- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 17 - ข้ากลายเป็นราชันย์สงคราม! งานประลองเจ็ดสาย!
บทที่ 17 - ข้ากลายเป็นราชันย์สงคราม! งานประลองเจ็ดสาย!
บทที่ 17 - ข้ากลายเป็นราชันย์สงคราม! งานประลองเจ็ดสาย!
บทที่ 17 - ข้ากลายเป็นราชันย์สงคราม! งานประลองเจ็ดสาย!
[ค่าความประทับใจจากเฟิ่งจิ่วเกอ +5]
ข้าไปทำอะไรอีกเนี่ย?
ทำไมค่าความประทับใจเพิ่มอีกแล้ว?
หลี่เสวียนงงเป็นไก่ตาแตก
เขาเช็คค่าความประทับใจของเฟิ่งจิ่วเกอดู โอ้โห...
ปาเข้าไปแปดสิบแล้ว!!
นี่เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันเองนะ แปดสิบแล้วเหรอ?
"ศิษย์น้องนี่ รู้สึกดีกับคนอื่นง่ายเกินไปแล้ว วันหน้าถ้าโดนใครหลอกจะทำยังไงเนี่ย" หลี่เสวียนเริ่มเป็นกังวล
เขาตัดสินใจว่าต่อไปต้องดูแลเฟิ่งจิ่วเกอให้ดี
ว่างๆ ต้องสอนเรื่องความเลวร้ายของจิตใจมนุษย์ให้นางรู้บ้าง
ให้นางรู้จักระวังตัว
เขาเริ่มสงสัยแล้วว่า ยัยผู้กลับชาติมาเกิดคนนี้ ลืมพกความทรงจำมาด้วยหรือเปล่า? เดี๋ยวนะ หรือว่าจะไม่ได้เอาความทรงจำกลับมาจริงๆ?
ถ้าเป็นงั้น ทุกอย่างก็สมเหตุสมผล!
หลี่เสวียนคิดเองเออเองเสร็จสรรพ
หลังจากนวดให้หลี่เสวียนเสร็จ เฟิ่งจิ่วเกอก็กลับไปที่พัก พอนั่งลง นางก็เรียกของรางวัลออกมา ขวดหยกปรากฏขึ้นในมือ
ข้างในบรรจุน้ำทิพย์กำเนิดฟ้าหนึ่งชั่ง!
"มีน้ำทิพย์หนึ่งชั่งนี้ ข้าสามารถทะลวงถึงขั้นทะเลปราณระดับเก้าได้ในเวลาอันสั้น! หรือเผลอๆ อาจจะสร้างแก่นทองคำได้เลยด้วยซ้ำ!"
เฟิ่งจิ่วเกอคิดในใจ
นางยกขวดขึ้นกระดกน้ำทิพย์เข้าปาก แล้วเริ่มเดินลมปราณ
ทันใดนั้น พลังบำเพ็ญของนางก็พุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ
วันรุ่งขึ้น
นางก็ทะลวงเข้าสู่ขั้นทะเลปราณระดับห้า!
อีกด้านหนึ่ง
[ติ๊ง! เฟิ่งจิ่วเกอทะลวงขั้นทะเลปราณระดับห้า! สุ่มคูณผลลัพธ์ส่งคืน... ยินดีด้วย โฮสต์เลื่อนระดับสู่ขั้นราชันย์สงคราม!]
ขั้นราชันย์สงคราม...
ในสำนักสู่เซียน นี่คือระดับพลังที่นับนิ้วได้
ต้องเป็นถึงระดับเจ้ายอดเขาของทั้งเจ็ดสายถึงจะอยู่ในขั้นนี้
แต่หลี่เสวียน ไม่ได้ทำอะไรเลยแค่นอนหลับอุตุ อาศัยเฟิ่งจิ่วเกอขยันฝึก เขาก็โดนลากถูจนกลายเป็นราชันย์สงครามไปซะงั้น?!
เรื่องนี้ถ้าหลุดออกไป ไม่รู้จะมีคนอกแตกตายกี่คน
หลี่เสวียนเองก็อดทึ่งไม่ได้
"มีสูตรโกงนี่มันดีจริงๆ สุดยอดไปเลย"
พอเลื่อนขั้นเป็นราชันย์สงคราม หลี่เสวียนมองไปทางถ้ำของหลิวเทียนเสวียน แล้วแอบเชียร์เฟิ่งจิ่วเกอในใจ "ศิษย์น้อง สู้เขานะ! ศิษย์พี่จะแซงหน้าอาจารย์ได้ไหม ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว!!"
เขาตั้งเป้าหมายเล็กๆ ไว้ว่าจะจับหลิวเทียนเสวียนกดลงเตียงแล้วตีตูดสั่งสอน ข้อหาชอบแกล้งยั่วยวนเขาดีนัก
แต่ข่าวลือบอกว่าหลิวเทียนเสวียนอยู่ระดับครึ่งก้าวสู่จอมราชันย์ ซึ่งเหนือกว่าราชันย์สงครามไปพอสมควร ด้วยพลังตอนนี้ เขาคงยังสู้ไม่ได้
ที่สำคัญที่สุดคือ...
ระดับครึ่งก้าวสู่จอมราชันย์นั่น เป็นแค่ข่าวลือ
ใครจะรู้ว่าหลิวเทียนเสวียนเป็นแค่ครึ่งก้าว หรือจริงๆ แล้วเป็นจอมราชันย์ไปแล้ว?
"อย่างน้อยข้าต้องเป็นจอมราชันย์ ถึงจะมีสิทธิ์ไปตีตูดอาจารย์"
หลี่เสวียนคิดคำนวณ
ภายในถ้ำ
หลิวเทียนเสวียนลืมตาขึ้น มองไปทางทิศที่หลี่เสวียนอยู่ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย "โอ้ ถึงขั้นราชันย์สงครามแล้วเหรอ? นี่ก็เป็นผลจากกายวิเศษนั่นด้วยสินะ? น่าสนใจจริงๆ..."
ถ้าคนอื่นมาเห็นราชันย์สงครามที่หนุ่มขนาดนี้ คงตกใจจนช็อค แต่สำหรับหลิวเทียนเสวียน นางแค่รู้สึกว่ามันน่าสนใจ
นางยิ่งคาดหวังในการเติบโตของหลี่เสวียนมากขึ้นไปอีก
"บางทีสักวันหนึ่ง เขาอาจจะช่วยข้าบุกกลับไปยังแดนเบื้องบน แล้วจับเจ้านั่นกดลงกับพื้นถูไปมาก็ได้!" หลิวเทียนเสวียนลูบคางครุ่นคิด
......
เหง่ง หง่าง เหง่ง...
วันนี้
เสียงระฆังดังมาจากยอดเขาหลักของสำนักสู่เซียน
หลี่เสวียนที่กำลังนอนอยู่สะดุ้งตื่น ได้ยินเสียงระฆังก็กระพริบตา "เอ๊ะ ถึงเวลานี้แล้วเหรอเนี่ย?"
เฟิ่งจิ่วเกอก็ได้ยินเสียงระฆัง จึงเดินมาถามหลี่เสวียนด้วยความสงสัย
หลี่เสวียนยิ้มตอบ "สำนักสู่เซียนของเราแม้จะไม่ได้เน้นการแข่งขันแบบเอาเป็นเอาตาย แต่เพื่อให้ศิษย์มีความกระตือรือร้น ทุกๆ ปีจะมีการจัดงานประลองยุทธ์เจ็ดยอดเขา ผู้ที่ชนะเลิศในการประลอง จะได้รับรางวัลจากสำนัก เช่น ศาสตราวุธ โอสถ หรือวิชา..."
"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง"
เฟิ่งจิ่วเกอเข้าใจทันที
เรื่องแบบนี้ นางไม่แปลกใจ สำนักในทวีปจิ่วเกอก็ทำกันบ่อยๆ ดูเหมือนกฎเกณฑ์ยุทธภพจะไม่ต่างกันไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
"ศิษย์พี่ ท่านเคยลงแข่งประลองเจ็ดยอดเขาไหม?"
เฟิ่งจิ่วเกอถามด้วยความอยากรู้
"ไม่เคย"
หลี่เสวียนส่ายหน้า
เมื่อก่อนเขาเป็นแค่กายปุถุชน จะเอาอะไรไปแข่ง ดังนั้นที่ผ่านมาแม้จะเรียกว่าประลองเจ็ดยอดเขา แต่จริงๆ แล้วยอดเขาเทียนเสวียนไม่เคยมีส่วนร่วม
ก็แหงล่ะ เมื่อก่อนยอดเขาเทียนเสวียนมีเขาเป็นศิษย์อยู่คนเดียว
"เจ้าหนูเสวียน ปีนี้เจ้าลงแข่งประลองเจ็ดยอดเขาซะนะ"
ทันใดนั้น เสียงหลิวเทียนเสวียนก็ลอยออกมาจากถ้ำ
หลี่เสวียนชะงัก "หา"
เมื่อก่อนหลิวเทียนเสวียนไม่เคยบังคับให้เขาไปแข่ง
ทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนใจ?
"เมื่อก่อนเจ้านิสัยขี้เกียจ อาจารย์ก็ไม่อยากบังคับให้เจ้าไปกู้หน้าให้ยอดเขาเทียนเสวียน แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว เจ้ามีศิษย์น้องแล้ว จะไม่ทำตัวเป็นแบบอย่างให้ศิษย์น้องหน่อยรึ?" หลิวเทียนเสวียนอธิบายเรียบๆ
หลี่เสวียนได้ยินดังนั้น ก็ประสานมือคารวะไปทางถ้ำ "ขอรับ"
เขาคิดดูแล้วก็มีเหตุผล
ในสำนักสู่เซียน ทรัพยากรหลายอย่างต้องแย่งชิงมา
งานประลองเจ็ดยอดเขานี่แหละคือโอกาส
ถ้าทำผลงานได้ดี ได้รับรางวัล เขาก็เอามาให้เฟิ่งจิ่วเกอใช้ฝึก พอเฟิ่งจิ่วเกอพลังเพิ่ม ก็จะส่งผลกลับมาที่ตัวเขา... นี่มันยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวไม่ใช่เหรอ?!
เพอร์เฟกต์!!
หลี่เสวียนอดชมความฉลาดของตัวเองไม่ได้!
"ศิษย์พี่ ท่านจะลงแข่ง งั้นข้าก็จะลงด้วย"
เฟิ่งจิ่วเกอพูดแทรกขึ้นมา หนึ่งคือนางอยากใช้อาศัยงานนี้วัดระดับฝีมือตัวเอง สองคือนางอยากจะสร้างชื่อในสำนัก เพื่อชิงทรัพยากรมาให้มากขึ้น!
แน่นอน ตอนนี้ยอดเขาเทียนเสวียนมีศิษย์แค่สองคน
โบราณว่าออกศึกพี่น้องต้องช่วยกัน
ในเมื่อศิษย์พี่ลงแข่ง ศิษย์น้องอย่างนางจะอยู่เฉยได้ไง
หลี่เสวียนมองเฟิ่งจิ่วเกอที่ไฟแรง ก็ยิ้ม "ได้สิ"
ทั้งสองคนรีบไปลงทะเบียนที่ยอดเขาหลัก
พอเห็นหลี่เสวียนมา หลายคนก็เริ่มซุบซิบ
"ดูนั่น หลี่เสวียน"
"ทำไมเขามาลงแข่งด้วย?"
"แปลกแฮะ ไม่นึกว่าจะมา"
งานประลองปีก่อนๆ ยอดเขาเทียนเสวียนไม่เคยโผล่หัว แต่ปีนี้มากันทั้งศิษย์พี่ศิษย์น้อง ทำเอาคนอื่นเริ่มคาดหวัง
พวกเขาอยากรู้ว่าคู่นี้จะสร้างความปั่นป่วนอะไรในงานประลองได้บ้าง
"งานประลองเจ็ดยอดเขาไม่ง่ายนะ คนที่ลงแข่ง นอกจากศิษย์สายนอกสายในแล้ว พวกศิษย์สายตรงก็ลงด้วย!"
"ใช่ พวกศิษย์สายตรงฝีมือไม่ธรรมดา โดยเฉพาะพวกที่มีชื่อในทำเนียบยอดยุทธ์ อย่างต่ำๆ ก็ขั้นหยั่งรู้กันแล้ว!"
สำนักสู่เซียนมี 'ทำเนียบยอดยุทธ์'
รายชื่อในนั้นล้วนเป็นยอดฝีมือรุ่นเยาว์ของสำนัก
อย่างเช่นลั่วเทียนแห่งยอดเขาจิงหยุน ก็อยู่อันดับเจ็ดในทำเนียบ
ไม่นาน
ข่าวเรื่องหลี่เสวียนและเฟิ่งจิ่วเกอลงสมัครก็แพร่สะพัด
หลายคนรู้ว่าเฟิ่งจิ่วเกอเป็นกายศักดิ์สิทธิ์ ก็อยากจะลองประมือกับนางดู
สองวันต่อมา
งานประลองยุทธ์เจ็ดยอดเขา เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ศิษย์จำนวนมหาศาลมารวมตัวกันที่ยอดเขาเสวียนเทียน ซึ่งเป็นยอดเขาผู้นำ!
บนยอดเขา มีเวทีประลองขนาดมหึมาตั้งตระหง่าน บนเวทีสลักอักขระป้องกันไว้มากมาย เพื่อความทนทาน
และเพื่อป้องกันไม่ให้คนดูโดนลูกหลง
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!
บนท้องฟ้า เงาร่างหลายสายพุ่งทะยานมา พวกเขาไม่ได้ลงมายืนกับพื้นเหมือนคนทั่วไป แต่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ
บ้างเหยียบเมฆ บ้างขี่กระบี่ บ้างขี่นกกระเรียน...
แต่ละคนบุคลิกโดดเด่นสง่างาม
บางคนมีรัศมีแสงแห่งปราณแท้เปล่งประกายเจิดจ้า
ราวกับเทพเซียนลงมาจุติ
พวกเขาคือเหล่าศิษย์สายตรงที่มีชื่อในทำเนียบยอดยุทธ์!
ฝูงชนมองดูพวกเขาแล้วก็ได้แต่ทึ่งในบารมี
[จบแล้ว]