- หน้าแรก
- เมื่อเหล่าขุนนางได้ยินเสียงในใจ ส่วนข้าขออู้งานนั่งดูเรื่องสนุก
- บทที่ 8 ปัญหาแม่สามีกับลูกสะใภ้ที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล
บทที่ 8 ปัญหาแม่สามีกับลูกสะใภ้ที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล
บทที่ 8 ปัญหาแม่สามีกับลูกสะใภ้ที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล
บทที่ 8 ปัญหาแม่สามีกับลูกสะใภ้ที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล
สีหน้าของรองเสนาบดีกรมกลาโหมในเวลานี้ดูอึมครึมอย่างถึงที่สุด ประการแรกเป็นเพราะอนุภรรยาของเขาลักลอบคบชู้ และประการที่สองคือเรื่องอื้อฉาวส่วนตัวของเขาถูกแฉประจานต่อหน้าธารกำนัล
ระบบกล่าวด้วยความตื่นเต้น "พ่อบ้านคนนั้นหน้าตาเจ้าเล่ห์หลุกหลิก แถมยังหล่อสู้ท่านรองเสนาบดีไม่ได้เลยสักนิด แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อท่านรองเสนาบดียุ่งเสียขนาดนั้นล่ะ?"
"เขาออกจากบ้านแต่เช้าตรู่และกลับดึกดื่นทุกวัน แถมเวลาส่วนใหญ่ที่กลับถึงบ้านก็ยังไปขลุกอยู่ที่เรือนของฮูหยินเอกอีก เขามีอนุภรรยาตั้งสามคน ถ้าลองแบ่งเวลาดู คนอื่นก็แทบจะไม่ได้เห็นหน้าเขาเลยไม่ใช่เหรอ?"
"อนุภรรยาคนนั้นก็แค่เหงาและว้าวุ่นใจ ก็เลยไปแอบลักลอบคบชู้กับพ่อบ้านน่ะสิ"
"ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่มีใครจับได้ นั่นก็เป็นเพราะท่านรองเสนาบดีบ้างานเกินไปยังไงล่ะ พอกลับถึงบ้าน เขาก็ยังเอาเรื่องงานไปคุยกับฮูหยินอีก สองสามีภรรยาคู่นี้รวมหัวกันบ้างานชัดๆ!"
หลินโม่ทอดถอนใจด้วยความรู้สึกหลากหลาย "สุดยอดไปเลย! ไม่น่าเชื่อว่าบนโลกนี้จะมีคนที่ชอบทำงานจริงๆ ด้วย ทำไมฉันไม่ยกตำแหน่งของฉันให้เขาไปเลยล่ะ? การได้นอนเฉยๆ อยู่บ้านทุกวันมันสบายกว่าสำหรับฉันตั้งเยอะ"
ทุกคน: ...เจ้าช่างกล้าฝันเสียจริง
ฮ่องเต้ปรายพระเนตรมองรองเสนาบดีที่ตอนนี้หน้าซีดเผือด ทรงรู้สึกสงสารเขาอยู่ในพระทัยเล็กน้อย
หากพระองค์ไม่มอบหมายงานให้รองเสนาบดีมากขนาดนั้น เรื่องแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น
ขณะที่ฮ่องเต้กำลังทรงรู้สึกผิด ประโยคเดียวจากหลินโม่ก็ปัดเป่าความรู้สึกเหล่านั้นให้ปลิวหายไปอีกครั้ง
"คิดดูสิ ในเมื่อไม่มีเวลา แล้วจะรับอนุภรรยาเข้ามาตั้งมากมายทำไม? เขาชอบทำงานขนาดนั้น แถมภรรยาของเขาก็มีนิสัยคล้ายคลึงกัน แล้วเขาจะรับอนุภรรยามาเพื่ออะไร? ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ให้ตายเถอะ"
ระบบ: "อนุภรรยาคนนี้ไม่ใช่คนที่ท่านรองเสนาบดีเต็มใจรับเข้ามาหรอกนะ แต่ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นคนยัดเยียดให้ มารดาของเขาเกลียดชังฮูหยินของรองเสนาบดีมาก ก็เลยคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งอยู่ตลอด อนุภรรยาคนนี้เคยเป็นสาวใช้คนสนิทของมารดาเขา และมารดาของเขาก็เป็นคนตัดสินใจยกย่องสาวใช้คนนี้ขึ้นมาเป็นอนุภรรยาเอง"
ที่แท้เขาก็ถูกบังคับ สายตาของทุกคนที่มองไปยังรองเสนาบดีจึงยิ่งเต็มไปด้วยความเวทนา
การมีผู้อาวุโสที่ไร้เหตุผลอยู่ในจวนถือเป็นคราวเคราะห์จริงๆ
หลินโม่ถอนหายใจอย่างลึกซึ้งเมื่อได้ยินคำพูดของระบบ "ความสัมพันธ์ที่จัดการได้ยากที่สุดในโลกก็คือความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้นี่แหละ"
ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ในใจ 'ใช่ ถูกต้องที่สุด!'
แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ยังทรงเห็นด้วยกับประโยคนี้เป็นอย่างยิ่ง สมัยที่ไทเฮายังมีพระชนม์ชีพ พระนางมักจะบาดหมางกับฮองเฮาอยู่บ่อยครั้ง ไทเฮาทรงต้องการควบคุมวังหลัง แต่ในตอนนั้นฮองเฮาเป็นผู้กุมอำนาจอยู่ ทั้งสองพระองค์จึงขับเคี่ยวแย่งชิงอำนาจนี้กันอย่างดุเดือด ซึ่งฮ่องเต้ก็ทรงรู้สึกรำคาญพระทัยกับเรื่องนี้เช่นกัน
อันที่จริง พระองค์ทรงพอพระทัยในตัวฮองเฮามาก พระนางจัดการดูแลวังหลังได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไทเฮาไม่ใช่พระมารดาแท้ๆ ของพระองค์ และเมื่อครั้งที่พระนางยังมีชีวิตอยู่ พระนางก็มักจะพยายามยัดเยียดหลานสาวและเหลนสาวจากตระกูลเดิมของตนเข้ามาในวังหลังเสมอ
ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าพระนางต้องการทำอะไร ฮ่องเต้ทรงรู้สึกลำบากใจที่จะปฏิเสธไทเฮา แต่ฮองเฮานั้นเก่งกาจนัก!
ทุกครั้งที่ไทเฮาทรงยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ฮองเฮาก็จะคอยปัดป้องไปได้เสียทุกครั้ง ต้องบอกเลยว่าฮองเฮาทรงเป็นผู้ช่วยที่ประเสริฐยิ่งนัก!
หลินโม่กล่าวต่อ: "เอาจริงๆ นะ บางครั้งผู้หลักผู้ใหญ่ก็ไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของลูกหลานหรอก ลูกหลานก็มีวาสนาในแบบของพวกเขาเอง จะไปจู้จี้อะไรนักหนา?"
"พอแก่ตัวลง แค่ดูแลรักษาสุขภาพให้ดีแล้วใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมต้องไปรื้อฟื้นเรื่องวุ่นวายพวกนี้ขึ้นมาด้วย? ถ้าครอบครัวไหนมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่ดี ก็เปรียบเสมือนมีสมบัติล้ำค่า แต่ถ้ามีคนที่ไม่รู้จักเหตุผลล่ะก็ นั่นถือเป็นหายนะของทั้งตระกูลเลยทีเดียว"
ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ในใจ 'ใช่ ถูกต้องที่สุด!' พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าแม่หนูตระกูลหลินคนนี้ แม้จะอายุยังน้อย แต่กลับมีความคิดความอ่านที่เป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้
ระบบ: "เฮ้อ คนที่น่าสงสารที่สุดก็คือท่านรองเสนาบดีนี่แหละ อนุภรรยาคนนั้นท้องซะด้วยสิ! หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่ารู้เรื่องที่อนุภรรยาท้อง นางก็แทบจะประคบประหงมเอาใจใส่สารพัด"
"นางไม่ชอบหลานสายตรงที่เกิดจากลูกสะใภ้ของตัวเอง แต่กลับไปหลงใหลได้ปลื้มกับผลผลิตจากการที่ลูกชายตัวเองถูกสวมเขา ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ไม่เข้าใจเลย"
ใบหน้าของรองเสนาบดีแดงก่ำไปหมดแล้ว น่าอับอาย! มันช่างน่าอับอายขายหน้าเหลือเกิน!
แม้ว่าทุกคนจะรู้สึกสงสารรองเสนาบดีจับใจ แต่พวกเขาก็อิ่มเอมใจกับเรื่องซุบซิบนี้ไม่น้อย
หลังจากการประชุมขุนนางเสร็จสิ้น ฮ่องเต้ก็ทรงรั้งตัวรองเสนาบดีกรมกลาโหมไว้เป็นการเฉพาะ องค์รัชทายาทและองค์ชายอีกสองพระองค์ก็ประทับอยู่ด้วยเช่นกัน
ฮ่องเต้เซวียนเต๋อทอดพระเนตรรองเสนาบดีที่ใบหน้าซีดเผือด และตรัสด้วยสีพระพักตร์เห็นอกเห็นใจ "ยอดขุนนางของข้า ข้าไม่รู้จะปลอบใจเจ้ากับเรื่องนี้อย่างไรดี แต่ข้าคิดว่าสิ่งแรกที่เจ้าต้องจัดการก็คือฮูหยินผู้เฒ่าของเจ้านะ"
"ผู้หลักผู้ใหญ่เมื่อแก่ตัวลงก็ควรจะพักผ่อนและใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบ ปล่อยให้นางเข้ามาก้าวก่ายเรื่องในเรือนหลังให้น้อยลงเถอะ ข้าจำได้ว่าฮูหยินของเจ้าก็เก่งกาจทีเดียว เจ้าก็น่าจะวางใจให้นางดูแลจัดการเรื่องในเรือนหลังได้แล้ว"
รองเสนาบดีรีบพยักหน้ารับ "กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยอย่างแน่นอน"
ฮ่องเต้เซวียนเต๋อทรงพอพระทัยกับปฏิกิริยาของเขา และตรัสเสริมว่า "จัดการเรียบร้อยแล้วก็มาบอกข้าด้วยล่ะ"
จะเสพเรื่องซุบซิบทั้งทีก็ต้องตามให้สุดจริงไหม? พระองค์ควรจะได้รู้ถึงจุดจบของอนุภรรยาคนนั้นด้วย
หลังจากส่งรองเสนาบดีกลับไปแล้ว องค์รัชทายาท องค์ชายรอง และองค์ชายสามก็มองพระบิดาของพวกตนด้วยความระอาใจ
"เสด็จพ่อ พระองค์ไม่ได้กำลังเอามีดด้ามเดิมไปแทงซ้ำที่แผลของเขาหรอกหรือพ่ะย่ะค่ะ? พระองค์ไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายเรื่องในครอบครัวของเขานะพ่ะย่ะค่ะ"
องค์รัชทายาททรงรู้สึกจริงๆ ว่าเสด็จพ่อของพระองค์ชักจะพึ่งพาไม่ได้มากขึ้นทุกที
องค์ชายรองปรายพระเนตรมองพระเชษฐาผู้เคร่งขรึมของตน ก่อนจะตรัสด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง "เสด็จพี่ตรัสว่าก้าวก่ายได้อย่างไร? เสด็จพ่อกำลังแสดงความห่วงใยต่อขุนนางของพระองค์ต่างหาก หากเขาไม่สามารถจัดการเรื่องในครอบครัวได้ แล้วจะไปจัดการกิจบ้านเมืองได้อย่างไร? แม้แต่เรือนตัวเองยังกวาดให้สะอาดไม่ได้ แล้วจะไปกวาดใต้หล้าได้อย่างไร!"
องค์ชายสามก็เออออห่อหมกตาม "เสด็จพี่รองตรัสถูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เมื่อมองไปที่พระบิดาและพระอนุชาทั้งสอง องค์รัชทายาท: ...เอาเถอะ ข้าคงเป็นคนปกติเพียงคนเดียวในครอบครัวนี้สินะ
อย่างไรก็ตาม องค์รัชทายาทผู้ 'ปกติ' ก็ยังมิวายกระซิบสั่งหลี่กงกงก่อนเสด็จจากไป "ถ้ามีความคืบหน้าอะไรก็มารายงานข้าด้วยนะ"
หลี่กงกง: ...คนในครอบครัวนี้ช่างเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยนเลยจริงๆ!
หลังจากรองเสนาบดีกรมกลาโหมกลับถึงจวน เขาก็สั่งจับกุมหญิงร้ายชายชู้คู่นั้นทันที
ฮูหยินผู้เฒ่า เมื่อเห็นสาวใช้อนุภรรยาคนโปรดถูกจับกุม ก็โกรธจัดจนคว้าไม้เท้าหมายจะตีรองเสนาบดี
"ไอ้ลูกเนรคุณ เจ้าคิดจะทำอะไร! อนุภรรยาของเจ้ากำลังตั้งครรภ์อยู่นะ!"
รองเสนาบดีสั่งให้คนเข้ามาจับตัวฮูหยินผู้เฒ่าไว้ทันที ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ท่านแม่ ตั้งแต่นี้ต่อไป ท่านอย่าเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องในจวนอีกเลย ฮูหยินจัดการดูแลจวนได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ส่วนอนุภรรยาผู้นั้น นางรู้อยู่แก่ใจดีว่าเด็กในท้องเป็นลูกของใคร"
"การที่ข้าถูกปิดหูปิดตามานานขนาดนี้ก็เป็นความโง่เขลาของข้าเอง อนุภรรยาในจวนไปแอบลักลอบคบชู้กับพ่อบ้าน ช่างน่าขันเสียจริง!"
"หากไม่ใช่เพราะท่านแม่คอยให้ท้าย นางจะกล้าก่อเรื่องคาวโลกีย์แบบนี้ได้อย่างไร!"
รองเสนาบดีเก็บซ่อนความขุ่นเคืองที่มีต่อฮูหยินผู้เฒ่าไว้ในใจจริงๆ หากไม่ใช่เพราะมารดา เขาคงไม่กลายเป็นตัวตลกให้ใครต่อใครหัวเราะเยาะเช่นนี้
เขารู้สึกซาบซึ้งใจหลินโม่อยู่ไม่น้อย แม้ว่านางจะแฉเรื่องนี้กลางที่สาธารณะจนทำให้เขาต้องอับอายขายหน้า แต่ถ้าเรื่องนี้ไม่ถูกเปิดเผย เขาคงต้องสวมหมวกเขียวใบนี้ไปตลอดชีวิต และยังต้องมาเลี้ยงดูลูกของคนอื่นอีกต่างหาก