- หน้าแรก
- ลอร์ดผู้ครองมิติ
- บทที่ 25 หมาป่าจอมเจ้าเล่ห์
บทที่ 25 หมาป่าจอมเจ้าเล่ห์
บทที่ 25 หมาป่าจอมเจ้าเล่ห์
บทที่ 25 หมาป่าจอมเจ้าเล่ห์
ตอนนี้หลี่เหวยเพิ่งจะทำลูกธนูไม้ไร้ขนเสร็จไปสามดอก กับลูกธนูเขี้ยวหมาป่าอีกสองดอก อย่างแรกยังพอทำเนา แต่อย่างหลังนี่ทำยากชะมัด เขาไม่ค่อยมีประสบการณ์ซะด้วย
แต่พอเพนนีเดินมาตรวจดู ก็ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องตั้งหลายจุด รวมถึงเทคนิคการเหลาด้วย
"สองสามดอกนี่พอใช้ได้แล้ว เจ้าลองเอาไปซ้อมยิงดูก่อนสิ จะได้จับความรู้สึกถูก"
เพนนีกระตือรือร้นจัดแจงตั้งเป้าธนูแบบง่ายๆ ให้หลี่เหวย เขาเดินถอยออกไปราวยี่สิบก้าว อาศัยแสงจากกองไฟ งุ่มง่ามเอาลูกธนูไม้ไร้ขนพาดสาย แต่ก็โดนเพนนีติงเรื่องรายละเอียดที่ผิดพลาดทันที ดูเหมือนหล่อนจะรู้เรื่องพวกนี้ดีทีเดียว ถึงหล่อนจะไม่ได้เป็นนักล่าก็เถอะ
พอยิงต่อเนื่องไปเจ็ดแปดดอก หลี่เหวยก็เริ่มจับจุดได้ และในที่สุดการยิงครั้งที่สิบเอ็ด เขาก็ยิงเข้าเป้าอย่างแม่นยำ
และในจังหวะที่ยิงธนูดอกนี้ออกไป เขาก็สัมผัสได้ถึงบัฟที่มองไม่เห็นจากการ์ดนักล่า 1 ดาว
ใช่แล้ว เขาสามารถควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจและการหายใจได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะตอนที่ค่อยๆ น้าวสายธนู ความรู้สึกนี้จะชัดเจนเป็นพิเศษ
พูดง่ายๆ ก็คือ บัฟจากการ์ดนักล่า 1 ดาวใบนั้น ไม่ใช่ว่าหลับหูหลับตายิงส่งเดชแล้วมันจะบวกความแม่นยำให้ 30% เองอัตโนมัติ ถ้ายิงไม่โดนเป้าเลยมันจะไปเอาความแม่นยำมาจากไหนล่ะ
เพราะงั้นมันถึงต้องคอยปรับสภาพร่างกายตัวเองอยู่ตลอด พอปรับสภาพให้อยู่ในจุดที่พีคที่สุด หรืออย่างน้อยก็ต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ถึงจะได้บัฟความแม่นยำพิเศษนี้มาหนุน
หลังจากนั้น หลี่เหวยก็เหมือนจะเข้าฝัก จับทางได้สำเร็จ แทบจะเรียกได้ว่ายิงเข้าเป้าทุกดอก แถมความแม่นยำก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เขาถึงขั้นสัมผัสได้ถึงจุดศูนย์ถ่วงของลูกธนูไม้ไร้ขนแต่ละดอกอย่างละเอียด รวมถึงวิถีการบินคร่าวๆ ของมันด้วย โคตรจะมหัศจรรย์เลย การ์ดนักล่า 1 ดาวนี่แม่งของจริง โคตรเทพพลัสๆ
"วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะ จอร์จ เจ้าไปพักผ่อนได้แล้ว ข้ากับฟีล่าจะอยู่ยามเอง"
เพนนีหยิบหอกไม้ขึ้นมา นอกค่ายพักมีเสียงหมาป่าหอนไม่ขาดสาย ถึงขั้นมีหมาป่าสีเทาพยายามจะกระโดดข้ามกำแพงเข้ามา นี่มันยุทธวิธีป่วนประสาทกันโต้งๆ ไม่มีทางแก้เลย
แต่ตอนนี้ครอบครัวพวกเขายังไม่พร้อมจะเปิดศึกแตกหักกับฝูงหมาป่า ทำได้แค่ทนรับสภาพไปก่อน
หลี่เหวยรู้เรื่องนี้ดี เขาพยักหน้าแล้วถือธนูล่าสัตว์กับหอกไม้กลับเข้าห้องไปพักผ่อน เขาต้องชาร์จพลังให้เต็มที่ ตอนนี้เขาคือตัวแบกหลักแล้ว
เป็นอีกคืนที่หลับสนิท หลี่เหวยหลับสบายมาก ต่อให้มีเสียงหมาป่าหอนมาทั้งคืนก็ไม่ได้ทำให้เขาสะดุ้งตื่นเลยสักนิด
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ฟีล่ากับเพนนีหรอกที่แปลกใจ แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกทึ่ง ไม่ยักรู้ว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านนี้ด้วย
เมื่อคืนนี้ ฝูงหมาป่าตีกำแพงไม่แตก แต่ก็ก่อกวนไม่เลิกรา ฟีล่าด่าจนเสียงแหบเสียงแห้ง ทั้งหล่อนกับเพนนีขอบตาดำคล้ำเป็นแพนด้า เหนื่อยล้ากันสุดๆ
ข่าวดีก็คือ แผลของเพนนีหายสนิทแล้ว หล่อนกำลังซ้อมแทงหอกไม้อยู่
ไม่ต้องสงสัยเลย ค่าพลังชีวิตของหล่อนคงบรรลุการตื่นรู้ระดับหนึ่งแล้วเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่หายไวขนาดนี้
"คืนนี้เปิดศึกตัดสินกันเลย!"
พอเห็นหลี่เหวยเดินมา เพนนีก็โพล่งขึ้นมา หล่อนพร้อมแล้ว อีกอย่างจะยืดเยื้อต่อไปไม่ได้แล้ว พวกเขาจะโดนฝูงหมาป่าสูบพลังจนตายกันพอดี
ฟีล่าเหนื่อยจนไม่อยากปริปากพูด พอเก็บน้ำค้างเสร็จ ข้าวปลาไม่ยอมกิน ก็พุ่งตรงกลับเข้าห้องไปนอนทันที
ส่วนเพนนียังอุตส่าห์ฝืนต้มมื้อเช้าจนเสร็จ ชี้แนะหลี่เหวยอีกนิดหน่อย แล้วถึงค่อยกลับไปพักผ่อน
กินข้าวเสร็จ หลี่เหวยก็ไม่ได้รีบร้อนไปซ้อมยิงธนู แต่เดินทอดน่องสำรวจรอบค่ายพัก หุบเขายามเช้าเงียบสงบ แสงแดดสดใสสาดส่องมาจากทิศตะวันออก ไอหมอกยามเช้าลอยอ้อยอิ่งอยู่ตามแอ่งที่ลุ่ม มองจากที่ไกลๆ สวยงามราวกับแดนเซียน แต่ใครจะรู้ว่ามีอันตรายซ่อนอยู่มากแค่ไหน แล้วพวกหมาป่ามันซุ่มหัวอยู่ตรงไหนกัน?
คิดได้ดังนั้น เขาก็ปีนขึ้นไปบนบันไดไม้แบบลวกๆ น่าจะเป็นของที่เพนนีทำไว้เมื่อคืน ถึงจะโยกเยกไปหน่อย แต่ก็ใช้งานได้ดีเยี่ยม
ถ้ายิงธนูจากมุมนี้ ก็จะได้ทัศนวิสัยที่กว้างขึ้นเยอะ
"วันหน้าอาจจะสร้างหอคอยธนูสักหลังดีไหมนะ?"
ความคิดเพ้อเจ้อแวบขึ้นมาในหัวหลี่เหวย แต่ตอนนั้นเอง เขาเหมือนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง ใจกระตุกวาบ แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ยืนอยู่บนบันไดไม้ กวาดสายตามองไปรอบๆ ต่อ ถึงขั้นจงใจชะโงกตัวออกไปครึ่งตัว แต่ในหัวกลับกำลังจำลองสถานการณ์การต่อสู้อย่างรวดเร็ว
ผ่านไปไม่กี่วินาที หมาป่าสีเทาตัวหนึ่งก็โผล่พรวดออกมาจากพงหญ้าไม่ไกลนัก มันพุ่งเข้ามาอย่างกร่างสุดๆ แล้วกระโดดเหินหาวอยู่นอกกำแพง ขาดอีกแค่นิดเดียวก็จะสูงเท่ากำแพงแล้ว หลี่เหวยถึงขั้นเห็นความแวววาวของเขี้ยวในปากมันสะท้อนแสงแดดได้อย่างชัดเจน!
แม่งโคตรจะกร่างเลย!
แต่หลี่เหวยเตรียมตัวไว้พร้อมแล้ว สองเท้ายืนหยัดมั่นคง ย่อตัวลงเล็กน้อย ในเสี้ยววินาทีที่หมาป่าสีเทากระโดดลอยตัว เขาก็ง้างธนูพาดศร ถึงท่วงท่าจะยังไม่ลื่นไหลนัก แต่ก็ทนความเย้ายวนของเป้าบินที่มาเสิร์ฟถึงที่ไม่ได้หรอก
หลี่เหวยแทบไม่ต้องเล็งให้เสียเวลา พริบตาเดียว ลูกธนูเขี้ยวหมาป่าดอกนั้นก็พุ่งทะลวงคอหอยหมาป่าสีเทาขาดกระจุย
แต่แทบจะในเวลาเดียวกัน กลิ่นคาวเลือดก็พัดโชยมา หางตาหลี่เหวยเหลือบไปเห็นเงาดำทะมึน ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็โดนแรงกระแทกมหาศาลพุ่งชนเข้าอย่างจัง จนเสียศูนย์ ร่วงหล่นออกไปนอกกำแพง!
แต่ในนาทีวิกฤต หลี่เหวยตัดสินใจทิ้งธนูล่าสัตว์อย่างเด็ดขาด เอามือคว้าขอบกำแพงไว้แน่น รวบรวมแรงทั้งตัวดีดตัวกลับเข้ามา ล้มกระแทกพื้นดังอั้ก เหงื่อเย็นแตกพลั่กไหลเป็นทางหยั่งกะน้ำตก หัวใจเต้นโครมคราม สมองขาวโพลนไปหลายวินาที!
เชี่ยเอ๊ย!
เขาอุตส่าห์วางกับดักล่อหมาป่าสีเทา นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะโดนตลบหลังเข้าให้ซะเอง
ไอ้หมาป่าสีดำตัวจ่าฝูงแม่งเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว!
"จอร์จ! เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม!"
เพนนีกับฟีล่าได้ยินเสียงดังก็พุ่งพรวดออกมา พอเห็นหลี่เหวยเหงื่อแตกท่วมตัว หน้าซีดเผือด นั่งแหมะอยู่บนพื้นในสภาพดูไม่ได้ ก็ตกใจกันแทบแย่
"ข้าไม่เป็นไร ยิงหมาป่าสีเทาตายไปตัวนึง แต่เกือบโดนไอ้หมาป่าสีดำคาบไปแดกแล้ว แถมยังทำธนูล่าสัตว์หล่นหายไปอีก ไอ้เวรนั่นมันฉลาดหยั่งกะปีศาจ"
หลี่เหวยพูดพลางหอบหายใจ ยังไม่หายตกใจดี
"ใช่แล้ว ข้าก็คิดว่าไอ้จ่าฝูงหมาป่าสีดำมันรู้จักธนู ก่อนหน้านี้แซมก็โดนมันฆ่าตายด้วยมุกนี้แหละ เอาตัวนึงล่อเป้าอยู่ข้างหน้า แล้วลอบกัดจากข้างหลัง แม่งโคตรจะเจ้าเล่ห์เลย"
เพนนีพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นก็ปีนขึ้นไปบนบันไดไม้ แต่กลับเห็นแค่นอกกำแพงมีรอยเลือดหมาป่าสดๆ กองอยู่ นอกนั้นไม่เห็นแม้แต่เงาของหมาป่าสักตัว ส่วนธนูล่าสัตว์คันนั้น ก็โดนฉีกทึ้งพังยับเยินไปแล้ว
เป็นไอ้เดรัจฉานที่เจ้าเล่ห์จริงๆ!
แต่ก็ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก
จะบอกว่าเป็นเรื่องดีก็ยังได้ เพราะจนถึงตอนนี้ นี่คือหมาป่าตัวที่สามที่หลี่เหวยฆ่าตายแล้ว
เพนนีมองมาที่หลี่เหวยด้วยแววตาคาดหวัง
และหลี่เหวยก็อ่านสายตาหล่อนออก ถึงจะพูดกันตรงๆ ไม่ได้ แต่เขาก็อ้อมแอ้มถามไปว่า "พี่สาว ท่านช่วยทำธนูล่าสัตว์ให้ข้าอีกสักคันได้ไหม?"
"ไม่มีปัญหา คืนนี้เปิดศึกชี้ขาดเลยได้ไหม?" เพนนีตอบตกลงอย่างหนักแน่น แค่ธนูล่าสัตว์คันเดียว หล่อนทำคันแรกได้ ก็ทำคันที่สองได้สบายมาก
ต่อให้ทำฟรีๆ ต่อให้มันจะทำให้คู่แข่งตรงหน้าแข็งแกร่งขึ้นไปอีก และวันข้างหน้าในครอบครัวอาจจะกลายเป็นเวทีเผด็จการของเขาก็ตาม แล้วไงล่ะ อย่างน้อยๆ ก็รับประกันได้ว่าจะผ่านด่านภารกิจไปได้ล่ะนะ
ยิ่งไปกว่านั้น หล่อนในฐานะช่างฝีมือมืออาชีพ บทบาทในครอบครัวนี้ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้อยู่แล้ว
สรุปก็คือ รีบๆ เคลียร์ภารกิจภัยหมาป่าให้จบๆ แล้วให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติซะทีจะดีกว่า
"ไม่มีปัญหา! คืนนี้ลุยเลย"
หลี่เหวยย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ภารกิจภัยหมาป่าทำให้เขากอบโกยผลประโยชน์ไปได้มหาศาล กลายเป็นผู้ชนะสิบทิศ ถ้างั้นก็สมควรแก่เวลาที่จะปิดจ๊อบได้แล้ว
(จบตอน)