เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

063 หรือว่าจะไม่จ้องเล่นงานจอมเวทแล้ว?

063 หรือว่าจะไม่จ้องเล่นงานจอมเวทแล้ว?

 063 หรือว่าจะไม่จ้องเล่นงานจอมเวทแล้ว?


“แกมันไอ้ปีศาจชัดๆ!!!”

ฟลาต้าถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย เขาได้แต่ตะโกนด่าดันเต้ ที่ตอนนี้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งไปแล้วด้วยความเกรี้ยวกราด การ์ดใบสุดท้ายที่ดันเต้เลือกใช้คือการ์ดเวทมนตร์ที่จอมเวทอย่างฟลาต้าคุ้นเคยเป็นอย่างดี ถึงแม้มันจะมีราคาสูงลิ่ว แต่จอมเวทหลายคนก็มักจะเลือกพกติดตัวไว้สักใบ เพราะมันคือการ์ดช่วยชีวิตใบสำคัญในยามคับขันนั่นเอง

[เกราะน้ำแข็ง]

[ประเภท: การ์ดเวทมนตร์]

[ระดับความหายาก: หายากสีม่วง]

[ระดับ: 3]

[เอฟเฟกต์: แช่แข็งตัวเองลงในน้ำแข็ง ภายในเวลา 30 วินาที จะได้รับเกราะป้องกันที่การโจมตีที่มีความรุนแรงต่ำกว่าระดับ 7 ไม่สามารถทำลายได้ ระหว่างที่เอฟเฟกต์ทำงานจะไม่สามารถโจมตี เคลื่อนที่ หรือร่ายเวทได้ เมื่อสถานะสิ้นสุดลง จะไม่สามารถใช้งานได้อีกเป็นเวลา 1 นาที]

[หมายเหตุ: เอาไว้ใช้ตอนหน้าร้อนก็ได้นะ]

นี่คือการ์ดที่ดันเต้ยืมมาจากโคลอิกซ์ ความจริงแล้วดันเต้จะไปซื้อมาสักใบหรือจะสร้างขึ้นมาเองกับมือก็ได้ แต่มันยังไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนั้นในตอนนี้ ราคาตลาดของการ์ดใบนี้อยู่ที่ประมาณ 300 เหรียญทอง ซึ่งถ้าเขาซื้อมาจริง ก็คงจะทำให้เงินเก็บของเขาเกลี้ยงกระเป๋าพอดี และถ้าคิดจะสร้างเอง เขาก็ต้องเสียเวลาศึกษากระบวนการสร้างการ์ดใบนี้ก่อน

อีกอย่างคือดันเต้ไม่ถนัดการใช้อักขระเวทมนตร์ของมนุษย์ในการสร้างการ์ด ดังนั้นก่อนจะสร้างการ์ดคลาสสิกที่ออกแบบโดยมหาจอมเวทโบราณใบนี้ เขาจำเป็นต้องนำมันมาปรับปรุงใหม่ชุดใหญ่ ส่วนเรื่องที่ว่าจะแปลออกมาเป็นอักขระปีศาจเพื่อสร้างการ์ดยังไง หรือจะใส่ดีไซน์ใหม่ๆ เข้าไปแบบไหน เขายังคิดไม่ออกเลย ถ้าจะลงมือทำจริงๆ เขาคงต้องไปปรึกษาอาจารย์ให้มากกว่านี้ก่อน แถมวัตถุดิบที่ต้องใช้ก็แพงหูฉี่ เขาเลยยังไม่รีบร้อนที่จะทำมันออกมา สุดท้ายเขาก็เลยไปขอยืมของสำเร็จรูปจากเพื่อนร่วมทีมระดับ 6 สุดเทพมาใช้ก่อน

ฟลาต้ากำหมัดแน่น พยายามอย่างหนักที่จะระงับสติอารมณ์ให้เย็นลง ในการต่อสู้ที่ผ่านมาของดันเต้ เขามักจะแสดงให้เห็นว่าพึ่งพาการ์ดกวีผู้เสื่อมสลายเป็นอย่างมาก จนทำให้ฟลาต้าเกิดภาพจำผิดๆ ว่าถ้าดันเต้ไม่มีการ์ดคอร์หลัก ระดับมหากาพย์สีส้มอย่างกวีผู้เสื่อมสลายแล้วล่ะก็ หมอนี่จะทำอะไรไม่ได้ไปเลย เขาไม่คาดคิดเลยว่านอกจากสายทรมานแล้ว ดันเต้ยังมีแผนการสายผลาญมานาสุดแปลกประหลาดที่ไม่ต้องง้อการ์ดระดับมหากาพย์อยู่อีกด้วย

ตอนนี้ชุดเกราะสงครามวิญญาณทั้งสามตัวได้แต่ยืนบื้ออยู่หน้าประติมากรรมน้ำแข็ง รอเวลาให้ดันเต้คลายการแช่แข็ง แต่ฟลาต้ากลับรู้สึกว่ามานาในตัวเขากำลังไหลออกไปอย่างรวดเร็วชนิดที่ควบคุมไม่ได้! มันเหมือนกับว่าเขากำลังต้องแบกรับภาระในการคงสภาพสัตว์อัญเชิญระดับ 5 ถึง 12 ตัวเอาไว้พร้อมกัน! ต่อให้เป็นนักอัญเชิญระดับ 5 ก็ยากที่จะทนรับการสิ้นเปลืองมานาต่อเนื่องแบบนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้น ชุดเกราะสงครามวิญญาณยังถูกติดตั้งด้วยหน้ากากสาปวิญญาณเข้าไปอีก ทำให้เขาไม่สามารถยกเลิกการอัญเชิญพวกมันได้เลย! เขาทำได้แค่ทนปล่อยให้มานาถูกสูบไปเปล่าๆ แบบนี้เท่านั้น

สถานการณ์แบบนี้มีความเป็นไปได้อยู่สองทาง ทางแรกคือเมื่อเวลาแช่แข็ง 30 วินาทีของดันเต้สิ้นสุดลง เขาจะสามารถจัดการปิดฉากดันเต้ได้ทันทีเพื่อจบการต่อสู้ ทางที่สองคือดันเต้หาทางเอาตัวรอดไปได้อีกครั้ง และเขาก็จะต้องเสียมานาไปฟรีๆ ต่อไป ซึ่งลางสังหรณ์บอกเขาว่าดันเต้น่าจะมีไม้ตายก้นหีบอยู่อีก แผนการของดันเต้นั้นชัดเจนมาก คือการลากยาวไปเรื่อยๆ จนกว่ามานาของฟลาต้าจะเหือดแห้งและร่างกายทรุดลงไปเอง!

ซึ่งฟลาต้าไม่กล้าเสี่ยง! สำหรับจอมเวทแล้ว หากอยู่ในสภาวะมานาเหือดแห้งแล้วยังถูกบังคับให้สูญเสียมานาจำนวนมหาศาลต่อไป มันคือเรื่องคอขาดบาดตายเลยทีเดียว! แม้แต่อยู่ในหุบเขามายา การถูกกระชากมานาออกไปอย่างต่อเนื่องแบบนี้ ก็อาจจะส่งผลให้วงจรเวทมนตร์ในร่างกายพังทลายได้! แถมยังอาจจะเกิดความเสียหายต่อระบบประสาทจนกลายเป็นคนพิการไปตลอดชีวิต

ถ้าเกิดเขาเดิมพันแพ้ขึ้นมา เขาอาจจะกลายเป็นคนไร้ค่าไปเลยก็ได้! ฟลาต้าจึงกัดฟัน ตัดใจร่ายเวทจากการ์ดเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเองออกมา กระหน่ำโจมตีใส่ชุดเกราะสงครามวิญญาณ ทั้งสามตัวจนพังพินาศด้วยมือของตัวเอง แถมยังซ้ำด้วยเวทมนตร์ธาตุไฟเพื่อเผาทำลายเศษซากของพวกมันให้สิ้นซาก จนในที่สุดเขาก็สามารถเก็บการ์ดทั้งสามใบนั้นกลับมาและหยุดยั้งการสูญเสียมานาได้สำเร็จ

เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่สิบวินาที ฟลาต้าต้องสูญเสียมานาไปมากกว่าครึ่งโดยใช่เหตุ ฟลาต้ากัดฟันกรอด แล้วหยิบการ์ดเวทมนตร์ระดับ 5 สายฟ้ากัมปนาท ออกมาเล็งไปที่ดันเต้ เขาเตรียมพร้อมที่จะซัดดันเต้ให้เสียชีวิตไปทันทีที่การแช่แข็งสลายตัวลง ด้วยความเร็วของสายฟ้า ดันเต้จะไม่มีโอกาสหยิบการ์ดใบไหนออกมาตั้งรับได้ทันอย่างแน่นอน

“หุบเขามายานี่มีช่องโหว่เยอะขนาดนี้เลยเหรอ...”

เหล่านักศึกษาจากวิทยาลัยจอมเวทที่ยืนดูอยู่ต่างก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบและเริ่มมีอาการมึนท้ายทอยเมื่อจินตนาการถึงจุดจบของการถูกรีดมานาในสภาวะที่มานาเหือดแห้ง นี่มันคือการทรมานที่โหดร้ายที่สุดสำหรับจอมเวทชัดๆ

“หุบเขามายามันช่วยยกเว้นดาเมจจากการโจมตีของทั้งสองฝ่ายก็จริง แต่เจ้าดันเต้นี่มันดันจงใจจ้องจะทำลายร่างกายจากภายในเนี่ยสิ...”

“สงสัยจะมีแค่ไอ้คนพรรค์นี้แหละ ที่จะไปไล่อ่านคู่มือการใช้งานเพื่อหาช่องโหว่ที่เป็นอันตรายมาใช้แบบนี้...”

“แต่พอดันเต้ออกจากสภาวะแช่แข็งแล้ว เขาจะรับมือกับฟลาต้ายังไงล่ะ?”

เมื่อได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง อาจารย์แมวก็เริ่มร้อนใจจนต้องใช้เท้าหน้าสะกิดโคลอิกซ์เบาๆ

“ถ้าโดนสายฟ้ากัมปนาทเข้าไป ต่อให้ดันเต้จะใช้ป้ายยกเว้นความตายแบกรับเอาไว้ได้ เขาก็ต้องติดสถานะอัมพาตอยู่ดีนั่นแหละเมี๊ยว! การหยุดการเคลื่อนไหวของดันเต้นั่นแหละคือเป้าหมายของฟลาต้า แล้วดันเต้ก็จะโดนเวทมนตร์บทต่อไปฆ่าตายทันที!”

โคลอิกซ์เพียงแค่ยิ้มแล้วส่ายหัวเบาๆ

“วางใจเถอะครับอาจารย์แมว จนถึงตอนนี้ทุกการเคลื่อนไหวของฟลาต้าถูกดันเต้คำนวณเอาไว้หมดแล้ว”

ภายในหุบเขามายา ไอเย็นที่ปกคลุมดันเต้เริ่มกระจายตัวออก การแช่แข็งกำลังจะสิ้นสุดลง และในจังหวะเดียวกับที่การแช่แข็งสลายไป สายฟ้าที่ดูเหมือนงูยักษ์สีน้ำเงินก็พุ่งออกมาจากมือของฟลาต้า เข้ากลืนกินร่างของดันเต้ไปในทันที

เมื่อสายฟ้ากัมปนาทเข้าสู่ช่วงคูลดาวน์ไปแล้ว จากนั้นฟลาต้าก็หยิบการ์ดเวทมนตร์ระดับ 5 ที่ร่ายได้อย่างรวดเร็วอย่าง คมมีดวายุเชือดเฉือน ออกมา แล้วเล็งไปที่ดันเต้อีกครั้ง

แต่ในขณะที่เขากำลังจะปล่อยเวทมนตร์ออกไป ดันเต้ซึ่งควรจะขยับไม่ได้กลับเรียกตุ๊กตาดันเต้ตัวจิ๋วออกมาอย่างหน้าตาเฉย อยู่ๆ ฟลาต้าก็ควบคุมตัวเองไม่ได้และเผลอซัดเวทมนตร์ใส่ตุ๊กตาตัวนั้นไปแทน เมื่อสายลมที่บ้าคลั่งพัดผ่านไป ดันเต้กลับไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลยแม้แต่นิดเดียว มีเพียงตุ๊กตาตัวนั้น ที่ถูกคมมีดวายุฟันจนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย ซึ่งตุ๊กตาตัวนี้ก็คือ กัปตันดันเต้น้อย (ที่มีเอฟเฟกต์ยั่วยุ และทำให้ติดดีบัฟสับสน) ซึ่งมันมีเพียงแค่ระดับ 1 เท่านั้น ดันเต้ใช้ต้นทุนเพียงน้อยนิดเพื่อหลอกให้ฟลาต้าต้องเสียมานาเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

“ทำไมกัน?!”

ฟลาต้าคำรามออกมาด้วยความไม่เข้าใจ เขานึกไม่ออกเลยจริงๆ! ท่าสายฟ้ากัมปนาทไม่เพียงแต่จะไม่ทำให้ดันเต้เป็นอัมพาต แต่มันยังไม่สร้างดาเมจอะไรให้เขาเลยด้วยซ้ำ!

“หึหึหึ”

ดันเต้ไม่ได้อธิบายอะไร เขาแค่ยื่นมือออกมาแล้วชี้ไปที่ขมับของตัวเองด้วยท่าทางเยาะเย้ยถากถางสุดๆ และแววตาของเขาที่อยู่ภายใต้หน้ากากป้องกันเองก็เต็มไปด้วยความขี้เล่น นั่นยิ่งทำให้เส้นเลือดบนหน้าผากของฟลาต้าปูดโปนออกมา และใบหน้าก็เริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ในตอนนี้เขาก็พอจะเดาอะไรบางอย่างได้แล้ว การที่ดันเต้สามารถป้องกันเวทสายไฟฟ้าระดับ 5 ได้นั้น จะต้องเป็นเพราะอุปกรณ์แปลกๆ ที่เขาสวมใส่ไว้ตั้งแต่เริ่มการประลองแน่ๆ!

“เวทมนตร์สายสายฟ้าของนายมันก็ไม่ได้เหมือนสายฟ้าจริงๆ ที่มีแรงดันไฟฟ้าเป็นล้านโวลต์สักหน่อย จะไปเจาะชุดกันระเบิดบุยางของผมเข้าได้ยังไง”

ดันเต้พูดพลางยิ้มเยาะอย่างไม่ใส่ใจ ความจริงแล้วเขาค่อนข้างกลัวเวทมนตร์ประเภทควบคุมอย่างมาก เขาจึงสร้างอุปกรณ์ที่ไว้ใช้ป้องกันเวทสายสายฟ้าเอาไว้ตั้งนานแล้ว และเขาก็คาดการณ์ไว้แล้วด้วยว่าในการประลองครั้งนี้ฟลาต้าอาจจะใช้เวทสายสายฟ้าที่มีเอฟเฟกต์อัมพาตดักโจมตีตอนที่เขาเพิ่งคลายการแช่แข็ง ดันเต้เลยพกการ์ดใบนี้มาด้วยเป็นพิเศษ

[ชุดฉนวนไฟฟ้ากันระเบิด]

[ประเภท: การ์ดอุปกรณ์]

[ระดับความหายาก: ล้ำค่าสีน้ำเงิน]

[ระดับ: 2]

[เอฟเฟกต์: มีผลลดดาเมจธาตุไฟได้ในระดับหนึ่ง และสามารถป้องกันแรงดันไฟฟ้าที่ต่ำกว่า 50,000 โวลต์ได้อย่างสมบูรณ์]

[หมายเหตุ: ถ้าแกแน่จริงก็ซัดมาให้ถึงร้อยล้านโวลต์สิ จะได้ฆ่าผมให้ตายไปเลย]

มันไม่เพียงแต่จะกันท่าสายฟ้ากัมปนาทได้เท่านั้น แต่มันยังใช้ประโยชน์จากอุณหภูมิที่ลดลงในตอนสุดท้ายของเกราะน้ำแข็งรวมกับคุณสมบัติกันไฟของชุดกันระเบิดเองเพื่อหักล้างความร้อนที่เกิดจากสายฟ้าได้อีกด้วย!

“ไอ้โวลต์นี่มันคืออะไรของมันฟะ?!!”

ฟลาต้าเคยตรวจสอบการ์ดใบนี้มาก่อนแล้ว เขารู้ว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อเวทมนตร์สายฟ้าอยู่บ้าง แต่มันจะกันเวทสายสายฟ้าระดับ 5 ได้แบบเบ็ดเสร็จขนาดนี้ได้ยังไง! นี่มันไม่เห็นจะตรงตามหลักการเวทมนตร์เลยสักนิด!

จบบทที่ 063 หรือว่าจะไม่จ้องเล่นงานจอมเวทแล้ว?

คัดลอกลิงก์แล้ว