- หน้าแรก
- สมรภูมิระดับโลก ผมมีระบบสุ่มการ์ดไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 23 มันพบผมแล้ว
บทที่ 23 มันพบผมแล้ว
บทที่ 23 มันพบผมแล้ว
บทที่ 23 มันพบผมแล้ว!
พวกบากาตันเริ่มเปิดฉากโจมตีหลังเที่ยงคืนเพียงไม่นาน
หลินฉวินที่เพิ่งงีบไปได้ไม่เท่าไหร่สะดุ้งตื่นขึ้น ในตอนนั้น ตัวเลขนับถอยหลังเหลือเวลาเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น
สงครามอารยธรรมระดับโลกกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้านั้นรวดเร็วกว่า เสียงปืนและระเบิดดังสนั่นจนแสบแก้วหู
แนวป้องกันรูปสามเหลี่ยมที่เหล่ากองทัพสร้างขึ้นโดยใช้อาคาร 3 , 5 และ 7 เป็นฐานที่มั่นกำลังสำแดงฤทธิ์
อาวุธหนักทุกชนิดระดมยิงเข้าใส่กองทัพบากาตันที่เคลื่อนพลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ท่ามกลางความมืดมิดของหมู่บ้าน มีเพียงแสงไฟวาบจากปลายกระบอกปืนที่สาดส่องออกมาเป็นจังหวะ
หลินฉวินมองลงมาจากชั้น 7 ภาพที่เห็นทำให้เขาใจหายวาบ...
ภายใต้แสงไฟสลัวปรากฏร่างเงานับร้อยของพวกบากาตันวูบวาบไปมา พวกมันกำลังโอบล้อมอาคารเข้ามาจากทุกทิศทาง!
ทว่า... พวกบากาตันที่บุกถล่มหมู่บ้านหลงเฉิงตี้จิ่งในคืนนี้ ไม่ใช่กองทัพทหารประจำการ แต่เป็นพวกเดนตายที่รวมตัวกันขึ้นมาเอง อาวุธและชุดเกราะที่สวมใส่จึงดูสะเปะสะปะและไร้รูปแบบ
แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความอันตรายลดลงเลยแม้แต่น้อย เพราะทุกตัวล้วนเป็นเพชฌฆาตที่เชี่ยวชาญการฆ่าเป็นอย่างดี!
ด้วยเหตุนี้ พวกมันจึงไม่มีอากาศยานสนับสนุนเท่าที่ควร มีเพียงยานบินสองลำที่หลินฉวินเหลือบไปเห็นตรงทางเข้าหมู่บ้าน ลักษณะของมันคล้ายกับลำที่เขาเคยปะทะด้วยก่อนหน้านี้
หลินฉวินกวาดสายตาประเมินสถานการณ์เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตัดสินใจพุ่งทะยานลงจากตึก
การจู่โจมเต็มรูปแบบของพวกบากาตันในครั้งนี้ สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับแนวรบของกองทัพ พวกเขาจึงตัดสินใจใช้งานหน่วยอาสาสมัครจากเหล่าผู้รอดชีวิต
ใครที่มีความสามารถในการโจมตีระยะไกลให้ใช้พลังของตนเข้าต่อสู้ ส่วนคนที่ไม่มีพลังจะได้รับแจกอาวุธปืนเพื่อให้ช่วยระดมยิงสนับสนุน!
อาวุธและกระสุนของกองทัพสามารถหาซื้อเพิ่มเติมได้จากร้านค้าแต้มผลงาน ตราบใดที่พวกเขายังสามารถสังหารสิ่งมีชีวิตจากอารยธรรมอื่นได้ ก็ไม่ต้องกังวลว่ากระสุนจะหมด!
หลินฉวินยังเหลือบไปเห็นร่างของหลี่เจี๋ยด้วย
ชายคนนี้สามารถใช้มือทั้งสองข้างสร้างสายฟ้าได้ เขาฟาดสายฟ้าขนาดเล็กออกไป แม้อานุภาพดูเหมือนจะไม่มากนัก แต่ทันทีที่มันเข้าเป้า กลับสามารถระเบิดร่างของพวกบากาตันจนเป็นรูโหว่ได้!
ไอ้เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!!
เฉียนอิ๋งอิ๋งเองก็เดินตามหลังเขา ในมือถือปืนพกที่ได้รับแจกจากกองทัพ คอยระดมยิงเข้าไปในความมืด
นี่คือช่วงเวลาของการตะลุมบอนที่วุ่นวาย ทั้งสองฝ่ายต่างไม่เน้นความแม่นยำ แต่เน้นการสาดกระสุนเข้าใส่ทิศทางของศัตรูท่ามกลางความมืดมิด
หลี่ซิงเหอถูกลากมายังแนวหน้าเช่นกัน โดยมีหวังเต๋อเซิ่งคอยประกบติด
หวังเต๋อเซิ่งเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขณะจ้องมองเข้าไปในความมืดเบื้องหน้า "หลี่ซิงเหอ อย่าเพิ่งใจร้อนกระโดดออกไปนะ! ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่นายต้องโชว์ฝีมือ"
ในหัวของหวังเต๋อเซิ่งนั้นปักใจเชื่อไปแล้วว่า สกิลของหลี่ซิงเหอคือการกระโดดพร้อมกับโจมตีอานุภาพสูง
ส่วนทางด้านหลี่ซิงเหอได้แต่ยืนหน้าเหวอ...
กระโดดออกไปงั้นเหรอ?
บ้าหรือเปล่า! สถานการณ์นรกแตกแบบนี้ใครมันจะกล้ากระโดดออกไปฆ่าตัวตายกันวะ!
เขารีบกวาดสายตาเลิ่กลั่กไปทั่วสมรภูมิ ในใจกู่ร้องเรียกหาที่พึ่งเดียวที่เขานึกออก
ท่านยอดฝีมือ…ท่านอยู่ที่ไหน?’
เพราะถูกเข้าใจว่าเป็นยอดฝีมือ จึงถูกหวังเต๋อเซิ่งพามาอยู่แนวรบด้านหน้า
แต่สิ่งที่หลี่ซิงเหอไม่รู้เลยก็คือ ยอดฝีมือที่เขากำลังตามหานั้น ได้แอบแฝงตัวอยู่ในมุมหนึ่งของสนามรบเรียบร้อยแล้ว
และที่สำคัญ อยู่ใกล้ตัวเขามาก!
ทักษะของหลินฉวินต้องใช้งานในระยะ 10 เมตร
ดังนั้นเขาจึงต้องเคลื่อนที่มายังแนวหน้าสุดของสมรภูมิ เขาเหลือบเห็นตำแหน่งที่หลี่ซิงเหอยืนอยู่ จึงตัดสินใจมุ่งหน้ามาทางนี้
ทว่าในครั้งนี้ ตำแหน่งที่หลินฉวินเลือกนั้นเหนือชั้นยิ่งนัก
ท่ามกลางเสียงปืนและระเบิดที่ดังกึกก้องอยู่เบื้องล่าง เขากระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนยอดเสาไฟของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดในสมรภูมิรบนี้ โดยไม่มีใครสังเกตเห็นการมีอยู่ของเขาเลยแม้แต่คนเดียว
ในสถานการณ์ที่ความเป็นตายเท่ากันเช่นนี้... ใครจะไปคาดคิดว่าจะมีไอ้บ้าที่ไหนไปยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่บนยอดเสาไฟกันล่ะ!
และนั่นแหละ... คือผลลัพธ์ที่หลินฉวินต้องการ
ด้วยระยะเพียงเท่านี้ หลินฉวินเริ่มใช้งานทักษะระเบิดหัวทันที เขาพร้อมแล้วที่จะกระหน่ำยิงพวกบากาตันเดนตายพวกนี้
หลังจากที่นอนพักมาเต็มอิ่ม ทำให้ตอนนี้พลังจิตพุ่งสูงถึง 20 แต้ม
ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ทักษะระเบิดหัวติดต่อกันได้ถึง 9 ครั้ง และหากไม่พอเขาก็ยังสามารถแลกซื้อน้ำยาฟื้นฟูมาเติมได้ตลอดเวลา
ตำแหน่งของหลินฉวินซ่อนเร้นอยู่ในเงามืดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทุกครั้งที่พวกบากาตันมองมาทางเขา พวกมันก็ตายในทันที… ราวกับการสบตากับมัจจุราช สบตาปุ๊บ หัวระเบิดปั๊บ!
เพียงไม่นาน หน่วยย่อยของพวกบากาตันที่อยู่ด้านหน้าก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
ท่ามกลางความวุ่นวายที่ฝ่ายทหารช่วยดึงความสนใจไว้ เขาจึงสามารถสวมบทเพชฌฆาตในเงามืด สังหารพวกมันได้อย่างบ้าคลั่ง!
หวังเต๋อเซิ่งถึงกับตกตะลึง เพราะเขาสังเกตเห็นว่าพวกบากาตันจำนวนมากไม่ได้ตายเพราะกระสุนปืนของพวกเขา แต่กลับหัวระเบิดตายอย่างปริศนา
และพวกมันตายด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ ต่อให้พวกมันยืนเรียงแถวให้พวกเขาระดมยิง ก็ไม่มีทางสังหารได้รวดเร็วขนาดนี้!
เพียงชั่วอึดใจ ความกดดันในทิศทางของพวกเขาก็ลดฮวบลงทันที!
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
จนกระทั่งชายร่างผอมแห้งข้างกายตะโกนใส่หลี่ซิงเหอด้วยความตื่นเต้น "ท่านหลี่ ท่านสุดยอดมาก!"
"นี่คือพลังของนายงั้นเหรอ?" หวังเต๋อเซิ่งมองหลี่ซิงเหอด้วยความทึ่ง
ในที่สุดเขาก็เข้าใจพลังที่แท้จริงของหลี่ซิงเหอ ดูเหมือนพลังของหลี่ซิงเหอจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่การกระโดดอย่างเดียว แม้จะยืนนิ่งๆก็สามารถใช้งานได้สินะ
มิน่าล่ะ เขาถึงสามารถไล่ล่ายานบินของพวกบากาตันต้องหนีตายหัวซุกหัวซุนขนาดนั้น!
แต่พลังของเขามันน่ากลัวเกินไปแล้ว
หวังเต๋อเซิ่งผ่านสมรภูมิมาไม่น้อย เจอผู้รอดชีวิตเก่ง ๆ มาก็มาก แต่ไม่เคยเห็นพลังที่น่ากลัวขนาดนี้มาก่อน
เพียงไม่กี่นาที สามารถสังหารพวกบากาตันไปถึง 9 ตัวติดต่อกัน แทบจะล้างบางศัตรูในทิศทางนี้จนเกลี้ยง!
ถ้าชายร่างผอมไม่พูดออกมา เขาก็ไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นฝีมือของหลี่ซิงเหอ เพราะการลงมือของเขานั้น รวดเร็วไร้ร่องรอย และไร้ซึ่งเสียงใดๆ
นี่มันคือพลังของพระเจ้าชัดๆ!
เมื่อเห็นสายตาของหวังเต๋อเซิ่งที่มองมาเหมือนเห็นผี หลี่ซิงเหอก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน "แหะ ๆ ใช่ครับ... ฝีมือผมเอง"
ทว่าในใจเขาคิดเหมือนกับหวังเต๋อเซิ่งไม่มีผิด
ท่านยอดฝีมือคนนั้นเก่งขึ้นกว่าเดิมอีก!
นี่มันคือพลังบ้าอะไรกันเนี่ย?
แล้วตัวจริงไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกันนะ?
ทว่า การฆ่าล้างบางอย่างบ้าคลั่งในจุดนี้ดูเหมือนจะดึงดูดความสนใจของพวกบากาตันทั้งสมรภูมิ
ยานบินทั้งสองลำเปลี่ยนทิศทางและมุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขาซ่อนตัว พร้อมสาดกระสุนจากปืนกลหนัก
หวังเต๋อเซิ่งเองก็มือเท้าไวพอสมควร เขารีบกดหัวหลี่ซิงเหอที่ยังทำตัวไม่ถูกให้หมอบลงในที่กำบัง
หากช้ากว่านี้ไปเพียงก้าวเดียว หัวของหลี่ซิงเหอคงกระจุยไปแล้ว!
ยานบินทั้งสองลำบินโฉบผ่านสมรภูมิ ท่ามกลางห่ากระสุนที่ยิงสวนขึ้นไป พวกมันพุ่งเป้ามาเพื่อปลิดชีพทุกคนในทิศทางนี้
หวังเต๋อเซิ่งและคนอื่น ๆ ถูกยิงกดจนโงหัวไม่ขึ้น เขาตะโกนลั่น "หลี่ซิงเหอ ลงมือเลย! ระเบิดหัวคนขับซะ!"
กระสุนจำนวนมากพุ่งผ่านเหนือศีรษะไปจนแสบผิว หลี่ซิงเหอขวัญเสียถึงขีดสุด เขาได้แต่ตะโกนเรียกในใจ: ท่านยอดฝีมือ รีบระเบิดหัวพวกมันทีเถอะ!
หลินฉวินเองก็คิดไม่ต่างกัน เขาต้องการจะระเบิดหัวคนขับยานบินทั้งสองลำเป็นอันดับแรก
จากตำแหน่งของเขาในตอนนี้ ขอเพียงแค่ปรายตามอง หัวของพวกบากาตันก็จะระเบิดทันที
แต่ทันใดนั้นเอง...
หลินฉวินพลันสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเย็นเยียบที่น่าสะพรึงกลัว มันแผ่ซ่านมาจากกระดูกสันหลังจนเขารู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัวอย่างบอกไม่ถูก
เขาหันมองไปยังแนวหลังของพวกบากาตันตามสัญชาตญาณ ตรงมุมมืดที่อับสายตาเช่นเดียวกับที่เขากำลังซ่อนตัวอยู่ นั่นคือบนดาดฟ้าของอาคาร 1 บริเวณทางเข้าหมู่บ้าน
ณ จุดนั้น มีเงาร่างหนึ่งลอยออกมาอย่างช้าๆ ราวกับผี
ไม่ช้าร่างของเงานั้นก็ปรากฏ
ชาวบากาตันร่างผอมแห้ง ลอยอยู่กลางอากาศได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ใดๆ มันนั่งขัดสมาธิประคองตัวนิ่งสนิท และที่น่าประหลาดคือมันไม่ได้สวมเกราะหรือพกอาวุธใดๆ ติดตัวเลย
มีเพียงชุดคลุมยาวทำจากผ้าป่านห่อหุ้มร่างกายเท่านั้น
ใบหน้าอัปลักษณ์น่ารังเกียจเผยให้เห็นชัดเจนถึงดวงตาทั้งสี่ดวงของมันที่กำลังจ้องเขม็งฝ่าสมรภูมิ ตรงมายังหลินฉวินที่อยู่บนยอดเสาไฟ!
ทั้งสมรภูมิไม่มีใครเห็นหลินฉวินเลยสักคนเดียว แต่มันกลับจ้องมองมายังเขาได้ในทันที
คำพูดของหลี่เจี๋ยพลันผุดขึ้นมาในใจของหลินฉวิน
"พวกมันมีสิ่งที่เรียกว่าผู้ใช้พลังจิตด้วยนะพี่ มันฆ่าคนตายได้โดยไม่กะพริบตาเลยด้วยซ้ำ…"
ชาวบากาตันตนนั้นจะต้องเป็นผู้ใช้พลังจิตอย่างแน่นอน!
ในวินาทีนั้นเอง...
"ผู้ใช้พลังจิต! นั่นมันผู้ใช้พลังจิตของพวกบากาตัน! แม่มเอ๊ย ฆ่ามันเร็ว!"
เบื้องล่าง เจียงปินที่นำกำลังเสริมมาให้หวังเต๋อเซิ่ง ถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นชาวบากาตันที่ลอยตัวอยู่
เขาตะโกนสั่งการด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับยกเครื่องยิงจรวดขึ้นประทับบ่าแล้วเล็งยิงเข้าใส่ทันที!
เขายอมทิ้งการช่วยเหลือหวังเต๋อเซิ่งที่กำลังถูกยิงกดดันอย่างหนักไปชั่วขณะ
น้ำเสียงที่เจียงปินตะโกนออกมานั้น แฝงไปด้วยความหวาดกลัวที่ฝังรากลึก
ชาวบากาตันผู้ใช้พลังจิตตนนั้น เคยปะทะกับพวกเจียงปินมาก่อน
ตอนนั้น เจียงปินยังปฏิบัติการร่วมกับกองร้อยของเขาอยู่เลย
พวกเขามีรถถังหนึ่งคัน รถสายพานลำเลียงพลอีกสามคัน อาวุธหนักครบมือและกำลังฮึกเหิมถึงขีดสุด
จนกระทั่งพวกเขาได้พบกับมัน…ชาวบากาตันผู้ใช้พลังจิต
เพียงแค่แว่บเดียว รถถังของพวกเขาก็แหลกเป็นเศษเหล็ก กองร้อยทั้งหน่วยถูกถล่มจนพินาศย่อยยับ
ผู้ใช้พลังจิตตนนั้นจะต้องมีเลเวลไม่ต่ำกว่า 7 อย่างแน่นอน แถมยังมีพลังในการควบคุมวัตถุและการรับรู้ทางจิตที่น่าสะพรึงกลัวอีกด้วย
เขาไม่รู้ว่าผู้ใช้พลังจิตตนนี้เก่งกาจขนาดไหน แต่เมื่อมันปรากฏตัวออกมาแล้ว เขาต้องรีบจัดการมันให้เร็วที่สุด
ทว่า...
จรวดลูกนั้นที่พุ่งเข้าหาด้วยความเร็วสูง แต่กลับหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นจับเอาไว้ จากนั้นมันก็เริ่มบดเบี้ยว บิดงอ และระเบิดออกทันที!
แสงไฟจากการระเบิดสว่างจ้าขึ้นเหนือหมู่บ้าน
มันเผยให้เห็นร่างของนักพลังจิตที่ดูราวกับปิศาจที่คลานออกมาจากนรก
ทว่าสายตาของมัน ตั้งแต่ต้นจนจบ กลับยังคงจ้องมองอยู่ที่ร่างของหลินฉวินเพียงคนเดียว
พร้อมกับจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาอย่างเข้มข้น
หลินฉวินเองก็กำลังจ้องมองมันเขม็งเช่นเดียวกัน
ระเบิดหัว... ระเบิดหัว... ต้องรีบระเบิดหัวมันซะ!