เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - ผมไม่ชอบสไตล์แบบคุณ

บทที่ 3 - ผมไม่ชอบสไตล์แบบคุณ

บทที่ 3 - ผมไม่ชอบสไตล์แบบคุณ


บทที่ 3 - ผมไม่ชอบสไตล์แบบคุณ

◉◉◉◉◉

เฟิงหลินเดินเลียบทางเดินริมแม่น้ำ เตรียมจะไปซื้อตั๋วรถ จู่ๆ เขาก็จามออกมา

ลูบจมูกตัวเองพลางมองไปที่ใต้ต้นหลิวไกลๆ

ชายวัยกลางคนผมหวีเรียบแปล้ ผมหงอกครึ่งหัว กำลังร่ายรำเพลงมัดด้วยท่าทางขึงขังทรงพลัง

ข้างกายเขามีชายร่างสูงใหญ่สวมสูทยืนอยู่

ร่างกายกำยำบึกบึน ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์

เฟิงหลินยืนดูอยู่ตรงนี้ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้าเบาๆ

ถึงจะฝึกจนเกิดพลังแฝงแล้ว แต่อาการบาดเจ็บภายในร่างกาย ทำให้ชาตินี้ไม่มีวันก้าวหน้าไปได้ไกลกว่านี้

เฟิงหลินไม่ใช่พ่อพระ ไม่จำเป็นต้องไปชี้แนะคนแปลกหน้า

เขาเดินผ่านคนคนนั้นไปดื้อๆ

ไอ้ท่าทางส่ายหน้าเมื่อกี้นี้ โจวเทียนเห็นเข้าเต็มตา

ตอนแรกเขานึกว่า เฟิงหลินเป็นพวกเก่งแต่ปาก เตรียมจะมาวิจารณ์เขาสักหน่อย

เพื่อโชว์ภูมิความรู้หางอึ่ง

คิดไม่ถึงว่า ไอ้หนุ่มนี่จะไม่พูดอะไรสักคำ

นั่นกลับทำให้โจวเทียนสนใจขึ้นมา

"พ่อหนุ่ม!"

โจวเทียนปลดผ้าขนหนูสีขาวที่พาดคอลงมา เช็ดเหงื่อบนหน้า แล้วมายืนขวางหน้าเฟิงหลิน

"มีอะไร"

เฟิงหลินถามเสียงเรียบ

"ไม่ทราบว่าที่คุณส่ายหน้าเมื่อครู่ หมายความว่าอย่างไร ผมความรู้น้อย ชอบขอคำชี้แนะจากผู้คน"

โจวเทียนยิ้มให้เฟิงหลิน

"ผมแค่เสียดายน่ะ พรสวรรค์คุณก็พอใช้ได้ แต่อาการบาดเจ็บในร่างกาย บวกกับความชราภาพ ชาตินี้ก็คงได้แค่นี้แหละ"

เฟิงหลินเหลือบตามองเขาเรียบๆ พูดจบก็เดินหนี

โจวเทียนสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง อาการบาดเจ็บภายในของเขา เป็นมาตั้งยี่สิบกว่าปีแล้ว

นอกจากคนในครอบครัว ไม่มีคนนอกรู้

เจ้านี่รู้ได้ยังไง

"คุณครับเดี๋ยวก่อน!"

โจวเทียนมาขวางหน้าเฟิงหลินอีกครั้ง สรรพนามเปลี่ยนจากพ่อหนุ่ม เป็นคุณ

"มีอะไรอีกล่ะ"

เฟิงหลินหยุดเดิน

"ผมชื่อโจวเทียน ไม่ทราบชื่อเสียงเรียงนามของคุณ?"

คราวนี้ท่าทีของโจวเทียนเปลี่ยนเป็นนอบน้อม

"ผมชื่อเฟิงหลิน ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก อาการบาดเจ็บของคุณรักษาให้หายยาก" เฟิงหลินคว้าข้อมือโจวเทียน

ในขณะเดียวกัน ชายร่างยักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังเฟิงหลิน นึกว่าเฟิงหลินจะลงมือทำร้ายโจวเทียน

เขากระโจนเข้าใส่เฟิงหลินราวกับเสือร้าย

แต่ทว่า แผ่นหลังของเฟิงหลินราวกับมีตา เขารู้หลบการโจมตีนั้นอย่างง่ายดาย พร้อมกับทาบฝ่ามือลงบนอกของอีกฝ่าย

ตูม!

ชายร่างยักษ์ตาเบิกโพลง ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

ตัวเขากระเด็นลอยละลิ่วตกลงไปในแม่น้ำข้างๆ อย่างควบคุมไม่ได้ น้ำสาดกระจายเป็นวงกว้าง

ตั้งแต่ต้นจนจบ เฟิงหลินไม่ได้หันไปมองเขาเลยด้วยซ้ำ

"พลังแฝงก่อรูปลักษณ์!"

โจวเทียนเสียงสั่นเครือ ภายในใจเกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดสาด

เมืองเจียงมีตัวตนระดับนี้อยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่

การก้าวเข้าสู่วิถียุทธ์ที่แท้จริง เริ่มจากการใช้พลังกล้ามเนื้อ ไปสู่พลังแฝงภายใน

ตัวโจวเทียนเองอยู่ระดับพลังแฝงขั้นปลาย อาศัยแค่ตัวเขาคนเดียว ก็พาตระกูลโจวขึ้นเป็นสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองเจียงได้

แต่คนตรงหน้า เห็นชัดว่าก้าวข้ามพลังแฝง เข้าสู่ขอบเขตการก่อรูปลักษณ์แล้ว

เปลี่ยนพลังที่มองไม่เห็น ให้กลายเป็นรูปธรรม

"ฝากขอโทษคนของคุณด้วย เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายน่ะ"

เฟิงหลินปล่อยข้อมือโจวเทียน แล้วพูดต่อ "อาการบาดเจ็บของคุณ จะรักษาหรือไม่รักษาก็ค่าเท่ากัน ต่อให้หายดี อยากจะก้าวหน้าไปกว่านี้ ก็ยากแล้ว"

"คุณเฟิง ถ้าไม่รังเกียจ เชิญไปนั่งเล่นที่บ้านผมหน่อยไหมครับ" โจวเทียนโค้งคำนับอย่างเคารพ

"ไม่ล่ะ ผมมาครั้งนี้เพื่อถอนหมั้น ตอนนี้ถอนหมั้นแล้ว เตรียมจะกลับ"

เฟิงหลินโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ ล้วงกระเป๋ากางเกงเดินจากไป

"ถอนหมั้น?"

โจวเทียนพึมพำเบาๆ รีบหันไปมองที่แม่น้ำ "เสี่ยวจาง เป็นอะไรไหม"

"ไม่เป็นไรครับ"

ชายร่างยักษ์ในน้ำ ตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำ

......

เฟิงหลินล้วงกระเป๋ากางเกง เดินเลียบทางเดินริมน้ำ ออกจากเขตตะวันออก

มาถึงย่านการค้าของเมืองเจียง

มองไปรอบๆ เฟิงหลินก็เริ่มรู้สึกคุ้นเคย

เขาเคยเรียนมัธยมปลายที่นี่สามปี แต่ไม่เคยย่างกรายเข้าไปในเขตคฤหาสน์คนรวยเลย

แต่สำหรับเขตอื่นๆ เขารู้จักดีทุกซอกทุกมุม

"นายคือเฟิงหลินใช่ไหม"

จู่ๆ ก็มีคนมายืนขวางหน้าเฟิงหลิน

เฟิงหลินจ้องมองชายตรงหน้า รู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา แต่นึกไม่ออกชั่วขณะ

"นายลืมแล้วเหรอ ฉันกัวตงไง เพื่อนมัธยมนาย"

กัวตงชี้ตัวเองแล้วยิ้ม

"อ้อ! นายนั่นเอง"

เฟิงหลินถึงบางอ้อ กัวตงสมัยเรียนเป็นโทรโข่งประจำห้อง เข้ากับคนง่าย

ตอนนั้นเขาผอมมาก นึกไม่ถึงว่าตอนนี้จะจ้ำม่ำขึ้นเยอะ

"ฮ่าๆ! ที่แท้นายก็มาทำงานที่เมืองเจียง ฉันไม่รู้เลยนะเนี่ย ว่างๆ พวกเราเพื่อนเก่ามานัดเจอกันหน่อยสิ"

กัวตงเข้ามากอดเฟิงหลินอย่างกระตือรือร้น

แต่ทว่า หลังกอดเสร็จ ผู้หญิงตัวเล็กข้างกายเขาก็รีบเข้ามาจัดแจงเสื้อสูทให้เขา

ไม่ลืมที่จะปรายตามองเฟิงหลินด้วยความรังเกียจ

เหมือนจะบอกว่า เฟิงหลินไม่คู่ควรที่จะแตะตัวกัวตง

"นี่แฟนฉัน เฉียนจิง" กัวตงแนะนำยิ้มๆ

เฉียนจิงทำหน้าบูดบึ้ง ก้มมองนาฬิกาข้อมือบ่อยๆ พูดอย่างรำคาญว่า "เรารีบไปกันเถอะ เพื่อนจะสำคัญกว่าประธานหลี่ได้ยังไง"

เฟิงหลินไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เขาแค่โบกมือเบาๆ "นายมีธุระก็ไปทำเถอะ"

"งั้นก็ได้ เราแลกเบอร์..."

"รีบไปเถอะน่า!"

เฉียนจิงไม่รอกัวตงหยิบมือถือ ก็ลากแขนเขาเดินหนีไป

"นี่เพื่อนผมนะ คุณทำอะไรเนี่ย" กัวตงถามเสียงเบา

"เพื่อนมันก็มีแบบรวยกับแบบจน ดูการแต่งตัวเขาสิ ห่างๆ ไว้จะดีกว่า เดี๋ยวก็มาขอยืมเงินหรอก"

ระหว่างที่เฉียนจิงพูด ก็มีรถเบนซ์ S-Class คันหนึ่งแล่นผ่านเธอไป

รถคันนี้รวมทุกอย่างปาเข้าไปเป็นล้าน

แววตาเธอเต็มไปด้วยความอิจฉา อดไม่ได้ที่จะมองตามตาละห้อย

รถแบบนี้ ชาตินี้เธอคงไม่มีหวังจะได้ซื้อสักคัน

ทันใดนั้น ตาเธอก็เบิกกว้าง รถเบนซ์ S-Class คันนั้น กลับมาจอดตรงหน้าเฟิงหลิน

ตอนแรกเฉียนจิงนึกว่า คนขับคงจะถามทาง

แต่กลับพบสาวสวยหุ่นนางแบบ ลงมาจากที่นั่งคนขับ เข้าไปกอดเฟิงหลินไม่ให้เขาไปไหน แถมยังดันตัวเขาขึ้นรถ

เห็นภาพนี้ เฉียนจิงถึงกับอ้าปากค้าง

ท่าทางของทั้งสองคนเมื่อกี้ เห็นชัดว่ารู้จักกัน

"เร็ว! ไปขอเบอร์เขา! เร็วเข้า!"

เฉียนจิงต่อให้โง่แค่ไหน ก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

คนธรรมดา จะไปสนิทสนมกับสาวสวยขับรถหรูเงินล้านได้ยังไง

กัวตงเองก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ กว่าจะตั้งสติได้ รถก็ขับออกไปแล้ว

"คุณนี่มันไม่ได้เรื่อง! บอกให้เร็วๆ ไง"

เฉียนจิงตวาดลั่น ผลักกัวตงอย่างแรง

"คุณยังมีหน้ามาว่าผมอีกเหรอ เมื่อกี้ใครกันที่ดูถูกเขา" กัวตงอดไม่ได้ที่จะตะคอกกลับ "ท่าทางที่คุณทำใส่เขา เขาไม่เกลียดขี้หน้าผมก็บุญโขแล้ว!"

เฉียนจิงถอนหายใจยาว ไส้แทบจะเขียวด้วยความเสียดาย คนใหญ่คนโตระดับนั้น อาจจะช่วยฝากงานดีๆ ให้พวกเขาได้ด้วยคำพูดแค่ประโยคเดียว

เธออยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาดจริงๆ

......

เฟิงหลินนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ หันไปมองสวีรั่วอิ่งอย่างอ่อนใจ "คุณหมายความว่าไง"

เมื่อกี้เธอเล่นพูดว่า ถ้าเฟิงหลินไม่ไปกับเธอ จะตะโกนกลางถนนว่าท้องกับเขา หาว่าเขาฟันแล้วทิ้ง

ยุวชนดีเด่นอย่างเฟิงหลิน ไม่อยากให้ใครมาเข้าใจผิด

"ฉันจะแต่งงานกับนาย"

สวีรั่วอิ่งตามองตรงไปข้างหน้า สีหน้าเย็นชา

เฟิงหลินหน้าเครียดขึ้นมาทันที "คุณคงไม่ได้ท้องจริงๆ แล้วจะให้ป๋าอย่างผมมารับเป็นพ่อเด็กหรอกนะ"

"ฉันไม่เคยมีแฟนแม้แต่คนเดียว ครั้งแรกทุกอย่างยังอยู่ครบ"

สวีรั่วอิ่งเหยียบเบรก จอดรถข้างถนนแถบชานเมือง เธอหันมาจ้องเฟิงหลิน "ฉันจะแต่งงานกับนาย"

เฟิงหลินพูดไม่ออก "ผมก็บอกแล้วไง ผมไม่ชอบสไตล์แบบคุณ"

"นายชอบแบบไหน" สวีรั่วอิ่งถาม

"ผมชอบ..." เฟิงหลินทำมือประกอบ "แบบที่ใหญ่มากๆ..."

"ฉันคัพ E" สวีรั่วอิ่งตอบหน้านิ่ง

เฟิงหลินแอบเหล่มอง "รูปร่างหน้าตาคุณผ่านเกณฑ์ แต่ทัศนคติไม่ผ่าน ผมชอบพี่สาวที่อ่อนโยน"

"นายมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ผู้หญิงอย่างฉันมาประเคนให้ถึงที่ นายกลับไม่กล้าแต่ง"

สวีรั่วอิ่งมองมือถือที่สั่นอยู่ แล้วกดรับสายเปิดลำโพง

"เสี่ยวอิ่ง ลูกเป็นบ้าอะไรไป เฟิงหลินมันก็แค่ขยะ! ลูกบ้าไปแล้วเหรอ" ปลายสายเป็นเสียงตะคอกของหวังฉิน

"ป้าต่างหากที่เป็นขยะ!"

เฟิงหลินทนไม่ไหวแล้ว พ่ออุตส่าห์ถอนหมั้นให้แล้ว ยังกล้ามาเหน็บแนมอีก

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - ผมไม่ชอบสไตล์แบบคุณ

คัดลอกลิงก์แล้ว