- หน้าแรก
- เซอร์ไววัลทางหลวงคลั่ง ยัยตัวร้ายสายปาด ผงาดขึ้นแรงค์หนึ่ง
- บทที่ 22 สร้างบ้านไม้เสร็จสิ้น
บทที่ 22 สร้างบ้านไม้เสร็จสิ้น
บทที่ 22 สร้างบ้านไม้เสร็จสิ้น
เซี่ยซานฝูไม่ค่อยสันทัดเรื่องโครงสร้างสลักเดือยเท่าไหร่ แต่หลักการของมันก็คือการขัดกันของไม้ ระหว่างปั่นจักรยาน เธอคิดเรื่องโครงสร้างบ้านไม้ไปตลอดทาง ออกแบบวิธีการขัดกันของไม้แต่ละส่วนไว้ในหัว
โชคดีที่มันเป็นแค่บ้านไม้หลังเล็กๆ ไม่ต้องใช้โครงสร้างซับซ้อนอะไร ด้วยจินตนาการด้านมิติสัมพันธ์ของเธอ มันจึงไม่ใช่เรื่องยาก
เซี่ยซานฝูตัดต้นไม้ขนาดต่างๆ กันมาหลายต้น เลาะกิ่งก้านออก และจัดการแปรรูปง่ายๆ เนื่องจากไม่มีเครื่องมือสำหรับเลื่อยซุงให้เป็นแผ่นไม้ เธอเลยใช้ไม้ซุงทั้งท่อนแบบนั้นแหละ
เลื่อยให้ได้ขนาด ขุดร่อง สกัดเดือย แก้ไขข้อผิดพลาด เธอทำงานอย่างบ้าคลั่งจนถึงตีสอง ในที่สุดก็เตรียมงานเสร็จ เหลือแค่ขั้นตอนการประกอบ
ความหนาวและความหิวรุมเร้า เธอหยุดมือ เอาหม้อเล็กตั้งไฟ เทน้ำแร่ขวดสุดท้ายลงไป พอน้ำเดือดก็ฉีกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองห่อใส่ลงไป
สมรรถภาพร่างกายที่เพิ่มขึ้นทำให้เธอกินจุขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บวกกับใช้แรงงานมาทั้งวัน เธอจัดการอาหารตรงหน้าหมดเกลี้ยงในพริบตา
เสบียงที่เธอเปิดได้จากหีบสมบัติในเมืองแห่งฝันร้าย เธอเคยคิดว่าจะอยู่ได้สักสองสามวัน
ทว่าผ่านไปแค่วันเดียว ตอนนี้เหลือแค่ขนมปังหนึ่งก้อนกับบิสกิตอัดแท่งสองห่อเท่านั้น
เรื่องกินกำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ พรุ่งนี้ฟ้าสางเธอคงต้องออกไปล่าสัตว์เล็กๆ แถวนี้กิน
ในจุดพักรถมีถนนสายอาหาร แต่ได้ยินมาว่าของแพงหูฉี่ เธอเลยตัดทางเลือกนี้ทิ้งไปก่อน
หลังจากกินบะหมี่ร้อนๆ จนอิ่ม เซี่ยซานฝูเอาหม้อใหญ่อีกใบที่ยังไม่ได้ใช้มารองน้ำฝน แล้วเอาไปต้มฆ่าเชื้อบนกองไฟ จากนั้นก็เริ่มลงมือประกอบบ้านไม้
บ้านไม้หลังไม่ใหญ่ หลังคาเป็นทรงเพิงหมาแหงนง่ายๆ มองจากด้านข้างจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมูที่มีมุมฉากสองมุม
เธอมีผ้าใบกันน้ำขนาด 6x8 เมตรแค่ผืนเดียว แถมยังตัดส่วนหนึ่งไปทำเสื้อกันฝนแล้ว
เพื่อจะเอาผ้าใบมาใช้ เธอต้องรื้อเพิงพักชั่วคราวตอนนี้ก่อน
เธอเก็บเสื้อผ้าที่แห้งหมาดๆ และฟืนเข้าการ์ด ถอดเสื้อกันฝนทำมือออก กางเต็นท์เล็กคลุมกองไฟไว้ แล้วรีบแกะผ้าใบกันน้ำอย่างลนลาน เอาไปคลุมโครงหลังคาบ้านไม้
เธอขัดไม้ซุงผ่าซีกทีละท่อนเข้าด้วยกันอย่างแน่นหนา โดยมีผ้าใบกันน้ำคั่นอยู่ตรงกลาง เพื่อทำเป็นหลังคาลาดเอียง
บ้านไม้เป็นรูปเป็นร่างแล้ว
บ้านไม้มีช่องหน้าต่างเล็กๆ และช่องประตู เธอตัดเศษผ้าใบที่ยื่นเกินมาจากหลังคาเอามาปิดช่องพวกนี้ไว้ชั่วคราว
เธอยกหม้อเหล็กที่ใช้ซักผ้าเมื่อกี้ ย้ายกองไฟใส่หม้อ แล้วยกเข้ามาในบ้านไม้
ผนังที่สร้างจากท่อนไม้ไม่ได้ปิดสนิทเป๊ะ ลมยังพอเข้ามาได้ เลยไม่ต้องกังวลเรื่องก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์
แถมบ้านหลังเล็กแค่นี้ แป๊บเดียวก็อุ่นแล้ว
เธอหยิบชะแลงออกมา ออกแรงดัดให้เป็นรูปตัว "U" วางคร่อมกองไฟในหม้อ แล้วเอากาน้ำสแตนเลสใส่น้ำฝนวางต้มไว้ข้างบน
เสื้อผ้าและฟืนที่ยังชื้นอยู่ก็ถูกเอาออกมาผิงไฟให้แห้ง
ทำทุกอย่างเสร็จ เซี่ยซานฝูเริ่มดัดแปลงเสื้อกันฝนทำมือใต้แสงไฟ
เสื้อกันฝนทำมือตัวนี้ พูดตรงๆ ก็แค่ผ้าใบผืนใหญ่เจาะรูตรงกลาง ลมฝนสาดเข้ามาได้ กันอะไรไม่ค่อยได้มาก
เธอวางแผนจะดัดแปลงเป็นชุดกันฝนแบบเสื้อกับกางเกงแยกชิ้น
เซี่ยซานฝูไม่เคยตัดเย็บเสื้อผ้ามาก่อน แต่เธอกล้าคิดกล้าทำ
เธอสังเกตเสื้อผ้าและกางเกงที่ตากอยู่ ถอดแบบในใจ จินตนาการรูปร่างตอนคลี่ออก แล้วหยิบกรรไกรขึ้นมาตัดเสื้อกันฝนตรงหน้า พบว่าผ้าไม่พอ เลยออกไปเก็บเศษผ้าใบข้างนอกมาเพิ่ม
แสงไฟส่องกระทบใบหน้า เส้นผมที่เปียกชุ่มยังคงมีหยดน้ำไหลย้อย แต่แววตาของเธอไม่มีความหงุดหงิด มีเพียงความมุ่งมั่นและมือที่เย็บผ้าแข็งๆ อย่างคล่องแคล่ว
ฝีเข็มไม่ได้สวยงามสม่ำเสมอ ออกจะห่างๆ ด้วยซ้ำ เธอเลยต้องเย็บซ้ำเพื่อความแข็งแรง โชคดีที่ด้ายเคลือบขี้ผึ้งที่ซื้อมามีเยอะพอให้เธอใช้ฟุ่มเฟือยได้
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ผลงานก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง พอกางออกมา แขนเสื้อยาวไม่เท่ากัน ขากางเกงก็สูงต่ำไม่เท่ากัน
ไม่เป็นไร เล็มออกได้
เซี่ยซานฝูลองใส่อย่างตื่นเต้น ขนาดพอดีตัวเลย เรื่องความสบายช่างมันเถอะ
ข้อเสียอย่างเดียวคือคอเสื้อกว้างไปหน่อย น้ำฝนอาจไหลเข้าได้
ผ้าที่เหลือไม่พอทำหมวกฮู้ด แต่พอจะทำคอปกสูงได้
หลังจากเติมปกเสื้อ เซี่ยซานฝูแขวนชุดกันฝนไว้ข้างกองไฟให้แห้ง
เธอลองจับชุดชั้นในดู แห้งแล้ว เธอถอดเสื้อผ้าเปียกออกทันที แล้วเช็ดตัวทำความสะอาดตั้งแต่หัวจรดเท้า
น้ำในหม้อใหญ่ที่ต้มไว้เมื่อกี้เริ่มอุ่นพอดี เธอผสมน้ำร้อนจากกาน้ำลงไป ใช้เสื้อยืดที่เพิ่งถอดมาแทนผ้าขนหนู สระผม แล้วเช็ดตัว สภาพจำกัดแบบนี้คงพิถีพิถันมากไม่ได้
หลังจากเปลี่ยนเป็นชุดชั้นในแห้งๆ เธอเอาเสื้อผ้าที่เปียกฝนเมื่อวานกับชุดที่เพิ่งถอดวันนี้ลงไปต้มในหม้อใหญ่พร้อมกัน
สรุปตอนนี้ เธอมีชุดชั้นในสามชุด บราสองตัว ชุดเสื้อยืดขาสั้นสองชุด ชุดแขนยาวขายาวหนึ่งชุด และชุดนอนขนฟูหนึ่งชุด
ถ้าก่อไฟตากผ้าทุกคืน ก็น่าจะพอหมุนเวียนใส่ได้แบบถูไถ
วันที่ 5 ฝนตกหนัก เวลา 04:05 น.
เซี่ยซานฝูเอาไม้ค้ำรองเท้าบูทที่ชุ่มน้ำวางผิงไฟไว้
รองเท้าคู่นี้คือรองเท้าบูทเพิ่มความเร็วจากชุดเซ็ตปีศาจราตรี และเป็นของชิ้นเดียวในเซ็ตที่ไม่พังเสียหาย
หวังว่ามันจะทนทานนะ นี่เป็นรองเท้าหนึ่งในสองคู่ที่มีอยู่
เซี่ยซานฝูจัดของในบ้านไม้ ดันข้าวของไปไว้ข้างๆ กางเตียงพับ แล้วมุดตัวเข้าไปในผ้าห่ม
บ้านไม้หลังเล็กอัดแน่นไปด้วยของ พลิกตัวทีเดียวอาจตกใส่กองไฟได้
แต่อย่างน้อยเธอก็ได้พักผ่อนจริงๆ สักที
อารมณ์ความรู้สึกบอกว่าอยากนอนยาวๆ ให้หนำใจ แต่เหตุผลบอกว่าการฝึกเคล็ดวิชาจินตภาพไม่เพียงแต่ช่วยรวบรวมสมาธิและขัดเกลาอวัยวะภายใน แต่ยังช่วยฟื้นฟูพลังงานร่างกายได้เร็วกว่าด้วย
เออๆๆ ถ้ายังไม่ตาย ก็ฝึกให้ตายกันไปข้าง
เซี่ยซานฝูรวบรวมสมาธิ จินตภาพอวัยวะภายใน และต้องแปลกใจที่พบว่าการไหลเวียนพลังงานในอวัยวะภายในวันนี้ดูคล่องตัวขึ้นมาก
เป็นเพราะเธอหายดีแล้วหรือเปล่านะ?
เธอฝึกจินตภาพในสภาวะกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่สองชั่วโมง พลังงานอวัยวะภายในถึงหยุดหมุนเวียน
การหมุนเวียนของอวัยวะภายในจริงๆ แล้วคือการนำสารสำคัญจากไตทั้งสองข้างมาแปรสภาพและผสานกับสารอาหารจากม้ามและกระเพาะอาหาร และลมหายใจจากหัวใจและปอด สุดท้ายทั้งหมดจะเปลี่ยนเป็นพลังงานบริสุทธิ์เก็บสะสมไว้ที่ไตทั้งสองข้าง
แต่พลังงานนี้เองก็ต้องได้รับการเติมเต็มผ่านการกินอาหารเช่นกัน
เซี่ยซานฝูพลิกตัว เธอต้องหาของดีๆ กินบ้างแล้ว
เธอปล่อยวางความคิด แล้วนอนหลับต่ออีกสามชั่วโมงกว่าจะตื่นเต็มตา
12:20 น.
เซี่ยซานฝูจามฮัดชิ้ว ผ้าห่มชื้นนิดหน่อย และไฟในหม้อก็มอดไปแล้ว
เธอจุดไฟใหม่ สวมเสื้อแขนยาวกางเกงขายาว แล้วหยิบ "สารเสริมสมรรถภาพทางกายระดับทองแดง" ที่ได้จากรางวัลเคลียร์ดันเจี้ยนออกมา
เปียกปอนทุกวันแบบนี้ ต่อให้เป็นมนุษย์เหล็กก็ทนไม่ไหว ต้องใช้สารเสริมสมรรถภาพนี่แล้วล่ะ
สารเสริมสมรรถภาพบรรจุอยู่ในกล่องทองแดงขนาดเท่ากล่องดินสอ ข้างในมีเข็มฉีดยาด้วย
ใต้เข็มฉีดยามีคู่มือการใช้
ระบุว่าสารเสริมสมรรถภาพนี้ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง เหมาะสำหรับผู้ที่มีสมรรถภาพทางกาย 1 ดาว ฉีดเข้าใต้ผิวหนังได้เลย
เซี่ยซานฝูทำตามคู่มือ ดูดของเหลวสีแดงอ่อนเข้าเข็ม แล้วฉีดเข้าที่ต้นแขน
ตอนแรกไม่รู้สึกอะไร เจ็ดแปดนาทีต่อมา ความเจ็บปวดและคันคะเยออย่างบอกไม่ถูกก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เหมือนมีเข็มทิ่มแทงเข้าไปในกระดูก
เซี่ยซานฝูทุบพื้นด้วยความทรมาน แต่กลัวพื้นจะพัง เลยต้องกัดฟันข่มใจไว้