- หน้าแรก
- พิชิตวันสิ้นโลกด้วยระบบเกมสุดเทพ
- บทที่ 21 กองทัพ
บทที่ 21 กองทัพ
บทที่ 21 กองทัพ
บทที่ 21 กองทัพ
แม้จะเป็นเพียงฝูงซอมบี้ขนาดเล็กที่มีจำนวนราวๆ หลายร้อยตัว แต่กองทหารกลับมีกำลังพลพร้อมอาวุธเพียงสามสิบกว่านายเท่านั้น ช่างเป็นความแตกต่างที่ห่างชั้นกันเหลือเกิน
การเข้ามาสมทบของอวี้เหยาและลั่วเหมยช่วยลดทอนแรงกดดันให้กับเหล่าทหารกล้าได้ในพริบตา
ความโหดเหี้ยมและแข็งแกร่งของพวกเธอทำให้แม้แต่เหล่าทหารหาญผู้มีจิตใจเด็ดเดี่ยวยังต้องหันมามอง และอดไม่ได้ที่จะลอบมองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพียงชั่วอึดใจ ซอมบี้นับร้อยตัวก็ถูกจัดการจนราบคาบ อวี้เหยาเก็บดาบคู่ของเธอลงอย่างใจเย็น
ลั่วเหมยเดินเข้ามาหาอวี้เหยาพลางสะบัดข้อมือไปมาและบ่นอุบอิบ "ให้ตายเถอะ หัวพวกมันแข็งเป็นบ้า ฉันฟันจนข้อมือเคล็ดไปหมดแล้วเนี่ย!"
เมื่อนั้นอวี้เหยาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า แม้อาวุธของลั่วเหมยจะคมกริบเพียงใด แต่มันก็เป็นเพียงอาวุธสั้น เหมาะสำหรับการลอบสังหารมากกว่า หากนำมาใช้ฟาดฟันซอมบี้ก็ออกจะเสียเปรียบอยู่บ้าง
"ไว้เดี๋ยวฉันหาอาวุธชิ้นใหม่ให้เธอแล้วกัน"
ลั่วเหมยรีบส่ายหน้ารัวๆ ทันที "ไม่เอาๆๆ ฉันไม่เอาดาบคู่แบบเธอนะ! ดาบคู่ของเธอมันเท่จะตายไป!"
ลั่วเหมยคิดว่าอวี้เหยาต้องการจะยกดาบคู่เล่มใดเล่มหนึ่งให้ตน เธอจึงปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
อวี้เหยาหัวเราะขบขัน "ฉันไม่ได้จะให้ดาบคู่ของฉันเสียหน่อย ฉันไปเหมาอาวุธมาจากร้านขายอาวุธโบราณน่ะ มีตั้งเยอะแยะ เธอถนัดใช้อะไรล่ะ? เดี๋ยวฉันจะลองหาดูให้"
ดวงตาของลั่วเหมยเป็นประกาย "ดาบใหญ่! เธอมีดาบใหญ่หรือเปล่า? ราคาคริสตัลคอร์กี่ก้อนล่ะ? ตอนนี้ฉันติดหนี้ก้อนโตแล้วนะ!"
"...?"
อะไรกันเนี่ย?
มีหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่ไหนเขาอยากจะใช้ดาบใหญ่ที่ทั้งหนักและเทอะทะกันบ้างล่ะ?
ในขณะที่ความประหลาดใจและงุนงงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอวี้เหยา ชายผู้มีท่าทางดุจระดับผู้นำจากกองทัพก็เดินตรงเข้ามาหาพวกเธอเสียก่อน
ชายผู้นั้นดูมีอายุราวสามสิบกว่าปี หน้าตาขึงขังตรงไปตรงมา เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเที่ยงธรรม และสิ่งแรกที่เขาทำเมื่อหยุดยืนตรงหน้าก็คือการวันทยหัตถ์ทำความเคารพพวกเธอ
จากนั้นเขาก็กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "สหาย ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ พวกเราคือทหารประจำการจากกองทัพที่ 28 แห่งฐานที่มั่นหลินเจียง ได้รับคำสั่งให้เข้ามาในเมืองแห่งนี้เพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิตและพาพวกเขาไปยังเขตปลอดภัยหลินเฉิง ไม่ทราบว่าพวกคุณประสงค์จะเดินทางไปกับพวกเราหรือไม่ครับ?"
ความสนใจของลั่วเหมยถูกดึงดูดไปในทันที เธอเริ่มให้ความสนใจกับเขตปลอดภัยแห่งนั้น "เขตปลอดภัยเหรอ? อยู่ที่ไหนล่ะ?"
นายทหารตอบกลับว่า "รีสอร์ตน้ำพุร้อนซีเจียงทางตอนเหนือของเมืองครับ ที่นั่นถูกจัดตั้งให้เป็นเขตปลอดภัยชั่วคราว และเมื่อฐานที่มั่นหลินเจียงสร้างเสร็จสมบูรณ์ เราก็จะสามารถอพยพย้ายเข้าไปในฐานที่มั่นได้"
ลั่วเหมยตื่นเต้นขึ้นมาทันที เธอเขย่าแขนของอวี้เหยาพลางเอ่ยอย่างร้อนรน "ไปกันเถอะ ไปกันเถอะ พี่สาว พวกเราไปกันเถอะนะ? พวกพี่ๆ ของฉันจะต้องไปตามหาฉันที่เขตปลอดภัยแน่ๆ!"
ก่อนที่จะเกิดวันสิ้นโลก ลั่วเหมยเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้เพียงลำพังเพื่อปฏิบัติภารกิจบางอย่าง
เดิมทีมันเป็นเพียงภารกิจคุ้มกันที่แสนจะเรียบง่าย แต่ใครจะคาดคิดว่าเธอจะต้องมาเผชิญกับวันสิ้นโลกทันทีที่ภารกิจเสร็จสิ้น
บังเอิญว่าจุดหมายปลายทางในการคุ้มกันของเธอคือโรงพยาบาลแห่งที่สองประจำเมือง และนั่นก็ทำให้เธอต้องติดแหง็กอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนั้น
ภายในโรงพยาบาล เธอได้ช่วยเหลือเป้าหมายของภารกิจเอาไว้ แต่กลับถูกหล่อนผลักไปหาฝูงซอมบี้ ท้ายที่สุดเธอก็หนีรอดมาได้ด้วยสภาพบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะได้มาพบกับอวี้เหยา
แม้จะรักษาชีวิตรอดมาได้ แต่ลั่วเหมยก็สูญเสียการติดต่อกับเพื่อนร่วมทีม เนื่องจากโทรศัพท์ดาวเทียมไม่สามารถใช้งานได้อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลก
เพื่อนร่วมทีมรู้พิกัดสุดท้ายของเธอ และจะต้องเดินทางมาที่เมืองนี้เพื่อตามหาเธออย่างแน่นอน
แต่เมืองแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก พวกเขาจะตามหาเธอเจอได้อย่างไร?
เขตปลอดภัยแห่งนั้นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ขอเพียงพวกเขาไปพบกันที่นั่น โอกาสที่จะได้เจอกันก็จะมีมากขึ้นหลายเท่าตัว
อวี้เหยาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง การไปที่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร เธอไม่สามารถเร่ร่อนอยู่ข้างนอกไปได้ตลอด เธอยังต้องการสถานที่ที่ค่อนข้างปลอดภัยเพื่อพักผ่อนและฟื้นฟูเรี่ยวแรง
"ตกลง พวกเราจะไป" อวี้เหยากล่าวปลอบประโลมลั่วเหมยที่กำลังตื่นเต้นดีใจ
จากนั้นเธอก็หยิบวิทยุสื่อสารที่จี้เหยียนให้ไว้ออกมาแล้วเอ่ยว่า "ฉันจะแจ้งข่าวเรื่องเขตปลอดภัยให้พวกจี้เหยียนรู้ด้วย"
"อืม"
อวี้เหยาหันกลับไปมองนายทหารอีกครั้ง และก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากถาม นายทหารก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า "ภารกิจของเราคือการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตอยู่แล้ว ตามสบายเลยครับ"
อวี้เหยาพยักหน้ารับ กดปุ่มวิทยุสื่อสารและพูดว่า "จี้เหยียน เยี่ยจื่ออ๋าง ถ้าได้ยินแล้วตอบด้วย"
เสียงตอบรับดังกลับมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงซ่าของคลื่นสัญญาณ "รับทราบ อวี้เหยา พูดมาได้เลย" เป็นเสียงของจี้เหยียนนั่นเอง
ดูเหมือนว่าระยะห่างระหว่างพวกเขาจะยังไม่เกินขีดจำกัดการสื่อสารของวิทยุ แต่มันก็น่าจะอยู่ปริ่มๆ รัศมีทำการเต็มที
"พวกเราเจอทหารที่กำลังปฏิบัติภารกิจกู้ภัย พวกเขาเข้ามาในเขตเมืองใหม่เพื่อตามหาผู้รอดชีวิตและพาไปที่เขตปลอดภัย พวกนายอยากจะไปไหม?"
หลังจากเงียบไปราวครึ่งนาที เสียงของจี้เหยียนก็ดังขึ้นอีกครั้ง "พวกเธออยู่ที่ไหน? พวกเราจะรีบไปเดี๋ยวนี้"
อวี้เหยากวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วตอบกลับ "ถนนจูหยวน ใกล้ๆ กับหมู่บ้านจินเจียงการ์เด้น มาถึงแล้วพวกนายก็จะเห็นเอง"
"ตกลง ขอบใจมาก พวกเรากำลังไป"
หลังจากพูดจบและเก็บวิทยุสื่อสารลง นายทหารระดับหัวหน้าก็แนะนำตัว "ผมแซ่ฟาง ฟางหยวนครับ พวกคุณมีรถมาเองไหม หรือจะนั่งรถบรรทุกทหารของพวกเราไป?"
"พวกเรามีรถมาเองค่ะ"
ฟางหยวนพยักหน้ารับแล้วกล่าวว่า "ตกลงครับ พวกเราจะพักกันที่นี่ชั่วคราวก่อนเพื่อหาสถานที่พักแรมคืนนี้ ไว้ตอนออกเดินทางก็คอยขับตามขบวนรถมาได้เลยครับ"
ผู้กองฟางไม่ได้เยินยอพวกเธอจนเกินงามเพราะเห็นว่าแข็งแกร่ง เขาเพียงพูดคุยด้วยเล็กน้อยก่อนจะขอตัวไปจัดการธุระของตนต่อ
ลั่วเหมยและอวี้เหยากลับเข้าไปในคาเฟ่ร้านหนังสือและจัดการเก็บเสบียงของตน
อวี้เหยามองดูบะหมี่ต้านต้านที่จับตัวเป็นก้อนพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่
เมื่อเห็นดังนั้น ลั่วเหมยจึงเอ่ยปลอบใจ "ไม่เป็นไรหรอกน่า ยังพอกินได้อยู่นะ"
อวี้เหยารับคำในลำคอ ก่อนจะรีบโซ้ยบะหมี่สองชามนั้นร่วมกับลั่วเหมยอย่างรวดเร็ว
เอาจริงๆ นะ ถึงแม้มันจะจับตัวเป็นก้อน แต่มันก็ยังอร่อยมากๆ อยู่ดี!
อวี้เหยาแทบจะน้ำตาไหล
เธออดคิดไม่ได้ว่า ถ้าหาก... ถ้าหากในอนาคตเธอสามารถอยู่กับลั่วเหมยได้ตลอดไป ด้วยฝีมือการทำอาหารของลั่วเหมยบวกกับเสบียงมหาศาลที่เธอมี...
เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าชีวิตจะมีความสุขมากมายขนาดไหน!
...ทั้งสองจัดการเก็บกวาดทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วเดินออกมา ขับรถที่จอดอยู่ไม่ไกลนักมาจอดต่อท้ายรถบรรทุกของทหาร
หลังจากปักหลักเรียบร้อยแล้ว ผู้กองฟางก็ให้คนนำน้ำดื่มและบิสกิตอัดแท่งมามอบให้
ลั่วเหมยโบกมือปฏิเสธ เธอเพียงแค่หยิบมันฝรั่งทอดกรอบถุงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเดินทาง แล้วชูให้ผู้กองฟางดูพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ อย่างรักษาระยะห่าง
จากนั้นเธอก็เอนหลังพิงประตูรถสภาพซอมซ่อพลางหยิบมันฝรั่งทอดเข้าปากอย่างอ้อยอิ่ง
เมื่อผู้กองฟางเห็นเช่นนั้น เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าพวกเธอไม่ได้ขาดแคลนเสบียง จึงไม่ได้คะยั้นคะยออีก
เขาหันไปปลอบประโลมชาวบ้านธรรมดาที่กำลังอกสั่นขวัญแขวนอยู่บนรถบรรทุกทหารแทน
เมื่อมีหนทางตามหาเพื่อนร่วมทีม อารมณ์ของลั่วเหมยก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เธอไม่ต้องฝืนทำเป็นเข้มแข็ง และคอยปลอบใจตัวเองซ้ำๆ ว่า 'ไม่มีข่าวร้ายคือข่าวดี' อีกต่อไป
แต่กลับรู้สึกผ่อนคลายจากใจจริง
อวี้เหยาเดินเข้ามาหาแล้วยื่นขวดน้ำส่งให้
ลั่วเหมยรับไปถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ยื่นถุงมันฝรั่งทอดไปตรงหน้าอวี้เหยา "กินไหม?"
"ไม่อ่ะ ฉันไม่ชอบรสแตงกวา"
"รสแตงกวาออกจะอร่อยนะ?" ลั่วเหมยทำหน้างุนงง
"ฉันไม่ได้บอกว่ามันไม่อร่อยเสียหน่อย"
"แล้วทำไมถึงไม่ชอบล่ะ?"
"แค่มันอร่อยก็ไม่ได้แปลว่าฉันต้องชอบนี่ จริงไหม? ฉันเองก็สวยซะขนาดนี้ จำเป็นเหรอที่ทุกคนจะต้องมาชอบฉัน?"
ลั่วเหมยถึงกับอึ้งกับคำพูดเหล่านั้น ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอถึงได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
"พี่สาว พี่นี่หลงตัวเองไม่เบาเลยนะ!"
"ก็ไม่เท่าไหร่นะ" อวี้เหยาตอบพลางหยิบเยลลี่หมีกระปุกหนึ่งออกมาจากเป้และโยนเข้าปากไปหนึ่งชิ้น
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังกินขนม พูดคุย และหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
อวี้เหยาก็บังเอิญสังเกตเห็นว่าจุดสีแดงบนแผนที่เริ่มรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วที่ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจ
ขณะที่เธอกำลังคาดเดาว่าทำไมฝูงซอมบี้ถึงไปรวมตัวกันตรงนั้น วิทยุสื่อสารที่ห้อยอยู่ตรงเอวก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
ครืด... ครืด... "...ช่วย... ช่วย... พวกเราด้วย..."
ดูเหมือนว่าจะเป็นเสียงของถานเฮ่อ
"...อย่า... มา... ไม่... เอา..."
คราวนี้เป็นเสียงของจี้เหยียน
เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังตกอยู่ในอันตราย
อวี้เหยากำวิทยุสื่อสารแน่น หัวใจของเธอกระตุกวูบ เธอรีบขยายรายละเอียดบนแผนที่ตรงจุดที่ซอมบี้รวมตัวกันทันที
แล้วก็เป็นไปตามคาด เธอพบจุดสีน้ำเงินหลายจุดกำลังหนีตายอย่างเอาเป็นเอาตาย
จิ๊ น่ารำคาญชะมัด!
ใครจะอยากไปช่วยพวกเขากัน!
จิตใต้สำนึกของเธอสั่งให้ปฏิเสธในทันที
ทว่า ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปาก เธอก็สังเกตเห็นไอคอนรูปหีบสมบัติอันโดดเด่นปรากฏอยู่บนหนึ่งในจุดสีน้ำเงินเหล่านั้น ซึ่งกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปตามจังหวะการหนีของพวกเขา
เดี๋ยวนะ!
มีสมบัตินี่นา!!!
สมบัติชิ้นนี้นี่เองที่ดึงดูดพวกซอมบี้!!!