- หน้าแรก
- โลกวิปลาสข้ากลืนกินได้ไม่สิ้นสุด
- บทที่ 45: เบาะแส
บทที่ 45: เบาะแส
บทที่ 45: เบาะแส
บทที่ 45: เบาะแส
"ฉันไม่รู้"
"ฉันไม่รู้อะไรเลย!"
"พี่โจวบังฉันอยู่ ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย..."
จ้าวหลินพร่ำเพ้อประโยคเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมา สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวเหยเก ราวกับไม่อยากจะนึกถึงฉากอันน่าสยดสยองในตอนนั้นเลยแม้แต่น้อย แต่กลับถูกพลังบางอย่างบีบบังคับให้ต้องขุดคุ้ยความทรงจำและเล่ามันออกมา
เมื่อเห็นว่าเค้นข้อมูลอะไรที่มีประโยชน์ไม่ได้แล้ว เย่ว์สือก็เลิกทรมานอีกฝ่าย แล้วเปลี่ยนมาใช้น้ำเสียงปลอบประโลมแทน "นอนซะ พอตื่นขึ้นมา นายก็จะลืมทุกอย่างไปจนหมด"
เสียงกระซิบอันเย้ายวนชวนหลงใหลดังแทรกซึมเข้าสู่โสตประสาทของจ้าวหลิน ออกฤทธิ์รุนแรงยิ่งกว่ายานอนหลับขนานใดๆ
จงโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย หันหลังเดินออกไปเงียบๆ โดยมีเย่ว์สือเดินตามไปติดๆ
หลังจากออกจากโรงพยาบาล เย่ว์สือลูบท้องที่กำลังร้องประท้วง เขาหาร้านอาหารแถวนั้นและตัดสินใจแวะเติมกระเพาะให้เต็มก่อน
ตอนแรกเขาคิดว่าจงโม่จะแยกย้ายกลับไปเลย แต่ผิดคาด หมอนั่นเดินตามเขาเข้ามาในร้าน นั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ แล้วกระซิบเสียงแผ่ว "บริษัทรักษาความปลอดภัยทิวลิปมีอะไรทะแม่งๆ นะ"
เย่ว์สือพยักหน้าส่งๆ ระหว่างคีบอาหารเข้าปาก ความผิดปกติที่เผยเยว่แสดงออกให้เห็น ต่อให้เป็นคนซื่อบื้อแค่ไหนก็ต้องดูออกกันทั้งนั้นแหละ
ก่อนหน้านี้จงโม่ทิ้งเพื่อนร่วมทีมเพื่อเอาตัวรอดอย่างเด็ดขาดขนาดนั้น แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้ใจบุญสุนทาน โผล่มาเยี่ยมเพื่อนร่วมงานที่ตัวเองทิ้งไปล่ะ?
เขาก็แค่อยากจะมาสืบหาข้อมูลบางอย่างเท่านั้นแหละ
ประจวบเหมาะกับที่เย่ว์สือรับปากหลิงซวินว่าจะมาเป็นสายลับพอดี เขาก็เลยต้องทำเป็นทำงานเอาหน้าสักหน่อย ไม่งั้นจะไปหลอกฟันเงินและสิทธิประโยชน์จากสำนักงานสืบสวนได้ยังไงล่ะ?
"นายพอจะมีเบาะแสอะไรไหม?" จงโม่ถามย้ำ
"ไม่มี" เย่ว์สือตอบหน้าตาย "ถ้าเรื่องนี้มันไม่ได้ส่งผลกระทบถึงผลประโยชน์ส่วนตัวโดยตรง ก็ไม่เห็นต้องไปใส่ใจเลยนี่"
"นั่นก็ถูก แต่ฉันรู้สึกว่าการหายตัวไปของเจียงฉือเฟยอาจจะไม่ใช่อุบัติเหตุ แล้วถ้าคนต่อไปที่หายตัวไปคือนายหรือฉันล่ะ?" จงโม่ลดเสียงต่ำลง
เย่ว์สือย้อนถาม "บริษัทสูญเสียอย่างหนักขนาดนี้ ยังจะลุกขึ้นมายืนหยัดและเปิดกิจการต่อได้อีกเหรอ?"
จงโม่วิเคราะห์ "ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติคงยาก แต่ก็น่าจะเดาได้นี่ว่าบริษัทนี้น่าจะมีขุมกำลังอื่นคอยหนุนหลังอยู่ ไม่แน่ว่าอีกไม่กี่วัน พวกเราอาจจะโดนเรียกตัวกลับไปทำงานตามปกติก็ได้"
หลังจากกินข้าวกันแบบแกนๆ ทั้งสองคนก็แยกย้าย เย่ว์สือตรงดิ่งกลับบ้านและล็อกอินเข้าสู่ฟอรัมสิ่งวิปลาสอีกครั้ง
กระทู้ล่าค่าหัวที่เขาตั้งไว้เงียบกริบไม่มีใครมาตอบ แต่กลับมีคนทิ้งข้อความไว้ในกล่องข้อความส่วนตัวแทน
"จ่ายเศษเงินแค่นี้แลกกับข้อมูลของตระกูลซูเนี่ยนะ? แกคิดจะเอาเศษเหรียญมาฟาดหัวขอทานหรือไง?"
เย่ว์สือปรายตามองไอดีคนส่ง ซึ่งเป็นผู้ใช้แบบไม่ระบุตัวตน
"สรุปคือแกมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องใช่ไหม? ถ้ามี จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา ถ้าไม่มีก็อย่ามาเกะกะกวนใจ"
เขากดส่งข้อความไปและรออยู่พักหนึ่ง ก่อนที่อีกฝ่ายจะตอบกลับมา
"ฉันรู้เรื่องที่ตระกูลซูแอบทำการทดลองมนุษย์อย่างผิดกฎหมายจริงๆ แล้วก็รู้แนวทางการวิจัยรวมถึงผลผลิตที่พวกมันพัฒนาขึ้นมาด้วย เมื่อประมาณครึ่งปีก่อน ห้องทดลองขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของพวกมันเกิดความลับรั่วไหล ไม่ใช่แค่หนูทดลองที่หนีรอดไปได้ แต่ยังมีนักวิจัยระดับสูงที่กลัวความผิดหนีตามออกไปด้วย บังเอิญว่า... ฉันรู้ที่กบดานปัจจุบันของนักวิจัยคนนี้พอดี"
เย่ว์สือ: "เสนอราคามา"
ผู้ใช้ไม่ระบุตัวตน: "ฉันไม่เอาเงิน"
ไม่เอาเงิน? เย่ว์สือตั้งการ์ดระวังตัวทันที คำจำพวก 'ของฟรี ไม่เสียเงิน' มักจะทำให้เขาโยงไปถึงพวกมิจฉาชีพโดยสัญชาตญาณ
เย่ว์สือ: "แล้วแกต้องการอะไร?"
ผู้ใช้ไม่ระบุตัวตน: "ตราบใดที่แกเป็นศัตรูกับตระกูลซู แกก็คือเพื่อนของฉัน"
"ฉันสิงอยู่ในฟอรัมนี้มาตลอด เพื่อคอยตามหาศัตรูและฝ่ายตรงข้ามของตระกูลซู รวมถึงพวกหนูทดลองที่หลบหนีออกมาได้ ฉันยินดีแชร์ข้อมูลวงในของตระกูลซูให้คนพวกนี้ฟังฟรีๆ ตราบใดที่ตระกูลซูฉิบหาย ฉันก็มีความสุขแล้ว"
เย่ว์สือยังคงกังขากับคำพูดสวยหรูพวกนี้อย่างหนัก
ผู้ใช้ไม่ระบุตัวตน: "การทดลองมนุษย์อย่างลับๆ ของตระกูลซูแบ่งออกเป็นสองสายหลักๆ สายแรกคือการมุ่งเป้าไปที่ผู้มีพลังพิเศษ โดยเน้นวิจัยเรื่องการปลูกถ่ายพลังพิเศษ การเปลี่ยนผู้มีพลังพิเศษให้กลายเป็นไอเทมวิปลาส การสกัดยีนชั้นเลิศจากผู้มีพลังพิเศษเพื่อนำมาพัฒนาสายเลือดของตระกูลซู รวมถึงการสร้างยารุ่นใหม่ อาวุธรุ่นใหม่ และผลผลิตพลอยได้อื่นๆ..."
"ส่วนการวิจัยเรื่องอาณาเขตวิปลาสของตระกูลซู ฉันไม่ค่อยมีข้อมูลเท่าไหร่ พวกมันมีห้องทดลองผิดกฎหมายหลายแห่งและเก็บความลับเก่งมาก ตอนแรกฉันรู้แค่ว่ามีห้องทดลองย่อยแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในป่ารกร้างของเขตโกลาหล แต่ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์หนูทดลองหลบหนี พวกมันก็รีบย้ายฐานทัพและยกระดับการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ตอนนี้การจะสืบหาพิกัดของห้องทดลองนั่นเป็นเรื่องที่ยากบรรลัย"
"นอกจากนี้ จากการประเมินของฉัน การทดลองเถื่อนของตระกูลซูน่าจะมีเส้นสายโยงใยไปถึงหลายขุมกำลัง เผลอๆ อาจจะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานสืบสวนเข้าไปเอี่ยวด้วย ดังนั้น ไม่ว่าแกจะมีตัวตนหรือจุดยืนแบบไหน ถ้าแกคิดจะงัดกับตระกูลซู โดยเฉพาะถ้าคิดจะไปถล่มห้องทดลองเถื่อนของพวกมันล่ะก็ พยายามอย่าพึ่งพาช่องทางของทางการเด็ดขาด"
"ส่วนเรื่องนักวิจัยที่หนีออกมาจากห้องทดลองของตระกูลซู ตอนนี้มันกบดานอยู่ในอาณาเขตวิปลาสที่ชื่อว่า 'สถานพักฟื้นชิงซาน' ในแถบตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปจินหลง"
ปิดท้ายด้วยรูปถ่ายที่แนบมา เป็นภาพของชายที่ดูค่อนข้างหนุ่มแต่หัวเถิกไปนิดและสวมแว่นตา ชื่อ เฉียวซวี่ ถูกเขียนกำกับไว้บนรูป
เย่ว์สือไม่ค่อยอยากจะเชื่อข้อมูลฟรีๆ ที่ได้มาจากคนแปลกหน้าสักเท่าไหร่ แต่ไม่นานนัก เขาก็ได้รับข้อความส่วนตัวจากผู้ใช้ไม่ระบุตัวตนอีกคน
"ตระกูลซูทยอยตามจับหนูทดลองที่หลบหนีกลับไปได้เกือบหมดแล้ว เหลือแค่พวกตัวตึงๆ ไม่กี่คนที่ยังลอยนวลอยู่ ตรวจสอบข้อมูลที่ได้มาให้ดีล่ะ มันอาจจะเป็นกับดักที่ตระกูลซูจงใจวางไว้ตกปลาหาข่าวก็ได้"
ไม่กี่วินาทีต่อมา ข้อความส่วนตัวนี้ก็ถูกยกเลิกการส่งไป
เย่ว์สือทักรัวๆ กลับไปหาอีกฝ่าย แต่ก็ไม่มีการตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น
ยอดคอมเมนต์ใต้กระทู้ล่าค่าหัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่มีแต่พวกหน้าม้ามาด่าทอเข
ผู้ใช้ไม่ระบุตัวตน A: "แกตั้งใจใส่ร้ายตระกูลซูใช่ไหม? แกรู้ไหมว่าแต่ละปีตระกูลซูบริจาคเงินทำบุญไปเท่าไหร่? ตระกูลซูจะไปเกี่ยวข้องกับการทดลองมนุษย์ผิดกฎหมายได้ยังไง? ไอ้พวกขี้อิจฉาอย่างแกสมควรตาย!"
เย่ว์สือ: "พล่ามอะไรของแกไอ้เด็กเปรต? ถ้าฉันตาย แกก็กลายเป็นเด็กกำพร้าสิ?"
ผู้ใช้ไม่ระบุตัวตน B: "ตระกูลซูมีทั้งอำนาจและอิทธิพลล้นฟ้า ทำไมพวกเขาต้องลดตัวไปทำการทดลองมนุษย์ผิดกฎหมายเพื่อทำร้ายพวกผู้มีพลังพิเศษด้วยล่ะ? แกเป็นตัวนอตหลุดมาจากไหนเนี่ย? ไม่รู้จักเจียมกะลาหัวตัวเองเลย!"
เย่ว์สือ: "อีเวร รู้สันดานความตอแหลของตัวเองบ้างไหม? ถ้าแน่จริงก็เปิดเผยชื่อจริงกับที่อยู่มาสิวะ!"
ผู้ใช้ไม่ระบุตัวตน C: "มีหลักฐานไหมล่ะ? พูดพล่อยๆ ไม่มีหลักฐานแบบนี้ระวังโดนฟ้องหมิ่นประมาทนะ เตรียมรับหมายศาลได้เลย!"
เย่ว์สือ: "แกมีสมองปะเนี่ย? ตอนไปขี้แกเผลอกดสมองทิ้งชักโครกไปด้วยหรือไง ถึงได้พ่นคำพูดไร้สมองออกมาแบบนี้? ตระกูลซูโยนกระดูกให้แทะไปกี่ชิ้นล่ะ ถึงได้เห่าหอนรับใช้เจ้านายไม่หยุดหย่อนแบบนี้"
เย่ว์สือสวมวิญญาณนักรบคีย์บอร์ด เปิดฉากสาดน้ำลายและปลดปล่อยอารมณ์ด้านลบอย่างเมามัน บรรยากาศของกระทู้ล่าค่าหัวออกทะเลไปไกลลิบ และสูญเสียจุดประสงค์เดิมของมันไปอย่างสิ้นเชิง
เมื่อตกค่ำ เขาตั้งใจจะลบกระทู้นี้ทิ้งแล้วตั้งกระทู้ใหม่ แต่จังหวะนั้นเอง เขาก็ได้รับคำขอเป็นเพื่อนส่งมา ไอดีของคนส่งคือ ทนายกองหน้า
หลังจากกดยอมรับคำขอ ทนายกองหน้าก็ส่งพิกัดตำแหน่งมาให้โดยตรง พร้อมข้อความ "มีคนที่นี่รู้ข้อมูลที่นายต้องการ แต่มันมีอันตรายนะ"