- หน้าแรก
- ยอดเซียนเทพทรู แอปพลิเคชันสวรรค์เปลี่ยนชีวิต
- บทที่ 9 พวกเราจะไปทำอะไรกัน
บทที่ 9 พวกเราจะไปทำอะไรกัน
บทที่ 9 พวกเราจะไปทำอะไรกัน
บทที่ 9 พวกเราจะไปทำอะไรกัน
ได้ขับรถหรูขนาดนี้เป็นครั้งแรก จางเล่อก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เขากำพวงมาลัยแน่นแล้วถามขึ้นว่า "หัวหน้า พวกเราจะไปไหนกันครับ"
"ไปถนนเฉียนเหมิน ส่วนที่อยู่เดี๋ยวค่อยบอกระหว่างทาง" ขงเมิ่งหานหยิบแฟ้มเอกสารออกมาจากกระเป๋าแล้วพูด
"จริงสิหัวหน้า พวกเรากำลังจะไปทำอะไรกันเหรอครับ" ขณะขับรถออกจากลานจอดรถชั้นใต้ดินอย่างช้า ๆ จางเล่อก็ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"นายเป็นพนักงานของบริษัทแล้ว บอกนายไปก็ไม่เป็นไร อีกไม่กี่วันก็จะเป็นการประมูลฤดูใบไม้ร่วงครั้งแรกของบริษัทแล้ว สินค้าประมูลชิ้นสุดท้ายของงานนี้คือเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หยวน เดิมทีบริษัทได้เซ็นสัญญากับเจ้าของเครื่องลายครามชิ้นนี้ไว้แล้ว แถมยังปล่อยข่าวออกไปหมดแล้วด้วย แต่เมื่อวานนี้ เจ้าของเครื่องลายครามกลับเปลี่ยนใจกะทันหัน ยอมจ่ายแม้กระทั่งค่าปรับผิดสัญญา" ขงเมิ่งหานพูดด้วยความกลัดกลุ้ม
"แล้วจะทำยังไงดีล่ะครับ จะมีปัญหาอะไรไหม" จางเล่อถามด้วยความกังวล
"ปัญหาใหญ่คงไม่มีหรอก แต่มันส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชื่อเสียงของบริษัทอย่างไม่ต้องสงสัยเลย การประมูลฤดูใบไม้ร่วงครั้งนี้ เราโปรโมตเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หยวนชิ้นนี้ไว้เยอะมาก เชิญคนมาก็ตั้งเยอะ แต่ทางบริษัทกลับมามีปัญหาซะเอง เฮ้อ!" ขงเมิ่งหานถอนหายใจเบา ๆ
"แล้วมีวิธีแก้ไขไหมครับ" พอได้ยินขงเมิ่งหานพูดแบบนี้ จางเล่อก็ตระหนักได้ถึงความรุนแรงของปัญหา และถามด้วยความกังวล
"ที่เราไปกันครั้งนี้ก็เพื่อไปแก้ไขนี่แหละ ได้ยินลูกน้องบอกมาว่า มีเจ้าของร้านค้าแห่งหนึ่งบนถนนใหญ่
เฉียนเหมิน รับซื้อเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หยวนมาโดยที่ไม่รู้ตัว ซึ่งลวดลายและรูปทรงของมันคล้ายคลึงกับสินค้าประมูลของบริษัทเรามาก ครั้งนี้เราก็เลยจะไปลองเสี่ยงดวงดู หาทางซื้อเครื่องลายครามชิ้นนี้มาแทนที่ชิ้นก่อนหน้า!" ขงเมิ่งหานพูด
"ต้องสำเร็จแน่นอนครับ!" เมื่อเห็นขงเมิ่งหานมีสีหน้าอมทุกข์ จางเล่อก็พูดปลอบใจ
"หึ ขอให้สมพรปากนายก็แล้วกัน!" ขงเมิ่งหานฝืนยิ้มแล้วพูด "ช่างเถอะ เอกสารนี่ฉันก็ไม่อ่านแล้ว เตรียมตัวหาคำพูดไปเจรจาดีกว่า"
"จริงสิหัวหน้า คุณเป็นเลขานุการไม่ใช่เหรอครับ ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงให้คุณมาทำล่ะ" เมื่อเห็นว่าขงเมิ่งหานอารมณ์ไม่ค่อยดี จางเล่อก็เลยเปลี่ยนเรื่องคุย
"ฉันเป็นเลขานุการก็จริง แต่ในขณะเดียวกันฉันก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินของเก่าของโรงประมูลด้วยนะ เป็นหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญเลยด้วย!" ขงเมิ่งหานพูดด้วยความภาคภูมิใจเล็กน้อย
"โห ดูไม่ออกเลยนะครับเนี่ย หัวหน้าเก่งขนาดนี้เลยเหรอ!" จางเล่อพูดด้วยความประหลาดใจ
"ไม่เท่าไหร่หรอก ฉันเกิดในตระกูลที่คลุกคลีกับของเก่า คุณปู่ของฉันแต่ก่อนก็สร้างเนื้อสร้างตัวมาจากการสะสมของเก่า พอมาถึงรุ่นพ่อก็ยังทำธุรกิจเกี่ยวกับของเก่า ฉันก็เลยซึมซับมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทำให้พอจะมีความรู้เรื่องของเก่าอยู่บ้าง" ขงเมิ่งหานพูด
เมื่อผ่านช่วงเวลาเร่งด่วน การจราจรในเมืองหลวงก็ถือว่าดีขึ้นมาหน่อย ตลอดทางจางเล่อไม่ได้เจอรถติดมากนัก ไม่นานก็มาถึงถนนใหญ่เฉียนเหมิน
"ไปกันเถอะ จอดรถไว้ตรงนี้แหละ!" เมื่อลงจากรถ ขงเมิ่งหานก็เป่าปากระบายลมหายใจแล้วพูด
เธอพาจางเล่อมาที่หน้าร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง แล้วหยุดเดิน
"ดูตามสบายเลยนะครับ ถูกใจตัวไหนก็ลองใส่ดูได้" เถ้าแก่ชายวัยสี่สิบกว่าปีพูดขึ้นเมื่อเห็นคนสองคนเดินเข้ามาในร้าน
"เถ้าแก่คะ ได้ข่าวว่าคุณรับซื้อเครื่องลายครามมาชิ้นหนึ่ง พอจะให้พวกเราดูหน่อยได้ไหมคะ" ขงเมิ่งหานเผยรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า และพูดเข้าประเด็นทันที
จางเล่อที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ขงเมิ่งหาน เมื่อเห็นรอยยิ้มของเธอ ก็ถึงกับชะงักไป ผู้หญิงคนนี้เวลายิ้มช่างดูสวยเหลือเกิน และก็เป็นอย่างที่คิด เถ้าแก่ชายเองก็ถูกความสวยของขงเมิ่งหานสะกดเข้าให้เช่นกัน หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก็พยักหน้าแล้วพูดว่า "ได้สิ พวกคุณตามผมมาเลย"
ทั้งสองเดินตามเถ้าแก่ชายไปที่หลังร้าน เถ้าแก่ชายหยิบเครื่องกระเบื้องชิ้นหนึ่งออกมาจากห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง
"นี่ครับ!" เถ้าแก่ชายยื่นเครื่องลายครามให้ขงเมิ่งหาน
"ขอบคุณค่ะ!" ขงเมิ่งหานรับเครื่องลายครามมา แล้วเริ่มพิจารณาดูอย่างละเอียด
ผ่านไปครู่หนึ่ง ในที่สุดขงเมิ่งหานก็วางเครื่องลายครามในมือลง "เถ้าแก่คะ คุณยินดีจะขายเครื่องลายครามชิ้นนี้ให้ฉันไหมคะ" ขงเมิ่งหานลองหยั่งเชิงถามหลังจากผ่านไปพักใหญ่
"ไม่ได้ครับ!" หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เถ้าแก่ชายก็ส่ายหน้า
"ทำไมล่ะคะ คุณเสนอราคามาได้เลย ขอแค่สมเหตุสมผลก็พอ!" ขงเมิ่งหานพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ไม่ปิดบังพวกคุณหรอกนะ มูลค่าของเครื่องลายครามชิ้นนี้ ผมก็ให้ผู้เชี่ยวชาญมาประเมินดูแล้ว มันเป็นของแท้ แต่ว่า ผมไม่ได้ตั้งใจจะขายออกไปหรอกครับ!" เถ้าแก่ชายค่อย ๆ พูด
"คุณตั้งใจจะเก็บสะสมไว้เองเหรอคะ" ขงเมิ่งหานลองถามหยั่งเชิง
"ไม่ใช่ครับ!" เถ้าแก่ชายส่ายหน้า
"แล้วคุณ..." ขงเมิ่งหานเริ่มงง และไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก
"ผมอยากจะใช้มันเพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งของน่ะครับ!" เถ้าแก่ชายพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"คุณอยากจะแลกกับอะไรล่ะคะ" ขงเมิ่งหานถาม
"หินเลือดไก่!"
พอได้ยินคำพูดของเถ้าแก่ชาย ทั้งจางเล่อและขงเมิ่งหานก็ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย
แม้แต่คนนอกวงการอย่างจางเล่อก็ยังรู้ดีว่า ถึงแม้หินเลือดไก่จะได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสี่หินชื่อดัง และได้ชื่อว่าเป็นสมบัติของชาติ แต่คุณภาพก็มีทั้งดีและแย่ปะปนกันไป ราคาก็ไม่เท่ากัน ยังไงซะมันก็ไม่มีทางล้ำค่าไปกว่าเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หยวนได้หรอกมั้ง
"ทั้งชีวิตของผม หลงใหลในหินเลือดไก่ ผมสร้างเนื้อสร้างตัวมาได้ก็เพราะหินเลือดไก่ และที่ต้องล้มละลายจนตกอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะหินเลือดไก่ แต่หลายปีมานี้ ความหลงใหลในหินเลือดไก่ของผมก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยสักนิด ผมจะไม่ทำให้พวกคุณลำบากใจหรอก เครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หยวนชิ้นนี้ก็มีมูลค่าหลายสิบล้าน ขอแค่พวกคุณสามารถหาหินเลือดไก่ที่มีมูลค่าเท่าเทียมกันมาได้ ผมก็จะยอมแลกกับพวกคุณ!" เถ้าแก่ชายพูด
เมื่อได้ยินคำพูดของเถ้าแก่ชาย ขงเมิ่งหานก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสี่หินชื่อดัง หินที่โด่งดังที่สุดก็คือ หินเลือดไก่ชางฮว่า แต่หินเลือดไก่ที่มีลวดลายเลือดสวยงามนั้นหาได้ยาก ราคาก็แตกต่างกันไป มีทั้งดีและแย่ มูลค่าหลายสิบล้าน เกรงว่าคงต้องใช้หินเลือดไก่ชั้นยอดหลายก้อน หรืออาจจะถึงสิบกว่าก้อนมาแลกเลยทีเดียว
ขงเมิ่งหานไม่ได้พูดเกลี้ยกล่อมเถ้าแก่ชายอีก เธอทิ้งท้ายไว้แค่ประโยคเดียวว่าหวังว่าเถ้าแก่ชายจะเก็บเครื่องลายครามสมัยราชวงศ์หยวนชิ้นนี้เอาไว้ แล้วก็พาจางเล่อเดินจากไป
"หัวหน้า ตอนนี้จะไปไหนกันต่อครับ" เมื่อขึ้นมานั่งบนรถ จางเล่อเห็นขงเมิ่งหานหน้าตาไม่ค่อยดีนักจึงถามขึ้น
"ฟู่! หลิวหลีฉ่าง ไปซื้อหินดิบ!" ขงเมิ่งหานพรูลมหายใจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"หา หัวหน้า คุณจะไปพนันหินเหรอครับ" จางเล่อร้องอุทานด้วยความตกใจ