- หน้าแรก
- มรรคาวิถีกระสุนดินดำ
- บทที่ 85 ยันต์สะกดใจ
บทที่ 85 ยันต์สะกดใจ
บทที่ 85 ยันต์สะกดใจ
"เมื่อครึ่งเดือนก่อนพวกท่านยังจิบชาเช้าอยู่ที่บ้านเกิดแท้ๆ ถ้าแก๊งมาเฟียสามารถเอารถบรรทุกมาชนลูกพี่ลูกน้องนายได้ พวกเขาจะหาเรื่องพ่อแม่นายด้วยไหม?"
สวีหรงเซวียนทนดูไม่ไหว เอ่ยเตือน
"แก๊งมาเฟียอาจไม่รู้ว่าพ่อแม่นายคือพ่อแม่นาย แต่ที่พวกเขารู้ว่าลูกพี่ลูกน้องนายคือลูกพี่ลูกน้องนาย ก็เพราะนายกรอกข้อมูลเขาลงไป..."
ถึงแม้เรื่องนั้นเขาจะเป็นคนชักจูงให้เยี่ยอวี้เซิงทำ แต่สวีหรงเซวียนก็พูดออกมาหน้าตาเฉย
คำพูดเดียวปลุกคนตื่นจากฝัน เยี่ยอวี้เซิงเข้าใจกระจ่างแจ้งทันที
แต่เสียงพูดถูกฉีกกระชากด้วยเสียงไซเรนแหลมบาดหูจากนอกหน้าต่าง รถหุ้มเกราะสองคันบดขยี้ถนน ทหารปืนกลบนรถกวาดสายตามองคนเดินถนนที่บางตาอย่างระแวดระวัง
เมื่อใกล้งานแถลงข่าวของทางการเม็กซิโก การควบคุมทางทหารไม่ได้จำกัดอยู่แค่สนามบินอีกต่อไป
เพียงแต่คนที่อยู่ในนี้ล้วนเป็นผู้มีพลังพิเศษ โดยเฉพาะสภาพจิตใจที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสวีหรงเซวียน ย่อมไม่หวั่นไหวกับฉากที่คนธรรมดาเห็นแล้วหวาดกลัว
เห็นเยี่ยอวี้เซิงคล้อยตาม สวีหรงเซวียนรีบตีเหล็กเมื่อยังร้อน ยุยงต่อ
อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานแถลงข่าวแล้ว เวลาสี่วันกว่าๆ ต้องรีบทำให้ลูกพี่ลูกน้องของเยี่ยอวี้เซิงเชื่อฟังเขาให้ได้!
ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ อย่ามาล้อเล่น ตั้งแต่สวีหรงเซวียนเข้าวงการมา เขาไม่เคยพลาดสักครั้ง!
เขาพอจะสัมผัสได้เลือนรางว่า แหล่งที่มาของพลังพิเศษของเขาคือตัวตนที่ยิ่งใหญ่ราวกับเทพเจ้า!
มีแบ็คอัพขนาดนี้ ผู้มีพลังพิเศษคนอื่นจะต้านทานเขาได้หรือ?
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมพอรู้ว่าจอมพลังที่ต้านรถบรรทุกได้คือลูกพี่ลูกน้องของเยี่ยอวี้เซิง เขาถึงรีบให้ไปติดต่อทันที
ถ้าไม่มีความสามารถในการทำให้เชื่อง การดึงคนเก่งเข้ามามีแต่จะทำให้สถานะของเขาในแนวร่วมปลดปล่อยเม็กซิโกลดฮวบ เท่ากับยื่นอำนาจและตำแหน่งให้คนอื่นกับมือ
แต่ขณะที่พวกเขากำลังจะลงมือ เยี่ยอวี้เซิงก็ชะงัก
เขามองผ่านหน้าต่าง เห็นจางอู๋จี๋เดินเลี้ยวออกมาจากมุมถนนฝั่งตรงข้ามอย่างกะทันหัน
......
จางอู๋จี๋มองถนนที่คุ้นเคยด้วยสายตาเย็นชา ยันต์สงบจิตกดทับแม้กระทั่งความอยากรู้อยากเห็นของเขาจนมิด ไม่มีความรู้สึกใดๆ ผุดขึ้นมา
ดังนั้นเมื่อลูกพี่ลูกน้องอย่างไมค์ปรากฏตัวตรงหน้า ในใจเขาจึงไม่มีความยินดีแม้แต่น้อย
แววตาเขาไหววูบ เพื่อให้แน่ใจว่าจำคนไม่ผิด
"ไอ้น้อง? เยี่ยอวี้เซิง?"
เยี่ยอวี้เซิงที่ถูกจำได้พยักหน้ารัวๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและร้อนรน
ในใจเขามีเรื่องอยากถามอยากพูดมากมาย เช่นพี่มาเม็กซิโกได้ยังไง?
โดนองค์กรไล่ล่าเป็นไงบ้าง?
ปลุกพลังได้อย่างไร?
ผมก็ปลุกพลังได้แล้วนะ สามารถทำนายตำแหน่งโบราณสถานได้ อยากชวนพี่มาร่วมสำรวจกับพวกเรา...
คำพูดนับพันจุกอยู่ที่คอ
ผ่านไปครู่ใหญ่เขาถึงเอ่ยปาก
"พี่ครับ พี่มาเม็กซิโกได้ยังไง? ไม่เป็นไรใช่ไหม?"
พวกแนวร่วมปลดปล่อยเม็กซิโกยืนอยู่ข้างๆ ย่อมไม่สอดปากขัดจังหวะการพบหน้าของสองพี่น้อง
เหอฉู่หายใจแรง จมูกบาน มองจางอู๋จี๋ด้วยสายตาเทิดทูนและอิจฉา
เขาเป็นผู้มีพลังสายพละกำลังเหมือนกัน แต่แรงของเขาแค่มากกว่าคนธรรมดานิดหน่อย ประมาณว่าจากคนทั่วไปก้าวกระโดดไปเป็นนักกีฬาระดับท็อป
แต่เทียบไม่ได้เลยกับสัตว์ประหลาดอย่างจางอู๋จี๋ที่เป็นเหมือนรถถังเดินได้
รู้สึกว่าถ้าเทียบกับกัปตันอเมริกา อีกฝ่ายคงต่อยพวกลิ่วล้อร่วงได้ในหมัดเดียว
ส่วนสวีหรงเซวียนแอบถอนหายใจ คนรู้จักกันนี่คุยง่ายกว่าเยอะ
การค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างจางอู๋จี๋กับเยี่ยอวี้เซิงนี่เหมือนเทพเจ้าคุ้มครองจริงๆ...
ถ้าเป็นผู้มีพลังพิเศษอิสระ การเข้าไปตีสนิทสุ่มสี่สุ่มห้าอาจโดนโจมตีได้ เขาเคยเจอดีมาแล้ว
มีเพียงเฉินหลินที่รู้สึกทะแม่งๆ
ทำไมเธอรู้สึกว่าลูกพี่ลูกน้องของเยี่ยอวี้เซิง...
ดูมีปัญหาชอบกล...
ทำไมมองเย็นชาเหมือนมองคนตายแบบนั้นล่ะ?
...
"นายขับรถบรรทุกขององค์กรหนีออกมา แล้วไปมีเรื่องกับตระกูลดาร์คินใช่ไหม?"
จางอู๋จี๋ไม่ตอบเยี่ยอวี้เซิง แต่ถามกลับ
คำถามนี้เหมือนลิ่มน้ำแข็งแทงทะลุแก้วหูเยี่ยอวี้เซิง ความรู้สึกผิดบนใบหน้าแข็งค้างทันที
ริมฝีปากเขาขยับ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
เยี่ยอวี้เซิงพยักหน้าอย่างยากลำบาก ยอมรับว่าเป็นฝีมือเขาจริงๆ
"ผม..."
เขาเพิ่งเปล่งเสียงออกมาคำเดียว กำลังจะอธิบายทุกอย่าง รูม่านตาก็หดวูบ
เห็นลูกพี่ลูกน้องถือยันต์สีเขียวอมฟ้าที่เต็มไปด้วยอักขระขว้างมาทางเขา
จางอู๋จี๋ไม่ใช่ปีศาจร้าย การถูกตระกูลดาร์คินไล่ล่าเอาจริงๆ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรมาก ตอนนั้นเขาเป็นปรมาจารย์ยุทธ์แล้ว ต้านรถบรรทุกแค่เรื่องจิ๊บจ๊อย ออกจะขำด้วยซ้ำ
แต่ช่วงก่อนที่จะได้เครื่องจำลองตระกูลเซียนมา ชีวิตมันบัดซบจริงๆ!
เรียกว่าฝังใจ ทุกวันต้องอยู่อย่างหวาดผวา!
พอดีมียันต์สะกดใจเหลืออยู่อันหนึ่งที่ยังไม่ได้ทดสอบ ให้ลูกพี่ลูกน้องลองรสชาติความกลัวดูหน่อย
ถ้ารอดไปได้...
ค่อยดูอีกทีว่าจะเพิ่มอีกสักใบไหม
ยันต์สะกดใจร่วงลง ภาพหลอนก็บังเกิด
เยี่ยอวี้เซิงรู้สึกว่าโลกกว้างใหญ่ แต่ไม่มีที่ยืนสำหรับเขา จิตสังหารที่หลบเลี่ยงไม่ได้ล็อคเป้าเขาไว้!
จากนั้น เขาเห็นหมัดของจางอู๋จี๋แหวกอากาศ ลมปราณอันเกรี้ยวกราดควบแน่นเป็นกรงขังที่มองไม่เห็น ตรึงเขาไว้กับที่ ขยับตัวต่อต้านไม่ได้เลย!
เยี่ยอวี้เซิงได้แต่เบิกตากว้าง มองดูหมัดที่แฝงจิตสังหารมหาศาลขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในสายตา ผิวหนังรู้สึกแสบจากลมหมัดที่พัดผ่าน
เขาอยากอธิบาย แต่กล่องเสียงเหมือนโดนคีมเหล็กบีบไว้ ทุกการเคลื่อนไหวเหมือนจมอยู่ในปูนซีเมนต์
เขาเป็นเหมือนมดในก้อนอำพัน ในเวลาที่หนืดข้น เยี่ยอวี้เซิงเห็นเส้นเลือดปูดโปนบนหมัด ได้ยินเสียงฟันตัวเองกระทบกันกึกๆ
กระเพาะปัสสาวะบีบตัวอย่างรุนแรง ของเหลวอุ่นๆ ไหลลงตามขากางเกง กลิ่นความตายอัดแน่นเต็มจมูก
แต่หมัดหยุดกึกห่างจากปลายจมูกแค่เส้นยาแดงผ่าแปด
ลมปราณที่หยุดชะงักสลายไป แรงกดดันทำให้ตาของเยี่ยอวี้เซิงแทบถลน เขาอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ เข่าอ่อนทรุดลงนั่งบนกองปัสสาวะของตัวเอง
เพิ่งหายใจได้สองเฮือก ภาพหลอนก็มาอีก...
จางอู๋จี๋ใช้ยันต์สะกดใจแล้วก็ไม่สนใจเขาอีก สายตาหันไปมองสวีหรงเซวียนที่ยืนเอาตัวบังปกป้องคนอื่นๆ
เมื่อกี้เขารู้สึกถึงแรงกระเพื่อมในจิตใจ และสัมผัสได้ถึงความผิดปกติผ่านจิตแห่งปรมาจารย์
ต้นตอมาจากไอ้หนุ่มหน้ามนคนนี้นี่เอง
ดูเหมือนอีกฝ่ายกำลังเล่นตุกติกกับเขา...
สวีหรงเซวียนที่กำลังใช้หนวดพลังจิตหยั่งเชิงทีละนิด รอยยิ้มต้องแข็งค้าง เขาพบว่ากำแพงจิตของอีกฝ่ายเหมือนหน้าผาสูงชัน แข็งแกร่งทำลายไม่ได้!
เขาเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ ก็พบสายตาเย็นชาของจางอู๋จี๋จ้องมองมา สวีหรงเซวียนตัวสั่นเหมือนสัตว์ตัวเล็กเจอสัตว์ร้าย เหงื่อเย็นท่วมหลังในพริบตา
เขาฝืนยิ้ม ยังมีความหวังลมๆ แล้งๆ กำลังจะเอ่ยปากผ่อนคลายสถานการณ์ แต่ไม่มีโอกาส
หนวดพลังจิตที่ยื่นออกไปสัมผัสเจอกับเสียงคำรามของมังกรและเสือ ตาข่ายพลังจิตที่เขาถักทออย่างประณีตถูกฉีกกระชากขาดสะบั้นในพริบตา!
เป็นไปได้ยังไง?
การหยั่งเชิงที่ไม่เคยพลาด ทำไมถึงถูกจับได้?!
ความผิดปกตินี้ทำลายความหวังสุดท้ายในใจเขาจนย่อยยับ
"มะ... ไม่น่าเป็นแบบนี้..."
สวีหรงเซวียนรู้ตัวทันทีว่าเกิดเรื่องใหญ่ ความหนาวเหน็บพุ่งจากใจขึ้นสมอง เกือบจะกระโดดหนี
ถ้าถูกจับได้ ก็หมายความว่า...
พอนึกถึงวีรกรรมชนรถบรรทุกไม่บุบสลายของอีกฝ่าย ขาเขาก็อ่อนเปลี้ย