- หน้าแรก
- All My Disciples Suck! สาวกสุดป่วนกับนิกายสุดเทพ
- ตอนที่ 86 พวกเอ็งสามคนจำไว้ อย่าห้าว!
ตอนที่ 86 พวกเอ็งสามคนจำไว้ อย่าห้าว!
ตอนที่ 86 พวกเอ็งสามคนจำไว้ อย่าห้าว!
เหออี้หมิง เชื่อมั่นในฝีมือของพวก หวังลู่เฟย ทั้งสามคน
แต่ทว่า...
สิ่งที่ เหออี้หมิง กลัวที่สุดเพียงอย่างเดียวก็คือ... ไอ้สามตัวบาทานี้มันจะ "ห้าว" น่ะสิ!
ถ้าเกิดห้าวเป้งจนรถผ้าป่าคว่ำขึ้นมา ก็ชิบหายกันพอดี!
ไม่ได้การ เดี๋ยวต้องกำชับอีกรอบ ให้ไอ้สามตัวนี้ห้ามห้าวเด็ดขาด!
เน้นชัวร์ ต้องเน้นชัวร์ไว้ก่อน!
"ศิษย์ของ หนานกงหลี เชิญก้าวออกมาข้างหน้า!" สิ้นเสียงประกาศของเจ้าหน้าที่ สถานศึกษาฮ่าวเทียน
ชิงเอ๋อร์ และเด็กสาวอีกสามคนก็ค่อยๆ เดินขึ้นไปบน ลานประลองยุทธ์
"มิทราบว่า พวกเจ้าจะเลือกสัตว์อสูรตัวไหน?"
"แล้วแต่เลย ตัวไหนก็ได้!"
ชิงเอ๋อร์ ตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ
"เอ่อ..." เจ้าหน้าที่ทำหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกสัตว์อสูรที่ดูอ่อนแอหน่อยจากกลุ่มที่เหลือออกมา
"หึ แค่อสูรระดับครึ่งก้าว ก่อเกิดเขตแดน ยังจัดการไม่ได้ พวกคนก่อนหน้านี้มันก็ขยะล้วนๆ!" ชิงเอ๋อร์ ยิ้มเยาะ ก่อนจะเอ่ยปาก
"พวกเราสี่คน จะพิสูจน์ฝีมือให้ดู พวกเราคือศิษย์ของพี่หญิง หนานกง จะต้องทำให้ทุกคนตกตะลึง และคว้าอันดับหนึ่งในการทดสอบรอบนี้มาให้ได้!" ชิงเอ๋อร์ หันไปปลุกใจเด็กสาวอีกสามคน
"พี่ ชิงเอ๋อร์ ลุยกันเลย!"
"ใช่ ลุย!"
"ครั้งนี้ จะต้องไม่แพ้ศิษย์ของ เหออี้หมิง อีกเด็ดขาด!"
สี่สาวงามพยักหน้าให้กัน ก่อนจะงัดไม้ตายก้นหีบออกมาทันที!
"ค่ายกลจตุรทิศ!" ทันทีที่ ชิงเอ๋อร์ เอ่ยปาก เด็กสาวทั้งสี่ก็เริ่มเดินค่ายกลพร้อมกัน!
วินาทีถัดมา ใต้เท้าของทั้งสี่สาว อักขระสีเงินอมฟ้าก็ค่อยๆ ไหลเวียน เด็กสาวทั้งสี่จับมือกัน ประสานพลังใช้วิชาค่ายกลระดับ 3 อันทรงพลังออกมา!
สิ่งที่เรียกว่าค่ายกลระดับ 3 นั้น คือสิ่งที่มียอดฝีมือระดับ ก่อเกิดเขตแดน เท่านั้นถึงจะร่ายออกมาได้ง่ายๆ!
ระดับ ชีพจรวิญญาณ ทั่วไป อย่าว่าแต่ร่ายเลย แค่มองยังดูไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ!
กระทั่งยอดฝีมือระดับ ชีพจรวิญญาณ หลายคน ยังไม่กล้าแตะต้องวิถีแห่งค่ายกลเลยด้วยซ้ำ!
เพราะเงื่อนไขของวิถีค่ายกลนั้นสูงส่งเกินไป!
"คุณพระช่วย ศิษย์ของตำหนักเหมันต์น่ากลัวขนาดนี้เชียวหรือ?"
"ระดับ ชีพจรวิญญาณ ขั้นกลางสามคน บวกกับขั้นปลายอีกหนึ่งคน กลับสามารถใช้วิชาค่ายกลระดับ 3 ได้?"
"อัจฉริยะ! เด็กสาวสี่คนนี้ คืออัจฉริยะของจริง!"
เหล่าผู้บริหาร สถานศึกษาฮ่าวเทียน ต่างพากันตื่นตะลึง!
"ตอนนี้แหละ!" เมื่อพลังของ ค่ายกลจตุรทิศ ถูกเร่งเร้าจนถึงขีดสุด ชิงเอ๋อร์ ก็ตะโกนก้อง!
"ตู้มมม!!!" ค่ายกลจตุรทิศ แปรเปลี่ยนรูปร่าง กลายเป็น มังกรน้ำแข็ง ความยาวกว่ายี่สิบเมตร!
"ค่ายกลจำแลงมังกร? พระเจ้า!" เห็นฉากนี้เข้า ผู้คนทั่วทั้งลานต่างสะเทือนเลื่อนลั่น!
ไม่ต้องสงสัยเลย!
นี่คือค่ายกลระดับ 3 ของจริง ในรูปแบบสมบูรณ์!
ตามปกติแล้ว มีเพียงปรมาจารย์ค่ายกลระดับ ก่อเกิดเขตแดน เท่านั้นที่มีปัญญาใช้ได้!
แต่ตอนนี้ กลับถูกแม่หนูระดับ ชีพจรวิญญาณ สี่คนอย่าง ชิงเอ๋อร์ สำแดงออกมาได้!
"โฮก! โฮก! โฮก!" บน ลานประลองยุทธ์ สัตว์อสูรระดับครึ่งก้าว ก่อเกิดเขตแดน ตัวนั้นสัมผัสได้ถึงอันตราย แต่ก็ไร้หนทางหนี ทำได้เพียงคำรามลั่นและสู้ตาย!
วินาทีถัดมา มังกรน้ำแข็ง ก็พุ่งเข้าปะทะกับสัตว์อสูรระดับครึ่งก้าว ก่อเกิดเขตแดน อย่างดุเดือด!
และหลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป...
"เอ๋ง!" สัตว์อสูรระดับครึ่งก้าว ก่อเกิดเขตแดน กรีดร้องโหยหวน ในที่สุดก็ล้มลงภายใต้การบดขยี้ของ มังกรน้ำแข็ง ร่างกายของมันถูกไอเย็นจากมังกรแช่แข็งจนทั่ว และเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะจากการถูกเขี้ยวและหนามน้ำแข็งแทงทะลุ สภาพดูไม่ได้
พร้อมกับการตายอย่างอนาถของสัตว์อสูรระดับครึ่งก้าว ก่อเกิดเขตแดน ทั่วทั้งลานตกอยู่ในความเงียบสงัด
"ถึงกับ... ฆ่าสัตว์อสูรระดับครึ่งก้าว ก่อเกิดเขตแดน ได้เลยเหรอ?"
หลายคนพึมพำกับตัวเอง แทบไม่อยากจะเชื่อสายตา
"เป็นไป... ได้ยังไง?" กู้ฉางเฟิง เองก็ทำหน้าเอ๋อรับประทาน
ระดับ ชีพจรวิญญาณ สี่คนร่วมมือกัน ใช้เวลาแค่หนึ่งก้านธูป ก็ฆ่าสัตว์อสูรระดับครึ่งก้าว ก่อเกิดเขตแดน ได้!
ภาพนี้ มันสะเทือนขวัญเกินไปแล้ว!
"ฟู่ว..." ชิงเอ๋อร์ ถอนหายใจยาว เผยสีหน้าลำพองใจออกมา
"หึ เหออี้หมิง ข้า ชิงเอ๋อร์ จะบอกเจ้าไว้เลยนะว่า เจ้าไม่มีวันชนะพวกเราได้หรอก! ส่วนเจ้าสำนักของพวกเรา ก็ไม่ใช่คนที่เจ้าจะอาจเอื้อมได้!" ชิงเอ๋อร์ ดีใจสุดขีด ถึงขั้นหันมาตะโกนท้าทาย เหออี้หมิง
เหออี้หมิง ไม่พูดอะไรสักคำ ไม่เถียง และไม่ตอบโต้
"เฮ้ย คู่ต่อสู้ของพวกหล่อน คือพวกเราต่างหาก!" ทว่า ในเมื่อ เหออี้หมิง ไม่พูด หวังลู่เฟย จึงทนดูไม่ได้
"บอกไว้ก่อนนะนังหนู ความเทพของพี่หมิงน่ะ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเธอจะจินตนาการได้หรอก! ต่อจากนี้ ฉันจะแสดงให้ดูว่า อะไรคืออัจฉริยะที่แท้ทรู!" หวังลู่เฟย สวนกลับทีละคำอย่างโคตรจะมาดแมน!
"เหอะ!" สำหรับคำพูดของ หวังลู่เฟย แล้ว ชิงเอ๋อร์ ตอบกลับแค่คำเดียวว่า เหอะ
การต่อสู้จริง!
กับการยืนเฉยๆ ต่อยเครื่องวัดพลัง มันคนละเรื่องกันเลยย่ะ
ในสายตาของ ชิงเอ๋อร์
คนอย่าง หวังลู่เฟย ที่ดูยังไงก็เป็นพวกมือใหม่หัดขับ ดีไม่ดีทั้งชีวิตอาจจะเพิ่งเคยเจอสัตว์อสูรระดับครึ่งก้าว ก่อเกิดเขตแดน เป็นครั้งแรกด้วยซ้ำ!
ประสบการณ์ต่อสู้จริง?
ไหวพริบหน้างาน?
เทคนิคการรบ?
ศูนย์สนิททั้งหมดนั่นแหละ!
จะเอาอะไรมาเทียบกับศิษย์ตำหนักเหมันต์อย่างพวกตนได้?
ชิงเอ๋อร์ ไม่สนใจ หวังลู่เฟย รีบเดินออกจาก ลานประลองยุทธ์
กรรมการของ สถานศึกษาฮ่าวเทียน ก็รีบให้คะแนนออกมาอย่างรวดเร็ว
1,000 คะแนน!
คะแนนที่กดข่มไปทั่วทั้งลาน!
พอคะแนนนี้ออกมา คนอ่อนแอก็เงียบกริบ คนเก่งก็ใบ้กิน
ไม่มีใครกล้าคัดค้านคะแนนนี้
ทีมทดสอบอื่นๆ เป้าหมายคือแค่ยื้อให้รอดครบหนึ่งชั่วโมงอย่างทุลักทุเล
แต่ศิษย์ทั้งสี่ของ หนานกงหลี ใช้เวลาแค่หนึ่งก้านธูป ก็รุมฆ่าสัตว์อสูรระดับครึ่งก้าว ก่อเกิดเขตแดน ได้สำเร็จ!
ช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่าย มันห่างชั้นกันเกินไป!
กู้ฉางเฟิง หน้าเขียวคล้ำ เงียบเป็นเป่าสากเป็นครั้งแรก
วินาทีนี้ กู้ฉางเฟิง เข้าใจเรื่องหนึ่งอย่างลึกซึ้ง
หนานกงหลี คือตัวตนที่เขาทำได้เพียงแหงนมอง แต่ไม่มีคุณสมบัติจะแตะต้องได้จริงๆ!
เพราะถ้าตัดเรื่องแบ็คกราวด์และเส้นสายออกไป ตัวเขาเองยังเทียบศิษย์ของ หนานกงหลี ไม่ติดฝุ่นด้วยซ้ำ!
หนานกงหลี จะเป็นได้เพียงนางฟ้าในใจของ กู้ฉางเฟิง ตลอดไป!
ได้แต่มองไกลๆ ห้ามแตะต้อง
หลังจากเจ้าหน้าที่ สถานศึกษาฮ่าวเทียน รีบเก็บกวาดซากสัตว์อสูรระดับครึ่งก้าว ก่อเกิดเขตแดน เสร็จเรียบร้อย ก็ประกาศเสียงดัง
"ศิษย์ของ เหออี้หมิง เชิญเข้าสู่ ลานประลองยุทธ์ เริ่มการทดสอบได้!"
สิ้นเสียงเจ้าหน้าที่ หวังลู่เฟย, หมีทมิฬจอมอึด และ จอมเวทน้ำแข็ง No.1 ก็รีบก้าวยาวๆ เดินเข้าไปทันที
"หวังลู่เฟย จำไว้ อย่าห้าว! พวกเจ้าสองคนด้วย ช่วยๆ กันห้ามมันหน่อย!" เหออี้หมิง กำชับอีกรอบ
"พี่หมิงวางใจได้ มีผมอยู่ ผมจะดูพวกมันเอง!" จอมเวทน้ำแข็ง No.1 ผู้สุขุมที่สุดยิ้มตอบ
ได้ยินคำตอบของ จอมเวทน้ำแข็ง No.1 แล้ว เหออี้หมิง ค่อยวางใจขึ้นหน่อย
ในบรรดาผู้เล่นกลุ่มนี้ จอมเวทน้ำแข็ง No.1 ถือว่าเป็นคนที่สุขุมรอบคอบที่สุดแล้ว
ทว่า พอกลับหลังหัน สีหน้าของ จอมเวทน้ำแข็ง No.1 ก็เปลี่ยนไปทันที
"มาโชว์เวทน้ำแข็งต่อหน้าตูเนี่ยนะ? เหอะ! วันนี้แหละ จอมเวทน้ำแข็ง No.1 ผู้นี้จะทำให้พวกหล่อนรู้ซึ้งว่า อะไรคือเวทน้ำแข็งของจริง!" จอมเวทน้ำแข็ง No.1 พึมพำทีละคำ รังสีอำมหิตเปลี่ยนไปคนละเรื่อง!
โดยเฉพาะคำว่า "เหอะ" ทิ้งท้ายด้วยความดูถูกของ ชิงเอ๋อร์ เมื่อกี้
ยิ่งทำให้ จอมเวทน้ำแข็ง No.1 องค์ลง หัวร้อนขึ้นมาทันที!
"หืม? ทำไมมีแค่พวกเจ้าสามคน? แล้ว... อัจฉริยะสะท้านโลกคนนั้นล่ะ?" เจ้าหน้าที่ทำหน้างง มองไปทาง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ที่ยังนอนหลับอุตุอยู่ด้วยความไม่เข้าใจ
ตามปกติแล้ว ไม่ใช่ว่าต้องให้ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ที่มีพรสวรรค์สูงสุดเป็นหัวหน้าทีม พาพวก หวังลู่เฟย อีกสามคนสู้ไปด้วยกันเหรอ?
"งานหยาบแค่นี้ ต้องให้พี่ก๋วยลงมือด้วยเหรอ? ตลกน่า!" จอมเวทน้ำแข็ง No.1 หัวเราะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน
"ถูกต้อง!"
"พูดอีกก็ถูกอีก!"
หวังลู่เฟย และ หมีทมิฬจอมอึด ต่างพยักหน้า เห็นด้วยสุดๆ
ก็ตอนไปบุกแดนเหนือ เจอกับสัตว์อสูร ก่อเกิดเขตแดน ตัวเป็นๆ!
ทุกคนยังไม่ให้ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ลงมือเองเลย แต่เลือกผู้เล่นระดับ กายา ขั้น 1 สิบห้าคนไปเป็นหน่วยวางยาพิษแทน
ตอนนี้แค่จะจัดการสัตว์อสูรระดับครึ่งก้าว ก่อเกิดเขตแดน กระจอกๆ ต้องให้พี่ก๋วยลงมือ?
ถุย!
พวกตูสามคนอยู่กันครบ ยังต้องให้พี่ก๋วยออกโรง...
แล้วพวกตูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
เจ้าหน้าที่พูดไม่ออก พวกเอ็งสามคนเพิ่งจะ ชีพจรวิญญาณ ขั้นต้นเองนะ จะห้าวไปไหน?
"งั้น... ก็ได้ แล้วแต่พวกเจ้า... ระวังตัวด้วยล่ะ!" เจ้าหน้าที่เตือนสั้นๆ แล้วถอยออกมา
ถ้าเกิดเรื่อง คนที่ตายก็ไม่ใช่ตัวเขาเอง จะไปห่วงทำซากอะไร
"ถ้าพวกเขาสามคนร่วมมือกัน น่าจะไม่มีปัญหามั้ง!" เหออี้หมิง นั่งอยู่บนที่นั่ง คิดๆ ดูแล้วก็น่าจะชัวร์ จึงวางใจลง
ทว่า หวังลู่เฟย กลับคว้า โทรโข่ง จากมือเจ้าหน้าที่ไปอย่างช่ำชอง แล้วตะโกนใส่เหล่าผู้บริหาร สถานศึกษาฮ่าวเทียน ดังลั่น
"สัตว์อสูรระดับครึ่งก้าว ก่อเกิดเขตแดน? ข้า หวังลู่เฟย ขอสู้สิบตัว!"