- หน้าแรก
- มหาพิบัติน้ำท่วม เริ่มต้นด้วยเบ็ดตกปลาระดับพระเจ้า
- บทที่ 26 เคยลงใต้ ขึ้นเหนือ นอนแผ่บนทางรถไฟ!
บทที่ 26 เคยลงใต้ ขึ้นเหนือ นอนแผ่บนทางรถไฟ!
บทที่ 26 เคยลงใต้ ขึ้นเหนือ นอนแผ่บนทางรถไฟ!
“ในน่านน้ำแถบนี้มี ‘บางอย่าง’ อยู่ นายคงเคยเห็นมันแล้วใช่ไหม!”
ซ่งฮันไม่อ้อมค้อม เขาใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ พลางเปิดประเด็นทันที
ลู่ฝานจิ้มเนื้อกระป๋องเข้าปากคำหนึ่ง: “หมายถึงเจ้าฉลามหมึกยักษ์นั่นน่ะเหรอ? รู้จักสิ!”
พอคำนี้หลุดออกมา บรรยากาศในห้องก็คล้ายจะแข็งตัวไปชั่วขณะ
มือที่ถือส้อมของเสิ่นชิงเยว่สั่นสะท้าน ส่วนแผ่นหลังของอาจงก็เหยียดตรงขึ้นมาทันที
ซ่งฮันสูดลมหายใจเข้าลึก น้ำเสียงเริ่มจริงจัง: “เมื่อวานเกิดอาเพศฟ้าดินขนาดนั้น แต่นายกลับรอดมาได้พ้นอย่างปลอดภัย แสดงว่า...... คงจะรู้สถานะของเดรัจฉานนั่นในตอนนี้สินะ?”
ลู่ฝานไม่ได้รีบร้อนตอบ
เขายกโคล่าขึ้นมาจิบช้าๆ พลางเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“มันยังไม่ตาย! แต่บาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ซ่อนตัวรักษาแผลอยู่ใต้ทะเลแถวนี้นี่แหละ!”
“จริงด้วย!”
ซ่งฮันดันแว่นตาขึ้น พลางผ่อนคลายหัวไหล่ลง
ในเมื่อมันบาดเจ็บ ก็ใช่ว่าจะเอาชนะไม่ได้
“ผมไม่ปิดบังคุณลู่หรอกนะ เจ้าฉลามหมึกนั่นปิดล้อมน่านน้ำแถวนี้ และฆ่าพี่น้องของเราที่ออกไปสำรวจไปไม่น้อยเลย!”
ซ่งฮันโน้มตัวไปข้างหน้า น้ำเสียงจริงจัง: “ในเมื่อมันบาดเจ็บสาหัส ผมจึงอยากเชิญคุณลู่มาช่วยเหลือพวกเรา เพื่อสังหารมันซะ!”
ลู่ฝานยกมือขึ้นขัดจังหวะ
“อย่าเพิ่งพูดเรื่องความสัมพันธ์ คุยเรื่องผลประโยชน์ที่ฉันจะได้รับก่อนดีกว่า!”
มุมปากของซ่งฮันยกยิ้ม เขาชอบคนตรงไปตรงมาแบบนี้แหละ
“เรื่องเสบียงขอให้บอกมาได้เลย! เจตนาของผมคืออยากร่วมงานกับคุณลู่ในระยะยาว จนกระทั่งถึงเวลาที่……” เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเน้นทีละคำ “จะไปที่เขาซีหวน!!”
“เขาซีหวน……”
เป็นไปตามคาด จุดหมายของคนกลุ่มนี้ก็คือที่นั่นเหมือนกัน
“ฉันไม่ชอบฟังคำพูดลอยๆ!” ลู่ฝานกระแอมไอ: “เอาเพลาข้อเหวี่ยงอัลลอยมาให้ฉันก่อน แล้วก็อาหารกับน้ำจืดที่เพียงพอ!”
“เพลาข้อเหวี่ยงอัลลอย?” ซ่งฮันอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า
“ไม่มีปัญหา! ห้องปั่นไฟข้างล่างมีเครื่องยนต์ดีเซลที่เสียแล้วอยู่เครื่องหนึ่งพอดี ของพรรค์นั้นถอดยากหน่อย ต้องใช้เวลาสักพัก!”
“ส่วนเรื่องกินเรื่องดื่ม……” ซ่งฮันประสานมือรองใต้คาง “ตราบใดที่คุณลู่ยินดีร่วมงานระยะยาว ผมรับรองว่าคุณจะมีกินมีใช้ไม่ขาดมือ!”
“คุณชายซ่งใจสปอร์ตจริงๆ! งั้นขอให้ร่วมงานกันอย่างราบรื่น!”
ลู่ฝานหยิบผ้าเช็ดปากมาเช็ดปาก ลุกขึ้นยืนบิดคอไปมา
“กินอิ่มหนำแล้ว งั้นก็ออกเดินทางกันเลย!”
“ตอนนี้เลยเหรอ?” เสิ่นชิงเยว่เบิกตากว้าง: “นายไม่ต้อง...... ย่อยอาหารก่อนหรือไง?”
ลู่ฝานทำสีหน้าเรียบเฉย: “แค่ไปฆ่าปลาที่ร่อแร่ใกล้ตายตัวเดียว จะย่อยอะไรนักหนา?”
แววตาของซ่งฮันฉายแววชื่นชม รีบหันไปสั่งการทันที: “อาจง พาคุณลู่ไปรับอุปกรณ์และเลือกคน!”
หลังจากที่ลู่ฝานและอาจงเดินออกจากห้องไป
เสิ่นชิงเยว่โยนส้อมกลับลงในจาน พลางเบะปาก: “หมอนี่ไม่ใช่พวกนักต้มตุ๋นหรอกเหรอ? หลอกกินหลอกดื่ม เดี๋ยวพอลงน้ำไปก็คงหนีหายไปแล้ว!”
“ไม่หรอก!”
ซ่งฮันเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองดูท้องฟ้าที่มืดครึ้มภายนอก
“ถ้าเขาหนีไปได้ ป่านนี้คงไปตั้งนานแล้ว!”
“ที่ยอมอยู่ที่นี่ ก็เพื่อเพลาข้อเหวี่ยงอัลลอยนั่นแหละ!”
แววตาของซ่งฮันฉายประกายแห่งการคำนวณ: “ในเมื่อเขากล้ารับคำ ก็แสดงว่ามีความมั่นใจ คอยดูผลงานของเขาเถอะ!”
……
ชั้น 40 เขตปฏิบัติงานของผู้รอดชีวิต
ทันทีที่เดินเข้ามา ก็จะได้กลิ่นเหงื่อและกลิ่นขี้เลื่อยโชยมาเตะจมูก
กลุ่มคนที่กำลังทำงานอยู่หยุดมือลง สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่ประตูเป็นตาเดียว
“นี่น่ะเหรอไอ้คนที่จะไปฆ่าฉลามหมึก?”
“ผอมกะหร่องขนาดนี้? ดูแล้วแขนยังไม่ใหญ่เท่าขาฉันเลย นี่มันไปเป็นอาหารให้มันชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?”
กลุ่มคนซุบซิบกันอย่างไม่เกรงใจ
อาจงตบมือเรียกคนสิบกว่าคนวิ่งออกมาจากด้านหลัง
พวกเขาคือทีมประดาน้ำที่คุณชายซ่งคัดเลือกมา ทุกคนร่างกายกำยำล่ำสัน ในมือถือเหล็กเส้นที่ฝนจนแหลมคมหรือไม่ก็ปืนยิงปลา
“นี่คือคุณลู่ หัวหน้าหน่วยในภารกิจครั้งนี้!”
อาจงชี้มาที่ลู่ฝาน: “เดี๋ยวพวกคุณตามเขาไป คอยช่วยสนับสนุนการล่าฉลามหมึก!”
ลู่ฝานขมวดคิ้ว สายตากวาดมองกลุ่มชายฉกรรจ์กล้ามโตพวกนี้
คนเยอะเกินไป
ถ้าพาพวกนี้ลงน้ำไปด้วย แผนการ "จับเสือมือเปล่า" ของเขาจะทำได้อย่างไร?
“ไม่ได้!”
ลู่ฝานส่ายหัว นิ้วชี้สุ่มไปยังมุมฝูงชนที่มีชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งดูเด็กที่สุดและดูขี้ขลาดที่สุด
“คนเยอะเป้าหมายใหญ่ จะทำให้สัตว์ประหลาดนั่นตื่นตกใจได้ง่ายๆ พวกคุณสองคนตามฉันมาก็พอ!”
สิ้นเสียงนั้น ฝูงชนก็ระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
ชายฉกรรจ์หัวโจกหลายคนทำหน้าไม่พอใจ กระแทกท่อเหล็กลงบนพื้น: “ไอ้หนู แกจะทำตัวอวดเก่งไปถึงไหน? ฉลามหมึกนั่นดุร้ายจะตายชัก แกจะพาเด็กเมื่อวานซืนไปแค่สองคนเนี่ยนะ? ถ้าอยากตายก็อย่าลากคนอื่นไปซวยด้วย!”
ลู่ฝานปรายตามองชายฉกรรจ์คนนั้นพลางแค่นเสียงหัวเราะ
“พวกดีแต่ตัวไม่มีสมองจริงๆ ใครจะโง่ไปหาที่ตาย? นี่มันคือกลยุทธ์ เข้าใจไหม?”
“แก—!” ชายฉกรรจ์โกรธจนหน้าแดงก่ำ ถ้าไม่อาจงยืนอยู่ตรงนี้ หมัดคงพุ่งใส่หน้าไปนานแล้ว
“พอได้แล้ว!”
อาจงตวาดเสียงต่ำใบหน้าเคร่งขรึม กวาดสายตาอันน่าเกรงขามไปทั่วบริเวณ
“คุณลู่คือแขกผู้มีเกียรติที่คุณชายซ่งเชิญมา และเป็นผู้รับผิดชอบภารกิจนี้! ทุกอย่างต้องฟังตามที่เขาจัดแจง!”
เขาหันไปมองคนหนุ่มสาวสองคนที่ถูกเลือก: “โจวเซิ่ง, หวังอิ๋ง ก้าวออกมา! คนที่เหลือแยกย้าย!”
สิ้นคำสั่ง ฝูงชนก็สลายตัวไป
ทั้งสามคนเข้าไปในห้องเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดประดาน้ำ และมุ่งหน้าไปยังทางเดินชั้นล่างสุดของอาคาร
ชั้น 25 ของอาคาร บริเวณพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง
ตามผนังในส่วนนี้มีตะไคร่น้ำเกาะอยู่ และระดับน้ำท่วมสูงถึงข้อเท้า
ลู่ฝานถือปืนยิงปลาแบบลมที่ดูเก่าๆ พลางก้มลงเช็กมาตรวัดความดัน
ข้างๆ กัน โจวเซิ่งและหวังอิ๋งหดตัวอยู่บนบันไดทางลงน้ำ ร่างกายสั่นเทา
“เดี๋ยวลงไปแล้ว ทุกอย่างต้องฟังคำสั่งฉัน อย่าวิ่งไปทั่ว!”
ลู่ฝานกำชับเสียงเย็น: “ถ้าวิ่งซี้ซั้วจนเกิดเรื่อง แม้แต่เทพเจ้าก็ช่วยพวกคุณไม่ได้นะ00”
ประโยคนี้กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้คนทั้งคู่สติแตก
“ฮือๆๆ……”
ชายหนุ่มที่ชื่อโจวเซิ่งเกิดอาการทรุดฮวบ กอดเข่าร้องไห้ออกมาอย่างหนัก: “ฉันเคยเห็นกับตาว่าสัตว์ประหลาดนั่นฉีกหัวหน้าทีมเป็นสองท่อน...... ไส้ไหลทะลักออกมาเต็มไปหมด...... แค่พวกเราสามคน จะไปรอดได้ยังไง!”
หวังอิ๋งที่อยู่ข้างๆ ก็หน้าซีดเผือด น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงอาบแก้ม: “ฉันยังไม่อยากตาย...... ฉันไม่อยากตายจริงๆ นะ……”
ลู่ฝานมองดูไอ้พวกขี้ขลาดดวงซวยสองคนนี้แล้วถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ
สภาพจิตใจแบบนี้ รอดมาได้จนถึงตอนนี้ก็ถือว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว
ทว่า นี่ก็เข้าทางแผนการของเขาพอดี
“พอได้แล้ว!”
ลู่ฝานสะพายปืนยิงปลาไว้บนหลัง น้ำเสียงพลันเปลี่ยนเป็นเศร้าสลดและห้าวหาญ
“พวกคุณสองคน อยู่ที่นี่แหละ”
“เอ๊ะ?”
เสียงร้องไห้หยุดชะงักทันที
ทั้งคู่เงยหน้าขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตา มองลู่ฝานด้วยความงุนงง
“อยู่ที่นี่? แล้ว...... แล้วคุณล่ะ?” หวังอิ๋งถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ “คุณจะลงไปคนเดียวเหรอ? นั่นมันหาที่ตายชัดๆ นะ!”
“มันก็ต้องมีใครสักคนไปอยู่ดีนั่นแหละ!”
ลู่ฝานเหยียดหลังตรง สายตามองข้ามทางเดินที่มืดมิดไป ราวกับคนที่มีความตายอยู่เบื้องหน้าก็ไม่หวั่น
“หากฉันไม่ลงนรก แล้วใครจะลง?”
“เพื่อให้มนุษยชาติอยู่รอด เพื่อให้วันสิ้นโลกที่เฮงซวยนี้มีความหวังขึ้นมาบ้าง...... ความเสี่ยงแค่นี้มันจะสักเท่าไหร่กัน?”
ในวินาทีนี้ ลำแสงที่เปล่งออกมาจากตัวลู่ฝานดูจะเจิดจ้าเสียจนน่าทึ่ง
โจวเซิ่งและหวังอิ๋งอึ้งไปอย่างสมบูรณ์
ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มที่ดูไม่น่าเชื่อถือคนนี้ จะมีด้านที่เสียสละและเปี่ยมด้วยอุดมการณ์ขนาดนี้!
ความละอายใจ ความตื้นตัน ความเลื่อมใส...... อารมณ์ต่างๆ พุ่งพล่านขึ้นมาในใจ
โจวเซิ่งกัดฟัน ปาดน้ำมูก: “พี่ลู่! ผม...... แม้ผมจะกลัว แต่ผมก็ปล่อยให้พี่ไปตายคนเดียวไม่ได้! ผมจะไปกับพี่ด้วย!”
“ฉันก็จะไปด้วย!” หวังอิ๋งลุกขึ้นยืนเช่นกัน แม้ขาจะยังสั่นอยู่ แต่สายตาดูมั่นคงขึ้นมาก
“เหลวไหล!”
ลู่ฝานตวาดเสียงดังลั่นจนทั้งคู่สะดุ้งโหยง
เขาเดินเข้าไปข้างหน้า ตบไหล่โจวเซิ่งและหวังอิ๋งเหมือนพี่ชายที่เข้มงวดแต่แฝงด้วยความเมตตา
“พวกคุณอายุเท่าไหร่กันเชียว? ยังมีอนาคตที่สดใรออยู่! เรื่องเสี่ยงตายแบบนี้ มันใช่ธุระของพวกคุณที่ไหน?”
“แต่พี่ลู่ครับ...... พี่ก็ยังไม่แก่นี่นา……” โจวเซิ่งพึมพำเบาๆ
“ฮ่าๆๆๆๆๆ!”
ลู่ฝานหัวเราะออกมาอย่างโชกโชน เงยหน้ามองเพดานด้วยสายตาลึกซึ้ง
“คิดถึงวันวาน ฉันเคยลงใต้ ขึ้นเหนือ นอนแผ่บนทางรถไฟมาแล้ว หรือแม้แต่น้ำในห้องส้วมฉันก็เคยดื่ม...... ประสบการณ์ของฉันน่ะ ไม่ใช่สิ่งที่พวกคุณจะมาเทียบได้!”
“พอแล้ว! พวกคุณอยู่ที่นี่ให้ดีๆ เตรียมถังออกซิเจนไว้คอยรับฉันก็พอ!”
พูดจบ ลู่ฝานไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้โต้แย้งใดๆ
เขาสวมเครื่องช่วยหายใจ หันหลัง และกระโดดลงไปในน้ำทะเลที่เหน็บหนาวอย่างไม่ลังเล
ตู้ม!
น้ำสาดกระจาย
“พี่ลู่!!!”
โจวเซิ่งและหวังอิ๋งพุ่งไปที่ขอบน้ำ มองดูร่างใต้น้ำที่หายลับไปอย่างรวดเร็ว น้ำตาร่วงพรูออกมาอีกรอบ
“ลูกพี่...... พี่ต้องกลับมาให้ได้นะ!!”
ใต้น้ำ
ลู่ฝานได้ยินเสียงตะโกนปานจะขาดใจจากด้านบนแล้วส่ายหัวไปมา
“วัยรุ่นเนี่ยหลอกง่ายจริงๆ!”
เขาปรับวาล์วออกซิเจน ว่ายผ่านช่องทางภายในตึกออกไปสู่น่านน้ำภายนอก
เดี๋ยวแค่หาที่เงียบๆ ไร้คน แล้วปั๊มจำนวนการตกปลาของวันนี้ให้ครบ!
พอเวลาผ่านไปพอสมควร ค่อยกลับไปรับรางวัลทีเดียว......
(จบตอน)