- หน้าแรก
- วิวัฒนาการระดับโลก ฉันมีแผงคุณลักษณะ
- บทที่ 13 ปฏิบัติการพายุคลั่ง
บทที่ 13 ปฏิบัติการพายุคลั่ง
บทที่ 13 ปฏิบัติการพายุคลั่ง
บทที่ 13 ปฏิบัติการพายุคลั่ง
“พวกเขาคือหลิงจ้าน สือเมิ่ง และหลี่ชิงซือใช่ไหม?”
ฉู่โจวมองไปยังร่างสามร่างที่ถูกรายล้อมด้วยนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งจำนวนมาก
ทั้งสามมีลักษณะเด่นชัดแตกต่างกัน คนแรกสวมชุดฝึกสีขาว ผมสีเงิน แบกกระบี่โบราณไว้ด้านหลัง สีหน้าเย็นชา ราวกับจอมกระบี่ยุคโบราณ
คนที่สองร่างกายกำยำสูงราวสองเมตร ใบหน้าคมเข้ม แผ่นหลังตั้งตรง กล้ามเนื้อเรียงตัวแน่นราวกับเหล็กกล้าไปตามแนวลำตัว เขาดูราวกับสัตว์ร้ายในร่างมนุษย์ แผ่กลิ่นอายป่าเถื่อนและบ้าคลั่งออกมาจากทั่วร่าง
คนที่สามเป็นหญิงสาวผมยาว บุคลิกสง่างาม
ฉู่โจวเคยเห็นรูปของทั้งสามในเว็บบอร์ดของโรงเรียนมาก่อน ดังนั้นเขาจึงจำได้ทันทีว่า คนผมเงินสะพายกระบี่คือหลิงจ้าน ชายร่างใหญ่ดุดันคือสือเมิ่ง และหญิงสาวสง่างามคือหลี่ชิงซือ
“ทั้งสามคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ ความรู้สึกที่พวกเขาแผ่ออกมามา แข็งแกร่งกว่านักเรียนศิษย์ฝึกยุทธ์ขั้นสูงในที่นี้อย่างเห็นได้ชัด มากกว่าหนึ่งระดับเลย…”
ฉู่โจวทอดถอนใจในใจเล็กน้อย แน่นอนว่าทั้งสามแข็งแกร่งมาก แต่เขาไม่ได้หวั่นเกรง เพราะเขาเชื่อมั่นว่าตนเองแข็งแกร่งยิ่งกว่า!
“สัตว์ประหลาดสามคนนั้น ไม่ใช่ระดับที่เราจะเทียบได้ พวกเราไปทำความรู้จักสถานการณ์ของนักเรียนคนอื่นดีกว่า”
จินเจิ้นหนานกล่าว
โจวทงพยักหน้าเล็กน้อย เขาเป็นคนมั่นใจในตัวเองเสมอ และคิดว่าตนติดอันดับสิบห้าแรกของศิษย์ฝึกยุทธ์ขั้นสูงระดับชั้น ม.6 จากสิบโรงเรียนใหญ่ได้แน่นอน แต่เขาก็รู้ว่า ตัวเองกับสัตว์ประหลาดทั้งสามนั้น คนละชั้นกัน
“เขา…อาจเทียบกับสามคนนั้นได้ก็ได้!”
หลิ่วเชียนเชียนแอบมองฉู่โจว แล้วคิดในใจ
ทันใดนั้น นายตำรวจวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบ สีหน้าเคร่งขรึม ก็ปรากฏตัวขึ้นบนเวทีด้านหน้าห้องโถง
“สวัสดีนักเรียนทุกคน!”
“ผมชื่อหวังเหวยหยาง เป็นผู้บัญชาการปฏิบัติการครั้งนี้!”
“เชื่อว่าก่อนพวกคุณจะมาที่นี่ อาจารย์ของพวกคุณได้อธิบายรายละเอียดภารกิจแล้ว แต่ผมจะพูดอีกครั้ง!”
“ปฏิบัติการครั้งนี้ มีรหัสว่า ‘ปฏิบัติการพายุคลั่ง’ เป็นการกวาดล้างนักยุทธ์เสื่อมทรามทั้งหมดที่แฝงตัวอยู่ในเมืองเจียงเฉิง”
“เราจะกวาดล้างพวกมันให้หมดในคราวเดียว เหมือนกำจัดขยะ!”
หวังเหวยหยางกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง พลางโบกมืออย่างเด็ดขาด แสดงถึงความตั้งใจจะกวาดล้างทุกสิ่ง
ทุกคนตั้งใจฟังอย่างเคร่งครัด
“ต่อไปนี้ ผมจะพูดสองข้อที่ต้องระวัง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิตของพวกคุณ ต้องจำให้ขึ้นใจ!”
“หนึ่ง กำลังหลักของปฏิบัติการครั้งนี้คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่พวกคุณ พวกคุณมาเพื่อช่วยเหลือเท่านั้น หากพบฐานที่มั่นของนักยุทธ์เสื่อมทราม ต้องรายงานทันที ห้ามบุกโจมตีเองเด็ดขาด”
“สอง พวกคุณจะปฏิบัติการเป็นหน่วยย่อย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นักเรียนจากโรงเรียนอันดับหนึ่ง สอง และสามมีจำนวนมาก จะแบ่งเป็นหลายหน่วย ส่วนโรงเรียนอื่นให้รวมกลุ่มตามโรงเรียนของตน ระหว่างปฏิบัติการ ห้ามแยกตัว หากมีผู้สูญหายหรือบาดเจ็บสาหัส ต้องรายงานและหยุดปฏิบัติการทันที”
“จำได้ไหม?”
“จำได้!”
นักเรียนจำนวนมากตอบพร้อมกัน
“ดี งั้นเริ่มปฏิบัติการ! จัดทีมกันเอง เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะไปหาพวกคุณ”
พูดจบ ร่างของหวังเหวยหยางก็ไหววูบ กลายเป็นเงาพร่า ก่อนหายไปทันที ไม่มีใครเห็นว่าเขาจากไปอย่างไร
เสียงฮือฮาดังขึ้น ทุกคนเพิ่งตระหนักว่า ผู้บัญชาการคนนี้คือยอดฝีมือทางยุทธ์ที่น่าสะพรึงกลัว
“นี่หรือคือนักยุทธ์ตัวจริง…แข็งแกร่งเกินไป ถ้าเขาลงมือกับฉัน คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตายยังไง”
ฉู่โจวพึมพำ ใจเต็มไปด้วยความปรารถนาจะก้าวสู่การเป็นนักยุทธ์
ไม่นาน ตำรวจรูปร่างสูงผอมคนหนึ่งเดินมาหาทั้งสี่
“ฉู่โจว หลิ่วเชียนเชียน โจวทง จินเจิ้นหนาน…ตามผมมา!”
เขาพาทั้งสี่ออกจากห้องโถง ไปยังลานจอดรถของสำนักงานตำรวจ มีรถตำรวจลอยฟ้าห้าคันรออยู่
ทั้งสี่ขึ้นรถคันหนึ่งตามคำสั่ง จากนั้น รถทั้งห้าก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ยามนี้ราตรีมาเยือน เมืองเจียงเฉิงสว่างไสวด้วยแสงไฟ ภาพโฆษณาแบบสามมิติเสมือนจริง ลอยอยู่เหนือเมือง ผสานกับตึกระฟ้า เกิดเป็นภาพจริงลวงตาผสมกันอย่างตระการตา ทั้งหมดนี้คือโฆษณาที่สร้างด้วยเทคโนโลยีโฮโลแกรม 3D
นอกเมือง เสียงคำรามดุร้ายและเวิ้งว้างของอสูรกายดังมาเป็นระยะ มหานครเทคโนโลยีสมัยใหม่ กับเสียงอสูรป่าเถื่อน หลอมรวมกันอย่างประหลาด นี่คือโลกใบนี้
“คุณตำรวจ ภารกิจของพวกเราคืออะไร?”
บนรถลอยฟ้า หลิ่วเชียนเชียนถาม
“ผมชื่อเกาจวิ้น” ตำรวจหนุ่มตอบก่อนกล่าวต่อ
“จากการสืบสวนอย่างละเอียด ถนนเหวินซาน หมู่บ้านหงเฟิง มีแนวโน้มว่าจะมีฐานของนักยุทธ์เสื่อมทรามซ่อนอยู่”
“เดี๋ยวเจ้าหน้าที่บางส่วนจะเข้าไปตรวจค้นและจับกุม พวกคุณมีหน้าที่ช่วยเจ้าหน้าที่ที่เหลือ เฝ้าทางออกทิศตะวันออก ตะวันตก และใต้”
ได้ยินดังนั้น ทั้งสี่โล่งใจเล็กน้อย แต่ก็แอบผิดหวัง โล่งใจ เพราะไม่ต้องเผชิญหน้าศัตรูโดยตรง ผิดหวัง เพราะอาจไม่ได้รับการฝึกฝนจากการต่อสู้จริง เป็นความรู้สึกขัดแย้งในใจ
รถลอยฟ้าทั้งห้าบินผ่านตึกสูงและถนนหลายสาย สุดท้ายลงจอดที่หมู่บ้านหงเฟิง ถนนเหวินซาน
“เริ่มปฏิบัติการ!”
เจ้าหน้าที่ทั้งหมดกระโดดลงจากรถ ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ทั้ง 15 นายก็พุ่งไปยังอาคารหลังหนึ่งราวกับเสือชีตาห์ อีก 6 นายแบ่งเป็นสองกลุ่ม ไปเฝ้าประตูตะวันออกและตะวันตก
ส่วนฉู่โจวทั้งสี่ถูกจัดไปประตูทิศใต้
ไม่นาน เสียงต่อสู้และเสียงปืนดังมาจากอาคารนั้น ผู้คนในหมู่บ้านแตกตื่น
ทันใดนั้น มีร่างสองร่างพุ่งทะลุหน้าต่างชั้นหกตกลงมา ก่อนรีบวิ่งตรงมายังประตูทิศใต้ เป็นชายวัยกลางคนสองคน สีหน้าดุร้าย หนึ่งในนั้นแขนหัก
“ฮ่า ๆ โชคดีจริง ๆ!”
โจวทงพุ่งออกไปทันที ดั่งลูกศรหลุดจากสาย
“หมัดทหารสังหาร!”
เขาตะโกน หมัดทั้งสองพุ่งออกไปพร้อมเสียงระเบิดอากาศ
ปัง! ปัง! หน้าอกของชายทั้งสองถูกทะลุ ล้มลงสิ้นใจ
“เฮอะ นักยุทธ์เสื่อมทรามแล้วไง? ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกไร้พรสวรรค์ที่เพ้อฝัน พบฉันถือว่าโชคร้ายแล้ว”
โจวทงยืนข้างศพด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
“พี่โจวสุดยอด!” จินเจิ้นหนานกล่าวชื่นชม “สองคนนั้นถูกจัดการด้วยสองหมัดเอง”
“แค่นี้เอง ฉันใช้พลังไปแค่สามส่วน”
โจวทงพูดเรียบ ๆ พลางมองหลิ่วเชียนเชียนราวนกยูงอวดหาง
แต่หลิ่วเชียนเชียนไม่ใส่ใจ เธอขมวดคิ้วพูดกับฉู่โจว
“ฉู่โจว สถานการณ์ดูไม่ปกติ…กำลังของฐานนี้อ่อนแอเกินไป”
“จริง” ฉู่โจวพยักหน้า “ถ้าฐานนักยุทธ์เสื่อมทรามอ่อนแอแค่นี้ คงไม่ทำให้สำนักงานตำรวจปวดหัว”
“ไม่ปกติตรงไหน? พวกนั้นส่วนใหญ่ก็พวกหมดอนาคตที่หลงผิด อ่อนแอก็เป็นเรื่องปกติ!”
โจวทงพูดอย่างไม่พอใจ มองฉู่โจวอย่างไม่เป็นมิตร
ฉู่โจวเงียบ ไม่คิดโต้เถียง
ไม่นาน เจ้าหน้าที่คนอื่นก็ออกมา เมื่อเห็นศพทั้งสอง ก็ขมวดคิ้ว
“ครั้งหน้า หากพบศัตรู ควรหาทางถ่วงเวลาแล้วแจ้งพวกเรา ไม่ใช่สู้ตายเอง นั่นเป็นการไม่รับผิดชอบต่อชีวิตตัวเอง”
โจวทงมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ใส่ใจคำเตือน
เจ้าหน้าที่อีกคนกล่าวว่า “เรารับข้อมูลมาผิด ที่นี่ไม่ใช่ฐาน มันมีแค่นักยุทธ์เสื่อมทรามสองคนมาซ่อนตัวและรักษาบาดแผล…”
“แต่เมื่อมีพวกมันอยู่แถวนี้ ฐานจริงก็น่าจะอยู่ใกล้ ๆ”
“ต่อไปเราจะแยกกำลัง ค้นหาถนนเหวินซานทั้งหมดให้เร็วที่สุด!”
(จบบท)