- หน้าแรก
- ย้อนเวลาครั้งนี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นฝ่ายแพ้
- บทที่ 5 พวกเจ้าจะทำอะไร
บทที่ 5 พวกเจ้าจะทำอะไร
บทที่ 5 พวกเจ้าจะทำอะไร
บทที่ 5 พวกเจ้าจะทำอะไร
หลังจากนั้น ซูยวิ๋นหว่านก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าในห้องต่อหน้าซูซวงซวงที่กำลังยืนงงเป็นไก่ตาแตก นางออกแรงดึงชุดแต่งงานที่ตัดเย็บอย่างหยาบๆ และเสื้อผ้าอีกสองสามชุดลงมากองกับพื้น
พร้อมกันนั้น ชิ้นงานปักผ้าหลายชิ้นก็ร่วงหล่นลงมาด้วย
ซูยวิ๋นหว่านคุ้นเคยกับงานปักเหล่านี้เป็นอย่างดี เพราะมันเป็นผลงานฝีมือของนางทั้งหมดที่ยังไม่ได้นำไปส่งให้ร้านเย็บปักในเมืองเพื่อแลกเป็นเงิน
ซูซวงซวงเห็นดังนั้นก็สติแตกทันที "ซูยวิ๋นหว่าน เจ้าจะทำอะไรน่ะ?"
ซูยวิ๋นหว่านมองซูซวงซวงด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา สายตาที่คมกริบของนางทำเอาอีกฝ่ายถึงกับเสียวสันหลังวาบ
ในชาติก่อน ซูซวงซวงเคยเห็นแววตาเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง ตอนที่นางเข้าตาจนและไปขอความช่วยเหลือที่จวนโหวผิงหยาง สิ่งที่นางได้รับก็คือสายตาอันเย่อหยิ่งและเย็นชาของซูยวิ๋นหว่านเช่นนี้แหละ
แทนที่จะโกรธ ซูยวิ๋นหว่านกลับแย้มยิ้ม "พี่ซวงซวง ข้าก็แค่กำลังเรียนรู้จากท่านกับท่านอาสะใภ้รอง มาช่วยท่านจัดของอย่างไรล่ะเจ้าคะ"
พูดจบ นางก็ก้มลงมองงานปักบนพื้น "โอ๊ะ! งานปักของข้าหายไปตั้งนาน นึกไม่ถึงเลยว่าจะมาอยู่ที่พี่ซวงซวงนี่เอง"
นางหยิบงานปักขึ้นมาพับอย่างทะนุถนอม "ข้าควรจะขอบคุณพี่ซวงซวงดีหรือไม่ ที่ช่วยเก็บรักษางานปักของข้าไว้เป็นอย่างดีมาตั้งนาน?"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับลูกพี่ลูกน้องคนนี้อีกครั้ง ซูยวิ๋นหว่านก็รู้สึกถึงจิตสังหารที่พลุ่งพล่านขึ้นมา ในชาติก่อน นังนี่สร้างความเดือดร้อนให้นางไม่น้อย จนเกือบทำให้นางต้องเสียชื่อเสียง
ความแค้นนี้ นางไม่มีวันลืมเป็นอันขาด แต่นางก็จะไม่ยอมให้ซูซวงซวงตายไปง่ายๆ หรอก นางจะทำให้มันได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานแสนสาหัสบนโลกมนุษย์ นั่นถึงจะเรียกว่าการแก้แค้นที่แท้จริง
เมื่อซูซวงซวงได้ยินคำพูดประชดประชันของซูยวิ๋นหว่าน ประกอบกับนึกขึ้นได้ว่าอีกไม่นานตนก็จะได้เป็นฮูหยินโหวผิงหยาง นางก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที และเมินเฉยต่อสายตาที่นางมองว่าหยิ่งยโสของซูยวิ๋นหว่านไปโดยปริยาย
"เหอะ! รู้ว่าข้าเป็นคนเก็บไว้ให้ คำขอบคุณมันจะไปมีประโยชน์อะไร? สู้จ่ายค่าดูแลรักษามาให้ข้าเลยจะดีกว่า"
ซูยวิ๋นหว่านเลิกคิ้วขึ้น มองซูซวงซวงด้วยรอยยิ้มเยาะ "แน่ใจหรือ?"
ซูซวงซวงกอดอก "แน่ใจสิ"
ซูยวิ๋นหว่านด่าทอความโง่เขลาของอีกฝ่ายอยู่ในใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เราไปถามท่านผู้ใหญ่บ้านกันดีกว่า ว่าในกรณีนี้ ข้าควรจะต้องจ่ายค่าดูแลรักษาให้ท่านสักเท่าไรดี" พูดจบ ซูยวิ๋นหว่านก็ดึงแขนซูซวงซวงเดินลากออกไปที่ลานบ้าน
ตอนนี้นางไม่ใช่ซูยวิ๋นหว่านคนเดิมอีกต่อไปแล้ว หลังจากที่ได้ดื่มน้ำพุวิญญาณ พละกำลังของนางก็มีมากกว่าคนทั่วไปมาก การลากตัวซูซวงซวงจึงเป็นเรื่องที่ง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ
ซูซวงซวงรู้สึกเหมือนแขนถูกคีมเหล็กหนีบไว้ ไม่ว่าจะดิ้นรนสักเพียงใด ก็ไม่อาจสลัดหลุดจากการเกาะกุมของซูยวิ๋นหว่านได้
ด้วยความตื่นตระหนก นางจึงเริ่มตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ "ท่านแม่ รีบมาช่วยข้าเร็ว ซูยวิ๋นหว่านรังแกข้า"
หลิวเหลียนฮวาที่กำลังรื้อค้นหาของมีค่าอยู่ในห้องของซูยวิ๋นหว่าน เมื่อได้ยินเสียงร้องก็รีบวิ่งหน้าตื่นออกมา และพุ่งปรี่เข้าไปกระชากตัวซูยวิ๋นหว่านทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
"นังเด็กแพศยา ชักจะเหิมเกริมใหญ่แล้วนะ ถึงกล้ามารังแกบุตรสาวของข้าต่อหน้าต่อตา คอยดูเถอะ วันนี้แม่เฒ่าคนนี้จะสั่งสอนเจ้าเอง" ขณะที่พูด หลิวเหลียนฮวาก็ง้างมือขวาขึ้น หมายจะตบหน้าซูยวิ๋นหว่านฉาดใหญ่
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในลานบ้าน ย่อมดังไปถึงหูแม่เฒ่าซูที่กำลังพักผ่อนอยู่ในห้อง
นางรีบสวมรองเท้าแล้วเดินออกมา ก็เห็นซูยวิ๋นหว่านยกเท้าขึ้นถีบหลิวเหลียนฮวาที่ตัวใหญ่กว่านางถึงหนึ่งไซส์จนล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปกองกับพื้น
หลิวเหลียนฮวารู้สึกอับอายขายหน้ายิ่งนัก นางนั่งแหมะอยู่บนพื้นแล้วเริ่มแหกปากร้องไห้โวยวาย
"นังตัวผลาญเงิน นังไร้ประโยชน์! ข้าให้ข้าวน้ำเจ้ากินมาตั้งแต่เล็กจนโต ตอนนี้เจ้ากล้าลงไม้ลงมือกับข้าเชียวหรือ? เจ้ามันเด็กเนรคุณ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง คอยดูเถอะ ข้าจะจัดการกับเจ้ายังไง"
พูดจบ หลิวเหลียนฮวาก็ปัดฝุ่นที่ก้นแล้วลุกขึ้นยืน พุ่งเข้าใส่ซูยวิ๋นหว่านอีกครั้งอย่างเอาเป็นเอาตายราวกับสุนัขบ้า
แม่เฒ่าซูเห็นดังนั้นก็ตะโกนลั่น "สะใภ้หลิว เจ้าจะทำอะไร?"
เมื่อนั้นเองที่หลิวเหลียนฮวาเพิ่งสังเกตเห็นแม่สามียืนทะมึนอยู่กลางลานบ้าน จ้องมองมาที่ตนด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
โดยปกติแล้ว เพื่อที่จะได้เงินจากแม่เฒ่าซู หลิวเหลียนฮวามักจะแสดงท่าทีหวาดเกรงแม่สามีผู้นี้อยู่เสมอ แต่วันนี้มันต่างออกไป นังเด็กตัวผลาญเงินกล้าลงไม้ลงมือกับนาง นางจะปล่อยไปง่ายๆ ได้อย่างไร
หลิวเหลียนฮวาทำหูทวนลมกับคำพูดของแม่เฒ่าซู แล้วพุ่งเข้าใส่ซูยวิ๋นหว่านต่อไป
ซูยวิ๋นหว่านออกแรงดึงร่างของซูซวงซวงมาขวางไว้ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว กรงเล็บของหลิวเหลียนฮวาจึงตวัดลงมาประทับลงบนใบหน้าของซูซวงซวงเข้าอย่างจัง
"โอ๊ย... ท่านแม่... หน้าข้า..." ซูซวงซวงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
เมื่อเห็นว่าตนเองพลาดพลั้งทำร้ายบุตรสาวสุดที่รัก หลิวเหลียนฮวาก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้จะเอาฝ่ามือเจ้ากรรมไปไว้ที่ไหน
"เอ๊ะ? แม่ไม่ได้ตั้งใจนะลูก แม่ตั้งใจจะตบนังเด็กตัวผลาญเงินซูยวิ๋นหว่านนั่นต่างหาก"
ซูยวิ๋นหว่านยืนกอดอก มองดูหลิวเหลียนฮวาราวกับว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนางเลยสักนิด
เวลานี้ แม่เฒ่าซูได้เดินเข้ามาใกล้แล้ว เหตุการณ์เมื่อครู่ทำเอานางใจหายใจคว่ำไปหมด
หลิวเหลียนฮวาตัวใหญ่กว่าซูยวิ๋นหว่าน แถมยังต้องทำงานหนักอยู่เป็นประจำ จึงมีพละกำลังไม่น้อย นางกลัวจริงๆ ว่าซูยวิ๋นหว่านจะเพลี่ยงพล้ำได้รับบาดเจ็บ
แต่ตอนนี้ดีแล้ว ไม่เพียงแต่ซูยวิ๋นหว่านจะปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน แต่กลับกลายเป็นบุตรสาวของหลิวเหลียนฮวาเองที่เจ็บตัว
เมื่อเห็นท่าทีที่ก้าวร้าวของหลิวเหลียนฮวา แม่เฒ่าซูก็ตวาดเสียงดัง "พอได้แล้ว พวกเจ้ากำลังทำบ้าอะไรกันอยู่?"
แม่เฒ่าซูเดินเข้ามาประชิดตัวแล้ว หลิวเหลียนฮวาจึงหมดโอกาสที่จะลงมือกับซูยวิ๋นหว่านอีก นางจึงทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นแล้วเริ่มบีบน้ำตาคร่ำครวญ
"ข้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว... โดนแม่สามีรังแกยังไม่พอ ขนาดหลานสาวที่ข้าอุตส่าห์เลี้ยงดูฟูมฟักมากับมือยังกล้ามารังแกข้าอีก... โฮๆๆ... ทำไมชีวิตข้าถึงได้รันทดขนาดนี้... โฮๆๆ... ปล่อยให้ข้าตายๆ ไปเสียเถอะ..."
พูดจบ หลิวเหลียนฮวาก็ลุกพรวดขึ้น แล้ววิ่งพุ่งหลาวทำท่าจะเอาหัวโขกขอบประตู
ซูซวงซวงเห็นเช่นนั้นก็ตั้งท่าจะวิ่งตามไป เพื่อขัดขวางการกระทำของมารดา
ทว่า พอนางเพิ่งจะหันตัว แขนของนางก็ถูกซูยวิ๋นหว่านคว้าหมับเอาไว้แน่นอีกครั้ง
"ซูยวิ๋นหว่าน จิตใจเจ้าทำด้วยอะไร ถึงกล้ามาขัดขวางไม่ให้ข้าไปช่วยท่านแม่งั้นหรือ?" นางจงใจขึ้นเสียงดัง เพื่อหวังให้ชาวบ้านที่มามุงดูได้ยินกันถ้วนหน้า
ซูยวิ๋นหว่านยังคงตีหน้าตาย ยืนนิ่งไม่ไหวติง พร้อมกับจับแขนซูซวงซวงไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ตอนแรก แม่เฒ่าซูก็รู้สึกร้อนใจเมื่อเห็นหลิวเหลียนฮวาทำท่าจะฆ่าตัวตาย แต่เมื่อสังเกตเห็นการกระทำของซูยวิ๋นหว่าน นางก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ในทันที
หลิวเหลียนฮวาก็แค่หญิงปากร้าย นางไม่มีความกล้าพอที่จะฆ่าตัวตายจริงๆ หรอก การกระทำของนางก็แค่การแสดงละครตบตาคนอื่นเท่านั้น
และก็เป็นไปตามคาด!!!
หลิวเหลียนฮวาวิ่งไปจนเกือบจะถึงขอบประตู แล้วจู่ๆ ก็เบรกกะทันหัน
เหตุผลก็ไม่มีอะไรมากไปกว่า ไม่มีใครวิ่งตามมาห้ามนางเลย... นางหันขวับกลับมามอง ก็เห็นทั้งแม่เฒ่าซู ซูยวิ๋นหว่าน และซูซวงซวง ยืนมองนางนิ่งๆ
บนใบหน้าของซูซวงซวงมีรอยขีดข่วนเลือดซิบหลายรอย ดูน่าสยดสยองไม่น้อย นางกำลังมองมาที่มารดาด้วยสายตาสิ้นหวัง
ส่วนแม่เฒ่าซูกับซูยวิ๋นหว่าน กลับมีท่าทีราวกับกำลังชมละครฉากเด็ด แถมหลิวเหลียนฮวายังตาฝาดเห็นซูยวิ๋นหว่านขยับปากพูดแบบไม่มีเสียงว่า: ทำไมไม่โขกลงไปเลยล่ะ ไม่มีใครห้ามท่านเสียหน่อย!
หลิวเหลียนฮวาทิ้งตัวลงนั่งแหมะกับพื้นอีกครั้ง แล้วเริ่มแหกปากร้องไห้โวยวายด้วยประโยคเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา เรื่องที่ไม่อยากอยู่แล้ว เรื่องที่ทุกคนในบ้านสกุลซูพากันรังแกนาง... ซูยวิ๋นหว่านปล่อยมือจากซูซวงซวง ยกเก้าอี้มาให้แม่เฒ่าซูนั่ง แล้วไปยืนอยู่ข้างๆ ท่านย่า คอยชมการแสดงละครลิงของหลิวเหลียนฮวาต่อไปอย่างใจเย็น