- หน้าแรก
- ระบบศัลยแพทย์ขั้นเทพ
- บทที่ 79 - โชว์ผ่าตัด
บทที่ 79 - โชว์ผ่าตัด
บทที่ 79 - โชว์ผ่าตัด
บทที่ 79 - โชว์ผ่าตัด
การที่ศาสตราจารย์ถานถูกโยกย้ายมายังแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อแบบสายฟ้าแลบ ย่อมต้องก่อให้เกิดคลื่นใต้น้ำขึ้นอย่างแน่นอน
ผู้ที่มีปฏิกิริยาต่อต้านมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้นผู้อำนวยการทั้งสาม ได้แก่ โอวหยาง ป๋าย และติง ต่อหน้าอาจจะทำเป็นสงบนิ่ง แต่ลึกๆ ในใจย่อมเต็มไปด้วยความไม่พอใจและไม่ยอมรับ อุตส่าห์เหน็ดเหนื่อยทุ่มเทมาเป็นสิบปี ปั้นแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อจนเติบโตแข็งแกร่ง จู่ๆ ก็ต้องมาประเคนให้คนนอกที่เพิ่งย้ายมาคว้าพุงเพียวๆ ไปกิน ใครมันจะไปทนได้
โชคดีที่หัวหน้าหานมีความน่าเกรงขามมากพอ เมื่อเขานั่งอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าแผนกใหญ่ จึงไม่มีใครกล้าหาเรื่อง หรือสร้างความวุ่นวายใดๆ ให้เห็น
วันเสาร์อาทิตย์ผ่านพ้นไปอย่างสงบสุข
เช้าวันจันทร์ ผู้อำนวยการเซี่ย ผู้อำนวยการซุน และผู้อำนวยการจ้าวจากฝ่ายการแพทย์ ก็มาเยือนแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ
หลังจากส่งเวรเสร็จ ผู้อำนวยการเซี่ยก็กระซิบกระซาบกับหัวหน้าหานสองสามประโยค ก่อนจะประกาศอย่างเป็นทางการ แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อจะเปลี่ยนชื่อเป็นแผนกศัลยกรรมจุลศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ ผู้อำนวยการถานและหมอจงจะเข้ามาร่วมงานกับแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ แม้จะยังไม่ได้ประกาศแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าแผนกอย่างเป็นทางการ แต่ทุกคนก็รู้เท่าทันกันดีอยู่แล้ว
เดิมทีเรื่องนี้ผู้อำนวยการจ้าวควรจะเป็นคนประกาศ แต่ตอนนี้ผู้อำนวยการเซี่ยกลับเป็นคนลงมาประกาศด้วยตัวเอง เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนสนับสนุนอย่างเต็มที่ หลังประกาศจบ ทุกคนก็ปรบมือต้อนรับ ผู้อำนวยการเซี่ยกล่าวเปิดงาน จากนั้นผู้อำนวยการเซี่ยกับผู้อำนวยการถานก็จับมือกัน
ทุกคนรู้ดีว่าหัวหน้าแผนกคนใหม่ต้องการจะโชว์ฝีมือผ่าตัด จึงพร้อมใจกันเลื่อนคิวผ่าตัดของตัวเองไปไว้ตอนบ่ายทั้งหมด เคลียร์คิวช่วงเช้าให้ว่าง เพื่อจะได้มาชมการแสดงโชว์ครั้งนี้ให้เต็มตา
มีข่าวลือว่าถานป๋ออวิ๋นเคยโชว์ผ่าตัดฉุกเฉินกระดูกเชิงกรานและเบ้าข้อต่อสะโพกกลางงานประชุมวิชาการมาแล้วครั้งหนึ่ง ทำออกมาได้สำเร็จงดงาม จนชื่อเสียงโด่งดังเป็นพลุแตก
หัวหน้าแผนกคนใหม่! ใครๆ ก็อยากเห็นฝีมือกันทั้งนั้นแหละ ถึงข่าวลือจะสรรเสริญว่าเขาเก่งกาจขนาดไหน แต่มันก็เป็นแค่ข่าวลือ คนที่เก่งแต่ชื่อก็มีถมเถไป
มีหัวหน้าแผนกบางคนไม่เคยลงมือตรวจรักษาคนไข้จริงเลยด้วยซ้ำ ไปชุบตัวทำวิจัยอยู่ในห้องแล็บที่เมืองนอกเป็นสิบปี พอกลับมาก็ได้นั่งแท่นหัวหน้าแผนกเลย เรื่องพรรค์นี้แผนกศัลยกรรมไม่ค่อยมีให้เห็นหรอก แต่ในแผนกอายุรกรรมน่ะมีเยอะ
หลังตรวจวอร์ดเสร็จ หัวหน้าหานก็พาผู้อำนวยการถานกับหมอจงไปที่ห้องผ่าตัด เดินไปก็แนะนำสภาพแวดล้อมของห้องผ่าตัดไปพลางๆ
พอถึงห้องผ่าตัด ผู้อำนวยการถานก็ตรวจดูเตียงผ่าตัด เครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่รูปตัวซี แล้วเอ่ยขึ้น "ขอผู้ช่วยสองคนขึ้นเตียงผ่าตัดด้วย"
เถียนหยวนเสนอตัว "ผมทำเอง!"
ผู้อำนวยการถานปฏิเสธ "ไม่ต้องๆ พวกเราดูอยู่ข้างล่างนี่แหละ การผ่าตัดแบบนี้ ให้เด็กหนุ่มทำก็พอ ให้หมอจงเป็นคนลงมีด คุณก็จัดคนมาช่วยเขาสองคนก็พอ การผ่าตัดแบบนี้เขาชำนาญแล้ว"
ไม่รู้ว่าหัวหน้าหานจะคิดยังไง แต่ในใจเถียนหยวนรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก คุณหมายความว่ายังไง ที่ให้แพทย์เจ้าของไข้ใต้บังคับบัญชาของคุณขึ้นเตียงผ่าตัด หมายความว่าแพทย์เจ้าของไข้ของคุณสามารถเอาชนะพวกเราได้สบายๆ งั้นสิ
หัวหน้าหานให้เถียนหยวนจัดคนขึ้นไปสองคน
เถียนหยวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วบอก "งั้นให้ซ่งจื่อโม่พาเสี่ยวอู่ขึ้นไป ซ่งจื่อโม่เป็นผู้ช่วยมือหนึ่ง เสี่ยวอู่เป็นผู้ช่วยมือสอง"
"แล้วหยางผิงล่ะ?" หัวหน้าหานถาม
เถียนหยวนหัวเราะ "หยางผิงเป็นกองหนุนครับ"
การจัดคนแบบนี้ถือว่าสมเหตุสมผล หัวหน้าหานจึงไม่ได้คัดค้านอะไร
"ผู้อำนวยการถานครับ ผมให้หมอซ่งขึ้นไปเป็นผู้ช่วยมือหนึ่ง หมอหลูเป็นผู้ช่วยมือสอง เป็นไงครับ?" เถียนหยวนกระซิบถามถานป๋ออวิ๋นเสียงเบา
ถานป๋ออวิ๋นตอบอย่างชิวๆ "ไม่เป็นไรหรอก ใครก็ได้ แค่มาช่วยหยิบจับก็พอ"
ทุกคนเดินไปที่ห้องข้างๆ แล้วเปิดวิดีโอถ่ายทอดสดเพื่อเฝ้าดู
หัวหน้าหานกับผู้อำนวยการเถียนนั่งขนาบข้างถานป๋ออวิ๋นอยู่แถวหน้า ผู้อำนวยการเถียนเห็นหยางผิงก็กวักมือเรียก "นายมานั่งข้างหลังฉันนี่ อย่าเดินเพ่นพ่าน"
หยางผิงเข้าใจความหมายของผู้อำนวยการเถียนเป็นอย่างดี เขาต้องเตรียมพร้อมส่งตัวเองขึ้นเตียงผ่าตัดได้ทุกเมื่อ
พวกผู้อำนวยการโอวหยางนั่งอยู่แถวที่สอง ผู้อำนวยการโอวหยางเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่ง ผู้อำนวยการป๋ายสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ส่วนผู้อำนวยการติงก็ทำหน้าตายเหมือนไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น
ปกติผู้อำนวยการติงแทบไม่เคยมาร่วมชมการผ่าตัดแบบนี้ วันนี้อุตส่าห์มาด้วย ถือว่าเป็นแขกหายากเลยทีเดียว
ในห้องผ่าตัด หลายคนกำลังยุ่งวุ่นวาย ฉีดยาชาเรียบร้อยแล้ว หมอจงกำลังสั่งให้ซ่งจื่อโม่กับเสี่ยวอู่จัดท่าทางคนไข้ ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก สั่งปรับเปลี่ยนอยู่หลายรอบ
หัวหน้าพยาบาลลงมาคุมงานด้วยตัวเอง ส่วนพยาบาลส่งเครื่องมือก็เปลี่ยนให้ซูอี๋เซวียนขึ้นแทนกะทันหัน
เมื่อจัดท่าทางจนเป็นที่พอใจแล้ว ทั้งสามคนก็ไปล้างมือ สวมชุดผ่าตัด ฆ่าเชื้อ และปูผ้า
เตรียมการเสร็จสิ้น เข้าสู่ขั้นตอนอันศักดิ์สิทธิ์ก่อนลงมีด การตรวจสอบก่อนผ่าตัดเสร็จสมบูรณ์ เริ่มผ่าตัด!
การลงมีดทางหน้าท้องส่วนล่างบริเวณขาหนีบ หมอจงทำได้อย่างชำนาญจริงๆ ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งที่สอง เขาคงเป็นระดับตัวท็อปเลยล่ะ ท่าทางการจับมีดเป๊ะมาก กรีดเปิดแผลด้านหน้าได้มาตรฐานสุดๆ เขาต้องทำการผ่าตัดด้านหน้าก่อน การผ่าตัดด้านหน้ามีความยากมากกว่า จะได้โชว์ฝีมือให้ทุกคนได้ประจักษ์ในตอนที่พละกำลังยังเต็มเปี่ยม
พูดตามตรง ในเมืองจี โรงพยาบาลระดับแนวหน้าอย่างโรงพยาบาลแห่งที่หนึ่งและแห่งที่สอง ไม่เคยเห็นโรงพยาบาลซานปั๋วที่เพิ่งสร้างมาได้แค่สิบกว่าปีอยู่ในสายตาหรอก ต่อให้หานเจี้ยนกงจะเก่งกาจทรงพลังแค่ไหน ก็ไม่อาจชดเชยชื่อเสียงอันน้อยนิดของโรงพยาบาลได้อยู่ดี
ฝีมือการใช้มีดดีเยี่ยม เขามีทุนให้โชว์ของจริงๆ
กรีดเปิดผิวหนัง เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ไปจนถึงพังผืดลึก แล้วเริ่มผ่าแยกกล้ามเนื้อ เส้นประสาท หลอดเลือด และสายรั้งอัณฑะตามลำดับ
ช่องว่างระหว่างโครงสร้างเหล่านี้ก่อให้เกิดช่องหน้าต่างสำคัญสามช่อง กลายเป็นเส้นทางที่ปลอดภัยสำหรับการผ่าตัด เมื่อผ่านช่องทางทั้งสามนี้ไปได้ ก็จะสามารถเข้าถึงจุดที่กระดูกหักได้อย่างราบรื่น
กล้ามเนื้อบางส่วนค่อนข้างแข็งเกร็ง แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการผ่าตัด
ช่องหน้าต่างแรกถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย กล้ามเนื้อหน้าท้องและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานถูกเลาะออกจากกระดูกเชิงกราน แล้วพับรั้งขึ้นไปด้านบน มีดจี้ไฟฟ้าห้ามเลือดอย่างรวดเร็ว แอ่งกระดูกเชิงกรานและด้านหน้าข้อต่อกระเบนเหน็บร่วมเชิงกรานเผยให้เห็นอย่างชัดเจน ฝีมือของศัลยแพทย์ช่ำชองเป็นอย่างมาก
ผ้าก๊อซที่ส่งไปซับเลือด มีรอยเลือดติดมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ศาสตราจารย์ถานพอใจมาก "คนหนุ่มยังต้องขัดเกลาอีกเยอะ วันหน้าหัวหน้าหานต้องช่วยชี้แนะด้วยนะครับ"
หัวหน้าหานตอบ "หมอจงผ่าตัดได้สวยงามมากครับ ดูสิ ทักษะพื้นฐานในการผ่าแยกยอดเยี่ยมมาก ผู้อำนวยการถานสั่งสอนมาดีจริงๆ"
เริ่มผ่าแยกสายรั้งอัณฑะ ทว่าเนื้อเยื่อรอบๆ กลับดูผิดปกติ มันค่อนข้างแข็ง หมอจงใช้นิ้วคลำอยู่หลายครั้ง เพื่อยืนยันเส้นทางของสายรั้งอัณฑะ การใช้คีมหนีบหลอดเลือดผ่าแยกแบบทื่อดูเหมือนจะไม่ได้ผล
มีพังผืดเกาะติดกันค่อนข้างเยอะ ชั้นเนื้อเยื่อและช่องว่างไม่ค่อยชัดเจน ในตอนนี้ การผ่าแยกแบบคมถึงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
"กรรไกรตัดเนื้อเยื่อ!" กรรไกรถูกส่งมาให้
"เร็วๆ หน่อย!" หมอจงตวาดเสียงต่ำอย่างเคร่งขรึม แสดงอำนาจบารมีของศัลยแพทย์ผู้ลงมีดอย่างเต็มเปี่ยม
การเคลื่อนไหวของซูอี๋เซวียนถือว่ารวดเร็วมากแล้ว แต่ก็ยังโดนตำหนิว่าช้า ดูเหมือนว่าศัลยแพทย์ผู้ลงมีดคนนี้จะอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ
กรรไกรอันคมกริบอ้าและหุบตัดไปมา ทันใดนั้น เลือดสดๆ ก็ทะลักออกมา หลอดเลือดแดงเล็กๆ เส้นหนึ่งด้านล่างถูกตัดขาด
"คีมหนีบหลอดเลือด! เร็วเข้า!"
เขารู้สึกว่าการส่งเครื่องมือช้าไปอีกแล้ว
เมื่อหมอจงรับคีมหนีบหลอดเลือดมา ก็รีบหนีบไว้ทันที ใช้มีดจี้ไฟฟ้าจี้ห้ามเลือด การเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี
เดินหน้าต่อไป ผ่าแยกสายรั้งอัณฑะ ทว่าความคืบหน้ากลับไม่เร็วอย่างที่คิด พลาดไปโดนหลอดเลือดแดงเล็กๆ หลายครั้ง แต่ก็ห้ามเลือดได้อย่างรวดเร็ว
ผ้าก๊อซชุ่มไปด้วยรอยเลือดวงใหญ่
"เกี่ยวขึ้นไป ดึงให้ตึงหน่อย!" ด้ามกรรไกรของหมอจงเคาะลงบนหลังมือของซ่งจื่อโม่เบาๆ
ซ่งจื่อโม่เงยหน้าขึ้น สายตาเย็นชา ก้มหน้าลงปรับความตึงในมือ
"ตึงไป หย่อนลงหน่อย"
ซ่งจื่อโม่ลดคีมหนีบหลอดเลือดในมือลง ทำให้ความตึงของสายรั้งอัณฑะที่เกี่ยวไว้ลดลงอีกนิด
"ปกติไม่ได้ทำผ่าตัดพวกนี้บ่อยๆ หรอกเหรอ?" หมอจงบ่นอย่างไม่พอใจ
ซ่งจื่อโม่เงียบ ไม่โต้ตอบอะไร
สายรั้งอัณฑะถูกผ่าแยกออกมาได้สำเร็จ สอดสายยางรัดเข้าไป ดึงรั้งไว้เพื่อป้องกัน
ขั้นตอนต่อไป เริ่มผ่าแยกหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำอิลีแอคภายนอก รวมถึงท่อน้ำเหลือง
การเปิดแผลผ่าตัดกระดูกเชิงกรานเกี่ยวข้องกับหลอดเลือดและเส้นประสาทมากมาย แถมยังสำคัญมากด้วย การเปิดลานผ่าตัดที่ดีคือปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ
หมอจงขมวดคิ้ว ปลายนิ้วค่อยๆ คลำหาความรู้สึกของหลอดเลือด เนื้อเยื่อที่แข็งกรอบมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โครงสร้างชั้นเนื้อเยื่อก็ยิ่งพร่ามัว เมื่อครู่ยังพออาศัยประสบการณ์งมหาจังหวะผ่าสายรั้งอัณฑะได้บ้าง
แต่ตอนนี้เขาแยกไม่ออกเลยว่าหลอดเลือดอิลีแอคภายนอกอยู่ตรงไหน มีแต่พังผืดที่เกาะติดกันเป็นพืด ปลายนิ้วสัมผัสหาจุดสังเกตอะไรไม่ได้เลย
คนไข้รายนี้มีพังผืดรอยแผลเป็นเกาะติดกันเป็นบริเวณกว้าง หรือว่าบริเวณนี้เคยผ่านการผ่าตัดมาก่อน?
ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ไม่สามารถแสดงให้เห็นการเกาะติดของเนื้อเยื่ออ่อนแบบนี้ได้ ต่อให้เป็นการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ก็ต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์สูงมากถึงจะดูออก
ก่อนผ่าตัด เขากับศาสตราจารย์ถานก็ซักประวัติอย่างละเอียดแล้ว ไม่มีประวัติการผ่าตัดมาก่อน ตอนตรวจร่างกาย บริเวณนี้ก็ไม่มีแม้แต่รอยแผลเป็นเล็กๆ เลยด้วยซ้ำ
แล้วมันเกาะติดกันได้ยังไงล่ะ มัวแต่หาสาเหตุก็ไม่มีประโยชน์อะไร ตอนนี้ทำได้แค่เดินหน้าต่อไปเท่านั้น
"มีด!"
มีดถูกส่งมา
ใช้มีดผ่าแยกแบบคม ค่อยๆ กรีดเปิดทีละนิดๆ เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาไกลกว่าสิบเซนติเมตร หมอจงรีบเอาผ้าก๊อซกดห้ามเลือดทันที
"ดึงคีมถ่างให้ดีๆ หน่อย!"
ซ่งจื่อโม่ไม่รู้ว่าตัวเองดึงไม่ดีตรงไหน แต่ก็ยอมขยับตำแหน่งคีมถ่างให้
"นาย! ออกแรงหน่อย!"
เครื่องมือเคาะลงบนมือของเสี่ยวอู่
"คีมหนีบหลอดเลือด!"
คีมห้ามเลือดถูกส่งมา
"เอาเบอร์เล็กกว่านี้!" น้ำเสียงของหมอจงเริ่มไม่ค่อยเป็นมิตร
คีมหนีบหลอดเลือดเบอร์เล็กลงถูกส่งมา
พอเอาผ้าก๊อซออก หมอจงก็ใช้คีมหนีบห้ามเลือด ใช้มีดจี้ไฟฟ้าจี้
ลุยต่อ!
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาอีก คราวนี้เอาผ้าก๊อซกดไว้ได้ทันท่วงที
"คีมหนีบหลอดเลือด!"
เสียงของหมอจงเริ่มเบาลง เหงื่อซึมตามหน้าผาก พังผืดเกาะติดกันแน่นเกินไป ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้แล้ว
รอยยิ้มบนใบหน้าของศาสตราจารย์ถานค่อยๆ จางหายไป เปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึม เขามองไปที่หน้าจอแล้วเอ่ยขึ้น "คนไข้รายนี้เมื่อก่อนน่าจะเคยติดเชื้อ อาจจะเป็นวัณโรคในอุ้งเชิงกราน แล้วก็หายเอง แต่ดันทิ้งพังผืดที่เกาะติดกันเป็นวงกว้างเอาไว้ โครงสร้างทางกายวิภาคจึงไม่ชัดเจน ดูเหมือนคนหนุ่มจะยังมีประสบการณ์ไม่พอ เดี๋ยวผมไปล้างมือขึ้นเตียงเอง"
พังผืดและการเกาะติดเป็นบริเวณกว้างคือศัตรูตัวฉกาจของการเข้าถึงแผลผ่าตัด โดยเฉพาะบริเวณกระดูกเชิงกราน ที่ต้องหลบเลี่ยงหลอดเลือดและเส้นประสาทมากมาย พลาดไปโดนเส้นเดียวก็อาจจะลงจากเตียงผ่าตัดไม่ได้
คนไข้รายนี้ เหนือความคาดหมายไปหน่อย
เดิมทีถานป๋ออวิ๋นอยากให้หมอจงได้โชว์ฝีมือเต็มที่ แต่ก็ไม่เป็นไร การผ่าตัดที่มีพังผืดเกาะติดกันเยอะขนาดนี้ ในซานปั๋วคงมีแค่หัวหน้าหานคนเดียวที่เอาอยู่ โรงพยาบาลอื่นๆ ในเมืองจี คนที่รับมือไหวก็คงนับคนได้ การที่เขาต้องขึ้นเตียงเองในเวลานี้ ก็ไม่ถือว่าเสียหน้าอะไร
ความปลอดภัยของคนไข้สำคัญที่สุด ถานป๋ออวิ๋นลุกขึ้นยืน "ผมไปล้างมือนะ!"
เถียนหยวนรีบห้าม "ผู้อำนวยการถาน ไม่ต้องรีบครับ นั่งลงก่อน การผ่าตัดแบบนี้ปล่อยให้เด็กหนุ่มทำไปเถอะครับ พวกเราแค่ดูเฉยๆ ก็พอ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก หยางผิง! ไปล้างมือ ขึ้นไปช่วยหมอจงหน่อยสิ"
หัวหน้าหานยังไม่ค่อยรู้เรื่องฝีมือการผ่าตัดกระดูกเชิงกรานของหยางผิงเท่าไหร่นัก เคยให้เป็นแค่ผู้ช่วย ไม่เคยปล่อยให้ลงมือทำเอง เลยตัดสินใจยาก
แต่พอเห็นเถียนหยวนมั่นใจขนาดนี้ เขาก็พอจะเดาออก เถียนหยวนเป็นคนรอบคอบและหนักแน่น เขาคงไม่ยอมให้ขึ้นเตียงผ่าตัดสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก คงต้องเคยแอบให้หยางผิงทำผ่าตัดกระดูกเชิงกรานมาบ้างแล้ว ถึงได้มีความมั่นใจเช่นนี้
"เสี่ยวหยาง ไปเถอะ!" หัวหน้าหานอนุญาต
หยางผิงลุกขึ้นยืนทันที
(จบแล้ว)