- หน้าแรก
- ยอดเซียนเทพทรู แอปพลิเคชันสวรรค์เปลี่ยนชีวิต
- บทที่ 10 พนันหิน
บทที่ 10 พนันหิน
บทที่ 10 พนันหิน
บทที่ 10 พนันหิน
"ก็คงงั้นมั้ง ถึงแม้หินดิบในเมืองหลวงล้วนเป็นแค่เศษหินที่เหลือทิ้งมาจากชางฮว่า แต่ก็มีชิ้นที่พิเศษอยู่บ้าง ฉันคิดว่าสายตาของตัวเองก็พอดูออก หวังว่าจะได้ของดีราคาถูกมานะ" ขงเมิ่งหานถอนหายใจเบา ๆ
"งั้นก็ได้ครับ หัวหน้าพกเงินมาด้วยไหม ผมได้ยินมาว่าหินดิบของหินเลือดไก่ราคาก็ไม่เบาเลยนะ!" จางเล่อถาม
"น่าจะพอแหละ เป้าหมายในครั้งนี้คือมาซื้อเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หยวนชิ้นนั้น ในเมื่อซื้อไม่สำเร็จ ก็สู้ลองเสี่ยงดูสักตั้ง! อย่างมากฉันก็แค่ชดใช้เงินคืนให้คุณลุงซ่งก็พอ!" ขงเมิ่งหานพูด
"งั้นก็เอาตามนี้ครับ!" เมื่อเห็นว่าขงเมิ่งหานตัดสินใจแน่วแน่แล้ว จางเล่อก็ไม่ได้พูดเกลี้ยกล่อมอีก และสตาร์ทรถ
ถึงแม้จางเล่อจะไม่ใช่คนเมืองหลวงแต่กำเนิด แต่เขาก็เคยได้ยินชื่อเสียงอันโด่งดังของหลิวหลีฉ่างมาบ้าง เขาพาขงเมิ่งหานขับรถมาได้ไม่นานก็ถึงหลิวหลีฉ่าง
"เอาล่ะ ไปกันเถอะ!" เมื่อจอดรถเสร็จ จางเล่อก็หันไปพูดกับขงเมิ่งหาน
ขงเมิ่งหานไม่ได้พูดอะไร ตอนนี้ในหัวของเธอมีแต่วิธีการประเมินหินดิบของหินเลือดไก่ คิดแต่ว่าจะทำยังไงถึงจะได้ของดีราคาถูกมาโดยไม่ต้องจ่ายแพง เธอไม่มีอารมณ์ไปสนใจเรื่องอื่นเลย
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการของเก่า ขงเมิ่งหานย่อมคุ้นเคยกับหลิวหลีฉ่างเป็นอย่างดี ขงเมิ่งหานพาจางเล่อเดินมาถึงหน้าร้านขายตราประทับแห่งหนึ่งอย่างช่ำชอง
"ลุงเฉิน!" ขงเมิ่งหานร้องเรียกเถ้าแก่ร้านขายตราประทับเบา ๆ
"อ้าว นี่เสี่ยวหานไม่ใช่เหรอ วันนี้ทำไมถึงมีเวลาว่างมาหาลุงเฉินที่นี่ได้ล่ะ" เถ้าแก่เป็นชายวัยกลางคนอายุราว ๆ ห้าสิบกว่าปี เขายิ้มและพูดกับขงเมิ่งหานอย่างใจดี
"พอดีเจอปัญหานิดหน่อยค่ะ เลยต้องมารบกวนลุงเฉินแล้ว" ขงเมิ่งหานพูดอย่างเกรงใจ
"เป็นอะไรไปล่ะ" พอได้ยินขงเมิ่งหานพูดแบบนี้ ลุงเฉินก็เดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ แล้วมองขงเมิ่งหานพร้อมกับถามขึ้น
"เฮ้อ โรงประมูลของคุณลุงซ่งมีปัญหานิดหน่อยค่ะ" จากนั้น ขงเมิ่งหานก็เล่าปัญหาที่ตัวเองพบเจอให้ลุงเฉินฟังรอบหนึ่ง
"อย่างนี้นี่เอง! ได้สิ! ลุงเห็นเธอมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย ที่นี่เพิ่งจะมีหินดิบล็อตใหม่ส่งมาถึง เธอเลือกดูได้ตามสบายเลย ลุงจะคิดราคาต้นทุนให้เธอเอง!" ลุงเฉินตบไหล่ขงเมิ่งหานแล้วพูด
"งั้นต้องรบกวนลุงเฉินแล้วค่ะ แต่ก็คงยอมให้ลุงขาดทุนไม่ได้หรอกนะคะ" ขงเมิ่งหานพูด
"พูดอะไรแบบนั้นกัน ว่าแต่ พ่อหนุ่มคนนี้คือใครล่ะ" ลุงเฉินมองไปที่จางเล่อแล้วถาม
"เพื่อนของหนูเองค่ะ" ขงเมิ่งหานตอบปัด ๆ ไปโดยไม่ได้อธิบายอะไรมาก
"งั้นก็ได้ เข้ามากันให้หมดเลย หินดิบอยู่หลังบ้านทั้งหมด!" ลุงเฉินกวักมือเรียก แล้วพาทั้งสองคนเดินเข้าไปหลังบ้าน
"หินทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว เสี่ยวหาน เธอเลือกดูเอาเองเลยนะ!" ลุงเฉินพาทั้งสองคนเข้าไปในห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง ชี้ไปที่กองหินตรงมุมกำแพงแล้วพูด
ขงเมิ่งหานไม่ได้พูดอะไร เธอนั่งยอง ๆ ลง แล้วเริ่มพิจารณาดูหินตรงหน้าอย่างละเอียด
เมื่อเห็นขงเมิ่งหานตั้งใจตรวจดูหิน จางเล่อก็มองดูอย่างละเอียดบ้าง
พอได้มอง จางเล่อก็แทบจะร้องตะโกนออกมา เพราะเขากลับสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ข้างในหินดิบได้อย่างชัดเจน ในบรรดาหินดิบหลายสิบก้อนนั้น บางก้อนก็มีแค่หินปูนสีเทาขุ่นมัวอยู่ข้างใน แต่บางก้อนกลับมีหินเลือดไก่ที่มีปริมาณเลือดอยู่น้อยนิด
หรือว่านี่คือเนตรอัคคีตาทองคำที่ซุนหงอคงให้ฉันมา
จางเล่ออดไม่ได้ที่จะคิดอย่างคลางแคลงใจ วันนั้นหลังจากได้รับไฟล์ที่ซุนหงอคงส่งมาให้ จางเล่อก็ถูกแสงสีทองที่สาดส่องออกมาจากมือถือทำให้มึนงงไปหมด หลังจากตื่นขึ้นมา นอกจากดวงตาจะมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้ชัดเจนขึ้นแล้ว ก็ไม่มีสรรพคุณอื่นใดอีกเลย
แผนการของจางเล่อที่จะแอบดูสาวสวยหรือโกงไพ่ ก็พังทลายลงไม่เป็นท่า เพราะเหตุนี้ หลังจากจางเล่อให้นมเปรี้ยวซุนหงอคงไปแล้ว เขาก็ด่าซุนหงอคงว่าเป็นพ่อค้าหน้าเลือดไปยกใหญ่
แต่ตอนนี้ จางเล่อสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในหินดิบได้อย่างทะลุปรุโปร่ง นอกจากเนตรอัคคีตาทองคำแล้ว จางเล่อก็นึกถึงความเป็นไปได้อื่นไม่ออกจริง ๆ
"เอาก้อนนี้แหละ!" ขงเมิ่งหานชี้ไปที่หินดิบก้อนหนึ่งที่มีขนาดเท่าลูกแตงโม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
พอได้ยินว่าขงเมิ่งหานเลือกหินออกมาได้ก้อนหนึ่ง จางเล่อก็มองตามนิ้วของเธอไป เห็นเพียงหินก้อนนั้นมีผิวขรุขระ บนพื้นผิวมีรอยเลือดขนาดเท่าปากชามปรากฏอยู่ จางเล่อมองดูอย่างละเอียด หินก้อนนี้ก็ไม่ได้ว่างเปล่าเสียทีเดียว ภายใต้รอยเลือดนั้น มีเศษหินขนาดเท่าฝ่ามืออยู่ก้อนหนึ่ง ก็ถือว่าไม่ได้คว้าน้ำเหลวไปเสียหมด ด้วยเหตุนี้ จางเล่อจึงไม่ได้เอ่ยเตือนขงเมิ่งหาน
"ได้ หินก้อนนี้ขนาดไม่ใหญ่มาก คิดเธอแค่สามแสนก็แล้วกัน" ลุงเฉินพูด "จะตัดตอนนี้เลย หรือว่าค่อยตัดทีหลัง"
"เดี๋ยวค่อยตัดดีกว่าค่ะ หนูขอเลือกอีกสักสองสามก้อน ถึงตอนนั้นค่อยตัดพร้อมกันทีเดียว" ขงเมิ่งหานบอก
จากนั้น ขงเมิ่งหานก็เลือกหินออกมาติดต่อกันถึงสิบกว่าก้อน เงินหลายล้านหยวนก็ถูกใช้จ่ายออกไปแบบนี้แหละ หินแต่ละก้อน จางเล่อล้วนตรวจสอบดูอย่างละเอียด เขาก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ สายตาของขงเมิ่งหานนั้นเฉียบแหลมจริง ๆ ในบรรดาหินสิบกว่าก้อนนี้ มีหินเลือดไก่อยู่ข้างในถึงเจ็ดแปดก้อนติด ๆ กัน แต่ปริมาณเลือดไม่เยอะและขนาดก็ไม่ใหญ่ มูลค่าเทียบกับเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หยวนชิ้นนั้นไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
"เอาล่ะ ลุงเฉิน เอาแค่นี้แหละค่ะ ตัดเลย!" ขงเมิ่งหานลุกขึ้นยืน แล้วพูดด้วยท่าทางเหนื่อยล้า
"ได้เลย หินดิบสิบสี่ก้อนนี้ ราคารวมทั้งหมดเจ็ดล้านสองแสนห้าหมื่นหยวน คิดเธอแค่เจ็ดล้านถ้วนก็แล้วกัน" ลุงเฉินพูดพร้อมกับรอยยิ้ม
"งั้นก็ขอบคุณลุงเฉินมากนะคะ" ขงเมิ่งหานสนิทกับลุงเฉินอยู่แล้ว เธอจึงไม่เกรงใจและยิ้มตอบ
ลุงเฉินไปเอาเครื่องตัดหินมาจากมุมกำแพงด้านหนึ่ง หลังจากสตาร์ทเครื่องแล้ว เขาก็ลงมือตัดหินก้อนหนึ่งที่ขงเมิ่งหานเลือกไว้ ชั้นแล้วชั้นเล่า ฝุ่นหินปูนค่อย ๆ กองพะเนินเป็นชั้นหนาอยู่บนพื้น ทั่วทั้งห้องก็ตลบอบอวลไปด้วยฝุ่นหินปูน ลุงเฉินค่อย ๆ ตัดลงไปตามรอยเลือดบนผิวหินทีละนิด ในที่สุด หินก้อนใหญ่ก็ถูกตัดลงไปจนสุด