- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 1 - ศิษย์น้องมาแล้ว! ระบบศิษย์พี่ใหญ่สุดแกร่งทำงาน!
บทที่ 1 - ศิษย์น้องมาแล้ว! ระบบศิษย์พี่ใหญ่สุดแกร่งทำงาน!
บทที่ 1 - ศิษย์น้องมาแล้ว! ระบบศิษย์พี่ใหญ่สุดแกร่งทำงาน!
บทที่ 1 - ศิษย์น้องมาแล้ว! ระบบศิษย์พี่ใหญ่สุดแกร่งทำงาน!
ณ ดินแดนเทียนเสวียน
ภายในสำนักสู่เซียน
หลี่เสวียนกำลังนอนเอกเขนกอย่างเบื่อหน่ายอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ สายตามองดูเมฆลอยเอื่อยเฉื่อย ปากคาบหญ้าหางหมา ข้างกายมีน้ำเต้าใส่เหล้าวางอยู่
ท่าทางของเขาช่างเกียจคร้านและสบายอารมณ์เหลือเกิน
เหนือศีรษะของเขามีร่างของผู้คนเหาะผ่านไปมาราวกับดาวตก บ้างก็ขี่กระบี่บิน บ้างก็ขี่นกกระเรียน ทุกคนล้วนดูสง่างาม เปี่ยมด้วยราศีแห่งเซียน
ช่างแตกต่างกับหลี่เสวียนอย่างสิ้นเชิง
มีบางคนสังเกตเห็นหลี่เสวียนที่กำลังนอนเล่นอยู่ข้างล่าง ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าถอนหายใจ "สำนักสู่เซียนอันยิ่งใหญ่ของข้า เป็นถึงสำนักชั้นนำของดินแดนเทียนเสวียน ชื่อเสียงโด่งดังก้องโลก ไฉนถึงได้รับคนขี้เกียจสันหลังยาวแบบนี้เข้ามาได้นะ?"
หลี่เสวียน...
ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาเทียนเสวียน หนึ่งในเจ็ดดยอดเขาของสำนักสู่เซียน!
ช่วยไม่ได้ ก็ยอดเขาเทียนเสวียนมีเขาเป็นศิษย์อยู่คนเดียว ไม่เป็นศิษย์พี่ใหญ่ก็ต้องเป็นแล้วล่ะ ส่วนอาจารย์ของเขา 'หลิวเทียนเสวียน' เจ้าของยอดเขาแห่งนี้ ก็เป็นถึงสาวงามอันดับหนึ่งของสำนัก แถมยังมีพลังระดับครึ่งก้าวสู่ขั้นจอมราชันย์!
เพียงแต่หลิวเทียนเสวียนนั้นมีนิสัยประหลาด แม้จะสวยและเก่ง แต่กลับมีคนคบหาด้วยน้อยมาก... ทว่าคนที่เป็นศัตรูด้วยกลับมีเพียบ...
เมื่อสามปีก่อน นางพาหลี่เสวียนกลับมาจากภายนอก
และรับเขาเป็นศิษย์สายตรง
ตอนแรกทุกคนนึกว่าหลี่เสวียนคืออัจฉริยะด้านวรยุทธ์ที่มีหนึ่งในหมื่น หรือมีกายวิเศษที่สะเทือนเลื่อนลั่นปฐพี หลิวเทียนเสวียนผู้ไม่เคยรับศิษย์ถึงได้ถูกตาต้องใจรับมา แต่พอนานวันเข้า ทุกคนก็พบว่าคิดผิดถนัด
หมอนี่ไม่ใช่อัจฉริยะอะไรเลย!
แถมไม่มีกายวิเศษอะไรสักอย่าง
ตรงกันข้าม เขาเป็นแค่คนธรรมดาที่มีกายปุถุชน!
ฝึกฝนมาสามปี แม้แต่ขั้นปราณแท้ก็ยังไปไม่ถึง
ในโลกแห่งวรยุทธ์ ร่างกายและพรสวรรค์นั้นสำคัญยิ่งชีพ กายวิเศษที่แข็งแกร่งมักหมายถึงระดับพลังที่สูงส่งและศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัด โดยปกติแล้วแต่ละสำนักจะดูว่ามีกายวิเศษติดตัวมาหรือไม่ก่อนรับศิษย์
หากเป็นแค่กายปุถุชน ส่วนใหญ่จะถูกคัดทิ้งทันที
กายปุถุชน คือร่างกายที่แย่ที่สุด
แม้จะฝึกฝนได้ แต่ประสิทธิภาพนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
แทบจะไม่มีทางประสบความสำเร็จอะไรใหญ่โตได้เลย
ต่อให้เป็นแค่กายจิตวิญญาณระดับพื้นฐานที่สุด ในอนาคตก็ยังทิ้งห่างคนพวกนี้ไปไกลลิบโลก!
ในโลกวรยุทธ์นั้น ระดับพลังถูกแบ่งออกเป็น กลั่นลมปราณ ปราณแท้ ทะเลปราณ แก่นทองคำ หยั่งรู้ สู่ความว่าง จิตวิญญาณ ราชันย์สงคราม จอมราชันย์ ขอบเขตอริยะ และมหาจักรพรรดิ
รวมทั้งหมดสิบเอ็ดระดับ!
แม้ว่ายิ่งฝึกจะยิ่งยาก แต่ฝึกมาสามปี แถมเป็นถึงศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขา แต่ดันยังไม่เข้าสู่ขั้นปราณแท้...
พรสวรรค์แบบนี้ในสำนักสู่เซียน ถือว่าเป็นที่โหล่แน่นอน
หลี่เสวียนมองดูเหล่ายอดฝีมือที่บินไปบินมาบนท้องฟ้า แล้วหาวออกมาหวอดใหญ่ ไม่ได้รู้สึกอิจฉาอะไรมากมาย
"ได้มีชีวิตรอดมาอีกชาติ ก็ถือว่าไม่ง่ายแล้ว ข้าคงไม่หวังอะไรมากไปกว่านี้หรอก" หลี่เสวียนพึมพำ
เขาไม่ใช่คนของดินแดนเทียนเสวียนแต่กำเนิด เขามาจากดาวโลกสีคราม
พูดง่ายๆ ก็คือ เขาเป็นผู้ข้ามมิติ
เขายังจำวันนั้นได้ดี เขาเดินอยู่บนถนนใหญ่ จู่ๆ ก็เห็นรถบรรทุกคันหนึ่งพุ่งเข้าหาเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
ด้วยสัญชาตญาณ เขารีบพุ่งเข้าไปผลักเด็กคนนั้นออก
แล้วเขาก็ได้รับรางวัลเป็นการมาต่างโลก
ตอนเพิ่งข้ามมิติมาใหม่ๆ เขาเป็นแค่เด็กกำพร้า ยังไม่ทันจะปรับตัวได้ ก็มีนางฟ้าเหาะลงมาจากฟ้า ถามเขาว่าอยากไปฝึกวิชากับนางไหม
คนคนนั้นก็คือเจ้าของยอดเขาเทียนเสวียน หลิวเทียนเสวียน
ชาติที่แล้วหลี่เสวียนอยู่มาตั้งนาน ไม่เคยเจอผู้หญิงสวยขนาดนี้มาก่อน ด้วยความหน้ามืดตามัว เขาเลยตอบตกลงทันที
นึกว่าจะได้เปิดตำนานเส้นทางยุทธ์อันยิ่งใหญ่ แต่พอมาถึงสำนักสู่เซียนถึงได้รู้ความจริงว่า ตัวเองดันเป็นแค่กายปุถุชน
ฝึกมาสามปี แม้แต่ขั้นปราณแท้ก็ยังไม่ถึง
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ชาตินี้คงไม่มีวันสร้างแก่นทองคำได้
คงแก่ตายตอนอายุร้อยปีแน่ๆ
ตอนแรกเขาก็หลงคิดว่าตัวเองอาจจะมีพลังแฝงอะไรซ่อนอยู่ ไม่งั้นทำไมหลิวเทียนเสวียนถึงรับคนธรรมดาอย่างเขาเป็นศิษย์ล่ะ?
แต่พอไปถาม หลิวเทียนเสวียนกลับตอบว่า...
"อ๋อ วันนั้นข้าเพิ่งได้รับตำแหน่งเจ้ายอดเขา ศิษย์พี่บังคับให้ข้าไปรับลูกศิษย์ ไม่งั้นจะไม่จ่ายเบี้ยเลี้ยง ข้าก็เลยเดินหาไปมั่วๆ เห็นเจ้าดูเข้าท่าดี ก็เลยหิ้วกลับมา"
แค่ดูเข้าท่าดี...
เพราะเหตุผลแค่นี้เนี่ยนะ??
หลี่เสวียนถึงกับไปไม่เป็น
ที่เขาว่ากันว่าอาจารย์ของเขานิสัยประหลาด เห็นท่าจะจริงแฮะ!
หลี่เสวียนเริ่มถอดใจ
คิดว่าการแก่ตายในยอดเขาเทียนเสวียนก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว อย่างน้อยที่นี่วิวก็สวย ของกินก็ไม่ขาดแคลน
แถมยังได้เห็นอาจารย์คนสวยเป็นอาหารตาอยู่เรื่อยๆ
ดีกว่าชาติที่แล้วที่ต้องทำงานเยี่ยงทาสเป็นไหนๆ
พอคิดได้แบบนี้ เขาก็รู้สึกดีขึ้นเยอะ แล้วก็เริ่มเข้าสู่โหมดปล่อยจอย วันๆ เอาแต่จิบเหล้า อ่านนิยาย สบายใจเฉิบ
กลายเป็นตัวประหลาดท่ามกลางศิษย์คนอื่นๆ ที่ขยันขันแข็งในสำนัก
"ใกล้ได้เวลาข้าวเย็นแล้ว วันนี้ทำไก่อบหน่อไม้ดีกว่า"
หลี่เสวียนลุกขึ้นปัดก้นพูดกับตัวเอง
เขาเดินเข้ากระท่อมไม้ เริ่มง่วนกับการทำอาหาร
บนยอดเขาเทียนเสวียน ปกติมีแค่เขาอยู่คนเดียว ส่วนอาจารย์น่ะเหรอ นางชอบหมกตัวอยู่ในถ้ำ นานๆ ทีจะออกมานอนหลับอุตุ
หลับทีก็ปาไปสิบวันครึ่งเดือน บางทีก็หลายเดือน
ขี้เกียจยิ่งกว่าเขาซะอีก
ไม่รู้ว่านางฝึกฝนจนถึงระดับครึ่งก้าวสู่ขั้นจอมราชันย์ได้ยังไง
แต่วันนี้
ปัง
ประตูห้องของเขาถูกผลักเปิดออก พร้อมกับกลิ่นหอมที่ลอยมาแตะจมูก หญิงสาวในชุดขาว รูปร่างสมส่วน ผิวพรรณขาวผ่องเดินเข้ามา
ใบหน้างดงามหมดจด เครื่องหน้าประณีต ดวงตาสีแดงคู่สวยเป็นประกายดั่งทับทิม โดยเฉพาะผมสีขาวของนางที่ขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ
ผมขาวตาสีแดง
อาจารย์ของหลี่เสวียน หลิวเทียนเสวียนนั่นเอง
หลี่เสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง วันนี้วันอะไรเนี่ย?
อาจารย์ที่หายหัวไปหลายเดือนดันโผล่มา?
เขาคารวะนางหนึ่งที "ศิษย์คารวะท่านอาจารย์"
มองไปข้างหลังนาง ยังมีเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มตามมาด้วย ดูอายุประมาณสิบสองสิบสามปี แต่แววตากลับแฝงความหยิ่งยโสที่เป็นธรรมชาติ
"เจ้าหนูเสวียน แนะนำให้รู้จัก นี่คือ เฟิ่งจิ่วเกอ จากนี้ไปนางคือศิษย์น้องของเจ้า" หลิวเทียนเสวียนแนะนำ
ศิษย์น้อง?
ข้ามีศิษย์น้องกับเขาแล้วเหรอ?
ฝ่ายเฟิ่งจิ่วเกอปรายตามองหลี่เสวียน แววตาค่อยๆ เผยความดูแคลนออกมา
มุมปากยกยิ้มเหยียดหยัน
หลี่เสวียนมุมปากกระตุก นี่เขาโดนเด็กเมื่อวานซืนดูถูกเหรอเนี่ย?!
ของขึ้นเลย
เดี๋ยวต้องจัดหนักให้สักดอก!
"จริงสิ ศิษย์น้องของเจ้าบรรลุขั้นปราณแท้แล้ว ว่างๆ เจ้าก็ไปขอคำแนะนำเรื่องการฝึกจากนางได้นะ" หลิวเทียนเสวียนกล่าว
ขั้นปราณแท้?
พลังฝึกปรือสูงกว่าเขาอีกเรอะ?!
ช่างมันเถอะ
เป็นศิษย์พี่ต้องใจกว้าง
ไม่ถือสาเด็กมันหรอก!
[ติ๊ง!]
[ตรวจพบว่าโฮสต์มีศิษย์น้อง ระบบศิษย์พี่ใหญ่สุดแกร่งเปิดใช้งาน!]
หลี่เสวียนตะลึงงัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าดีใจสุดขีด
ระบบ?
สกิลโกงของผู้ข้ามมิติ?!
โฮๆๆ ในที่สุดแกก็มา!
หลี่เสวียนแทบจะร้องไห้โฮ ส่วนหลิวเทียนเสวียนเห็นท่าทางของลูกศิษย์ ก็อดไม่ได้ที่จะลูบหัวเขา
"ถึงจะมีศิษย์น้องแล้ว ก็ไม่ต้องดีใจขนาดนั้นก็ได้มั้ง ถึงกับร้องไห้เลยเหรอ เฮ้อ โทษทีที่อาจารย์ละเลยเจ้า ปล่อยให้เจ้าอยู่คนเดียวบนยอดเขา คงจะเหงาแย่สินะ"
หลิวเทียนเสวียนรู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปหน่อย พาคนมาทิ้งไว้แล้วก็ไม่สนใจ ปล่อยให้ดิ้นรนเองตามยถากรรม
ดูท่าวันหน้าต้องหาศิษย์น้องมาเพิ่มให้เขาอีกสักหลายๆ คน
เฟิ่งจิ่วเกอก็อดมองหลี่เสวียนไม่ได้ แววตาดูแคลนค่อยๆ จางลง "ถึงศิษย์พี่คนนี้พรสวรรค์จะห่วยแตก แต่ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นศิษย์พี่ของข้าในนาม ต่อไปก็ญาติดีกับเขาหน่อยแล้วกัน"
นางเดินเข้าไปหาหลี่เสวียน จับมือเขา "ศิษย์พี่ ต่อไปมียอดเขาเทียนเสวียนมีข้าแล้ว ท่านจะไม่เหงาอีกต่อไป"
หลี่เสวียนที่จู่ๆ ก็โดนสองสาวรุมเอาใจได้แต่กระพริบตาปริบๆ
อะไรกัน?
ข้าร้องไห้เพราะมีสูตรโกงต่างหาก
พวกเจ้าเป็นอะไรกันเนี่ย?
[จบแล้ว]