เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: คนที่ไม่เข้าใจอะไรเลย

บทที่ 14: คนที่ไม่เข้าใจอะไรเลย

บทที่ 14: คนที่ไม่เข้าใจอะไรเลย


"ท่านประธานทุกท่านครับ เกมนี้เป็นเดิมพันครั้งสำคัญสำหรับชื่อเสียงของโปเกนิ และอนาคตของพวกเราทุกคน ผมรับรองด้วยเกียรติเลยว่า ถ้าพวกท่านได้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง จะรู้เลยว่ามันคุ้มค่าเกินราคาแน่นอนครับ" อ๋าวจื้อหย่วนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง

เหล่าประธานบริษัทหันมาสบตากัน ยิ้มมุมปากแต่ไม่มีใครเอ่ยอะไร

เหอะ? คิดว่าพูดว่าดีแล้วมันจะดีจริงอย่างที่ปากว่าหรือไง?

คนหนุ่มสมัยนี้ช่างอวดดีสิ้นดี

โปเกนิเนี่ยนะจะทำผลงานออกมาได้ดีกว่านินเทนโด? เป็นไปไม่ได้หรอก

"แต่ผมมีคำถามครับ" ประธานฮัตโตริที่นั่งอยู่ตรงกลางเอ่ยขึ้น สายตาจับจ้องไปที่ตลับเกมในมือ "ทางโปเกนิจะส่งเกมนี้ให้เราในราคาเท่าไหร่ครับ?"

"ถ้าเป็นไปได้..." อ๋าวจื้อหย่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ "ผมหวังไว้ที่ 5,000 เยนครับ"

"5,000 เยน?"

ไอ้หมอนี่มันบ้าไปแล้วหรือไง?

ถ้าส่งให้ยี่ปั๊วอย่างพวกเราในราคาสูงลิ่วขนาดนี้ แล้วพวกเราจะเอากำไรจากไหน?

อันที่จริง 5,000 เยนก็ไม่ได้แพงเว่อร์อะไรนักหรอก ราคาเกมออกใหม่ทั่วไปในญี่ปุ่นยุคนั้นอยู่ที่ประมาณ 6,000 เยน (ราวๆ 750 บาท) แต่สำหรับเกม 'เฉพาะกลุ่ม' และ 'จำกัดอายุ' อย่างเกมจีบสาว ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายแคบกว่า ราคาก็อาจจะถีบตัวสูงขึ้นไปอีก การตั้งราคาขายไว้ที่ 9,000 เยนจึงถือเป็นเรื่องปกติ

ใช่ อ่านไม่ผิดหรอก ในยุค 90 ค่าครองชีพในญี่ปุ่นสูงขนาดนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แทบไม่ต่างจากปี 2023 เลย

ในทางกลับกัน รายได้เฉลี่ยและเงินเดือนของคนญี่ปุ่นก็แทบไม่ขยับไปไหนตลอด 30 ปีที่ผ่านมา จะเรียกว่า 30 ปีแห่งความหยุดนิ่งก็คงไม่ผิดนัก

ทว่าในฐานะผู้ผลิต ราคาที่ส่งให้ยี่ปั๊วต้องถูกกว่าราคาขายปลีกพอสมควร หรืออาจจะต้องถูกกว่ามาก ปกติแล้วตลับเกมต้นทุน 3,000 เยน ที่ส่งให้ยี่ปั๊ว จะถูกตั้งราคาขายปลีกไว้ที่ 6,000 เยน เพื่อให้ยี่ปั๊วได้กำไรประมาณเท่าตัว

ถ้าต้นทุนมา 5,000 เยน แล้วขาย 6,000 เยน กำไรของยี่ปั๊วจะบางเฉียบจนแทบไม่เหลืออะไร

ถ้าเป็นค่ายใหญ่อย่างนินเทนโด ยี่ปั๊วอาจจะพอยอมรับได้ เพราะเน้นขายออกไว กำไรต่อชิ้นน้อยแต่เน้นปริมาณ

แต่อีกฝ่ายมาจากโปเกนิ บริษัทโนเนมที่ไม่มีใครรู้จัก เอาความมั่นใจมาจากไหนว่าเกมจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า?

"แล้วคุณคาดหวังราคาขายปลีกไว้ที่เท่าไหร่ครับ?" ประธานฮัตโตริหยั่งเชิง

"9,000 เยนครับ" อ๋าวจื้อหย่วนตอบหน้าตาย

"ซู้ด..."

คำตอบอันโอหังทำเอาเหล่าประธานถึงกับสูดปาก กอดอกขมวดคิ้วกันเป็นแถว

จะเรียกว่าไอ้หนุ่มนี่มันใจกล้าดีไหมนะ?

หรือจริงๆ แล้วมันโง่กันแน่?

ตั้งราคาเกมจีบสาวไว้สูงลิบขนาดนี้ ไม่กลัวเจ๊งยับเยินหรือไง?

คนคนนี้ต้องมั่นหน้ามั่นโหนกในเกมตัวเองขนาดไหนกันเชียว?

"ไม่ไหวหรอกครับ ราคานี้สูงเกินไป พวกเรากังวลเรื่องยอดขาย ขอลดราคาลงหน่อยไม่ได้เหรอครับ?" ประธานโมริที่สวมแว่นกรอบดำเอ่ยถาม

"นั่นสิครับ นั่นสิ ผมแนะนำว่าตั้งราคาขายไว้สัก 7,000 เยนดีกว่า ในฐานะผลงานใหม่ของค่าย สร้างชื่อเสียงก่อนดีกว่าครับ อย่าเพิ่งหวังกำไรเกินควรตั้งแต่แรกเลย" ประธานซาโต้ที่ดูหนุ่มกว่าเพื่อนเสริม

"4,500 ครับ ต่ำกว่านี้ไม่ได้แล้ว ถ้าต่ำกว่านี้เราเข้าเนื้อครับ" อ๋าวจื้อหย่วนยืนกราน

เหตุผลหลักคือเกมนี้ใช้ชิปพิเศษสำหรับประมวลผลภาพและหน่วยความจำ ซึ่งทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากตลับปกติประมาณ 500-800 เยน ไม่อย่างนั้นอ๋าวจื้อหย่วนคงไม่ตั้งราคานี้

"4,000 ค่ะ" สึดะกดมืออ๋าวจื้อหย่วนลงแล้วยิ้มหวาน "ถ้าขายไม่ออก เดี๋ยวทางดันจะรับซื้อคืนเองค่ะ"

"อืม..."

"ในเมื่อหนูนาโอะพูดขนาดนี้ ก็ตกลงตามนั้นครับ"

พวกผู้ชายพยักหน้าให้กัน

...

"อ้า~ ได้ดื่มกับหนูนาโอะทีไรมีความสุขทุกที แต่น่าเสียดายที่เวลาช่างผ่านไปเร็วนัก"

"นั่นสินะครับ หนูนาโอะ คราวหน้าเราไปทานข้าวกันสองต่อสองนะครับ" ฮัตโตริหัวล้านพูดพลางยิ้มกรุ่มกริ่ม

ดูเหมือนพวกขาใหญ่จะเริ่มเมากันแล้ว

แต่ดูจากมือไม้ที่พยายามจะเลื้อยมาแตะเนื้อต้องตัวสึดะ สติสัมปชัญญะของพวกเขาก็น่าจะยังครบถ้วนดีอยู่

ในขณะที่อ๋าวจื้อหย่วนกำลังคิดจะเข้าไปช่วย สึดะ นาโอะ ก็เบี่ยงตัวหลบมือปลาหมึกเหล่านั้นได้อย่างคล่องแคล่ว

"โอเคค่า โอเค" สึดะ นาโอะ หัวเราะร่า ร่างกายโงนเงนเล็กน้อยแต่ยังคงความสง่างาม "ไว้คราวหน้านะคะ อ้อ จริงสิ ท่านประธานคะ ฉันเตรียมของขวัญไว้ให้ทุกท่านด้วยค่ะ นี่ค่ะ ของท่านประธานฮัตโตริ ของท่านประธานโมริ แล้วก็ของท่านประธานซาโต้ค่ะ"

"ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ"

พูดจบสึดะก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อม

เหล่าขาใหญ่ต่างเบิกตากว้าง

ต้องยอมรับว่ารูปร่างของสึดะ นาโอะ นั้นสุดยอดจริงๆ

เมื่อเห็นเธอรับมือกับตาแก่พวกนี้ได้อย่างอยู่หมัด อ๋าวจื้อหย่วนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

...

ฮัตโตริ ฮิโรยูกิ ขึ้นรถและนั่งไปได้สักพัก คนขับรถด้านหน้าก็เอ่ยถาม "ท่านประธานครับ ไหวไหมครับ?"

ฮัตโตริที่เมื่อครู่ดูเหมือนเมาแอ๋ กลับยิ้มเหยียดออกมา พอเขาลืมตาขึ้น ร่องรอยความเมามายบนใบหน้าก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง

"จะไม่ไหวได้ยังไง?"

ฮัตโตริหัวเราะในลำคอ "แต่เสียดายชะมัดที่มอมเหล้ายัยสึดะไม่สำเร็จ"

ผู้หญิงคนนั้นร้ายกาจจริงๆ ทุกครั้งที่ไปกินข้าวด้วยกัน หล่อนต้องหนีบคนอื่นไปด้วยเสมอ ทำเหมือนจะเปิดโอกาสให้ แต่จริงๆ แล้วป้องกันตัวแน่นหนา

สักวันเถอะ ฉันจะจัดการแม่นี่ให้ได้

ฮัตโตริ ฮิโรยูกิ กำหมัดแน่น

เขาซ่อนแววตาคมกริบลง แล้วปรายตามองกล่องของขวัญข้างตัว

เขาแกะกล่องออก ดูว่าเป็นไวน์แดงชั้นดีขวดหนึ่ง

ด้านบนมีกอาร์ดแนบอยู่ ข้อความเขียนว่า:

【รู้ดีว่าโลกนี้... ช่างไม่เที่ยงดั่งน้ำค้าง ทว่ายามมีท่านเคียงข้าง เส้นทางนี้กลับเบ่งบานงดงาม】

เห็นได้ชัดว่าเป็นลายมือของเธอเอง พร้อมลงท้ายว่า "แด่ท่านประธานฮัตโตริ"

ฮัตโตริ ฮิโรยูกิ ยิ้มฝืดๆ "เฮ้อ~ เป็นผู้หญิงที่รอบคอบไร้ที่ติจริงๆ พอทำขนาดนี้ ก็เล่นเอาโกรธไม่ลงเลยแฮะ"

อารมณ์ของเขาดีขึ้นอย่างน่าประหลาด

"นี่คงเป็นเสน่ห์ของประธานสึดะสินะครับ" คนขับรถพูดพลางยิ้ม

"นั่นสินะ~" ฮัตโตริ ฮิโรยูกิ พยักหน้าเห็นด้วย พร้อมกับหยิบตลับเกม องเมียวจิ ของโปเกนิขึ้นมา "เธอทำให้คนปฏิเสธคำขอของเธอไม่ลงจริงๆ"

กลับไปลองเล่นดูหน่อยดีไหมนะ?

เขาจ้องมองมันอยู่ครู่หนึ่ง

"จอดตรงนี้เดี๋ยว"

"ครับ" คนขับรถเทียบรถเข้าข้างทาง

ฮัตโตริลดกระจกลง แล้วโยนตลับเกม องเมียวจิ ในมือทิ้งลงถังขยะข้างทางอย่างไม่ไยดี

...

หลังจากส่งแขกเหรื่อกลับกันหมดแล้ว เหลือเพียงอ๋าวจื้อหย่วนกับสึดะ นาโอะ ยืนอยู่หน้าร้านอาหาร

ลมยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าอ๋าวจื้อหย่วน อุ่นสบายและจั๊กจี้เล็กน้อย

เขาหันไปมองสึดะที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความเป็นห่วง

แก้มของเธอแดงระเรื่อ ขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่น สายลมพัดเส้นผมยาวสลวยมาคลอเคลียใบหน้า คิ้วและดวงตาที่ขยับไหวเพียงเล็กน้อยกลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน

อ๋าวจื้อหย่วนเผลอมองเธออย่างหลงใหลไปชั่วขณะ

"ประธานสึดะ ไหวไหมครับ?"

เมื่อกี้บนโต๊ะอาหาร หญิงแกร่งคนนี้ดื่มหนักที่สุด แถมยังดื่มอย่างกระตือรือร้นอีกต่างหาก

พวกขาใหญ่จ้องจะมอมเหล้าเธอชัดๆ แต่โชคดีที่ไม่สำเร็จ

พอนึกถึงท่าทีของสึดะในคืนนี้ อ๋าวจื้อหย่วนก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

ด้านหนึ่งคือประธานสาวมาดเท่และเก่งกาจที่เขาเห็นจนชินตา

อีกด้านคือสาวงามช่างฉอเลาะ ยิ้มแย้มบริหารเสน่ห์ในวงเหล้าได้อย่างคล่องแคล่ว

ตัวตนไหนกันแน่คือ สึดะ นาโอะ ตัวจริง?

"ฉันไม่เป็นไร"

สึดะยืดตัวตรง รอยยิ้มบนใบหน้าจางหายไป กลับคืนสู่มาดเย็นชาตามปกติ

"ฉันไปล้วงคออ้วกในห้องน้ำมาแล้ว"

"หา?"

...

จบบทที่ บทที่ 14: คนที่ไม่เข้าใจอะไรเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว