กให้สิ้นซากในคราเดียว

อินเสินกงลงสนามบัญชาการรบด้วยตัวเอง และแอบเรียกระดมพลยอดฝีมือของลัทธิจากพื้นที่ใกล้เคียงมารวมตัวกันอย่างลับๆ

แผนการนี้ถูกซุ่มเตรียมการมานานกว่าครึ่งปีแล้ว! และในที่สุด... คืนนี้ก็ได้ฤกษ์ลงมือเสียที

แต่พอเริ่มเปิดฉากโจมตี พวกมันก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติทันที

เที่ยงคืนตรง

อินเสินกงตวัดมือส่งสัญญาณ

บรรดายอดฝีมือของลัทธิรวมใจก็พุ่งทะยานเข้าโจมตีป้อมปราการโลหิตเหล็กจากทุกทิศทุกทางทันที

ตูม!

ประตูใหญ่ของป้อมปราการถูกระเบิดปลิวว่อนขึ้นฟ้า

กำแพงป้อมพังครืนลงมาเป็นแถบๆ

ยอดฝีมือของลัทธิรวมใจที่โพกหน้าปิดตา พุ่งทะลวงเข้าไปในป้อมราวกับฝูงหมาป่าหิวโซ

เสียงตะโกนโห่ร้องดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วท้องฟ้ายามราตรี

"ฆ่ามัน!"

"อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!"

การต่อสู้ที่ดุเดือดและโหดเหี้ยมเปิดฉากขึ้นในเสี้ยววินาที

เลือดสดๆ สาดกระเซ็นย้อมพื้นดินจนแดงฉานในพริบตา

"ย้ากกก!"

เสียงคำรามดังก้อง ยอดฝีมือของป้อมปราการโลหิตเหล็กพุ่งทะยานขึ้นมาจากทุกซอกทุกมุมเพื่อรับมือกับผู้บุกรุก

ทันใดนั้น เสียงคำราม เสียงระฆังเตือนภัย เสียงตะโกนโห่ร้อง เสียงอาวุธกระทบกัน และเสียงกรีดร้องโหยหวน... ก็ดังผสมปนเปกันจนหนวกหูไปหมด

ในช่วงแรกของการปะทะ ป้อมปราการโลหิตเหล็กเกิดความชุลมุนวุ่นวายเล็กน้อย ทำให้สูญเสียกำลังคนไปไม่ใช่น้อย แต่พอตั้งหลักได้ และคนของป้อมเริ่มระดมกำลังกันออกมาโต้กลับ สถานการณ์ก็เริ่มตึงเครียดและสูสีกันมากขึ้น

และแล้ว... เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!

หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายปะทะกันได้ไม่ถึงอึดใจ... จู่ๆ ท่ามกลางความมืดมิด ก็ปรากฏเงาร่างของผู้คนมากมายโผล่ขึ้นมา ยอดฝีมือจากสำนักผู้พิทักษ์นับไม่ถ้วนพุ่งทะยานเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ!

พวกเขาพุ่งเข้าสู่สนามรบโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว!

แถมกองกำลังที่ยกมานี้ ยังเต็มไปด้วยยอดฝีมือระดับพระกาฬทั้งนั้น... กลายเป็นว่า ฝ่ายผู้พิทักษ์สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เปิดฉากตั้งรับและโต้กลับได้อย่างเฉียบขาดในพริบตา!

ถ้าเทียบกำลังรบกันแล้ว... ลัทธิรวมใจที่อุตส่าห์ซุ่มวางแผนมาตั้งครึ่งปี กลับกลายเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำตกเป็นรองเสียอย่างนั้น!

กองกำลังของป้อมปราการโลหิตเหล็กเห็นดังนั้นก็ฮึกเหิม เปิดฉากโต้กลับอย่างดุเดือดทันที

ทั้งกองกำลังจากภายในป้อมและกองกำลังหนุนจากภายนอก ต่างร่วมมือกันประสานการโจมตี บีบวงล้อมเข้าใส่พวกพรรคมารจากทุกทิศทาง

เกือบจะกลายเป็นต้อนหมูเข้าเล้า แล้วจับพวกมันต้มกินซะแล้ว!

ไม่มีทางเลือกอื่น... อินเสินกงและผู้คุ้มกฎระดับสูงทั้งสามที่คอยยืนบัญชาการอยู่ด้านหลัง ต้องกระโดดลงสนามรบด้วยตัวเอง เพื่อสกัดกั้นยอดฝีมือของฝ่ายผู้พิทักษ์เอาไว้ และเป็นแกนนำพาลูกน้องตีฝ่าวงล้อมออกไปอย่างทุลักทุเล... หลังจากอาบเลือดสู้ยิบตาอยู่นาน ในที่สุดพวกเขาก็สามารถหนีรอดออกมาได้

แต่ถึงจะหนีรอดมาได้... พวกเขาก็ต้องสูญเสียยอดฝีมือระดับราชันย์ไปถึงสี่คน! ระดับขุนพลยุทธ์อีกนับสิบคน! และระดับปรมาจารย์ใหญ่ที่ต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่... มีมากถึงห้าสิบกว่าคน!

เรียกได้ว่า 'บอบช้ำ' อย่างหนักหน่วง สาหัสสากรรจ์เลยทีเดียว!

ที่น่าตลกร้ายที่สุดก็คือ... ตอนแรกลัทธิรวมใจตั้งใจจะขนกองทัพใหญ่มา 'ซุ่มโจมตี' แบบสายฟ้าแลบแท้ๆ... แต่สุดท้าย ไหงกลายเป็นฝ่ายต้องวิ่งหนีหางจุกตูด 'ตีฝ่าวงล้อม' ออกมาซะเองล่ะเนี่ย?!

คำว่า 'ซุ่มโจมตี' กับ 'ตีฝ่าวงล้อม' ถึงความหมายจะต่างกันนิดเดียว แต่ความจริงแล้ว... แม่งคนละเรื่องกันเลยโว้ยยยย!

เรื่องแบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยสักนิด แต่มันก็เกิดขึ้นไปแล้วอย่างเหลือเชื่อ

ทุกคนในลัทธิรวมใจต่างก็มีความคิดเดียวกันผุดขึ้นมาในหัว: ต้องมีหนอนบ่อนไส้แน่ๆ!

หลังจากหนีรอดกลับมาได้ อินเสินกงก็สติแตก ระเบิดอารมณ์ด่ากราดลั่นห้อง

"ไปสืบมา! สืบให้รู้เรื่อง! ต้องมีไอ้ทรยศเอาข่าวไปบอกพวกมันแน่ๆ! ไม่งั้น... พวกผู้พิทักษ์จะแห่กันมาช่วยได้ทันท่วงทีขนาดนี้ได้ยังไงวะ!?"

แต่ไม่ว่าจะสืบหาเบาะแสยังไง... ก็คว้าน้ำเหลว มืดแปดด้านไปหมด

จนกระทั่ง... มีข่าวกรองลับส่งตรงมาจากสายลับที่แฝงตัวอยู่ในสำนักผู้พิทักษ์ รายงานมาว่า: เรื่องทั้งหมดนี่... มันเป็นแค่ความบังเอิญล้วนๆ ขอรับ!

เรื่องของเรื่องก็คือ... มีอสูรระดับตำนานตัวหนึ่ง ชื่อว่า 'จิ้งจอกอัคคี' ถูกไล่ล่าจนต้องหนีเตลิดมาทางนี้... และท่านผู้อำนวยการสำนักผู้พิทักษ์เขตตะวันออกเฉียงใต้ ก็ได้รวบรวมยอดฝีมือระดับพระกาฬหลายสิบคน ซึ่งในจำนวนนั้นมีระดับผู้อำนวยการสาขาอยู่ด้วยหลายคน... มารวมตัวกันเพื่อไล่ล่าจิ้งจอกอัคคีตัวนี้โดยเฉพาะ!

และในคืนเกิดเหตุ... ไอ้จิ้งจอกอัคคีตัวนี้ ดันหนีเตลิดมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ ป้อมปราการโลหิตเหล็กพอดี!

ท่านผู้อำนวยการใหญ่ก็เลยสั่งให้พรรคพวกแอบซุ่มเงียบๆ เตรียมตัวจะล้อมจับมัน... แต่ดันตรงกับจังหวะที่ลัทธิรวมใจเปิดฉากโจมตีป้อมปราการพอดิบพอดี!

ไม่มีทางเลือกอื่น ท่านผู้อำนวยการใหญ่ก็เลยต้องจำใจทิ้งจิ้งจอกอัคคีไปก่อน แล้วหันมาช่วยชีวิตคนในป้อมปราการโลหิตเหล็กแทน... และก็ดันมาจ๊ะเอ๋เข้ากับกองทัพใหญ่ของลัทธิรวมใจที่อินเสินกงนำทัพมาเองซะด้วย!

เห็นว่าตอนนี้... ทางฝั่งสำนักผู้พิทักษ์กำลังดีใจกันเนื้อเต้นสุดๆ เลยล่ะ

ฮ่าๆๆ... บังเอิญไปเจอตัวเป้งเข้าให้แล้ว! งานนี้ทำผลงานได้สวยงามไร้ที่ติจริงๆ จุ๊ๆๆ...

พวกเขาไม่เพียงแต่จะสามารถยับยั้งแผนการชั่วร้ายของลัทธิรวมใจได้สำเร็จ แต่ยังสามารถเด็ดหัวยอดฝีมือของลัทธิไปได้ตั้งมากมาย... แถมงานนี้คนที่นำทัพมา ยังเป็นถึงจอมมารอินเสินกง เจ้าลัทธิรวมใจซะด้วย!

นี่มันน่าตกใจยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งซะอีก!

นี่คือชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีของฝ่ายธรรมะเลยทีเดียว

ตอนนี้... สำนักผู้พิทักษ์กำลังจัดงานเลี้ยงฉลองกันอย่างเอิกเกริก...

ถึงแม้ไอ้จิ้งจอกอัคคีจะหนีรอดไปได้... แต่การที่สามารถทำลายแผนการของลัทธิรวมใจ และสังหารยอดฝีมือของพวกพรรคมารไปได้ตั้งมากมายขนาดนี้... มันก็ถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เหนือความคาดหมายแล้วล่ะ! คุ้มค่ายิ่งกว่าการจับจิ้งจอกอัคคีได้เป็นไหนๆ!

มันสมควรแก่การฉลองจริงๆ!

พออินเสินกงได้รับรายงานฉบับนี้... เขาก็ถึงกับหน้ามืดตาลาย หายใจติดขัด เลือดลมตีกลับจนพูดไม่ออกไปพักใหญ่

ส่วนบรรดาผู้บริหารระดับสูงของลัทธิรวมใจ... ต่างก็นั่งหน้าดำคร่ำเครียดกันเป็นแถว

ทุกคนรู้สึกเหมือนมีก้างชิ้นใหญ่ติดคอ... จะกลืนก็ไม่เข้า จะคายก็ไม่ออก อึดอัดสุดๆ

แม่งเอ๊ยยย... อะไรมันจะบังเอิญได้ขนาดนี้วะเนี่ย?!

ความสูญเสียครั้งนี้... มันหนักหนาสาหัสจนแทบจะกระอักเลือดตายอยู่แล้วนะเว้ย!

แล้วเอ็งมาบอกข้าว่า... ทั้งหมดนี่มันเป็นแค่ 'ความบังเอิญ' เนี่ยนะ?!

"มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ!"

มู่หลินหยวน ด้วยความที่เขามีสถานะพิเศษ เวลาเข้าประชุม เขาจึงมักจะปิดบังใบหน้าเอาไว้เสมอ... แต่ตอนนี้ มือข้างหนึ่งของเขากำลังกุมบาดแผลเหวะหวะที่หัวเอาไว้ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและอาฆาตมาดร้าย

ตอนที่กำลังตีฝ่าวงล้อมออกมา เขาโดนไอ้ผู้อำนวยการสาขาคนนึงซัดพลังเข้าใส่ จนหัวกะโหลกทะลุเป็นรูโบ๋!

ถ้าไม่ได้อินเสินกงช่วยชีวิตไว้ทันล่ะก็... ป่านนี้เขาคงได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงแล้ว

ตั้งแต่เกิดมาจนป่านนี้ เขาไม่เคยต้องมาเสียท่าและเจ็บหนักขนาดนี้มาก่อนเลย... มู่หลินหยวนโกรธจนแทบจะพ่นไฟได้อยู่แล้ว!

"ทางป้อมปราการโลหิตเหล็กนั่น ก็ดูเหมือนจะเตรียมตัวรับมือไว้ล่วงหน้าเหมือนกันนะ! ยอดฝีมือของพวกมันทุกคน... มารวมตัวกันอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรกแล้ว! ถ้ายอดฝีมือของมันกระจายกันอยู่ตามปกติล่ะก็... ไม่มีทางที่พวกมันจะออกมารับมือได้พร้อมเพรียงและรวดเร็วขนาดนั้นหรอก!"

"เรื่องนี้... มันก็เป็นความบังเอิญเหมือนกัน"

อินเสินกงปากสั่นระริก

"ก็เพราะว่า... พวกมันกำหนดวันแต่งงานของลูกชายเจ้าป้อมปราการโลหิตเหล็กไว้ล่วงหน้าแล้วไงล่ะ! ช่วงนี้พวกมันก็เลยต้องมารวมตัวกันทุกวัน เพื่อปรึกษาหารือเรื่องงานแต่ง เรื่องการคุ้มกันขบวนขันหมาก แล้วก็เรื่องพิธีการต่างๆ"

"และสาเหตุที่พวกเราเลือกโจมตีในวันนี้... ก็เพราะตั้งใจจะฆ่าล้างโคตรพวกมันในวันมงคลนี่แหละ! กะว่าพวกมันมารวมตัวกันเยอะๆ จะได้กวาดล้างให้สิ้นซากในรวดเดียวเลยไง... หวังผลให้มันออกมาสะใจแบบนี้แหละ"

อินเสินกงอธิบาย

"มันจะบังเอิญไปหน่อยไหมวะ?" มู่หลินหยวนอ้าปากค้าง

"เฮ้อ..." ทุกคนถอนหายใจยาวๆ ราวกับลูกโป่งรั่ว สีหน้าเต็มไปด้วยความหดหู่และสิ้นหวัง

อินเสินกงหน้าดำคร่ำเครียด เอ่ยเสียงเรียบ

"ครั้งนี้... ลัทธิของเราเสียหน้าอย่างแรงเลยล่ะ ลัทธิย่อยอื่นๆ อย่างลัทธิเยี่ยโหมว, ลัทธิซานเซิ่ง, ลัทธิกวางหมิง แล้วก็ลัทธิเทียนเสิน... ต่างก็ส่งจดหมาย 'แสดงความห่วงใย' มาให้พวกเรากันถ้วนหน้าแล้ว ส่วนลัทธิย่อยอื่นๆ ที่ยังไม่ส่งมา... ข้าเดาว่าเดี๋ยวก็คงทยอยส่งตามมาแหงๆ"

"แสดงความห่วงใยเรอะ!"

ทุกคนหน้าดำเป็นก้นหม้อ แถมยังโกรธจนเลือดขึ้นหน้า

นี่มันห่วงใยบ้านป้าพวกเอ็งสิ! นี่มันคือการเยาะเย้ยถากถางชัดๆ!

นี่มันคือการสมน้ำหน้ากันอย่างโจ่งแจ้งเลยเว้ย!

"ในจดหมายของลัทธิเยี่ยโหมว มันเขียนมาว่า... 'ขอแสดงความยินดีกับท่านเจ้าลัทธิอิน ที่อุตส่าห์วางแผนมาอย่างยาวนาน และได้รับชัยชนะกลับมาอย่างงดงาม! ข้าขอคารวะสุราจอกนี้ เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะให้กับท่านเจ้าลัทธิอิน!'"

อินเสินกงตบโต๊ะดังปัง ตวาดลั่น

"ข้าล่ะรับไม่ได้จริงๆ โว้ยยย!"

ไม่ใช่แค่อินเสินกงคนเดียวที่รับไม่ได้... แต่ทุกคนในลัทธิรวมใจ ก็รับไม่ได้เหมือนกัน!

ทุกคนโกรธจนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์อยู่แล้ว!

"หยามกันเกินไปแล้ว! รังแกกันเกินไปแล้ว!"

โหวฟาง ที่ต้นขายังคงพันผ้าพันแผลสีขาวที่ชุ่มไปด้วยเลือด... โกรธจนหอบหายใจฮักๆ ลมหายใจแรงจนผ้าปิดหน้าพะเยิบพะยาบไปมา

อินเสินกงหรี่ตาลง แววตาแฝงความเจ้าเล่ห์

"คนอื่นๆ ออกไปให้หมด"

เขาไล่ลูกน้องคนอื่นๆ ออกไป เหลือไว้เพียงผู้คุ้มกฎระดับสูงทั้งสามคนเท่านั้น

พอห้องประชุมเงียบสงบลง

อินเสินกงก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ถ้าข้าจำไม่ผิด... ดูเหมือนพวกลัทธิเยี่ยโหมวกับลัทธิซานเซิ่ง... เคยคุยโวไว้ใช่ไหม ว่าพวกมันมี 'ยอดอัจฉริยะ' อยู่ในมือ? แล้วก็เตรียมจะส่งตัวเข้าไปแฝงตัวในสำนักยุทธ์ด้วย?"

"มีเรื่องแบบนี้จริงๆ ขอรับ!"

ดวงตาของมู่หลินหยวนสว่างวาบขึ้นมาทันที

อินเสินกงตาวาวโรจน์

"พวกมันมีสิทธิ์อะไรมาเยาะเย้ยพวกเรา? ทุกคนก็พอๆ กันนั่นแหละ! ใครจะเก่งกว่าใครกันเชียว? อีกอย่าง... ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ถ้าเราพลาดท่าเสียที แล้วพวกมันดันปั้นเด็กให้เป็นที่หนึ่งได้สำเร็จ... พวกมันก็จะมีผลงานนำหน้าพวกเราไปถึงสองก้าวเลยนะเว้ย... หึๆ... รีบไปสืบมาเดี๋ยวนี้เลย ว่าไอ้พวกอัจฉริยะของพวกมันน่ะ... ชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร!"

"ท่านเจ้าลัทธิหมายความว่า..." เฉียนซานเจียงเอ่ยถาม

"พวกมันมีอัจฉริยะ... แล้วลัทธิเราไม่มีรึไงฮะ!?"

อินเสินกงตวาดกร้าว

"พอสืบชื่อพวกมันมาได้แล้ว... ก็ส่งคำสั่งไปให้ 'เยี่ยโหมว' ซะ! ให้มันหาทางสกัดดาวรุ่งไอ้พวกนั้นให้ได้! ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีสกปรกแค่ไหน... ก็ห้ามให้พวกมันคว้าชัยไปครองได้เด็ดขาด!"

เขากัดฟันกรอด

"บอก 'เยี่ยโหมว' ไปเลยนะ... ถ้ามันทำภารกิจนี้สำเร็จ ข้าจะตบรางวัลให้มันอีกสองร้อยแต้มผลงาน!"

มู่หลินหยวนชะงักไปนิดนึง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า 'เยี่ยโหมว' ก็คือรหัสลับของฟางเช่อ... ไอ้หนูอัจฉริยะที่พวกเขาเพิ่งจะได้พบเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง

ใบหน้าของเขากระตุกยิกๆ... เพิ่งจะตระหนักได้ว่า ท่านเจ้าลัทธิดันเอารหัสลับที่พ้องกับชื่อลัทธิ 'เยี่ยโหมว' ไปตั้งเป็นรหัสลับให้ฟางเช่อซะงั้น!

ท่านเจ้าลัทธิ... ท่านจะอาฆาตแค้นลัทธิเยี่ยโหมวอะไรขนาดนั้นวะเนี่ย?

"อะแฮ่ม... ถ้า 'เยี่ยโหมว' ทำภารกิจนี้สำเร็จ แต้มผลงานของเขาก็จะพุ่งไปถึงเจ็ดร้อยแต้มเลยนะขอรับ... และด้วยแต้มตั้งเจ็ดร้อยแต้มเนี่ย... ตามกฎของลัทธิแล้ว เขาก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าหน่วยได้เลยนะขอรับ"

"งั้นก็แต่งตั้งให้มันเป็นหัวหน้าหน่วยไปเลยสิ จะเป็นไรไปล่ะ?"

เฉียนซานเจียงเสริม

"การปฏิบัติต่อพวกยอดอัจฉริยะ... มันก็ต้องมีข้อยกเว้นกันบ้างสิขอรับ เผลอๆ... อีกสักสิบยี่สิบปีข้างหน้า ความสำเร็จของ 'เยี่ยโหมว' อาจจะไปได้ไกลจนกู่ไม่กลับ... หึๆ... ถึงตอนนั้น พวกเราอาจจะได้เกาะใบบุญมันด้วยซ้ำนะขอรับ"

"งั้นก็เอาตามนี้แหละ!"

"ตกลง!"

"รีบไปสืบข่าวมาด่วนเลย!"

"ขอรับ!"

"แล้วก็... จัดเตรียมของวิเศษและทรัพยากรบำรุงกำลังไปให้ 'เยี่ยโหมว' ด้วยนะ! บอกมันไปเลยว่า... ภารกิจครั้งนี้เป็นภาคบังคับ! อนุญาตให้ชนะได้อย่างเดียว... ห้ามแพ้เด็ดขาด!"

...

ทางด้านฟางเช่อที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาฝึกวิชาอยู่นั้น... เขาย่อมไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ว่าการที่เขาเผลอ 'ป้ายสี' อินเสินกงไปแบบไม่ตั้งใจ... มันกำลังจะนำพาโชคลาภก้อนโตมาสู่ตัวเขาเอง!

ตอนนี้เขาเอาแต่เก็บตัวเงียบ ฝึกวิชาอย่างบ้าคลั่ง

หลายวันมานี้ ฟางเชี่ยนอี้เทียวไปเทียวมาระหว่างจวนตัวเองกับจวนใหญ่ของตระกูล เพื่อไปปรึกษาเรื่องการขยับขยายที่อยู่อาศัยกับฟางเจิ้งหาง... เพราะพอนางเริ่มฝึกวิชาไปพร้อมกับลูกชาย นางก็เริ่มรู้สึกว่าจวนหลังน้อยๆ ของนาง มันชักจะคับแคบเกินไปซะแล้ว

นางก็เลยอยากจะขอซื้อจวนข้างๆ อีกสามหลังเพื่อเอามาควบรวมกัน

แต่ปัญหาคือ... จวนพวกนั้นมีคนอยู่แล้วน่ะสิ นางก็เลยต้องไปเจรจาต่อรองกับทางตระกูล เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด... เพื่อให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนาง ได้มีพื้นที่กว้างขวางและสะดวกสบายในการฝึกวิชามากขึ้น

ส่วนเยี่ยเมิ่งนั้น... กำลังรู้สึกหงุดหงิดและเบื่อหน่ายสุดๆ

การแฝงตัวอยู่ข้างกายฟางเช่อ มันง่ายดายและราบรื่นเกินไปแล้ว... แถมข้อมูลเด็ดๆ ก่อนหน้านี้ เธอก็ได้มาแบบไม่ต้องเปลืองแรงคิดเลยสักนิด

แต่พักนี้... เธอชักจะเริ่มเห็นทั้งข้อดีและข้อเสียของการอยู่กับไอ้หมอนี่ซะแล้ว ข้อดีคือมันหลอกง่าย แต่ข้อเสียคือ... ไอ้บ้าฟางเช่อนี่ มันเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปไหนเลย!

นี่... เอ็งช่วยออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้างสิโว้ยยย!

ข้าจะได้สะกดรอยตามเจ้าออกไป แล้วก็สืบหาข้อมูลใหม่ๆ มาส่งให้เบื้องบนบ้างไงล่ะ!

วันๆ เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในบ้านแบบนี้ แล้วข้าจะได้ข้อมูลอะไรไปรายงานเขาล่ะเนี่ย?!

จนกระทั่ง... บ่ายวันหนึ่ง

ซุนหยวนที่หายหน้าหายตาไปตั้งห้าหกวัน... จู่ๆ ก็โผล่พรวดพราดเข้ามาในจวนตระกูลฟางด้วยสภาพที่ดูอิดโรยและเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง

ท่านราชันย์ดาบซุน... กลับมาพร้อมกับภารกิจใหม่แล้ว!

...

จบบทที่ ตอนที่ 21 ฟลุ๊กเข้าเป้า

คัดลอกลิงก์แล้ว