- หน้าแรก
- โลกวิปลาสข้ากลืนกินได้ไม่สิ้นสุด
- บทที่ 50: เรื่องประหลาดบังเกิด
บทที่ 50: เรื่องประหลาดบังเกิด
บทที่ 50: เรื่องประหลาดบังเกิด
บทที่ 50: เรื่องประหลาดบังเกิด
เย่ว์สือยกมือขึ้นโบกไปมา และเงาสะท้อนของเขาในชุดคนไข้ในกระจกก็ทำท่าทางแบบเดียวกัน
เขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว และคนในกระจกก็ก้าวตาม
ดูเหมือนว่านอกจากเสื้อผ้าการแต่งกายแล้ว พฤติกรรมและท่าทางอื่นๆ จะเหมือนกันทุกประการ
ทว่า เย่ว์สือก็สังเกตเห็นความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว จู่ๆ เขาก็เงื้อมือขึ้นแล้วตบฉาดเข้าที่หน้าตัวเอง แต่จังหวะที่ฝ่ามือใกล้จะกระทบผิวหนัง เขากลับรั้งแรงเอาไว้ดื้อๆ จนสัมผัสนั้นเบาหวิวชนิดที่ว่าตบยุงยังไม่ตายด้วยซ้ำ
เงาสะท้อนในกระจกรีบตบหน้าตัวเองตามทันที แต่การตบฉาดนั้นกลับฟาดเข้าที่หน้าเต็มรัก เสียงดังฟังชัด แถมจังหวะการเคลื่อนไหวยังดูช้ากว่าเย่ว์สือไปเสี้ยววินาทีด้วย
เมื่อเห็นดังนั้น เย่ว์สือก็แสยะยิ้มชั่วร้าย นิ้วทั้งห้าของเขาแปรสภาพเป็นกรงเล็บแหลมคมในพริบตา ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือออกไปหากระจก
คนในกระจกยังคงทำท่าทางเหมือนกันเป๊ะ แต่ดันเปลี่ยนมือให้กลายเป็นกรงเล็บแบบเย่ว์สือไม่ได้ เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองถูกจับโป๊ะเสียแล้ว คนในกระจกก็หรี่ตาลงโค้งเป็นสระอิ เผยให้เห็นรอยยิ้มอัปลักษณ์ชวนขนลุก แม้จะมีหน้ากากอนามัยสกปรกๆ ปิดบังอยู่ ก็ยังพอมองออกว่ามุมปากของมันฉีกกว้างไปถึงรูหูอย่างผิดมนุษย์มนา
เพล้ง—
ปลายนิ้วแหลมคมของเย่ว์สือกระแทกเข้ากับผิวกระจกโดยตรง กระจกที่แตกร้าวอยู่แล้วแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ในทันที
เสียงเศษกระจกร่วงหล่นกระทบพื้นดังกราว สายตาของเย่ว์สือจับจ้องไปยังสิ่งที่อยู่หลังกระจก แต่กลับพบเพียงกำแพงว่างเปล่าธรรมดาๆ
เขามั่นใจเต็มร้อยว่าไอ้ตัวในกระจกเมื่อกี้ไม่ใช่ตัวเขาแน่ๆ
แต่หลังจากทุบกระจกทิ้ง เขากลับไม่พบร่องรอยของอีกฝ่ายเลย หรือมันจะเป็นสิ่งวิปลาสประเภทที่เกี่ยวกับกระจก?
เย่ว์สือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้มัวเสียเวลาอ้อยอิ่ง และก้าวเดินต่อไปยังชั้นสอง
เมื่อเหยียบลงบนขั้นบันได เขาสัมผัสได้ถึงฝุ่นหนาเตอะใต้ฝ่าเท้าอย่างชัดเจน บนพื้นมีรอยเท้าสะเปะสะปะปรากฏให้เห็นลางๆ ทั้งขนาด ลวดลาย และความลึกล้วนแตกต่างกัน ชัดเจนเลยว่าถูกทิ้งไว้โดยคนละคนและต่างช่วงเวลากัน
เมื่อเดินมาถึงจุดพักบันได เขาสามารถเงยหน้าขึ้นไปมองเห็นชั้นสองที่มืดสลัวได้
จังหวะที่เย่ว์สือกำลังจะยกขาเดินขึ้นบันไดต่อ จู่ๆ รอยเท้าปริศนาก็ปรากฏขึ้นบนขั้นบันไดห่างออกไปสามขั้นตรงหน้าเขา
ราวกับมีคนล่องหนกำลังเดินสวนลงมาจากชั้นสอง และกำลังจะพุ่งชนเขาเข้าอย่างจัง
เย่ว์สือหยุดชะงักทันที เขายืนสังเกตการณ์อยู่ครึ่งนาที เมื่อไม่เห็นความผิดปกติอะไรปรากฏขึ้นรอบตัว เขาก็ก้าวเท้าขึ้นไปอีกขั้น
พร้อมกันนั้น รอยเท้านั่นก็ถอยหลังกลับไปหนึ่งขั้นราวกับถูกบีบให้ถอยร่น เย่ว์สือกับอีกฝ่ายยังคงรักษาระยะห่างไว้ที่สามขั้นบันไดเท่าเดิม
เย่ว์สือจ้องมองรอยเท้าประหลาดนั่นอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหันขวับกลับไปมองข้างหลัง และพบว่ารอยเท้าของอีกฝ่ายดันเหมือนกับรอยเท้าที่เขาเพิ่งเดินเหยียบย่ำขึ้นมาเป๊ะๆ!
"บัดซบเอ๊ย! ผีหลอกกลางวันแสกๆ" เย่ว์สือสบถในใจ หรือว่าไอ้สิ่งวิปลาสในกระจกเมื่อกี้มันหนีออกมาได้ แล้วมาเดินเลียนแบบเขาต่อ?
หลังจากยืนรอรอดูท่าทีอีกพักใหญ่ เย่ว์สือก็ค่อยๆ ก้าวเดินขึ้นไปอย่างระมัดระวัง แต่คราวนี้รอยเท้าประหลาดนั่นไม่ได้ปรากฏขึ้นอีก ดูเหมือนว่าไอ้ตัวล่องหนนั่นจะถอดใจจากไปแล้ว
"หรือเป็นเพราะบาเรียขนนกมารช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งวิปลาสตัวนั้นทำอันตรายฉันได้ มันก็เลยขี้เกียจตอแยแล้วถอยไปเอง?" เย่ว์สือคิดไม่ตก แต่สัญชาตญาณความระแวดระวังของเขาพุ่งสูงปรี๊ดขึ้นกว่าเดิม
เมื่อขึ้นมาถึงชั้นสอง ตรงหน้าเขาคือหน้าต่างบานหนึ่งที่สามารถมองทะลุออกไปเห็นวิวด้านนอกได้
โครงสร้างของชั้นสองคล้ายคลึงกับชั้นแรก มีโถงทางเดินทอดยาวขนาบซ้ายขวา และมีห้องผู้ป่วยเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทว่าจำนวนห้องผู้ป่วยบนชั้นนี้ดูเหมือนจะเยอะกว่าชั้นล่างนิดหน่อย และสุดปลายทางเดินของทั้งสองฝั่งก็มีหน้าต่างบานหนึ่งตั้งอยู่
"มีใครอยู่ไหม?" เย่ว์สือเอ่ยทักทายตามมารยาท
เสียงของเขาดังก้องกังวานไปตามโถงทางเดินอันเงียบสงัด ทำให้สถานที่แห่งนี้ยิ่งดูเวิ้งว้างว่างเปล่าเข้าไปอีก
"มีเพื่อนฝากให้ฉันมาตามหาคนแซ่เฉียวที่นี่..." เย่ว์สือเอ่ยปากอีกครั้ง แต่ก็นอกจากเสียงสะท้อนอันว่างเปล่าแล้ว ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
อย่างไรก็ตาม เย่ว์สือรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าตั้งแต่ก้าวขึ้นมาบนชั้นสอง คล้ายกับมีใครบางคนกำลังลอบจ้องมองเขาอยู่ สัมผัสของการถูกแอบดูนั้นเจือจางแต่กลับเกาะติดหนึบไม่ยอมปล่อย
เขาทำเหมือนตอนอยู่ชั้นล่าง เดินไปถีบประตูห้องผู้ป่วยเปิดออกทีละห้องแล้วมองเข้าไปสำรวจ แต่ก็พบว่าห้องทุกห้องยังคงว่างเปล่า
ทว่าสิ่งที่น่าแปลกก็คือ ในขณะที่ห้องบนชั้นหนึ่งอย่างน้อยก็ยังมีเตียง อ่างล้างหน้า โถส้วม และของใช้ประปราย แต่ห้องบนชั้นสองกลับโล่งโจ้งไม่มีอะไรเลยสักชิ้น เหมือนกับห้องเปล่าๆ ที่เพิ่งสร้างเสร็จและยังไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย และห้องทุกห้องบนชั้นสองก็มีสภาพเหมือนกันหมด
สุดโถงทางเดินฝั่งขวาบนชั้นสองเป็นห้องน้ำสาธารณะ เย่ว์สือครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไป
ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว และทั่วทั้งตึกก็ไม่มีไฟฟ้าใช้ สภาพแวดล้อมจึงยิ่งมืดสลัวลงเรื่อยๆ เย่ว์สือพอจะมองเห็นสภาพภายในห้องน้ำได้ลางๆ
ประตูห้องน้ำแต่ละห้องสกปรกโสมม และบนพื้นก็มีคราบสกปรกที่ไม่รู้ว่าเป็นคราบอะไรเกรอะกรังอยู่
เย่ว์สือผลักประตูห้องน้ำและตรวจสอบดูทีละห้อง ถ้ามีมนุษย์อาศัยอยู่ที่นี่จริงๆ ร่องรอยการใช้งานส้วมก็น่าจะเห็นได้ชัดเจนสิ
แต่ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นโถส้วมในห้องผู้ป่วยบนชั้นหนึ่ง หรือห้องน้ำสาธารณะบนชั้นสองนี้ ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ ไม่มีแม้แต่กลิ่นเหม็นคาวของปฏิกูลเลยด้วยซ้ำ
"ติ๋ง..."
เสียงน้ำหยดแผ่วเบาดังแว่วเข้าหูอย่างกะทันหัน เย่ว์สือกวาดสายตามองรอบตัวอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นและเห็นตัวอักษรคำว่า "ตาย" ขนาดใหญ่เขียนหราอยู่บนเพดาน
ตัวอักษรเป็นสีแดงคล้ำ คล้ายกับเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท และมีหยดเลือดหยดแหมะลงมากระทบพื้นเป็นระยะๆ
ไอ้ตัวอักษรคำว่า "ตาย" นี่คงเพิ่งถูกเขียนขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ และเห็นได้ชัดว่ามันพุ่งเป้ามาที่เย่ว์สือ แต่เมื่อกี้เย่ว์สือกลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด
ปัง—
เสียงปิดประตูดังสนั่นมาจากโถงทางเดิน เย่ว์สือรีบวิ่งพรวดออกจากห้องน้ำทันที เขาจับทิศทางได้ว่าเสียงนั้นมาจากสุดปลายทางเดินอีกฝั่ง เขาจึงรีบมุ่งหน้าไปทางนั้นทันที ฝีเท้าของเขาเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นการวิ่งเหยาะๆ
เมื่อมาถึงสุดโถงทางเดินอีกฝั่ง เขาก็จ้องมองไปที่ประตูห้องผู้ป่วยบานหนึ่ง ห้องทุกห้องบนชั้นสองเพิ่งจะถูกเขาถีบเปิดอ้าซ่าไปหมดแล้วนี่นา แต่ประตูบานที่อยู่ตรงหน้าเขากลับปิดสนิทแน่นหนา
เย่ว์สือยกมือขึ้นผลักประตู แต่พบว่ามันเปิดไม่ออก ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างดุนหลังประตูไว้จากด้านใน
มีคนอยู่ข้างในงั้นเหรอ!
เย่ว์สือเปิดใช้งานเสียงกระซิบแห่งอีกาทันที แล้วเอ่ยถาม "ใครอยู่ข้างในน่ะ?"
เสียงกระซิบอันเย้ายวนดังกังวาน แต่ภายในห้องกลับเงียบกริบ
เขาวางมือลงบนลูกบิดประตูแล้วออกแรงผลักสุดตัว ประตูที่ผุพังอยู่แล้วค่อยๆ แง้มออกเป็นรอยแยก เมื่อมองลอดผ่านช่องว่างนั้นเข้าไป ผ้าม่านถูกปิดสนิท ทำให้ทั้งห้องมืดสลัวจนมองอะไรแทบไม่เห็น
จังหวะที่เย่ว์สือกำลังจะออกแรงเพิ่มเพื่อกระชากประตูทั้งบานทิ้ง จู่ๆ ดวงตาขุ่นมัวคู่หนึ่งก็โผล่พรวดขึ้นมาจ้องมองเขาผ่านรอยแยกของประตู!