- หน้าแรก
- ย้อนเวลาครั้งนี้ ข้าจะไม่ยอมเป็นฝ่ายแพ้
- บทที่ 1 รักชีวิต ถอยห่างจากชายโฉด
บทที่ 1 รักชีวิต ถอยห่างจากชายโฉด
บทที่ 1 รักชีวิต ถอยห่างจากชายโฉด
บทที่ 1 รักชีวิต ถอยห่างจากชายโฉด
ต้นฤดูใบไม้ผลิ ณ หมู่บ้านม่ายเหอ
ภายในห้องโถงใหญ่ของบ้านสกุลซู
"ท่านแม่ ซวงซวงกับหลี่จื่ออันล่วงเกินกันถึงเนื้อถึงตัวไปแล้ว ตอนนี้นางคงทำได้เพียงแต่งงานกับเขาเท่านั้น" ซูเถี่ยจู้ก้มหน้าลงราวกับเผชิญปัญหาที่ไร้ทางออก
"ไม่ได้ ยวิ๋นหว่านกับหลี่จื่ออันหมั้นหมายกันมาตั้งนานแล้ว หากซวงซวงแต่งกับเขา ยวิ๋นหว่านจะไม่กลายเป็นตัวตลกของหมู่บ้านหรอกหรือ แล้วต่อไปนางจะแต่งออกไปได้อย่างไร"
"ท่านแม่ ข้ารู้ว่าท่านรักและเอ็นดูนังหนูยวิ๋นหว่าน แต่ซวงซวงก็เป็นหลานสาวแท้ๆ ของท่านเหมือนกันนะ ท่านจะทอดทิ้งนางไม่ได้กระมัง" หลิวเหลียนฮวาเริ่มร้อนใจเมื่อเห็นแม่เฒ่าซูปฏิเสธ
ซูเถี่ยจู้รีบเสริมขึ้นมาทันที "ท่านแม่ ซวงซวงเองก็มีสัญญาหมั้นหมายกับชายหนุ่มบ้านเฮ่ออยู่แล้ว สลับคู่หมั้นกันก็สิ้นเรื่อง เช่นนี้ลูกสาวบ้านซูของเราก็จะได้แต่งงานมีสามีกันทั้งคู่"
"แค่กๆๆ..." แม่เฒ่าซูโกรธจัดกับคำพูดของลูกชายจนหายใจไม่ทันและเริ่มไออย่างรุนแรง
ซูยวิ๋นหว่านที่แอบฟังอยู่ด้านนอกทนดูต่อไปไม่ไหว นางรีบวิ่งเข้าไปลูบหลังช่วยให้แม่เฒ่าซูหายใจสะดวกขึ้น
"ท่านย่า อย่าโกรธไปเลยเจ้าค่ะ ในเมื่อท่านอารองกับท่านอาสะใภ้รองยืนกรานให้ข้ากับพี่ซวงซวงสลับคู่หมั้นกัน เช่นนั้นก็สลับเถิดเจ้าค่ะ"
นี่เป็นวันที่สองแล้วนับตั้งแต่ซูยวิ๋นหว่านได้กลับมาเกิดใหม่
นางเพิ่งค้นพบว่าตนเองย้อนเวลากลับมาตอนที่บังเอิญได้ยินบทสนทนาระหว่างท่านอาสะใภ้รองหลิวเหลียนฮวาและซูซวงซวง ลูกพี่ลูกน้องของนางในห้องข้างๆ
ซูซวงซวงบอกว่านางฝันเรื่องเดิมซ้ำๆ มาหลายวัน ฝันว่าหลี่จื่ออันคือบุตรชายสายตรงที่หายตัวไปของจวนโหวผิงหยาง และในไม่ช้าจวนโหวก็จะมารับตัวเขากลับไปเสวยสุข
หากนางได้แต่งงานกับหลี่จื่ออัน ในอนาคตก็จะได้กลายเป็นฮูหยินโหวผู้สูงศักดิ์ โชคดีหล่นทับเช่นนี้จะปล่อยให้ตกไปเป็นของซูยวิ๋นหว่าน เด็กกำพร้าไร้บิดามารดาได้อย่างไร
เดิมทีหลิวเหลียนฮวาดูถูกหลี่จื่ออันมาตลอด
หลี่จื่ออันเป็นบุตรชายคนโต ปีนี้อายุสิบเจ็ดปี เขาเล่าเรียนมาหลายปีแต่กลับสอบไม่ผ่านแม้กระทั่งการสอบระดับอำเภอ สองสามีภรรยาตระกูลหลี่รู้สึกว่าเขาหมดหวังแล้ว จึงเลิกส่งเสียให้เรียนหนังสือ แล้วหันไปฝากความหวังไว้ที่บุตรชายคนที่สามซึ่งเป็นลูกคนเล็กแทน
ตอนนี้เงินทุกอีแปะที่ครอบครัวหลี่หามาได้ ล้วนถูกนำไปส่งเสียหลี่จื่อหมิง น้องชายคนที่สามของหลี่จื่ออันให้เล่าเรียน
ส่วนหลี่จื่ออันนั้นกลายเป็นคนไร้ค่าที่ทำนาไม่เป็น หยิบจับงานการใดก็ไม่ประสีประสา เอาแต่พร่ำบอกว่าจะศึกษาด้วยตนเอง แล้วขังตัวอ่านหนังสืออยู่แต่ในห้อง
ผู้ใดจะอยากแต่งงานกับบุรุษที่แม้แต่ครอบครัวของตนเองยังเลี้ยงดูไม่ได้เช่นนี้?
ทว่าซูยวิ๋นหว่านเป็นข้อยกเว้น เพราะนางชื่นชอบบุรุษที่ดูเป็นปัญญาชนและมีความรู้ นั่นเป็นเหตุผลที่นางไปอ้อนวอนขอร้องให้แม่เฒ่าซูช่วยจัดการหมั้นหมายนางกับหลี่จื่ออัน
ซูยวิ๋นหว่านสูญเสียบิดามารดาไปตั้งแต่ยังเล็ก และได้รับการเลี้ยงดูจากแม่เฒ่าซู ผู้ทะนุถนอมนางดั่งแก้วตาดวงใจ
แม้แม่เฒ่าซูจะรู้สึกว่าหลี่จื่ออันไม่ใช่คู่ครองที่ดีนัก แต่ก็ยังยอมตามใจคำขอของหลานสาว
สองสามีภรรยาตระกูลหลี่ย่อมรู้ดีว่าบุตรชายคนโตเป็นคนเช่นไร และเกรงว่าจะไม่มีสตรีบ้านใดหลงกลยอมแต่งงานกับเขา เมื่อแม่เฒ่าซูส่งแม่สื่อไปทาบทาม สองสามีภรรยาตระกูลหลี่จึงรีบตกปากรับคำทันที
ในขณะเดียวกัน หลิวเหลียนฮวาก็ได้จัดการหมั้นหมายให้ซูซวงซวง บุตรสาวของตน กับเฮ่อเซี่ยงเป่ย พรานป่าในหมู่บ้านเดียวกัน
เฮ่อเซี่ยงเป่ยกำพร้าบิดามาตั้งแต่เด็ก ส่วนพี่สาวก็แต่งงานออกเรือนไปแล้ว ในบ้านจึงมีเพียงมารดาวัยชรากับน้องสาวอีกหนึ่งคน นอกจากครอบครัวจะเรียบง่ายแล้ว เฮ่อเซี่ยงเป่ยยังเป็นคนเก่งกาจ เขายึดอาชีพล่าสัตว์หาเลี้ยงชีพ และเป็นเพียงครอบครัวเดียวในหมู่บ้านที่มีเนื้อสัตว์กินอยู่บ่อยๆ
หลิวเหลียนฮวารู้สึกว่านางมีบุตรสาวเพียงคนเดียว การได้แต่งงานกับเฮ่อเซี่ยงเป่ยหมายความว่าซูซวงซวงจะไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง ชีวิตเช่นนี้เป็นที่น่าอิจฉาของผู้คนนัก
ทว่าสุดท้าย หลิวเหลียนฮวาก็ถูกซูซวงซวงเกลี้ยกล่อมจนใจอ่อน และยอมตกลงสลับคู่หมั้นกับซูยวิ๋นหว่าน
เพื่อบีบบังคับให้แม่เฒ่าซูยินยอม ซูซวงซวงจึงคิดแผนการอันแยบยลขึ้นมา
เมื่อเช้านี้เอง ซูซวงซวงตกลงไปในแม่น้ำ และบังเอิญได้รับความช่วยเหลือจากหลี่จื่ออันที่เดินผ่านไปมาพอดี ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองจึงได้สัมผัสแนบชิดกัน
จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ซูยวิ๋นหว่านมั่นใจว่านางไม่ใช่คนเดียวที่ได้กลับมาเกิดใหม่ ซูซวงซวงเองก็เช่นกัน
มิเช่นนั้น จะอธิบายเรื่องความฝันของซูซวงซวงได้อย่างไร?
ในชาติที่แล้ว หลี่จื่ออันถูกรับตัวกลับไปยังจวนโหวผิงหยางจริงๆ ทว่าไม่มีใครรู้ดีไปกว่าซูยวิ๋นหว่านอีกแล้ว ว่าชีวิตของเขาที่นั่นเป็นเช่นไร
หากไม่เป็นเพราะนางบังเอิญได้รับมิติวิเศษมาครอบครอง นางและหลี่จื่ออันคงตายอย่างไม่รู้ตัวในจวนที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงและเข่นฆ่าแห่งนั้นไปนานแล้ว
ที่สำคัญที่สุดคือ หลี่จื่ออันไม่ใช่บุรุษที่ควรค่าแก่การฝากฝังชีวิตไว้ด้วยเลย
ได้กลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้ ต่อให้ซูซวงซวงไม่มาแย่งคู่หมั้น นางก็จะหาทางถอนหมั้นกับหลี่จื่ออันอยู่ดี
คติประจำใจของซูยวิ๋นหว่านในชาตินี้คือ รักชีวิตและอยู่ให้ห่างจากชายโฉด!!!
ภายในห้องโถงใหญ่ ทุกคนรวมถึงแม่เฒ่าซูต่างมองมาที่ซูยวิ๋นหว่านด้วยความตกตะลึง
แม่เฒ่าซูหยุดไอและรีบถามทันที "หว่านหว่าน พวกเขาข่มขู่เจ้าหรือ? อย่ากลัวไปเลย ย่าจะออกหน้าแทนเจ้าเอง" ขณะพูด แม่เฒ่าซูก็ไม่ลืมที่จะถลึงตาใส่บุตรชายคนรองและลูกสะใภ้รอง
สมัยที่แม่เฒ่าซูยังสาว นางเคยทำงานเป็นผู้ดูแลในโรงงานปักผ้าที่ตัวอำเภออยู่หลายปี และได้สะสมทรัพย์สินไว้พอสมควร ด้วยเหตุนี้ ซูเถี่ยจู้และภรรยาจึงค่อนข้างเกรงกลัวนาง
พูดให้ชัดก็คือ พวกเขาเกรงว่าจะทำให้มารดาเฒ่าโกรธ และจะไม่ได้รับส่วนแบ่งทรัพย์สมบัติของตระกูลในอนาคต
ดังนั้น เมื่อแม่เฒ่าซูเอ่ยปากเช่นนี้ ต่อให้ทั้งสองมีเรื่องอยากจะพูดก็ไม่กล้าปริปากปริคำออกมา ได้แต่จ้องมองซูยวิ๋นหว่านอย่างมีความหวัง ภาวนาไม่ให้นางเติมเชื้อไฟลงไปอีก
ซูยวิ๋นหว่านส่ายหน้าเบาๆ "ท่านย่า ท่านอารองกับท่านอาสะใภ้รองไม่ได้ข่มขู่ข้าเจ้าค่ะ ข้าเต็มใจที่จะสลับคู่หมั้นกับพี่ซวงซวงจริงๆ"
เมื่อเห็นว่าคำพูดของซูยวิ๋นหว่านดูเหมือนจะออกมาจากใจจริง แม่เฒ่าซูก็ถอนหายใจ "ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็สลับเถิด!"
หลิวเหลียนฮวาเมื่อเห็นแม่เฒ่าซูตกลง ใบหน้าคล้ำแดดของนางก็แย้มยิ้มเบิกบานราวกับดอกเบญจมาศบาน "ในเมื่อท่านแม่ตกลงแล้ว ประเดี๋ยวข้าจะไปที่บ้านเฮ่อกับบ้านหลี่เลยนะเจ้าคะ"
เรื่องการสลับคู่หมั้นเป็นเพียงการตัดสินใจของครอบครัวพวกเขาฝั่งเดียว จึงจำเป็นต้องไปแจ้งให้ทั้งสองครอบครัวว่าที่สวามีทราบด้วย
หลิวเหลียนฮวาไม่ได้กังวลว่าทั้งสองครอบครัวจะไม่เห็นด้วย ท้ายที่สุดแล้ว ซูซวงซวงกับหลี่จื่ออันก็ถึงเนื้อถึงตัวกันแล้ว ไม่ว่าบ้านหลี่จะเต็มใจหรือไม่ก็ต้องยอมรับ
ส่วนครอบครัวเฮ่อนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะยอมรับลูกสะใภ้ที่เคยมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชายอื่น
เมื่อเห็นหลิวเหลียนฮวากำลังจะหมุนตัวจากไป ซูยวิ๋นหว่านก็ก้าวมายืนขวางทางนางไว้
"ท่านอาสะใภ้รอง ในเมื่อข้ากับพี่ซวงซวงสลับคู่หมั้นกันแล้ว สินสอดของทั้งสองบ้านก็ควรจะนำมาสลับกันด้วยไม่ใช่หรือเจ้าคะ?"
แม่เฒ่าซูพยักหน้าเห็นด้วย "หว่านหว่านพูดถูก ในเมื่อสลับตัวคนแต่ง สินสอดก็ต้องสลับคืนมาด้วย"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าที่เบิกบานของหลิวเหลียนฮวาก็หุบลงทันที นางหันขวับไปมองซูเถี่ยจู้
ซูเถี่ยจู้เองก็ไม่รู้จะหาข้ออ้างใดมาโต้แย้ง แต่เมื่อนึกถึงส่วนต่างของเงินสินสอดจากทั้งสองบ้าน สีหน้าของเขาก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
อย่าได้ดูถูกตระกูลเฮ่อที่เป็นเพียงแม่ม่ายลูกกำพร้า เฮ่อเซี่ยงเป่ยเป็นถึงนายพราน รายได้ของเขาจึงสูงกว่าชาวนาทั่วไปมาก ยิ่งไปกว่านั้น บ้านเฮ่อมีเขาเป็นบุตรชายเพียงคนเดียว พวกเขาจึงให้ความสำคัญกับการแต่งงานของเขามาก ถึงขนาดยอมทุ่มเงินสินสอดให้เต็มๆ ถึงสิบตำลึงเงิน
ส่วนตระกูลหลี่ นับตั้งแต่หลี่จื่ออันเลิกเรียนหนังสือ เงินทั้งหมดก็ถูกนำไปส่งเสียหลี่จื่อหมิง ครอบครัวจึงยากจนข้นแค้น สินสอดของซูยวิ๋นหว่านจึงมีเพียงแค่สองตำลึงเงินเท่านั้น
แม้ครอบครัวซูจะยังไม่ได้แยกบ้านกันอย่างเป็นทางการ และดูภายนอกเหมือนแม่เฒ่าซูจะเป็นผู้นำครอบครัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว รายได้ของบ้านรองล้วนตกอยู่ในกำมือของหลิวเหลียนฮวา ส่วนเงินที่แม่เฒ่าซูและซูยวิ๋นหว่านหามาได้จากงานเย็บปักถักร้อยนั้น พวกนางก็เป็นคนเก็บไว้เอง
พูดง่ายๆ ก็คือ แม่เฒ่าซูกับครอบครัวของบุตรชายคนรองต่างคนต่างจัดการรายได้ของตัวเอง
ดังนั้น เงินสินสอดสิบตำลึงที่ตระกูลเฮ่อมอบให้ซูซวงซวง จึงถูกเก็บไว้ในมือของหลิวเหลียนฮวาเช่นกัน