- หน้าแรก
- บำเพ็ญเพียรบ้าอะไร ข้านั่งกดเกมสบายๆ ก็กลายเป็นเซียน
- บทที่ 5 - เคลียร์ดันเจี้ยน
บทที่ 5 - เคลียร์ดันเจี้ยน
บทที่ 5 - เคลียร์ดันเจี้ยน
"ศิษย์พี่แก้เคล็ดวิชาได้ด้วยหรือ"
เจียงหลิงซู่ดวงตาเปื้อนยิ้ม ใบหน้างดงามแฝงความเย้ายวนเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรจะแก้ไขได้ง่ายดายปานนั้นเชียวหรือ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่แค่ขอบเขตกลั่นลมปราณเท่านั้น
ผู้ที่มีคุณสมบัติพอจะแก้ไขเคล็ดวิชาได้อย่างน้อยต้องเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับแก่นปราณ
ดังนั้นคำพูดของศิษย์พี่ฉีหยวนเจียงหลิงซู่จึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
นางรับแผ่นหยกเคล็ดวิชามา คล้ายนึกอะไรขึ้นได้จึงเอ่ยเตือน "ศิษย์พี่ใหญ่ เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรเป็นเรื่องสำคัญมาก ห้ามแก้ไขสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วนำไปฝึกฝนส่งเดชเด็ดขาด มิเช่นนั้นอาจธาตุไฟแตกซ่านได้!"
นางกับศิษย์พี่ฉีหยวนเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน ข้อห้ามสำคัญคือการพูดจาล่วงเกินคนที่ยังไม่สนิทสนม นางจึงเพียงแค่เอ่ยเตือนสติประโยคหนึ่งเท่านั้น
ฉีหยวนมองหน้านางพลางเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าคิดว่าถ้าไม่แก้เคล็ดวิชาแล้วทุกอย่างจะปลอดภัยไร้กังวลหรือ"
เจียงหลิงซู่ถึงกับอึ้งไป
ดูท่าสมองของศิษย์พี่จะมีปัญหาจริงๆ แถมยังเป็นปัญหาใหญ่เสียด้วย
ผู้บำเพ็ญสายลุ่มหลงก็เป็นเสียแบบนี้!
นางไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก เพียงถือแผ่นหยกเคล็ดวิชากลับเข้าไปในห้องของตนเอง
"เคล็ดวิชาหลอมเพลิงเจ็ดสีหรือ"
"เคล็ดวิชาระดับหยกหรือ"
"ดูธรรมดามากเลย"
เดิมทีนางตั้งใจจะใช้เคล็ดวิชานี้สืบหาเบื้องหลังของเจ้าแห่งยอดเขาเจ็ดสี
ทว่ามันกลับดูธรรมดาเกินไป
เคล็ดวิชาระดับหยกแม้จะถือว่ามีระดับพอใช้ได้ แต่นางก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
เพราะถึงอย่างไรในตระกูลของนาง เคล็ดวิชาระดับหยกก็มีถมเถไป
นางพิจารณาเนื้อหาในเคล็ดวิชา
"ส่วนหลังเนี่ย ... ศิษย์พี่เป็นคนแก้หรือ"
"ดูไปดูมาก็หลอกคนได้เนียนดีแฮะ"
"อย่างน้อยก็หลอกข้าได้ล่ะนะ"
"หอคอยทะยานฟ้าที่รวบรวมเคล็ดวิชานับหมื่นเหมือนจะมีวิชานี้อยู่ ไม่รู้ว่าพี่หยาหยาเคยเขียนคำวิจารณ์เอาไว้หรือไม่
นางเก่งเรื่องดัดแปลงเคล็ดวิชาที่สุด ถ้ามีเวลาว่างคงต้องเอาเนื้อหาส่วนที่ถูกแก้ไขไปให้นางประเมินดูสักหน่อย หากศิษย์พี่ใหญ่เอาไปฝึกจริงๆ จะได้ไม่ต้องเดินหลงทาง" เจียงหลิงซู่พึมพำกับตัวเอง
...
ภายในกระท่อมฟาง
ความสนใจทั้งหมดของฉีหยวนจดจ่ออยู่กับแผ่นหยกเกม
แผ่นหยกเกมชิ้นนี้เขาได้มาครอบครองเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว
เกมนี้เขาก็เล่นมาได้ราวๆ หนึ่งปีเช่นกัน มันเป็นแค่เกมตีบอสธรรมดาๆ
แผนที่ในเกมแสดงให้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าทวีปเฝ้าจันทรา
ภายในทวีปเฝ้าจันทรามีสี่เขตหวงห้ามและสองดินแดนสิ้นสูญ
แผนที่ที่ฉีหยวนอยู่ ณ ปัจจุบันมีชื่อว่าเขตหวงห้ามจักรพรรดิ
ในเขตหวงห้ามจักรพรรดิมีสัตว์ประหลาดอยู่มากมาย
สัตว์ประหลาดเหล่านี้ล้วนดุร้ายอำมหิต
มีทั้งงูยักษ์ลำตัวหนาเท่าถังน้ำ ดอกไม้กินคนที่มีเขี้ยวแหลมคมเต็มปาก และแมลงปีกแข็งที่ตัวใหญ่โตราวกับรถถัง
ทว่าสำหรับฉีหยวนแล้วสัตว์ประหลาดเหล่านี้ก็เป็นแค่ก้อนค่าประสบการณ์เท่านั้น
แต่ว่าในเขตหวงห้ามจักรพรรดิแห่งนี้ มีสัตว์ประหลาดอยู่ตัวหนึ่งที่ทำให้ฉีหยวนรู้สึกขัดใจและทำให้อรรถรสในการเล่นเกมของเขาลดลง
สัตว์ประหลาดตัวนั้นมีรูปร่างเหมือนพู่กันที่ทำจากหางจิ้งจอก มันมีชื่อเรียกอันโด่งดังว่าพู่กันคลุ้มคลั่ง
ภายในเขตหวงห้ามจักรพรรดิ ตัวละครเกมของฉีหยวนสวมชุดเกราะทองคำกำลังไล่ฟาดฟันศัตรูไปทั่วทิศ
สัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งเหล่านั้นไม่มีทางต่อกรกับฉีหยวนได้เลย
"แค่สัตว์ประหลาดเลเวลห้าสิบ กล้าดีอย่างไรมาอวดเก่งต่อหน้าข้า!"
"ตายซะ!"
ฉีหยวนตวัดกระบี่กวาดออกไป
ด้วยเลเวลแปดสิบของเขา เขาสามารถไล่ฆ่าล้างบางในเขตหวงห้ามจักรพรรดิได้อย่างสบายๆ
ช่วงหลายวันมานี้ฉีหยวนก็ไล่ฆ่าล้างบางมาตลอด
ตอนที่เพิ่งเข้ามาในเขตหวงห้ามจักรพรรดิแรกๆ เขาเป็นแค่ผู้เล่นเลเวลหนึ่งธรรมดาๆ
เกมที่เขาเล่นตอนนั้นคือเกมแนวเอาชีวิตรอด
ผ่านไปหนึ่งปีเขาเก็บเลเวลจนถึงเลเวลแปดสิบ เขาสามารถเดินกร่างในเขตหวงห้ามจักรพรรดิได้อย่างอิสระ
เกมที่เล่นตอนนี้จึงกลายเป็นเกมสวมบทบาทคนเถื่อนสุดกร่าง
สัตว์ประหลาดในเขตหวงห้ามจักรพรรดิตอนนี้แค่เห็นหน้าเขาก็พากันขวัญหนีดีฝ่อแล้ว
และการสังหารสัตว์ประหลาดในทวีปเฝ้าจันทราก็ส่งผลดีต่อฉีหยวนในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างมาก
ไม่อย่างนั้นเขาจะสามารถบำเพ็ญเพียรจนถึงขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นสมบูรณ์ภายในเวลาแค่หนึ่งปีได้อย่างไร
ต่อให้เป็นอัจฉริยะของแท้ หากต้องการบำเพ็ญเพียรจนถึงขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นสมบูรณ์ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาถึงสามปี
ตบะจากการเล่นเกมสามารถส่งผลมาถึงตัวเขาส่วนหนึ่ง
แน่นอนว่าแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น
เพราะตัวละครในเกมของเขาตอนนี้แข็งแกร่งมาก
แข็งแกร่งแค่ไหนน่ะหรือ
ฉีหยวนเองก็ไม่แน่ใจนัก
แต่ถ้าจะให้ฟันเจ้าสำนักแสงเทวะตายด้วยกระบี่เดียวคงไม่ใช่เรื่องยาก
ทว่าในโลกความเป็นจริง เขาเป็นแค่ผู้ฝึกตนมือใหม่ในขอบเขตกลั่นลมปราณเท่านั้น
"ถ้าจัดการบอสตัวสุดท้ายอย่างพู่กันคลุ้มคลั่งได้ ดันเจี้ยนนี้ก็ถือว่าเคลียร์จบแล้ว"
พอคิดถึงตรงนี้ฉีหยวนก็ยิ่งมีไฟ วันนี้แหละเขาจะเคลียร์ดันเจี้ยนให้ทะลุปรุโปร่งไปเลย
"ไม่รู้ว่าจะได้รางวัลเป็นอะไร"
"เอารางวัลเป็นเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรที่ไม่มีอันตรายสักเล่มดีหรือไม่"
"หรือถ้าแย่หน่อยก็ขอแค่ของวิเศษสร้างรากฐานธรรมดาๆ สักชิ้นก็พอ"
เมื่อนึกถึงพู่กันคลุ้มคลั่ง แววตาของฉีหยวนก็ลุกโชนไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้
พู่กันชนิดนี้ในตอนกลางวันจะมีรูปร่างเป็นพู่กัน แต่พอตกกลางคืนจะกลายร่างเป็นปีศาจจิ้งจอกสาวแสนสวยในร่างมนุษย์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวน
และสิ่งที่พวกนางชอบทำมากที่สุดก็คือการลอบโจมตีตอนกลางคืน
หากหลงกลพวกนางเข้า ในช่วงเวลาที่กำลังเคลิบเคลิ้มที่สุด พวกนางก็จะเผยเขี้ยวเล็บออกมา
เปลี่ยนร่างเป็นพู่กันอันแหลมคมแทงทะลุเข้าไปใน ... รูกลวงๆ บนร่างกายของผู้ที่ถูกล่อลวง
ฉีหยวนเคยเห็นสัตว์ประหลาดมากมายในเขตหวงห้ามจักรพรรดิที่หลงกลพู่กันคลุ้มคลั่ง สภาพของพวกมันเรียกได้ว่าอนาถสุดๆ
ฉีหยวนไม่หลงเสน่ห์พู่กันคลุ้มคลั่งหรอก แต่ว่า ... ตอนกลางคืนเขาต้องเปิดบอททิ้งไว้น่ะสิ
ทันทีที่ตั้งบอทแล้วออฟไลน์ เขาจะต้องคอยระวังพู่กันคลุ้มคลั่งเอาไว้
ตอนนั้นเขาเกือบจะเลียนแบบพระเอกภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องหนึ่งในโลกก่อน โดยการสร้างกางเกงในทองคำให้ตัวเองแล้ว
สุดท้ายก่อนออฟไลน์เขาจึงเลือกที่จะขุดหลุมฝังตัวเองไว้ใต้ดิน เพื่อหลีกเลี่ยงการลอบโจมตีตอนกลางคืนจากพู่กันคลุ้มคลั่ง
"บอสพู่กันคลุ้มคลั่งตัวสุดท้ายเลเวลแค่เจ็ดสิบ เรื่องจิ๊บจ๊อยมาก"
"ต้องรีบจัดการมันให้เสร็จ ช่วงเย็นยังต้องพาสัตว์เลี้ยงตัวน้อยของข้าออกไปเดินเล่นอีก"
ฉีหยวนถือกระบี่ยาว สวมเกราะทองคำ ร่างกายเปล่งประกายแสงหลากสีสันฟรุ้งฟริ้ง พอฟันกระบี่ลงไปก็มีเอฟเฟกต์ต่างๆ กระจายออกมา ดูละลานตาไปหมด
หากเป็นในเกมอื่น แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่านี่คือผู้เล่นสายเติมเงิน แถมยังเป็นพวกชอบโชว์ความเท่แบบสุดๆ อีกด้วย
ครึ่งชั่วยามต่อมาฉีหยวนก็บุกเข้าไปในตำหนักจักรพรรดิ
เขาถือกระบี่เล่มโตพร้อมตะโกนเสียงหลงด้วยท่าทีเบียวสุดขีด "เจ้าปีศาจร้ายจะหนีไปไหน!"
ในชีวิตจริงเอาแต่เงียบหงิม พออยู่ในเกมกลับซัดไม่ยั้ง
สิ่งที่ตอบรับเขาคือเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของพู่กันคลุ้มคลั่ง
เขาถือกระบี่ยาวบุกตะลุยไปอย่างไร้เทียมทาน
พู่กันคลุ้มคลั่งหักสะบั้นไปทีละด้าม
หลอดค่าประสบการณ์ของเขาก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
"ออกมาสิเจ้าปีศาจ!"
ฉีหยวนตะโกนเรียกบอสใหญ่แห่งเขตหวงห้ามจักรพรรดิให้ออกมา
น่าเสียดายที่ไม่มีใครตอบรับเขาเลย พู่กันคลุ้มคลั่งทั้งหมดเอาแต่วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน
ฉีหยวนไล่ฟันอย่างสนุกสนาน
ทว่าในตอนนั้นเอง แสงสีทองก็ระเบิดออก
ตำหนักจักรพรรดิสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
พู่กันรูปร่างคล้ายหางจิ้งจอกด้ามหนึ่งพุ่งทะลวงขึ้นมาจากพื้นดิน
ปลายพู่กันอันแหลมคมราวกับกระบี่ชั้นดีที่โหยหาคู่ต่อสู้ที่คู่ควร มันพุ่งตรงเข้าแทงฉีหยวนทันที
"โชคดีที่ข้าเตรียมรับมือไว้แล้ว" ฉีหยวนไม่ลนลานแม้แต่น้อย
ก่อนมาเขาได้เตรียมแผนรับมือเอาไว้แล้ว
และถึงจะไม่มีแผน เขาก็ไม่กลัวอยู่ดี
ความแข็งแกร่งของเขาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้ว
"ฟันมั่วซั่วแปดทิศ!"
ฉีหยวนใช้เพลงดาบที่แข็งแกร่งที่สุดของตนออกมา
ใช่แล้ว เขาถือกระบี่แต่กลับใช้เพลงดาบ
เพียงชั่วพริบตา พู่กันคลุ้มคลั่งก็หักสะบั้นลงทันที
ฉีหยวนยักไหล่ "คู่ควรให้ข้าฟันแค่ดาบเดียว อ่อนหัดเกินไปแล้ว ยังเหลืออีกเจ็ดดาบ ไม่รู้ว่าใครจะรับไหว ช่างโดดเดี่ยวเสียจริง"
พู่กันคลุ้มคลั่งร่วงหล่น ตำหนักจักรพรรดิถล่มทลายลงในพริบตา
และในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนก็ดังก้องขึ้นในหูของฉีหยวน
[เคลียร์ดันเจี้ยนเขตหวงห้ามจักรพรรดิสำเร็จ ได้รับรางวัล]
[รางวัลที่ 1 เศษเสี้ยววิถีสวรรค์ สิบชิ้น]
[รางวัลที่ 2 พู่กันเทพ]
[จบแล้ว]