- หน้าแรก
- หลังจากไปอยู่ชนบท ฉันก็กลายเป็นคนมีชื่อเสียงในหมู่บ้าน
- บทที่ 12 ท่านคิดว่าอาการของผมจะรักษาหายหรือไม่
บทที่ 12 ท่านคิดว่าอาการของผมจะรักษาหายหรือไม่
บทที่ 12 ท่านคิดว่าอาการของผมจะรักษาหายหรือไม่
บทที่ 12 ท่านคิดว่าอาการของผมจะรักษาหายหรือไม่
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในใจของเฉินเซี่ยงหยาง
[คังเจี้ยนเซ่อเลื่อมใสในการวินิจฉัยของคุณอย่างหมดใจ ค่าชื่อเสียง +200]
[ค่าชื่อเสียงคงเหลือปัจจุบันของโฮสต์: 423]
"สหายเสี่ยวเฉิน ถ้าอย่างนั้นท่านคิดว่าอาการของผมจะรักษาให้หายขาดได้หรือไม่" เลขานุการคังรีบเอ่ยถามด้วยความร้อนรน
อย่างไรเสีย ปีนี้เขาก็เพิ่งจะมีอายุเพียง 42 ปีเท่านั้น
"ย่อมได้แน่นอนครับ แต่การจะรักษาให้หายขาดนั้นต้องใช้เวลาเสียหน่อย หากเลขานุการคังไว้วางใจ ผมจะเขียนใบสั่งยาให้ ท่านก็นำไปจัดยามาสักสองสามชุดแล้วกินติดต่อกันให้ครบหนึ่งเดือน จากนั้นผมจะฝังเข็มให้อีกไม่กี่ครั้ง รับรองว่าท่านจะกลับมามีความรู้สึกเหมือนได้กลับไปอายุสิบแปดอีกครั้งแน่นอน" เฉินเซี่ยงหยางกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เลขานุการคังรีบคว้ามือของเฉินเซี่ยงหยางไว้ทันที "เสี่ยวเฉิน เยี่ยมมากจริงๆ! รบกวนท่านช่วยรีบเขียนให้ผมที ผมจะได้ไปจัดการเรื่องยาเดี๋ยวนี้เลย"
เฉินเซี่ยงหยางพยักหน้ารับ จากนั้นเลขานุการคังก็รีบหาดาษและปากกามาให้
เฉินเซี่ยงหยางจรดปากกาเขียนใบสั่งยาให้เลขานุการคังตามตำรับยาจากมรดกการแพทย์แผนจีนระดับปรมาจารย์ที่อยู่ในหัวของเขา
"ยากชุดนี้ให้ดื่มตอนท้องว่างในตอนเช้าหนึ่งครั้ง และก่อนนอนอีกหนึ่งครั้ง หลังจากดื่มไปในช่วงสองสามวันแรก ท่านอาจจะเริ่มมีความรู้สึกบางอย่างที่ส่วนนั้น แต่ท่านต้องข่มใจอดทนเอาไว้ให้ได้ เพราะหากสูญเสียพลังหยางไปก่อนเวลา คราวนี้จะไม่มีหนทางรักษาได้อีกแล้วจริงๆ"
เฉินเซี่ยงหยางเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เลขานุการคังพับใบสั่งยาอย่างทะนุถนอมแล้วเก็บใส่กระเป๋าเสื้อนอก "สหายเสี่ยวเฉิน หากท่านรักษาผมให้หายได้จริง ต่อไปเรื่องของคุณก็คือเรื่องของผม คังเจี้ยนเซ่อ ผู้นี้"
"ตกลงครับ"
เฉินเซี่ยงหยางเองก็ชอบติดต่อกับคนประเภทนี้เช่นกัน
"เหล่าหลิน เข้ามาข้างในเถอะ" เลขานุการคังส่งเสียงเรียกไปทางประตู
หลินก่ายจูจึงผลักประตูเดินเข้ามา
เขาเองก็เป็นคนเฉลียวฉลาด เมื่อเข้ามาแล้วจึงไม่ได้เอ่ยปากถามอะไรให้มากความ
"ไปกันเถอะ ผมจะพาทั้งสองคนไปที่สถานีอนามัย ส่วนเรื่องขั้นตอนในรายละเอียดนั้นยังคงต้องให้ผู้อำนวยการเซี่ย หรือเซี่ยฉี เป็นคนจัดการ"
สถานีอนามัยประจำคอมมูนตั้งอยู่ติดกับบริเวณที่ทำการรัฐนั่นเอง
ทั้งสามคนเดินทางมาถึงสถานีอนามัยในเวลาอันรวดเร็ว
ภายใต้การนำของเลขานุการคัง ทั้งสามมุ่งตรงไปยังห้องทำงานของผู้อำวยการเซี่ย
"เหล่าเซี่ย" เลขานุการคังส่งเสียงเรียกจากหน้าประตูก่อนจะพาคนทั้งคู่เข้าไปในห้อง
"เลขานุการคัง ผู้ที่ยุ่งรัดตัวอย่างท่าน เหตุใดถึงมาหาผมได้ล่ะ เชิญนั่งก่อนสิ เชิญนั่ง" ผู้อำนวยการเซี่ยเดินออกมาจากหลังโต๊ะทำงานแล้วพาทั้งสามคนไปนั่งที่โซฟา
เมื่อนั่งลงเรียบร้อย เลขานุการคังก็เข้าเรื่องทันที "เหล่าเซี่ย ผมขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือสหายหลินก่ายจู หัวหน้ากองผลิตแห่งหมู่บ้านตระกูลหลิน ส่วนนี่คือสหายเฉินเซี่ยงหยาง เยาวชนผู้มีการศึกษาที่เพิ่งลงพื้นที่มาในปีนี้ เขาศึกษาวิชาแพทย์กับบิดามาตั้งแต่เยาว์วัย ทางหมู่บ้านตระกูลหลินยังไม่มีหมอประจำหมู่บ้านเลยใช่ไหมล่ะ
หัวหน้าหลินต้องการให้สหายเฉินเซี่ยงหยางไปทำหน้าที่เป็นหมอประจำหมู่บ้าน เช้านี้จึงพาเขามาพบผมเพื่อยื่นเรื่อง ซึ่งผมเองก็เห็นชอบด้วย แต่ขั้นตอนปฏิบัติเฉพาะทางยังต้องผ่านการดูแลของท่านอยู่ไม่ใช่หรือ"
หลังจากฟังเลขานุการคังอธิบายจบ ผู้อำนวยการเซี่ยก็พยักหน้า
จากนั้นเขาก็มองไปที่เฉินเซี่ยงหยาง "สหายเฉินเซี่ยงหยาง"
"สวัสดีครับ ผู้อำนวยการเซี่ย"
"สวัสดี ที่เธอบอกว่าเรียนวิชาแพทย์มาตั้งแต่เด็ก เธอมีใบรับรองอะไรไหม" ผู้อำนวยการเซี่ยถามขึ้น
"ผู้อำนวยการเซี่ย ไม่มีครับ เดิมทีผมควรจะได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีน แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน ท่านก็น่าจะทราบดีว่ามันไม่อาจเป็นไปได้"
"เข้าใจแล้วล่ะนะ เพื่อความรับผิดชอบต่อสหายเกษตรกร ผมจำเป็นต้องทำการทดสอบวัดระดับเธอสักหน่อย เธอจะขัดข้องไหม"
"เป็นเรื่องที่สมควรแล้วครับ ผู้อำนวยการเซี่ย"
เมื่อเห็นความมั่นใจของเฉินเซี่ยงหยาง ผู้อำนวยการเซี่ยก็ยิ้มและพยักหน้าด้วยความพอใจ
"เลขานุการคัง ผมจะพาเขาไปทดสอบเบื้องต้นก่อน ท่านกับหัวหน้าหลินจะรอสักครู่ไหมครับ"
"เอาเถอะเหล่าเซี่ย ท่านไปจัดการธุระเถอะ พวกเราจะกลับไปก่อนแล้วค่อยแวะมาใหม่"
"แบบนั้นก็ได้ครับ"
หลังจากนั้น ผู้อำนวยการเซี่ยก็หยิบกระดาษข้อสอบจากตู้เก็บเอกสารในห้องทำงานส่งให้เฉินเซี่ยงหยาง
"สหายเฉินเซี่ยงหยาง รบกวนเธอตอบคำถามในนี้ ขอเพียงเธอทำคะแนนได้ถึง 70 คะแนนก็ถือว่าผ่านแล้ว"
เฉินเซี่ยงหยางรับข้อสอบและปากกามา จากนั้นเขาก็โน้มตัวลงบนโต๊ะรับแขกแล้วเริ่มลงมือทำอย่างรวดเร็ว
ด้วยมรดกการแพทย์แผนจีนระดับปรมาจารย์ ข้อสอบชุดนี้สำหรับเฉินเซี่ยงหยางแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับข้อสอบระดับชั้นอนุบาล
ไม่ถึงยี่สิบนาที เฉินเซี่ยงหยางก็วางปากกาลง
"ผู้อำนวยการเซี่ย ผมทำเสร็จแล้วครับ"
"รวดเร็วขนาดนี้เชียว" ผู้อำนวยการเซี่ยหยิบกระดาษข้อสอบขึ้นมาตรวจดู
ยิ่งอ่าน ผู้อำนวยการเซี่ยก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจ
เพราะคำตอบที่เฉินเซี่ยงหยางเขียนลงไปนั้นเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ หลายคำตอบถึงกับทำให้ผู้อำนวยการเซี่ยต้องเบิกตาโพลงด้วยความเลื่อมใส
หลังจากอ่านจบอย่างรวดเร็ว สายตาที่เขามองเฉินเซี่ยงหยางก็เปลี่ยนไปทันที
เดิมทีเขาคิดว่าเฉินเซี่ยงหยางยังเยาว์วัย คงจะมีความรู้เพียงแค่พื้นฐานงูๆ ปลาๆ แต่เขาไม่นึกเลยว่าจะคาดการณ์ผิดไปไกลถึงเพียงนี้
"สหายเฉินเซี่ยงหยาง ผมขอถามคำถามเพิ่มอีกสักสองสามข้อได้ไหม"
เฉินเซี่ยงหยางพยักหน้ารับ
ผู้อำนวยการเซี่ยจึงยกอาการป่วยบางอย่างขึ้นมาถาม และให้เฉินเซี่ยงหยางเสนอแนวทางการรักษา
เฉินเซี่ยงหยางตอบคำถามได้อย่างลื่นไหลและเสนอแผนการรักษาที่ยอดเยี่ยมที่สุด
คราวนี้ผู้อำนวยการเซี่ยถึงกับเกิดความรู้สึกอยากได้ตัวผู้มีพรสวรรค์ขึ้นมา "สหายเฉินเซี่ยงหยาง ผมขอถามหน่อยว่า บิดาของท่านคือผู้อาวุโสท่านใดหรือ"
"พ่อของผมชื่อเฉินจื้อเฉิงครับ เขาไม่ใช่ผู้อาวุโสที่ไหนหรอก ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลประชาชนในปักกิ่งครับ"
ผู้อำนวยการเซี่ยแม้จะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่ก็ยังกล่าวชื่นชม "มิน่าเล่า ฝีมือของเธอถึงได้สูงส่งเพียงนี้ สหายเสี่ยวเฉิน การไปเป็นหมอประจำหมู่บ้านถือเป็นการเสียดายความสามารถของเธอจริงๆ เธอจะลองพิจารณามาทำงานที่สถานีอนามัยแห่งนี้ดูไหม"
"ขอบคุณในความหวังดีครับ ผู้อำนวยการเซี่ย แต่ตอนนี้สถานะของผมคือเยาวชนผู้ลงพื้นที่ ผมคิดว่าการได้ไปรับใช้ชาวบ้านในหมู่บ้านเป็นเรื่องที่ดีมากครับ หมู่บ้านตระกูลหลินอยู่ห่างจากคอมมูนกว่ายี่สิบกิโลเมตร แถมในหมู่บ้านยังไม่มีแม้แต่สถานพยาบาลเล็กๆ เลยด้วยซ้ำ
เวลาที่ชาวบ้านเป็นหวัดหรือมีไข้ พวกเขาก็ต้องทนเอา ค่อยมาหาหมอที่คอมมูนตอนที่ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เท่านั้น ผมจึงอยากจะใช้สิ่งที่เรียนมาทำประโยชน์ให้พวกเขาบ้าง" คำพูดของเฉินเซี่ยงหยางเต็มไปด้วยพลังที่สร้างสรรค์
เมื่อได้ฟังคำกล่าวของเฉินเซี่ยงหยาง ผู้อำนวยการเซี่ยก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย "สหายเฉินเซี่ยงหยาง สมัยนี้หาคนหนุ่มที่มีอุดมการณ์แบบเธอได้ยากยิ่งนัก
ตั้งแต่องค์ผู้นำสูงสุดมีคำสั่งให้ ย้ายจุดเน้นของงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขไปยังชนบท สถานีอนามัยคอมมูนลิ่วเหอก็ได้รับเหล่าสหายหมอหนุ่มสาวมาจำนวนหนึ่ง
ทว่า มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่ต่อและเต็มใจจะลงรากปักฐานในชนบทจริงๆ คอมมูนลิ่วเหอมีกองผลิตทั้งหมด 16 กอง แต่มีเพียง 6 กองเท่านั้นที่มีสถานพยาบาล ซึ่งทั้งหกแห่งนั้นก็ล้วนเป็นคนที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หมอเท้าเปล่า ทั้งสิ้น
เธอรู้ไหมว่าคำว่า หมอเท้าเปล่า มีที่มาอย่างไร"
เฉินเซี่ยงหยางพยักหน้า "คนเหล่านี้ส่วนใหญ่คือผู้ที่มีความรู้พื้นฐาน หรือครอบครัวเดิมมีความรู้ด้านการแพทย์แผนจีนอยู่บ้าง พวกเขามีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการรักษาและการสาธารณสุข
เนื่องจากพวกเขาไม่มีตำแหน่งทางราชการอย่างเป็นทางการ และสถานะพื้นฐานยังคงเป็นเกษตรกร อีกทั้งมักจะต้องเดินข้ามท้องนาฝ่าทุ่งดินเพื่อไปส่งยา จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกนี้ครับ"
ผู้อำนวยการเซี่ยพยักหน้า "ดูท่าเธอจะรู้เรื่องนี้ดีทีเดียว แต่เธอไม่เหมือนคนเหล่านั้น ด้วยระดับฝีมือในปัจจุบันของเธอ เธอสามารถไปทำงานในโรงพยาบาลใหญ่ๆ ได้อย่างสบาย ในเมื่อเธอตัดสินใจที่จะลงรากปักฐานในชนบทเพื่อรับใช้ประชาชน ผมก็จะไม่บังคับเธอ ผมเพียงหวังว่าเธอจะรักษาปณิธานตั้งต้นนี้ไว้ตลอดไป"
เฉินเซี่ยงหยางพยักหน้ารับคำ
จากนั้นผู้อำนวยการเซี่ยจึงเริ่มจัดการเอกสารต่างๆ ให้เฉินเซี่ยงหยาง
"นับจากนี้ไป สังกัดของเธอจะขึ้นตรงกับสถานีอนามัยลิ่วเหอ ในปีแรกเธอจะได้รับเงินเดือนในระดับพนักงานขั้นที่แปด คือเดือนละ 33 หยวน หลังจากนั้นจะมีการประเมินผลงานปีละครั้ง..."
ผู้อำนวยการเซี่ยอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเงินเดือน สวัสดิการ และขอบเขตความรับผิดชอบในหน้าที่การงานให้เฉินเซี่ยงหยางฟังอย่างละเอียด