เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 สองมือเปล่า

บทที่ 28 สองมือเปล่า

บทที่ 28 สองมือเปล่า


บทที่ 28 สองมือเปล่า

โอ้โห ข้อเรียกร้องสูงไม่ใช่เล่นแฮะ

ความกดดันถาโถมใส่หลี่เหวยทันที ฟีล่ากับภารกิจเก็บผักป่าและเห็ด 5 หน่วยน่ะไม่มีปัญหาหรอก ตอนนี้กำลังเข้าสู่ช่วงกลางฤดูร้อน ถ้าโชคดีหน่อย ไม่ถึง 20 วันหล่อนก็คงทำเสร็จ เวลาที่เหลือก็กลายเป็นเวลาส่วนตัวของหล่อนไป

ส่วนภารกิจของเขาเองนี่สิหนักเอาการ เพราะมีรางวัลล่อใจเป็นคะแนนผลงานครอบครัวตั้ง 8 แต้ม

ลำพังแค่ภารกิจส่วนตัวก็แย่แล้ว ยังต้องไปช่วยเพนนีสร้างโรงตีเหล็กอีก ยิ่งทำให้เวลาบีบกระชั้นเข้าไปใหญ่

แต่เขาก็ต้องเลือกทางนี้ เพราะตอนนี้ครอบครัวต้องการโรงตีเหล็กจริงๆ เครื่องไม้เครื่องมือและอาวุธหลายอย่างต้องอาศัยโรงตีเหล็กสร้างขึ้นมา

ที่สำคัญที่สุด วิธีนี้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอาชีพของเพนนี และยังทำให้โรงตีเหล็กกลายเป็นทรัพย์สินส่วนรวมของครอบครัว ซึ่งเพนนีเองก็คงยกมือสนับสนุนทั้งสองข้างแน่นอน

แถมภารกิจหลักของครอบครัวนี้ยังเอื้อต่อแนวทางการพัฒนาอาชีพของฟีล่าอย่างเต็มที่อีกด้วย

ถึงนังตัวแสบสองคนนี้ปกติจะทำตัวยังไงก็ช่าง แต่เพื่อการพัฒนาโดยรวมของครอบครัว ยังไงก็ต้องดึงพวกหล่อนมาเป็นพวกให้ได้มากที่สุด

"เพนนี จอร์จ มากินข้าวได้แล้ว"

กลิ่นเนื้อหอมฉุยลอยออกมาจากในบ้าน ฟีล่าทำมื้อเช้าเสร็จแล้ว ซากหมาป่าสีดำตัวนั้นถูกหล่อนจัดการชำแหละจนเกลี้ยง หลี่เหวยเริ่มสงสัยตะหงิดๆ แล้วว่า อีกไม่นานฟีล่าอาจจะได้รับการ์ดคนขายเนื้อ 1 ดาวแน่ๆ

ใช่แล้ว ถ้าทำเรื่องเดิมซ้ำๆ จนชำนาญ ก็มีสิทธิ์จะปลดล็อกการ์ดอาชีพใหม่ได้

การแข่งขันของพวกเขาสามคนคงจะดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ แน่นอน

กินมื้อเช้าเสร็จ หลี่เหวยก็สะพายหอกไม้สำรอง 2 เล่ม คล้องธนูล่าสัตว์ไว้ที่ไหล่ พกลูกธนูไม้ไร้ขน 10 ดอก ลูกธนูเขี้ยวหมาป่ามีขน 1 ดอก และหอกไม้คุณภาพดีที่เพนนีทำให้ แล้วเดินออกจากค่ายพัก

เป้าหมายของวันนี้คือการสำรวจภูมิประเทศรอบๆ ค่ายพัก เพื่อหาแร่เหล็กที่อาจซ่อนอยู่ และจับปลา

อย่างแรกสำคัญมาก เมื่อก่อนเขาอาจจะไม่ใส่ใจ แต่ตอนนี้ในฐานะหัวหน้าครอบครัว การวางแผนพัฒนาครอบครัวในอนาคตเป็นเรื่องที่ต้องเอามาใส่ใจ และจะขาดการสำรวจพื้นที่จริงไปไม่ได้

ดังนั้น พอออกจากค่ายพัก หลี่เหวยก็มุ่งหน้าไปที่ลำธารกลางหุบเขา เดินทวนน้ำขึ้นไปสำรวจ พร้อมกับมองหาก้อนหินที่น่าจะเป็นแร่เหล็กไปด้วย

ฝนตกหนักเมื่อคืนทำให้น้ำป่าไหลหลาก ปริมาณน้ำในลำธารเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า ซัดเอาก้อนหินใหญ่ๆ ไหลตามน้ำลงมาเพียบ

หลี่เหวยสังเกตอย่างละเอียด พบว่าแม้น้ำป่าจะแรง แต่เพราะพื้นที่บริเวณนี้ค่อนข้างราบเรียบ เลยไม่ได้เกิดภัยพิบัติทางธรณีวิทยาที่รุนแรงอย่างดินถล่ม แต่ถ้าในอนาคตเกิดฝนตกหนักแบบถล่มทลาย ก็ไม่แน่เหมือนกัน

หญ้าริมตลิ่งขึ้นรกสูงท่วมหัว แถมยังเปียกชุ่มไปด้วยน้ำค้าง เดินไปได้สักพัก หลี่เหวยก็ตัวเปียกไปครึ่งค่อนตัว เขาไม่อยากใช้หอกไม้คุณภาพดีมาถางทาง เลยหยิบหอกไม้สำรองออกมาใช้แทน เดินไปเคาะหญ้าไป ไม่กล้าประมาท

เดินทวนน้ำขึ้นไปได้ราวๆ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาไปกว่าชั่วโมง ระหว่างทางหลี่เหวยเจอก้อนหินขนาดมหึมาที่น่าสงสัยว่าจะเป็นแร่เหล็กอยู่หลายก้อน แต่ลำพังแรงคนเดียวคงแบกไม่ไหว ต้องใช้วัวแก่มาลาก หรือไม่ก็ต้องทุบให้แตกก่อนค่อยขนย้าย ซึ่งเรื่องนี้เอาไว้ทีหลังได้

เดินต่อไปอีก ภูมิประเทศก็เริ่มสูงชันขึ้นเรื่อยๆ ลำธารเลี้ยวหักมุมเข้าไปในหุบเขาอีกแห่ง ป่าทึบปรากฏอยู่เบื้องหน้า พุ่มไม้หนาทึบสุดลูกหูลูกตาราวกับกำแพงเหล็กที่ขวางกั้นไม่ให้หลี่เหวยไปต่อ

เขายืนสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก็สรุปได้ว่าเส้นทางนี้ไปต่อไม่ได้ ด้วยกำลังของครอบครัวในตอนนี้ยังไม่พร้อมจะบุกเบิก โดยเฉพาะทิศเหนือและทิศตะวันออกที่เป็นภูเขาสูงชัน ขืนดันทุรังไปต่อไม่รู้ต้องเจออุปสรรคอีกแค่ไหน

"เอาจริงๆ แบ็คกราวด์ครอบครัวหนีตายแบบนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนยุคกลางช่วงกาฬโรคระบาดเลยแฮะ หรือไม่ก็อาจจะเป็นโลกสมมติที่สร้างขึ้นมาใหม่ เอาเป็นว่า ความคิดที่จะบุกเบิกเส้นทางออกไปจากหุบเขาแห่งนี้ พับเก็บไปได้เลย!"

"เอาชีวิตให้รอดก่อน จะผ่านพ้นฤดูหนาวแรกไปได้ยังไงต่างหากที่สำคัญที่สุด"

คิดได้ดังนั้น หลี่เหวยก็หันหลังกลับ ลองมองไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถึงจะเห็นแต่ทิวเขาสลับซับซ้อนเหมือนกัน แต่ดูแล้วบรรยากาศต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทิศนั้นน่าจะมีชุมชนมนุษย์อาศัยอยู่มากกว่า เพียงแต่ตอนนี้คงกำลังถูกโรคระบาดเล่นงานอยู่

ไม่รู้ว่าการตื่นรู้ระดับหนึ่งของค่าพลังชีวิตจะช่วยให้ต้านทานโรคระบาดได้ไหมนะ?

เอ๊ะ?

หลี่เหวยชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นฝูงหมูป่ากลุ่มหนึ่งอยู่อีกฝั่งของลำธาร

เขายืนจ้องพวกมันเขม็ง ส่วนพวกหมูป่าก็จ้องกลับด้วยดวงตาเล็กจิ๋วของมัน

ผ่านไปครู่ใหญ่ ฝูงหมูป่าก็ส่งเสียงร้องอี๊ดอ๊าด แล้ววิ่งหนีหายเข้าไปในป่าลึก

"เสียดายชะมัด ตอนนี้ข้ายังไม่พร้อมจะเข้าป่าไปล่าสัตว์ซะด้วยสิ"

หลี่เหวยถอนหายใจ ตอนนี้เขายังเดินเท้าเปล่า กางเกงก็ไม่มีใส่ ต้องคอยระวังงูเงี้ยวเขี้ยวขอตลอดทาง จะเอาปัญญาที่ไหนไปไล่ล่าสัตว์

งั้นไปจับปลาแทนละกัน ก็นับเป็นผลงานเหมือนกัน

ตอนเที่ยง หลี่เหวยกลับมาถึงค่ายพัก ยังไม่ได้จับปลา แต่เขาลองแบกก้อนหินสีดำอมน้ำตาลขนาดประมาณ 5 กิโลกรัมที่ดูคล้ายแร่เหล็กกลับมาด้วย 2 ก้อน หน้าตามันเหมือนแร่ฮีมาไทต์

แต่ความรู้ที่หลี่เหวยเคยเรียนมาก็ช่วยได้แค่นี้แหละ ที่เหลือต้องวัดดวงเอา

และก็เป็นไปตามคาด พอเขาแบกหินเดินเข้าค่ายพัก ก็ไม่มีข้อความแจ้งเตือนอะไรเด้งขึ้นมา เขาเลยแบกหินเข้าไปให้เพนนีดูในบ้านอย่างไม่ยอมแพ้

อาการของเพนนีดีขึ้นมาก แต่ยังดูอ่อนเพลียอยู่ หล่อนปรายตามองก้อนหินในมือหลี่เหวยแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองหน้าหลี่เหวยที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ก่อนจะเอ่ยปาก "จอร์จ นี่น่าจะเป็นแร่เหล็กนะ แต่จะถลุงออกมาเป็นเหล็กได้มากน้อยแค่ไหนข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องรีบร้อน รอข้าหายดีก่อนค่อยว่ากัน"

ได้ยินแบบนั้น ประกอบกับไม่มีข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมา หลี่เหวยก็พอจะเดาออกแล้วว่าการหาแร่เหล็กมันไม่ง่ายอย่างที่คิด แต่เพนนีน่าจะเคยสำรวจพื้นที่รอบๆ มาก่อนแล้ว หล่อนน่าจะรู้อะไรดีๆ อยู่บ้าง ไม่งั้นคงไม่รีบร้อนจะสร้างโรงตีเหล็กทั้งที่ยังไม่มีวัตถุดิบหรอก

ช่างเถอะ หล่อนคงปิดบังอะไรบางอย่างไว้นั่นแหละ ปล่อยให้เป็นหน้าที่หล่อนไปเถอะ

เพราะดูทรงแล้ว เพนนีคงไม่อยากให้เขาได้การ์ดคนงานเหมือง 1 ดาวไปครองง่ายๆ หรอก

และหล่อนก็คงไม่ถึงขั้นยอมทิ้งโอกาสพัฒนาอาชีพตัวเอง เพียงเพื่อจะแกล้งให้หลี่เหวยทำภารกิจหลักของครอบครัวล้มเหลวหรอกมั้ง

หลี่เหวยเลยพูดจาไร้สาระไปสองสามประโยค ประมาณว่าให้พักผ่อนเยอะๆ นะ จากนั้นกินข้าวเสร็จก็ไม่พักผ่อน มุ่งหน้าตรงไปยังปลายน้ำของลำธารเพื่อจับปลา

ตอนนี้น้ำป่าในลำธารลดลงไปอย่างน้อยครึ่งหนึ่งแล้ว เผยให้เห็นพื้นที่ริมตลิ่งที่เต็มไปด้วยโคลนตม

หลี่เหวยเลือกเดินลุยโคลนไปเลย ถึงจะเดินยากหน่อยแต่ก็ปลอดภัยกว่าเดินฝ่าดงหญ้าสูงท่วมหัวริมตลิ่ง แถมยังไม่ต้องคอยระวังสัตว์มีพิษด้วย

เดินไปก็คอยมองหาปลาในน้ำไปด้วย แต่ไม่เห็นแม้แต่เงา สงสัยคงโดนน้ำป่าพัดลงไปปลายน้ำหมดแล้ว

หลี่เหวยกะไว้อยู่แล้วเลยไม่รีบร้อน เดินต่อไปอีกราวๆ 7-8 กิโลเมตร ในที่สุดก็เจอฝูงปลาที่เวิ้งน้ำแห่งหนึ่ง แต่สภาพที่นี่ต่างจากที่เคยเจอลิบลับ

น้ำไม่เพียงแค่กว้าง แต่ยังลึกประหนึ่งทะเลสาบขนาดย่อม จะให้ใช้วิธีขนหินมากั้นเขื่อนจับปลาแบบเดิมคงเป็นไปไม่ได้

บางทีอีกไม่กี่วัน พอน้ำลดระดับลงสู่ภาวะปกติ อาจจะมีปลาบางส่วนว่ายทวนน้ำกลับขึ้นมา แต่ ณ ตอนนี้ คงมีแค่วิธีตกปลาเท่านั้นแหละ

แต่หลี่เหวยไม่มีเบ็ดตกปลา และสภาพแวดล้อมก็ไม่อำนวย

เดินวนรอบเวิ้งน้ำอยู่หลายรอบก็ยังคิดหาวิธีดีๆ ไม่ได้ เห็นว่าเริ่มเย็นแล้ว เขาเลยจำใจต้องเดินกลับ

สรุปวันนี้ นอกจากหิน 2 ก้อนที่แบกกลับมา เขาก็ไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเลย

ถึงจะรู้ว่ารีบร้อนไปก็ไม่ได้อะไร แต่หลี่เหวยก็อดร้อนใจไม่ได้จริงๆ ประเด็นคือตอนนี้เขาเป็นหัวหน้าครอบครัว ถ้าไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน เดี๋ยวก็โดนเพนนีกับฟีล่าแซงหน้าเอาได้ง่ายๆ

"พรุ่งนี้ไปตัดไม้ก่อนดีกว่า รวบรวมไม้ให้ครบ 3 หน่วย แก้ปัญหาไปทีละเปลาะแล้วค่อยไปลุยเรื่องอื่นต่อ"

วินาทีนี้ หลี่เหวยยอมถอยก้าวหนึ่ง เมื่อเช้ายังวาดฝันไว้ซะดิบดี แต่พอเอาเข้าจริงมันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลยแฮะ

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 28 สองมือเปล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว