เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 รักษาอาการบาดเจ็บ

บทที่ 15 รักษาอาการบาดเจ็บ

บทที่ 15 รักษาอาการบาดเจ็บ


ชิงเฟิงทุบอกตัวเอง "ย่อมไม่ดีแน่สิ ศิษย์พี่หญิงอวี้จีเป็นคนเช่นไร? นางเป็นพวกใจแคบที่สุด หากนางถูกลงโทษเพราะพวกเราล่ะก็ พอลับหลังนางจะไม่ตามมาทรมานพวกเราให้ตายสักพันรอบหรือไง?"

"ถ้าโดนลงโทษสถานเบาก็แล้วไปเถอะ แต่ถ้าโดนลงโทษสถานหนัก ข้ารับรองเลยว่าพวกเราสองคนไม่มีทางรอดแน่"

ทำเอาจางผิงอันกลัวจนตัวสั่นงันงก พูดจาตะกุกตะกัก "แต่ว่า ท่านชิงเฟิง ข้ายังไม่เข้าใจเลยขอรับ อวี้จีไม่กลัวท่านอาโกรธหรือขอรับ? นางถูกลงโทษไปแล้ว ทำไมยังกล้ามาแก้แค้นพวกเราอีกล่ะ?"

"เจ้านี่นะ ยังอ่อนหัดเกินไปจริงๆ" ชิงเฟิงส่ายหน้าดิก "ความคิดของเจ้ามันไร้เดียงสาเกินไป ไม่รู้จักความโหดร้ายของจิตใจมนุษย์... คนบางคนจิตใจคับแคบ สามารถทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ"

"อีกอย่าง ถ้านางอยากจะได้ชีวิตน้อยๆ ของพวกเราสองคน นางไม่จำเป็นต้องลงมือเองด้วยซ้ำ"

"แค่หาใครสักคน ลอบเข้ามาในหอคัมภีร์ตอนกลางดึก ฟันฉับเดียวตายเรียงตัว ก็ปลิดชีพพวกเราได้แล้ว สวรรค์เท่านั้นแหละที่จะรู้ว่าใครเป็นคนทำ?"

"ข้าก็เป็นแค่มดปลวกตัวหนึ่ง อืม ส่วนเจ้าน่ะยิ่งกว่ามดปลวกเสียอีก บนยอดเขามีแมลงตัวเล็กๆ ตายไปสองตัว ไม่มีใครเขามาใส่ใจหรอก..."

คราวนี้จางผิงอันเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว นอกเหนือจากความหวาดหวั่นพรั่นพรึง เขาก็ยังไม่ลืมที่จะประจบสอพลอสักหน่อย เขายกนิ้วโป้งให้ "ท่านชิงเฟิงช่างเก่งกาจเหลือเกิน มองการณ์ไกลทะลุปรุโปร่ง ข้าต้องขอเรียนรู้จากท่านให้มากแล้วล่ะขอรับ"

เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของชิงเฟิงไม่ค่อยดีนัก "ทะลุปรุโปร่งบ้าบออะไรล่ะ ชีวิตจะหาไม่รอดอยู่แล้วยังจะมาทะลุปรุโปร่งอะไรอีก? นึกย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ข้าก็เคยใสซื่อเหมือนเจ้านี่แหละ แต่พอเจอเรื่องราวมามากเข้า ย่อมมองออกได้เอง โลกใบนี้จิตใจคนโหดร้ายนัก มองแต่ภายนอกไม่มีทางรู้หรอก รอจนเจ้าตกลงไปในบ่อ แล้วเห็นก้อนหินร่วงหล่นลงมาใส่ราวกับห่าฝน เมื่อนั้นเจ้าก็จะเข้าใจทุกอย่างเอง..."

ดูเหมือนท่านชิงเฟิง จะเป็นคนที่มีอดีตฝังใจอยู่ไม่น้อย...

จางผิงอันพยักหน้ารัวๆ ด้วยความเลื่อมใส

จากนั้นเขาก็แอบล้วงเอาขวดยาเล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อ แล้วส่งให้ชิงเฟิง "ท่านชิงเฟิง ท่านลองกินเจ้านี่... ดูก่อนเถอะขอรับ"

จางผิงอันคิดในใจ ข้าไม่อยากจะคอยปรนนิบัติเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวป้อนข้าวป้อนน้ำท่านไปตลอดหรอกนะ ท่านรีบๆ หายดีจะดีกว่า

"หยาดน้ำค้างไขกระดูกหยก?"

เมื่อเปิดฝาขวดออก แสงก็สาดส่องออกมา คิ้วของชิงเฟิงกระตุก เขาเป็นคนตาแหลม ย่อมดูออกว่านี่คือหยาดน้ำค้างไขกระดูกหยกของแท้แน่นอน

"นี่... เป็นของจริงหรอกรึเนี่ย..."

เขารีบเอามือปิดปากขวดไว้ไม่ให้แสงส่องลอดออกมา แล้วส่งสัญญาณให้จางผิงอันรีบไปปิดประตูก่อน

รอจนจางผิงอันปิดประตูหน้าต่างจนมิดชิดแล้ว

ชิงเฟิงถึงได้ถามด้วยความตื่นตระหนกว่า "ไอ้หนู เจ้าไปเอาของสิ่งนี้มาจากไหน?"

จางผิงอันยิ้ม "ท่านจะไปสนทำไมล่ะขอรับว่าข้าไปเอามาจากไหน ท่านบอกมาแค่ว่ามันรักษาอาการบาดเจ็บของท่านได้หรือไม่ก็พอ รีบๆ กินเข้าไปเถอะขอรับ"

ชิงเฟิงลุกลี้ลุกลน "ไอ้หนู บอกความจริงข้ามา เจ้าไม่ได้ไปขโมยมาใช่ไหม? ถ้าขโมยมา ข้าไม่กล้ากินหรอกนะ ขืนกินเข้าไปเรื่องได้บานปลายแน่"

"เจ้าบอกข้ามา ว่าได้มันมาอย่างไร ถ้าเจ้าไม่บอก ข้าก็จะไม่กิน!"

เอ่อ?

จางผิงอันถึงกับพูดไม่ออก พยายามอธิบายอย่างใจเย็นว่า "ท่านกินเข้าไปอย่างสบายใจเถอะขอรับ ไม่มีใครทำร้ายท่านหรอก ไม่ปิดบังท่านเลยนะ เมื่อวานข้าไปที่ถ้ำไท่ซูมา พอดีเจอคนไปเก็บหยาดน้ำค้างไขกระดูกหยก หยาดน้ำค้างมันมีเยอะมาก คนๆ นั้นก็เก็บไปไม่หมด ข้าก็เลยไปรองเอาส่วนที่เหลือมา มันก็เลยมีแค่นี้แหละขอรับ..."

"เอ๊ะ? จริงหรือหลอกเนี่ย เจ้าจะโชคดีขนาดนั้นเชียวรึ?" ชิงเฟิงมองจางผิงอันด้วยความหวาดระแวง

"ก็ต้องจริงสิขอรับ ท่านไม่รู้หรอกว่าในไขกระดูกหยกแท่งหนึ่งมันมีหยาดน้ำค้างอยู่มากขนาดไหน เยอะจะตายไป เหลือทิ้งไว้นิดหน่อยมันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือขอรับ? แล้วก็ไม่ใช่ว่าข้าโชคดีอะไรหรอก เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะบุญพาวาสนาส่งของท่านชิงเฟิงต่างหากล่ะขอรับ"

"เจ้า... ไม่ได้โกหกใช่ไหม?"

จางผิงอันพยักหน้าอย่างจริงใจ "วางใจเถอะขอรับ นี่เป็นของเหลือทิ้งจริงๆ ไม่มีใครเอาแล้ว ข้าถึงได้เอากลับมาให้ท่าน..."

ชิงเฟิงเห็นแววตาของจางผิงอันใสซื่อกระจ่างใส ดูไม่เหมือนคนโกหก ในที่สุดก็คลายความระแวงลง

"ไอ้หนู ข้าช่วยชีวิตเจ้าไว้ครั้งหนึ่ง เจ้าก็ช่วยชีวิตข้าไว้ครั้งหนึ่ง ตอนนี้ถือว่าพวกเราหายกันแล้วนะ!"

อึก!

เขาแหงนหน้าขึ้น กระดกดื่มรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง

"โอ้โห นี่มันของดีจริงๆ ด้วย..." ชิงเฟิงเพิ่งจะกลืนลงคอไป ก็ได้ยินเสียงดังครืนๆ มาจากจุดตันเถียน จุดตันเถียนที่ถูกทำลายไปแล้ว กำลังค่อยๆ ฟื้นฟูกลับคืนมา พลังปราณก็เริ่มก่อตัวรวมกัน

ใบหน้าของเขาแดงซ่านขึ้นมาในพริบตา ในใจรู้สึกเบิกบาน กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า "ดูท่าจุดตันเถียนของข้า วันนี้ก็น่าจะหายดีแล้ว พอจุดตันเถียนหายดี ในร่างกายมีพลังปราณหล่อเลี้ยง อาการบาดเจ็บภายนอกเล็กๆ น้อยๆ อย่างกระดูกหักพวกนี้ อีกไม่นานก็จะหายเป็นปกติแล้ว"

จางผิงอันถอนหายใจด้วยความโล่งอก คิดในใจว่า ถือว่าหลุดพ้นเสียที ในที่สุดก็ไม่ต้องมาคอยปรนนิบัติเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้เจ้านี่แล้ว

……

...

นักพรตเสวียนอีทำอะไรเด็ดขาดว่องไวปานสายฟ้าแลบ

บนยอดเขาอวี้จูมีกำแพงหยกเรียบเนียนบานหนึ่ง นี่คือสถานที่ที่ศิษย์สายในใช้เพื่อทำความเข้าใจเคล็ดวิชา และยังเป็นสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านที่สุดบนยอดเขาอีกด้วย

อวี้จีถูกทำโทษให้คุกเข่าสำนึกผิดอยู่หน้ากำแพงหยก

ทบทวนความผิดเป็นเวลาเจ็ดวัน

อวี้จีคุกเข่าอยู่ตรงนั้น ในใจรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่กล้าขัดขืน

……

...

ช่วงหลายวันนี้จางผิงอันง่วนอยู่กับการจัดการลานกว้าง เรื่องปลูกไผ่ขึ้นมาใหม่นั้นยังไม่รีบร้อน ต้องทำความสะอาดลานกว้างให้เรียบร้อยเสียก่อน แล้วค่อยขนขยะออกไปทิ้ง

ขณะที่กำลังยุ่งอยู่นั้น ก็เห็นชิงเฟิงเปลี่ยนมาใส่ชุดเสื้อกางเกงขาสั้นรัดกุม เข็นรถลากเข้ามาจากข้างนอก บนรถเต็มไปด้วยต้นกล้าไผ่ต้นเล็กๆ

เอ๊ะ? นี่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรืออย่างไร ท่านชิงเฟิงถึงได้ลงมือทำงานด้วยตัวเองเนี่ย?

"ฮะ ท่านชิงเฟิง ท่าน... หายดีแล้วหรือขอรับ?"

จางผิงอันมีสีหน้าประหลาดใจ

"พูดไปก็แปลก ยาของเจ้ามันวิเศษมากจริงๆ ภายในวันนั้นจุดตันเถียนของข้าก็ฟื้นฟูกลับมาได้เลย แถมยังดูเหมือนจะแข็งแกร่งกว่าเดิมเสียอีกด้วยซ้ำ" ชิงเฟิงกล่าว

"ทำไมข้าถึงรู้สึกว่า หยาดน้ำค้างไขกระดูกหยกที่เจ้าบอกข้า มันไม่ค่อยเหมือนกับที่เขียนไว้ในตำราเลยล่ะ หยาดน้ำค้างไขกระดูกหยกทั่วไป ไม่น่าจะมีสรรพคุณเลิศเลอขนาดนี้นี่นา?"

"ทำไมถึงดูเหมือนกับพญาไขกระดูกหยกในตำนานเลยล่ะ?"

"แต่ทว่า พญาไขกระดูกหยกนั้นแข็งแกร่งสุดยอด ต่อให้เป็นผู้อาวุโสระดับจินตัน หากไม่มีอาวุธเทพระดับตำนาน ก็ไม่มีทางทุบทำลายมันได้ง่ายๆ หรอกนะ?"

หา?

จางผิงอันตกตะลึง ทำหน้างุนงงไปตามๆ กัน หรือว่าเขาจะใช้ขวานฟันพญาไขกระดูกหยกขาดกระจุยไปจริงๆ?

เขาไม่กล้าตอบคำถาม เพราะพูดไปสองไพเบี้ย เขาจึงหุบปากเงียบสนิท

ชิงเฟิงบ่นกระปอดกระแปดอยู่นาน ในที่สุดก็ถามขึ้นว่า "อ้อจริงสิ เรื่องที่ให้เจ้าไปคอยสังเกตการณ์น่ะ เจ้าสืบได้ความมาว่าอย่างไรบ้าง?"

"อืม ข้าสืบมาได้แล้วขอรับ ฟังจากศิษย์รับใช้ที่เคยขึ้นไปบนยอดเขาเล่าว่า อวี้จีถูกลงโทษให้ไปคุกเข่าอยู่หน้าผาสำนึกผิดเจ็ดวันขอรับ"

"แค่คุกเข่าเจ็ดวันเองรึ?"

ชิงเฟิงมีสีหน้ายินดี "ก็พอรับได้ โทษนี้ไม่ถือว่าหนักหนาสาหัสนัก สำหรับพวกเซียนแล้ว การคุกเข่าเจ็ดวันก็เป็นแค่เรื่องจิ๊บจ๊อย ข้ากระดูกหักไปตั้งหลายท่อน นี่ก็เป็นสิ่งที่นางสมควรได้รับแล้ว ถือว่ายังปราณีนางเกินไปด้วยซ้ำ"

"เอ๊ะ?" จางผิงอันรู้สึกแปลกใจ

"วางใจเถอะ อวี้จีคงไม่ถึงกับมาหาเรื่องพวกเรา เพียงเพราะบทลงโทษเล็กๆ น้อยๆ อย่างการคุกเข่าเจ็ดวันหรอก แค่พวกเราไม่ตั้งใจไปยั่วยุนางอีกก็พอแล้ว"

วันนี้ชิงเฟิงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ได้รับข่าวดีซ้อนกันถึงสองเรื่อง จึงเบิกบานใจยิ่งนัก ยอมลงมาช่วยจางผิงอันทำงานเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์

"อ้อจริงสิ เดี๋ยวทำงานเสร็จ เจ้ามาหาข้าที่ห้องหน่อยนะ ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า"

"ขอรับ!"

หลังจากปัดกวาดเช็ดถูทั้งในและนอกจนสะอาดเอี่ยม ปลูกต้นกล้าไผ่ลงไปใหม่ ลานกว้างก็กลับมาสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกครั้ง

ความจริงแล้วพอทำไปได้แค่ครึ่งเดียว ชิงเฟิงก็หาข้ออ้างหนีไปแล้ว

จางผิงอันก็ไม่ได้ปริปากบ่น หลังจากทำงานเสร็จ เขาก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องของชิงเฟิง

ประตูไม่ได้ปิด ชิงเฟิงกำลังนั่งชงชาอยู่ข้างใน

"เข้ามาสิ นั่งลง!"

เมื่อเห็นจางผิงอันมาถึง ชิงเฟิงก็กวักมือเรียก

ทั้งสองคนจึงนั่งลงที่สองฝั่งของโต๊ะน้ำชา

จางผิงอันมองเห็นว่า นอกจากถ้วยชาแล้ว บนโต๊ะน้ำชายังมีผลไม้วางอยู่จำนวนหนึ่งอีกด้วย

จบบทที่ บทที่ 15 รักษาอาการบาดเจ็บ

คัดลอกลิงก์แล้ว