เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - ดีดนิ้วสยบหวังเจิ้ง! เฟิ่งจิ่วเกอ: งานนี้ข้าชนะใส!

บทที่ 6 - ดีดนิ้วสยบหวังเจิ้ง! เฟิ่งจิ่วเกอ: งานนี้ข้าชนะใส!

บทที่ 6 - ดีดนิ้วสยบหวังเจิ้ง! เฟิ่งจิ่วเกอ: งานนี้ข้าชนะใส!


บทที่ 6 - ดีดนิ้วสยบหวังเจิ้ง! เฟิ่งจิ่วเกอ: งานนี้ข้าชนะใส!

เฟิ่งจิ่วเกอรู้สึกงุนงง

นางเพิ่งมาอยู่สำนักสู่เซียนได้ไม่ถึงสองวัน คนที่รู้จักนางน่าจะมีน้อยมาก และนางก็ยังไม่ได้ไปเหยียบตาปลาใครที่ไหน

ทำไมคนพวกนี้ถึงรู้จักนาง?

แถมยังตั้งตัวเป็นศัตรูอีก?

นางสงสัย แต่ไม่ใช่คนกลัวเรื่อง ในเมื่ออีกฝ่ายบุกมาถึงที่ ต่อให้สู้ไม่ได้ นางก็ไม่มีทางถอย!

ก็แค่... ชักกระบี่สู้ตาย!

นางเอื้อมมือไปที่เอว แล้วก็นึกขึ้นได้

ดูเหมือนนางจะยังไม่มีอาวุธติดตัวเลยสักชิ้น

เวรเอ๊ย!

ยอดเขาเทียนเสวียนนี่ขี้งกจริงๆ

หลิวเทียนเสวียนรับกายศักดิ์สิทธิ์หงสาอย่างนางเป็นศิษย์ ไม่รู้จักให้ทรัพยากรอะไรบ้าง อย่างน้อยให้กระบี่สักเล่มก็ยังดี!

ไม่ให้อะไรเลย ไม่สอนอะไรสักอย่าง ยังมีหน้ามาเป็นอาจารย์อีกเหรอ?

นี่นางคิดผิดหรือเปล่าที่มากราบหลิวเทียนเสวียนเป็นอาจารย์?

ระหว่างที่นางกำลังกังขาในการตัดสินใจของตัวเอง ชายหนุ่มชุดขาวก็ดูออกว่านางไร้อาวุธ จึงเย้ยหยัน "แม้แต่กระบี่สักเล่มยังไม่มี จะเป็นจอมยุทธ์ไปทำไม?"

"ใครบอกว่าเป็นจอมยุทธ์ต้องใช้กระบี่ ข้าใช้สองมือเปล่านี่แหละ!"

เฟิ่งจิ่วเกอตั้งท่า เตรียมพร้อมสู้ด้วยกระบวนท่าคล้ายมวยหย่งชุน

ชายหนุ่มยิ่งดูแคลนหนักเข้าไปใหญ่

อาวุธก็ไม่มี

พลังก็น้อยกว่า

ศึกนี้ ดูยังไงเขาก็ชนะใสๆ!

แต่เฟิ่งจิ่วเกอกลับมองว่าตัวเองยังมีโอกาสชนะ ถ้าเปิดใช้งานกายศักดิ์สิทธิ์หงสา ต่อให้อีกฝ่ายพลังสูงกว่า นางก็เอาอยู่!

ถึงตอนนั้นคงจะเป็นที่สะดุดตาเกินไปหน่อย

ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะลงมือ

ไม่ไกลนัก เสียงหนึ่งก็ดังแว่วมา

"ใครบังอาจรังแกศิษย์น้องข้า!!"

ร่างหนึ่งพุ่งเข้ามา ขวางอยู่ตรงหน้าเฟิ่งจิ่วเกอ

หลี่เสวียนนั่นเอง!

พอเห็นเขา ชายหนุ่มชุดขาวยิ้มเหี้ยม "หลี่เสวียน ในที่สุดก็โผล่หัวมาสักที ได้ยินว่าช่วงนี้ชอบเล่นบทหมูหลอกกินเสือนี่"

หลี่เสวียนมองอีกฝ่าย "เจ้าคือ... คนของยอดเขาจิงหยุน!"

สำนักสู่เซียนมีเจ็ดสาย นอกจากสายยอดเขาเทียนเสวียนแล้ว สายอื่นมีศิษย์เยอะแยะไปหมด หลี่เสวียนพอจะคุ้นหน้าคุ้นตาคนดังๆ อยู่บ้าง

ชายหนุ่มตรงหน้า เขาเคยเห็นในงานประลองเจ็ดสายเมื่อก่อน

เป็นศิษย์พี่จากยอดเขาจิงหยุน

"ถูกต้อง ข้าคือ หวังเจิ้ง แห่งยอดเขาจิงหยุน!! เจ้าทำร้ายศิษย์น้องจางไป๋ วันนี้ข้ามาทวงคืนให้เขา"

"ในเมื่อมีเรื่องกับข้า แล้วมายุ่งกับศิษย์น้องข้าทำไม!"

"ก็ช่วยไม่ได้ที่นางดันเป็นศิษย์น้องเจ้า อีกอย่าง ข้าก็อยากเห็นเหมือนกันว่าศิษย์ใหม่ที่เจ้ายอดเขาหลิวรับมา จะเป็นพวกสวะกายปุถุชนอีกหรือเปล่า"

หวังเจิ้งแสยะยิ้มเย็น

หลี่เสวียนขมวดคิ้ว "เจ้าเป็นถึงปราณแท้ระดับเก้า มารังแกศิษย์น้องข้าที่เพิ่งเข้าขั้นปราณแท้ ไม่คิดว่ามันเกินไปหน่อยเหรอ?"

"ปลาใหญ่กินปลาเล็ก เป็นกฎธรรมชาติมาแต่โบราณ มีอะไรน่าเกินเลย แต่ในเมื่อเจ้าโผล่หัวมาแล้ว งั้นเจ้าก็รับมือแทนนางแล้วกัน"

เฟิ่งจิ่วเกอได้ยินดังนั้นจึงก้าวมายืนบังหน้าหลี่เสวียน พูดว่า "ในเมื่อเจ้าท้าข้า ก็ไม่จำเป็นต้องไปยุ่งกับศิษย์พี่ข้า ข้าจะสู้กับเจ้าเอง!"

นางเป็นถึงอดีตจักรพรรดินี

ไม่ต้องให้คนธรรมดามาปกป้องหรอก

หลี่เสวียนมองเฟิ่งจิ่วเกอที่ตัวเล็กบอบบาง แต่กลับมายืนบังเขาไว้อย่างกล้าหาญ ก็อดปลื้มใจไม่ได้ ศิษย์น้องรักเขาจริงๆ ด้วย

"ศิษย์น้องไม่ต้องห่วง แค่ขั้นปราณแท้คนเดียว ไม่คณามือศิษย์พี่หรอก"

หลี่เสวียนยิ้มสบายๆ

เฟิ่งจิ่วเกอชะงัก เดี๋ยวสิ เจ้าเป็นแค่กายปุถุชน เวลานี้ยังจะมาโม้อะไรอีก พลังเจ้ามันแค่ขั้นกลั่น...

เดี๋ยวนะ

เฟิ่งจิ่วเกอพบความผิดปกติอย่างมหันต์!

เมื่อสองวันก่อน นางยังดูออกว่าหลี่เสวียนอยู่ขั้นกลั่นลมปราณ

แต่ทำไมตอนนี้ นางดูไม่ออกแล้ว?

พลังเขาพัฒนาขึ้นเหรอ?

ไม่น่าใช่ ต่อให้พัฒนาขึ้น นางก็ไม่น่าจะสัมผัสคลื่นพลังไม่ได้เลยสักนิด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่??

เฟิ่งจิ่วเกอรู้สึกทะแม่งๆ ผิดปกติสุดๆ!

"หึ พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันสองคนเลยก็ได้"

หวังเจิ้งมองหลี่เสวียนและเฟิ่งจิ่วเกอ ถือกระบี่วางมาดเย่อหยิ่ง

พวกสมุนข้างหลังต่างพากันเยินยอ

"สมเป็นศิษย์พี่หวัง ใจกว้างดั่งมหาสมุทร!"

"ใช่แล้ว หนึ่งต่อสอง สุดยอดไปเลย!"

"แน่นอนสิ... ศิษย์พี่หวังมีกายวิญญาณระดับสูง เป็นอัจฉริยะอันดับต้นๆ ของยอดเขาจิงหยุนเชียวนะ!"

กายปุถุชน กายวิญญาณ กายล้ำค่า กายราชันย์ กายศักดิ์สิทธิ์

ห้าระดับร่างกายในโลกยุทธ์!

นอกจากกายปุถุชน อีกสี่แบบยังแบ่งย่อยเป็น ต่ำ กลาง สูง กายวิญญาณระดับสูง ถือว่าเป็นกายวิญญาณที่ดีที่สุด

ในสำนักสู่เซียน ก็นับว่าเป็นอัจฉริยะตัวน้อยคนหนึ่ง

พอได้ยินคำชม หวังเจิ้งก็ยิ่งได้ใจ หน้าบานเป็นกระด้ง

ส่วนหลี่เสวียนทำหน้าแปลกๆ

เอาจริงดิ ให้ระดับจิตวิญญาณกับอดีตจักรพรรดินีรุมเจ้าพร้อมกันเนี่ยนะ?

เจ๋ง!

ข้านับถือในความกล้าบ้าบิ่นของเจ้าจริงๆ

"พวกเจ้าไม่ลงมือ งั้นข้าลุยเอง!"

หวังเจิ้งคำราม พุ่งเข้าใส่หลี่เสวียนและเฟิ่งจิ่วเกอก่อน

แต่เห็นเพียงหลี่เสวียนยืนนิ่งอยู่กับที่ แล้วดีดนิ้วเปาะเดียว

คลื่นพลังปราณแท้พุ่งออกไป

ตูม!

กระบี่ในมือหวังเจิ้งแตกละเอียด ร่างกระเด็นปลิวไปหลายร้อยเมตร ชนต้นไม้หักโค่นไปเจ็ดแปดต้นกว่าจะหยุด

เขานอนกองกับพื้น ไม่รู้กระดูกหักไปกี่ท่อน!

ชั่วขณะนั้น ทั่วบริเวณเงียบกริบ!

แม้แต่เฟิ่งจิ่วเกอยังตาโตเท่าไข่ห่าน

กระบวนท่าเดียวสยบปราณแท้ระดับเก้า?!

ระดับพลังของหลี่เสวียนไม่ใช่ขั้นกลั่นลมปราณแน่ๆ!

อย่างน้อยๆ เขาต้องอยู่... ขั้นทะเลปราณ!

หมอนี่แกล้งทำตัวกากหลอกกินเหยื่อมาตลอดเลยเหรอ?!

แถมยังตบตาข้าที่เป็นถึงจักรพรรดินีได้อีก!!

คิดได้ดังนั้น มุมปากนางกระตุกยิกๆ "ข้าผู้เป็นถึงจักรพรรดินี กลับมองคนพลาดไปได้!! หลี่เสวียน... เป็นผู้ชายที่น่าสนใจจริงๆ!"

นางนึกถึงการเปรียบเทียบของไม้บรรทัดหยินหยาง

ภายในหนึ่งเดือน นางต้องไปให้ถึงขั้นทะเลปราณ ถึงจะมีโอกาสชนะหลี่เสวียน

และขั้นทะเลปราณทั่วไปคงเอาชนะยาก

อย่างน้อยต้อง...

ทะเลปราณระดับเก้า!

หนึ่งเดือน จากปราณแท้ระดับสามไปสู่ทะเลปราณระดับเก้า?!

สำหรับจอมยุทธ์ทั่วไป นี่มันภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ชัดๆ ต่อให้เป็นเฟิ่งจิ่วเกอ ก็ยังถือว่ายากเอาเรื่อง

แต่นางไม่ได้ถอดใจ กลับกัน ไฟในการต่อสู้ลุกโชนโชติช่วง!

"ข้ากะไว้แล้วเชียว ไม้บรรทัดหยินหยางไม่มีทางเลือกกายปุถุชนกระจอกๆ มาเป็นคู่แข่งหรอก มันง่ายไป!"

"หึ แบบนี้สิ ถึงจะท้าทาย!"

ในขณะที่เฟิ่งจิ่วเกอกำลังฮึกเหิม ศิษย์ยอดเขาจิงหยุนที่เห็นหวังเจิ้งโดนตบปลิวต่างพากันอ้าปากค้าง

"เชี่ย... ทำไมมันเก่งขนาดนี้?!"

"โหดสัส!"

"ตายห่า หวังเจิ้งสู้ไม่ได้เลย!"

พวกเขาก้าวถอยหลังด้วยความกลัว มองหลี่เสวียนด้วยสายตาหวาดผวา

แล้วก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหนี ไม่กล้าอยู่ต่อ

ก่อนไปยังไม่วายทิ้งคำขู่ไว้สองประโยค

"หลี่เสวียน เรื่องนี้ยอดเขาจิงหยุนไม่จบแค่นี้แน่!"

"ใช่ ฝากไว้ก่อนเถอะ!"

คำขู่มาไว แต่คนวิ่งไวสาป

พริบตาเดียวหายวับไปกับตา

หลี่เสวียนเบ้ปาก มองร่างหวังเจิ้งที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น มุมปากกระตุก "เฮ้ย พวกเอ็งลืมเก็บศพเพื่อนไปด้วยโว้ย"

เขาขี้เกียจสนใจ หันไปหาเฟิ่งจิ่วเกอ

"ศิษย์น้อง เจ้าไม่เป็นไรนะ"

"ไม่เป็นไร"

เฟิ่งจิ่วเกอส่ายหน้า เอื้อมมือไปจับแขนหลี่เสวียน แล้วมือเล็กๆ นุ่มนิ่มก็เริ่มลูบไล้ไปทั่วร่างเขา จับนั่นคลำนี่ไปทั่ว

หลี่เสวียนสะดุ้งโหยง

ศิษย์น้อง ตัวแค่นี้ ริอาจจะลวนลามศิษย์พี่เรอะ!

แถมยังกล้าทำกลางวันแสกๆ อีกต่างหาก!

"อะแฮ่ม ข้าแค่ตรวจดูว่าศิษย์พี่บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"

เฟิ่งจิ่วเกอกระแอมไอ แก้ตัวด้วยสีหน้าจริงจัง

หลี่เสวียนถึงบางอ้อ "อ๋อ เป็นงั้นเอง"

ฝ่ายเฟิ่งจิ่วเกอที่ใช้วิชาลับตรวจสอบร่างกายหลี่เสวียน ถอนหายใจอย่างโล่งอก "เป็นกายปุถุชนจริงๆ ด้วย! พลังของเขาสูงสุดไม่เกินขั้นทะเลปราณ การประลองในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ข้า ชนะใส!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 6 - ดีดนิ้วสยบหวังเจิ้ง! เฟิ่งจิ่วเกอ: งานนี้ข้าชนะใส!

คัดลอกลิงก์แล้ว