- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 10 - ศึกชิงตัวกายศักดิ์สิทธิ์! ข้าขอเลือกอยู่ข้างกายศิษย์พี่!
บทที่ 10 - ศึกชิงตัวกายศักดิ์สิทธิ์! ข้าขอเลือกอยู่ข้างกายศิษย์พี่!
บทที่ 10 - ศึกชิงตัวกายศักดิ์สิทธิ์! ข้าขอเลือกอยู่ข้างกายศิษย์พี่!
บทที่ 10 - ศึกชิงตัวกายศักดิ์สิทธิ์! ข้าขอเลือกอยู่ข้างกายศิษย์พี่!
"คนอย่างหลิวเทียนเสวียน หาศิษย์ดีๆ แบบนี้มาได้ยังไง?"
เหล่าผู้อาวุโสพอได้ยินว่าเฟิ่งจิ่วเกอเป็นศิษย์ของยอดเขาเทียนเสวียน ก็พากันยืนงงเป็นไก่ตาแตก หนึ่งในนั้นอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าถอนหายใจ "เสียของ เป็นการเสียของจริงๆ ต้นกล้าชั้นดีขนาดนี้จะให้ฝังตัวอยู่ที่ยอดเขาเทียนเสวียนได้ยังไง"
"หลิวเทียนเสวียนนางเก่งก็จริง แต่นางไม่เคยสนใจบริหารจัดการอะไรเลย! เอาเด็กมีพรสวรรค์ขนาดนี้ไปไว้ที่นั่น มีหวังเสียอนาคตหมด"
"ถูกต้อง นางหนูคนนี้ควรมาอยู่ที่ยอดเขาเทียนฮั่วของข้า!"
"ผิดแล้ว ควรมาอยู่ยอดเขาเวิ่นเจี้ยนต่างหาก!"
"ยอดเขาเวิ่นเจี้ยนอะไรกัน นางเป็นกายศักดิ์สิทธิ์หงสา ธาตุไฟ ก็ต้องมาอยู่ยอดเขาเทียนฮั่วสิ! มีแต่พวกข้าเท่านั้นที่เหมาะสมจะฟูมฟักนาง!"
"หึ ยอดเขาเสวียนเทียนของข้าคือผู้นำของเจ็ดยอดเขา! นางควรมาอยู่ที่ยอดเขาเสวียนเทียน ในอนาคตจะได้เป็นเสาหลักของสำนักสู่เซียน!"
"มาอยู่ยอดเขาเทียนฮั่ว!"
"มาอยู่ยอดเขาเสวียนเทียน!"
"เฮ้ย จะตีกันใช่ไหม?"
เหล่าผู้อาวุโสเริ่มทะเลาะกันเอง
ศิษย์ด้านล่างมองตาค้าง คนพวกนี้ล้วนเป็นถึงผู้อาวุโสผู้สูงส่ง แต่วันนี้กลับมาแย่งตัวเฟิ่งจิ่วเกอกันแบบไม่ห่วงภาพพจน์
เสน่ห์ของกายศักดิ์สิทธิ์ช่างรุนแรงเหลือเกิน!
ท่ามกลางความวุ่นวาย หลี่เสวียนก้าวออกมาแล้วพูดว่า "เรียนท่านผู้อาวุโส ศิษย์น้องเป็นคนของยอดเขาเทียนเสวียนแล้ว พวกท่านจะมาแย่งนางไปเป็นศิษย์ เกรงว่า... ท่านอาจารย์ข้าคงไม่ยอม"
สิ้นคำกล่าว
สายตาของเหล่าผู้อาวุโสก็พุ่งมาที่หลี่เสวียนเป็นตาเดียว
พวกเขาขมวดคิ้ว
หลิวเทียนเสวียน...
เป็นตัวปัญหาจริงๆ นั่นแหละ
นางแข็งแกร่งมาก ได้ฉายาว่าครึ่งก้าวสู่จอมราชันย์
แถมยังเป็นข้อมูลเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้นางจะไปถึงขั้นไหนแล้ว หรือเก่งกาจขนาดไหน...
ไม่มีใครรู้แน่ชัด
แม้พวกเขาจะเกรงใจหลิวเทียนเสวียน แต่การที่หลี่เสวียนพูดออกมาโต้งๆ แบบนี้ มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกเสียหน้า
ผู้อาวุโสคนหนึ่งแค่นเสียง "พวกข้ากำลังหารือกัน เจ้าเป็นแค่ศิษย์ตัวเล็กๆ มีสิทธิ์อะไรมาสอดปาก?"
รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างเขา
ตั้งใจจะกดดันให้หลี่เสวียนถอยไป
แต่ทว่าแรงกดดันนั้นเมื่อกระทบถูกตัวหลี่เสวียน กลับหายวับไปราวกับโคลนจมทะเล ไม่ระคายผิวเขาแม้แต่น้อย
ผู้อาวุโสท่านนั้นตกตะลึง
เจ้าเด็กนี่ ระดับพลังเท่าไหร่กันแน่?
ทำไมถึงเมินเฉยต่อแรงกดดันของเขาได้?
ไหนว่าเป็นแค่กายปุถุชนไม่ใช่เหรอ?
ทันใดนั้นเอง บนยอดเขาเทียนเสวียนที่อยู่ห่างออกไป คลื่นพลังปราณแท้อันน่าสะพรึงกลัวก็พวยพุ่งเป็นเสาแสงสีทองทะลุฟ้า แหวกทะเลเมฆกระเจิงไปแปดทิศ
แรงกดดันอันมหาศาลถาโถมเข้ามา!
เหล่าผู้อาวุโสรู้สึกเหมือนโดนภูเขาทับ ร่างกายร่วงตกลงมาจากกลางอากาศกระแทกพื้นอย่างควบคุมไม่ได้
บนยอดเขาเทียนเสวียน ร่างระหงผมขาวตาสีแดงเดินลงมาอย่างเชื่องช้า พลางเอ่ยเสียงเรียบ "ใครหน้าไหนจะมาแย่งศิษย์ข้า?"
ผู้มาเยือนคือ หลิวเทียนเสวียน
เหล่าผู้อาวุโสสัมผัสได้ถึงแรงกดดันของนาง ต่างพากันหนังหัวชา
ยัยนี่ ยังคงน่ากลัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
ทันใดนั้น
ห้วงมิติบิดเบี้ยว แรงกดดันหลายสายแผ่ออกมาจากความว่างเปล่า
ร่วมมือกันต้านทานแรงกดดันของหลิวเทียนเสวียนไว้
หลิวเทียนเสวียนขมวดคิ้ว มองไปทางทิศของยอดเขาทั้งเจ็ด แล้วพูดว่า "พวกตาแก่ จะมุดหัวอยู่ทำไม ออกมาคุยกันดีๆ!"
อากาศกระเพื่อมไหว
เงาร่างหลายสายปรากฏขึ้น
พวกเขาคือเจ้ายอดเขาของอีกหกยอดเขาที่เหลือ ซึ่งมีสถานะเท่าเทียมกับหลิวเทียนเสวียน!
แต่ละคนมีระดับพลังอย่างน้อยก็คือ...
ขั้นราชันย์สงคราม!
แม้แต่เจ้าสำนักสู่เซียนก็ปรากฏตัว
เขามีผมขาวเหมือนหลิวเทียนเสวียน แต่ดวงตาดูอ่อนโยนสงบนิ่ง บุคลิกดูเป็นบัณฑิตผู้ทรงภูมิ ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกเลื่อมใสศรัทธา
"คารวะท่านเจ้าสำนัก!"
"คารวะท่านเจ้าสำนัก!"
ทุกคนทำความเคารพ
เจ้าสำนักสู่เซียนพยักหน้าเล็กน้อย "ไม่ต้องมากพิธี"
จากนั้นสายตาของเขาก็ตกอยู่ที่เฟิ่งจิ่วเกอ "สำนักสู่เซียนมีกายศักดิ์สิทธิ์กำเนิดขึ้น นับเป็นเรื่องยากและเป็นเรื่องมงคล พวกเราอย่ามาแย่งกันเองเลย นางอยากจะไปอยู่ยอดเขาไหน ก็ให้นางตัดสินใจเองเถอะ"
ชายผมแดงคนหนึ่งเดินออกมา พูดกับเฟิ่งจิ่วเกอว่า "ยอดเขาเทียนฮั่วของข้าเชี่ยวชาญการฝึกยุทธ์ธาตุไฟ ตัวข้าแม้จะไม่ใช่กายศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็เป็นกายราชันย์ธาตุไฟ!
ข้าสามารถถ่ายทอดวิชาความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกายวิเศษให้เจ้าได้ทั้งหมด ในช่วงเริ่มต้น จะช่วยให้เจ้าไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก!"
เขากำลังทุ่มข้อเสนอเพื่อซื้อใจเฟิ่งจิ่วเกอ
เจ้ายอดเขาคนอื่นๆ เห็นดังนั้น ก็รีบยื่นข้อเสนอของตัวเองบ้าง
มีเพียงหลิวเทียนเสวียนที่ยืนหาวหวอด
เฟิ่งจิ่วเกอมองนาง เหมือนอยากจะขอความเห็น
หลิวเทียนเสวียนเบ้ปาก "ไม่ต้องมามองข้า ยอดเขาเทียนเสวียนยากจนข้นแค้น ไม่มีอะไรให้ทั้งนั้น ถ้าเจ้าอยากไปอยู่ยอดเขาอื่น ข้าก็ไม่ห้าม"
เจ้ายอดเขาคนอื่นๆ ได้ยินก็ส่ายหน้าขำ
"ศิษย์น้องหลิวช่างจริงใจดีแท้"
"อืม ยอดเขาเทียนเสวียนอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ นับว่าเป็นปาฏิหาริย์จริงๆ"
พวกเขาคิดว่างานนี้เสร็จแน่!
ยอดเขาเทียนเสวียนไม่มีปัญญาจะรั้งกายศักดิ์สิทธิ์ไว้ได้หรอก!
เฟิ่งจิ่วเกอหันไปมองหลี่เสวียน
หลี่เสวียนยิ้มให้ "ไม่ว่าศิษย์น้องจะเลือกทางไหน ประตูยอดเขาเทียนเสวียนจะเปิดต้อนรับเจ้าเสมอ!"
"ข้าเข้าใจแล้ว"
เฟิ่งจิ่วเกอสูดหายใจลึก "ข้าขอเลือกอยู่ที่ยอดเขาเทียนเสวียน!"
ทุกคนตะลึงงัน
"อะไรนะ?"
"แม่หนู เจ้าอย่าใช้อารมณ์ตัดสินสิ นี่มันเรื่องใหญ่ชั่วชีวิตนะ คิดให้ดีๆ ก่อนตอบ"
"ยอดเขาเทียนเสวียนไม่มีทรัพยากร จะฟูมฟักเจ้าได้ยังไง?"
เฟิ่งจิ่วเกอตอบกลับ "ยอดเขาเทียนเสวียนอาจจะขาดแคลนทรัพยากร แต่ช่วงเวลาที่ข้าอยู่ที่นั่น ข้ามีความสุขมาก ศิษย์พี่ดีกับข้ามาก
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น"
นางคิดมาดีแล้ว นางต้องการทรัพยากรก็จริง แต่การอยู่ที่ยอดเขาเทียนเสวียน ไม่ได้แปลว่าจะหาทรัพยากรไม่ได้!
อย่าลืมว่านางมีไม้บรรทัดหยินหยางลิขิตสวรรค์!
ขอแค่ชนะการเปรียบเทียบกับหลี่เสวียน
ยังจะต้องกลัวอดอยากอีกเหรอ?
นอกจากนี้...
ช่วงเวลานี้หลี่เสวียนมอบความอบอุ่นให้นาง พอคิดว่าถ้าต้องออกจากยอดเขาเทียนเสวียน แล้วต้องกลายเป็นคนแปลกหน้ากับเขา...
ในใจนางก็รู้สึกโหวงเหวง
ดังนั้นนางจึงเลือกทำตามหัวใจ อยู่ที่ยอดเขาเทียนเสวียนต่อไป!
การฝึกยุทธ์ ทรัพยากรสำคัญก็จริง!
แต่จิตใจที่ปลอดโปร่งก็สำคัญไม่แพ้กัน!
มีแต่ต้องอยู่ข้างกายศิษย์พี่เท่านั้น นางถึงจะสบายใจ
"เจ้าคงจะอาลัยอาวรณ์ศิษย์พี่สินะ เอาอย่างนี้ ข้าจะรับหลี่เสวียนเข้ายอดเขาเทียนฮั่วด้วยก็ได้ ให้พวกเจ้าได้อยู่เป็นเพื่อนกัน"
เจ้ายอดเขาเทียนฮั่วเสนอ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงดูถูกกายปุถุชน แต่วันนี้เพื่อจะได้ตัวเฟิ่งจิ่วเกอ รับกายปุถุชนเพิ่มมาอีกคนก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
แต่พอพูดจบ รังสีอำมหิตเย็นเยียบก็แผ่ซ่านมาจากข้างๆ
หลิวเทียนเสวียนจ้องหน้าเขา แล้วแค่นเสียง "จะแย่งศิษย์ข้าคนเดียวยังพอว่า นี่คิดจะเหมาศิษย์ข้าไปทั้งสองคน...
ไอ้หัวแดง เจ้าวอนหาที่ตายรึไง?"
เจ้ายอดเขาเทียนฮั่วแย้ง "ข้าทำเพื่ออนาคตของกายศักดิ์สิทธิ์นะ"
"อนาคตบ้าบออะไร ก็บอกให้เด็กมันเลือกเอง นางเลือกจะอยู่ที่นี่ เจ้าก็ยังจะตอแยไม่เลิก เห็นข้าเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง?"
หลิวเทียนเสวียนระเบิดพลัง
พลังปราณแท้สั่นสะเทือนฟ้าดิน เสียงแห่งเต๋ากึกก้อง ทะเลเมฆบนฟ้าม้วนตัว สายฟ้าฟาดเปรี้ยงปร้างราวกับสัตว์ร้ายคำราม พร้อมจะผ่าลงมาทุกเมื่อ!
ความน่าเกรงขามทำให้ทุกคนหน้าถอดสี
เจ้าสำนักสู่เซียนรีบห้ามทัพ "ศิษย์น้องใจเย็นก่อน ศิษย์น้องเทียนฮั่วก็แค่หวังดีกับกายศักดิ์สิทธิ์ ในเมื่อเจ้าตัวอยากอยู่ยอดเขาเทียนเสวียน พวกเราก็ตามใจนางเถอะ จากนี้ไปคงต้องรบกวนเจ้าดูแลนางให้ดีด้วย"
หลิวเทียนเสวียนค่อยเก็บกลิ่นอาย กลับมาทำหน้าเชิด "ก็แค่นั้นแหละ"
[จบแล้ว]