เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 - ฉีหยวน

บทที่ 1 - ฉีหยวน

บทที่ 1 - ฉีหยวน


โลกชางหลาน

สำนักแสงเทวะ

เสียงระฆังยามเช้าดังกังวานต่อเนื่อง ศิษย์ทุกคนต่างตื่นจากการหลับใหลด้วยใบหน้าสดชื่นแจ่มใสพร้อมสูดลมหายใจฝึกฝนลมปราณ

เสียงการฝึกฝนยามเช้าดังกระหึ่มไปทั่วทั้งสำนัก

เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา

บนยอดเขาเจ็ดสี ฉีหยวนนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง เสียงระฆังยามเช้านั้นช่างบาดหูจนเขาต้องยกมือขึ้นมาอุดหูเอาไว้

หุ่นเชิดแมวไม้ขยับอ้าปากส่งเสียงร้องออกมาอย่างรู้จังหวะ

"ตื่นได้แล้ว!"

"ตื่นได้แล้ว!"

ฉีหยวนตวัดมือเพียงคราเดียว ปลาแห้งไม้ชิ้นเล็กก็พุ่งเข้าไปอุดปากหุ่นเชิดแมวไม้จนมันส่งเสียงไม่ออกอีกต่อไป

เขาขยับเปลี่ยนท่านอนแล้วหลับต่ออย่างสุขสบาย

ดังคำกล่าวที่ว่าตะวันโด่งข้ายังหลับใหล ใครกันคือเซียน ข้านี่แหละคือเซียน!

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ฉีหยวนถึงได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า

เขาสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่

"อืม อากาศต่างโลกนี่ช่างหอมหวานเสียจริง"

เดิมทีฉีหยวนเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญบนดาวโลก เขาเพิ่งทะลุมิติมายังโลกใบนี้เมื่อครึ่งปีก่อน

โลกใบนี้แตกต่างจากโลกใบเดิมของเขา ตรงที่มีพลังเหนือธรรมชาติและมีผู้บำเพ็ญเพียรวิถีเซียนดำรงอยู่

ด้วยความบังเอิญฉีหยวนได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของสำนักแสงเทวะ กลายเป็นศิษย์ของยอดเขาเจ็ดสี และเป็นศิษย์เพียงคนเดียวของที่นั่นด้วย

ฉีหยวนจัดการล้างหน้าบ้วนปาก แต่งกายจนเรียบร้อยแล้วจึงเดินออกจากลานเรือน

เมื่อวานนี้ท่านอาจารย์ส่งข้อความลงมาสั่งการธุระบางอย่างกับเขา

ฉีหยวนยืนอยู่บริเวณตีนเขาพลางเงยหน้ามองขึ้นไปยังยอดเขาที่ตั้งตระหง่านเสียดฟ้าซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยไอเซียนสุดลูกหูลูกตา

เขามองดูตำหนักที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆก่อนจะพึมพำเสียงเบา

"เป็นอีกวันที่คิดถึงท่านอาจารย์"

หมู่เมฆบนยอดเขากระเพื่อมไหวในพริบตา ก่อนจะสลายตัวไปในพริบตาต่อมา ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

ท่านอาจารย์พำนักอยู่บนยอดเขาและได้วางค่ายกลคุมขังเอาไว้ ไม่ใช่อนุญาตให้ฉีหยวนขึ้นไป

ฉีหยวนมองไม่เห็นการก่อตัวและสลายตัวของหมู่เมฆบนยอดเขา เขาเพียงแค่เดินลงไปตามทางลาดของยอดเขาเจ็ดสี

วันนี้เป็นวันจัดพิธีรับศิษย์ใหม่ของสำนักแสงเทวะ

เขาจะต้องเป็นตัวแทนของยอดเขาเจ็ดสีซึ่งเป็นหนึ่งในห้ายอดเขาของสำนักเพื่อไปคัดเลือกศิษย์

ยอดเขาเจ็ดสีออกจะกว้างใหญ่ไพศาล ทว่ากลับมีศิษย์ที่ไม่เอาไหนอย่างเขาเพียงแค่คนเดียว ทางสำนักจึงค่อนข้างมีความเห็นต่างในเรื่องนี้

แน่นอนว่าผู้เป็นเจ้าแห่งยอดเขาเจ็ดสีนั้นมีตบะแกร่งกล้า ผู้คนที่มีความเห็นต่างจึงทำได้เพียงเก็บงำคำวิจารณ์เอาไว้ในใจ

เพียงแต่ฉีหยวนในตอนนี้ทำให้เจ้าแห่งยอดเขาเจ็ดสีเริ่มมีความเห็นต่างด้วยเช่นกัน จึงตั้งใจจะรับศิษย์เพิ่มอีกสักหน่อย

ฉีหยวนเดินทอดน่องลงเขาไปอย่างเชื่องช้า

เมื่อเดินมาถึงบริเวณกลางเขา ฉีหยวนก็หยุดฝีเท้าลง

ตรงนี้มีต้นไม้ใหญ่ตระหง่านสูงหลายสิบจั้ง เมื่อมองจากด้านบนลงมา

[นี่คือต้นหญ้าที่ไม่ธรรมดาต้นหนึ่ง ทว่าเมื่อสามวันก่อนเจินจวินไม้แห้งกับฮองเฮาแห่งแคว้นซางเคยมาลอบพลอดรักกันบนนี้]

ฉีหยวนยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขากวาดสายตามองยอดหญ้าสีเขียวสดบนพื้นดิน ข้อความชุดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว

เขาชะงักไปเล็กน้อย

ถ้าจำไม่ผิด เมื่อหลายวันก่อนตอนที่เขามาตรงนี้ สิ่งที่ดวงตาของเขามองเห็นคือ ...

[นี่คือต้นหญ้าธรรมดาต้นหนึ่ง ทว่าเมื่อสี่วันก่อนมีสุนัขจรจัดมาปัสสาวะรดเอาไว้]

"หญ้าต้นนี้น่าสนใจดีแฮะ"

หลังจากก้าวเข้าสู่ขอบเขตกลั่นลมปราณ ฉีหยวนก็พบว่าดวงตาของเขามีความผิดปกติบางอย่าง มันสามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นได้

ตัวอย่างเช่น ตอนที่เขามองดูเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรที่ท่านอาจารย์มอบให้เป็นครั้งแรก

'เคล็ดวิชาหลอมเพลิงเจ็ดสี'

สิ่งที่เขามองเห็นคือ ...

[นี่คือเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรระดับหยก ภายในมีจุดบกพร่องที่เห็นได้ชัดเจนถึงหนึ่งพันสามร้อยเจ็ดสิบเอ็ดจุด และยังมีจุดบกพร่องอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง

หากบำเพ็ญเพียรจนถึงขอบเขตไร้รูป จะกลายเป็นของสังเวยให้กับตัวตนอันลึกลับบางอย่าง]

ตอนนั้นฉีหยวนที่ได้เห็นข้อมูลเหล่านี้ถึงกับอึ้งไปเลย

เขาไปลองหาเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรเล่มอื่นมาดู

ก็พบว่าผลลัพธ์แทบไม่ต่างกันเลย

ขอบเขตไร้รูปหรือ

ของสังเวยหรือ

ช่างห่างไกลเหลือเกิน

ไม่ใช่เรื่องที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับกลั่นลมปราณตัวเล็กๆ อย่างเขาต้องเก็บมาใส่ใจ

แน่นอนว่าระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาก็ติดแหง็กอยู่ที่ขั้นกลั่นลมปราณเช่นกัน

นั่นก็เพราะตามที่ตาเขามองเห็น หากเขาบำเพ็ญเพียรจนทะลวงผ่านระดับไปได้ เขาก็จะได้สถานะของสังเวยไปครองอย่างเป็นทางการ

ดังนั้นฉีหยวนในตอนนี้จึงมุ่งมั่นตามหาเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียรที่เหมาะสมและกำลังพยายามอย่างหนักเพื่อการนี้

...

ณ โถงตำหนักใหญ่ของสำนัก แสงเทวะสาดส่องกระจายไปทั่วทิศ

คังฝูลู่ผู้มีเรือนผมสีขาวถือแส้ปัดฝุ่นนั่งตัวตรงอยู่กลางอากาศ

เบื้องหลังของเขามีศิษย์พี่ใหญ่จากยอดเขาอื่นๆ ยืนตัวตรงสง่าผ่าเผย

คังฝูลู่ทอดสายตามองศิษย์ใหม่หลายร้อยคนที่เพิ่งผ่านการทดสอบอยู่เบื้องล่างด้วยสีหน้าพึงพอใจ

ทว่าเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาจึงเอ่ยถามขึ้นช้าๆ ว่า "คนของยอดเขาเจ็ดสียังไม่มาอีกหรือ"

"ศิษย์พี่คัง ท่านก็รู้บุคลิกของศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาเจ็ดสีผู้นั้นดีไม่ใช่หรือ ... " ชายหนุ่มในชุดสีทองเอ่ยเสียงเบา

คังฝูลู่ได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้กล่าวอะไรอีก

ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นมา "ฉีหยวน ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาเจ็ดสีมาถึงแล้ว"

สิ้นเสียงประกาศ ฉีหยวนในชุดคลุมสีขาวก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าทุกคน รูปร่างของเขาสูงโปร่งสง่างาม ที่เอวห้อยหยกประดับ เดินรับแสงสว่างเข้ามา

ศิษย์สำนักแสงเทวะหลายคนรวมถึงศิษย์ที่เพิ่งเข้าสำนักใหม่ต่างมองมาที่ฉีหยวนด้วยสายตาที่หลากหลาย

"ไม่คิดเลยว่าศิษย์พี่ฉีหยวนจะลงจากเขามาจริงๆ!"

"หล่อเหลากว่าที่ลือกันตั้ง ... สามส่วนแน่ะ"

"น่าเสียดายนะ รูปร่างหน้าตาสง่างามปานหยกแท้ๆ แต่กลับ ... "

"แต่อะไรหรือ"

"พฤติกรรมแปลกประหลาด สติไม่ค่อยดีน่ะสิ!"

"หา!"

"ความจริงก็ไม่ใช่แบบนั้นหรอก เพียงแต่วิถีการบำเพ็ญเพียรของเขาไม่เหมือนคนทั่วไป

เขาเป็นผู้บำเพ็ญสาย 'ลุ่มหลง' น่ะ ผู้บำเพ็ญเพียรสายนี้ล้วนมีนิสัยเป็นเอกลักษณ์ทั้งนั้น!"

"คนบ้าแห่งวงการผู้บำเพ็ญเพียรหรือนี่ ไม่ควรยุ่งด้วยเด็ดขาด ไม่ควรยุ่งจริงๆ"

"อย่าเห็นว่าเขาดูบ้าบอไปหน่อยเลย เขาเป็นอัจฉริยะของจริงนะ มีความเข้าใจลึกซึ้งเรื่องการบำเพ็ญเพียร ศิษย์พี่ศิษย์น้องหลายคนยังต้องไปขอคำแนะนำปัญหาการฝึกฝนจากเขาเลย"

กลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรเบื้องล่างซุบซิบนินทากันขรม สายตาหลายคู่ที่มองมาทางฉีหยวนเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดใจ

ในโลกชางหลานมีบุคคลสามประเภทที่ไม่ควรไปล่วงเกิน

หนึ่งคือแพทย์โอสถ สองคือผู้บำเพ็ญกระบี่ สามคือผู้บำเพ็ญสายลุ่มหลง

แพทย์โอสถมีวิชาแพทย์ สามารถรักษาอาการบาดเจ็บและช่วยชีวิตคนได้

ขึ้นชื่อว่าผู้บำเพ็ญเพียร ไม่แน่ว่าอาจต้องต่อสู้จนบาดเจ็บและต้องการแพทย์มารักษาให้หายขาดในเร็ววัน ดังนั้นจึงไม่มีใครอยากล่วงเกินแพทย์โอสถ

นอกจากนี้แพทย์โอสถส่วนใหญ่ยังเชี่ยวชาญการปรุงพิษประหลาดหรือยาพิษ สามารถฆ่าคนได้ไร้ร่องรอย หากหลีกเลี่ยงได้ก็ไม่ควรไปสร้างความบาดหมาง

ผู้บำเพ็ญกระบี่มีพลังรบขั้นสูง ลงมือเด็ดขาดอำมหิต หากหลีกเลี่ยงได้ก็ไม่ควรไปล่วงเกินเช่นกัน

ส่วนผู้บำเพ็ญสายลุ่มหลงนั้นค่อนข้างจะแปลกแยกออกไปสักหน่อย

ผู้บำเพ็ญเพียรสายนี้เน้นความหมกมุ่นลุ่มหลงในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

อาจจะเป็นกระบี่สักเล่ม ดอกไม้สักดอก หรือแม้กระทั่งคนสักคน

ความลุ่มหลงถึงขีดสุดย่อมหมายความว่าสภาพจิตใจอาจมีปัญหาบางอย่าง

ผู้บำเพ็ญเพียรประเภทนี้รับมือยาก ใครจะรู้ว่าวันดีคืนดีคนบ้าจะเกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาเมื่อไหร่

และฉีหยวนก็คือผู้บำเพ็ญเพียรสายลุ่มหลงที่ว่านั้น

"ศิษย์น้องฉีหยวน เจ้ามาสายไปหน่อยนะ" คังฝูลู่เอ่ยเสียงเรียบ

"เมื่อคืนข้านอนดึกไปหน่อยน่ะ" ฉีหยวนอ้าปากหาว

ศิษย์พี่ใหญ่จากยอดเขาอื่นๆ เห็นดังนั้นก็ไม่มีใครเอ่ยสิ่งใดออกมา

คังฝูลู่กล่าวต่อ "ในเมื่อมากันครบแล้ว ก็เริ่มคัดเลือกศิษย์กันเถอะ"

ลานกว้างในตอนนี้เต็มไปด้วยศิษย์ที่เพิ่งผ่านการทดสอบเข้าสำนัก

ส่วนพวกเขาสายศิษย์พี่ใหญ่จากยอดเขาทั้งหลายมีหน้าที่คัดเลือกบุคคลเพื่อพากลับไปยังยอดเขาของตนเอง

คังฝูลู่ก้าวเดินไปข้างหน้า เขาทอดสายตามองศิษย์ใหม่หลายร้อยคนเบื้องล่างก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ

"สำนักแสงเทวะคือหนึ่งในสามมหาสำนักบำเพ็ญเพียรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งแคว้นซาง"

"ขอแสดงความยินดีกับพวกเจ้าทุกคนที่ผ่านบททดสอบอันยากลำบากมาได้ นับแต่นี้ไปพวกเจ้าคือศิษย์ของสำนักแสงเทวะ"

เด็กหนุ่มเด็กสาวหลายร้อยคนในลานต่างรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น

เพราะถึงอย่างไรสำนักแสงเทวะก็คือหนึ่งในสามสำนักบำเพ็ญเพียรที่ทรงพลังที่สุดในแคว้นซาง

เมื่อได้เข้าร่วมสำนัก นั่นหมายถึงการได้เป็นผู้อยู่เหนือผู้คน

คังฝูลู่พอใจกับท่าทีของทุกคนในสนามเป็นอย่างมาก เขาจึงกล่าวต่อไปว่า

"สำนักแสงเทวะมียอดเขาทั้งหมดห้ายอด พวกเจ้าสามารถเลือกเข้าร่วมได้เพียงหนึ่งแห่งเท่านั้น"

"นี่คือจูกัดมั่ว ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาโอสถเทวะ"

"นี่คือสวี่อีอี ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาหมื่นวิถี"

"นี่คือฉีหยวน ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาเจ็ดสี"

"นี่คือขวางเหริน ศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาศึกสงคราม"

"ส่วนข้าคังฝูลู่ ศิษย์สายตรงของเจ้าแห่งยอดเขาห้าแสง บุตรเขยของเจ้าสำนักแสงเทวะ ผู้บรรลุเคล็ดวิชาแสงศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้า ผู้บุกเบิกวิชาแสงตะวันย่อส่วน และเป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งยอดเขาห้าแสง"

ขณะที่คังฝูลู่ผมขาวกำลังร่ายยาว แสงศักดิ์สิทธิ์ห้าสีก็ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเขาพอดี ดูโดดเด่นสะดุดตาและอลังการเป็นอย่างยิ่ง

ถูกต้องแล้ว คังฝูลู่ผู้นี้คือจอมขโมยซีนหมายเลขหนึ่งแห่งยอดเขาห้าแสง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1 - ฉีหยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว