- หน้าแรก
- ระบบศัลยแพทย์ขั้นเทพ
- บทที่ 75 - งานเลี้ยงขอบคุณ
บทที่ 75 - งานเลี้ยงขอบคุณ
บทที่ 75 - งานเลี้ยงขอบคุณ
บทที่ 75 - งานเลี้ยงขอบคุณ
ทุกคนเดินตามคนไข้ไปที่ไอซียู
ในไอซียู ผู้อำนวยการเถียนตรวจดูอาการบวมน้ำที่กล่องเสียงของคนไข้ด้วยตัวเอง พบว่าอาการบวมลดลงแล้ว
จึงทำการถอดท่อช่วยหายใจออกด้วยตัวเอง เมื่อเห็นว่าสัญญาณชีพของคนไข้คงที่แล้ว ก็ตรวจสอบชุดอุปกรณ์ใส่ท่อช่วยหายใจและชุดเจาะคอที่เตรียมไว้ข้างเตียงอีกครั้ง
คนไข้ฟื้นขึ้นมา โวยวายว่าหิว อยากกินข้าว ญาติๆ ถูกผู้อำนวยการเหมียวพามาเยี่ยมผ่านกระจก พอเห็นคนไข้มีท่าทางสดชื่น ญาติๆ ก็เบาใจลง
การผ่าตัดที่โรงพยาบาลซานปั๋วมีเยอะมาก กลัวหัวหน้าหานจะยุ่งจนรับมือไม่ไหว เดิมทีตั้งใจจะพาหยางผิงกับซ่งจื่อโม่นั่งรถกลับคืนนี้เลย แต่ผู้อำนวยการเหมียวยืนกรานไม่ยอม บอกว่าอุตส่าห์มาช่วยผ่าตัดใหญ่ขนาดนี้ ข้าวสักมื้อก็ยังไม่ได้กินดีๆ จะให้ปล่อยให้กลับไปท้องว่างๆ ได้ยังไง วันหลังผู้อำนวยการเหมียวคนนี้จะเอาหน้าไปสู้หัวหน้าหานได้ยังไง จะกล้าเชิญศาสตราจารย์มาผ่าตัดให้อีกได้ยังไง
อาหารมื้อนี้ถูกยกระดับขึ้นไปเป็นเรื่องของคุณธรรมน้ำใจเสียแล้ว ไม่กินก็ไม่ได้ เถียนหยวนรู้สึกลำบากใจ หัวหน้าหานเลยโทรมาสั่งการว่า กินข้าวเย็นที่สือโปก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับ การผ่าตัดพรุ่งนี้เขาจะรับผิดชอบเองทั้งหมด
ในเมื่อหัวหน้าหานออกปากแล้ว ก็อยู่ต่อเถอะ ให้เด็กสองคนนี้ได้ลิ้มรสอาหารพื้นบ้านของที่นี่ด้วย
ซ่งจื่อโม่พูดขึ้น "พรุ่งนี้เฒ่าหานคงต้องพาเสี่ยวอู่กับจางหลินผ่าตัดกระดูกเชิงกรานเองแล้วแหละ"
หยางผิงหัวเราะร่วน "จางหลินคงได้อัปรูปโชว์ในโมเมนต์วีแชตอีกหลายรูปเลย"
เวลาล่วงเลยมาจนถึงหกโมงเย็น ผู้อำนวยการเหมียวขับรถพาทุกคนไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ชื่อว่าโรงแรมสือโป โรงแรมดูเก่าและทรุดโทรม ไม่ได้หรูหราอลังการอะไร แต่แค่ได้ชื่อว่า 'สือโป' ก็รู้แล้วว่ามีสถานะสำคัญในระดับอำเภอขนาดไหน
ภายในบริเวณโรงแรมร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ทุกคนเดินไปตามทางเดินคดเคี้ยว จนถึงห้องส่วนตัวที่แยกออกไปต่างหาก ภายในมีโต๊ะกลมขนาดใหญ่ ตั้งวางอยู่ นั่งได้ยี่สิบคนสบายๆ
พี่ชายของคนไข้ หรือคุณตู้ สวมเสื้อเชิ้ตสีดำมันปลาบ นั่งรออยู่ก่อนแล้ว พอเห็นพวกเขาก็รีบลุกขึ้นยืน โค้งคำนับพร้อมกับจับมือทักทาย "ขอบคุณ ขอบคุณมากๆ ครับ ที่อุตส่าห์เดินทางมาเหนื่อยๆ ช่วยเป็นธุระจัดการลงมีดผ่าตัดให้น้องชายผม รู้สึกซาบซึ้งใจจริงๆ ครับ ผมเตรียมอาหารมื้อเล็กๆ ไว้ต้อนรับ เชิญนั่งครับ เชิญนั่ง"
คำพูดคำจาดูเป็นทางการจ๋า เหมือนร่างบทพูดมาล่วงหน้า คำว่า 'ลงมีด' นี่ทำเอาหยางผิงรู้สึกแปลกๆ ยังไงพิกล ไม่รู้สิ บอกไม่ถูก
ตำแหน่งที่นั่งหันหน้าตรงกับประตู ถือเป็นที่นั่งประธาน ผู้อำนวยการเหมียวผายมือเชิญเถียนหยวนให้นั่งลง "นี่คือพี่ชายของคนไข้ครับ คุณตู้ เขาเป็นคนดังแห่งสือโปของเราเลยนะครับ"
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ ได้ยินชื่อเสียงมานาน!" เถียนหยวนจับมือกับเขาอีกครั้ง
"ไม่หรอกครับ ไม่เลย ก็แค่อาศัยจังหวะเวลาดีๆ นโยบายเอื้ออำนวย เป็นแค่หมูบินได้ในยุคที่ลมส่งเท่านั้นเองครับ ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึงหรอก" คุณตู้โบกมือปฏิเสธอย่างถ่อมตัว
เถียนหยวนเชิญให้ผู้อำนวยการเหมียวนั่ง "ผู้อำนวยการเหมียว ถ้าคุณไม่นั่ง พวกเราจะกล้านั่งได้ยังไงครับ?"
ผู้อำนวยการเหมียวตีหน้าขรึม "ศาสตราจารย์เถียน เห็นเป็นคนอื่นคนไกลไปได้ครับ แขกก็ต้องทำตามที่เจ้าภาพสะดวกสิครับ เชิญครับ!"
ยื้อกันไปยื้อกันมาพักหนึ่ง เถียนหยวนก็นั่งลง ผู้อำนวยการเหมียวนั่งขนาบข้างทางขวา ถัดไปเป็นหยางผิง ซ่งจื่อโม่ ส่วนที่นั่งด้านซ้ายของเถียนหยวนว่างเว้นไว้ ถัดจากที่นั่งว่างก็เป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ของโรงพยาบาลประชาชนสือโป หัวหน้าแผนกการแพทย์ และน้องเขยของคุณตู้ตามลำดับ
บนโต๊ะมีไหสุราวางอยู่ เป็นไหดินเผา ดูโบราณคลาสสิก ฉลากเป็นตัวหนังสือที่เขียนด้วยพู่กันแปะติดไว้
"เหล้านี้เป็นเหล้าที่คุณตู้หมักเองที่บ้านครับ คัดสรรข้าวฟ่างชั้นดี สูตรดั้งเดิม หมักด้วยวิธีโบราณ อำเภอของเราเวลาแขกวีไอพีหรือนักลงทุนมาเยือน ก็จะใช้เหล้าชั้นยอดของคุณตู้รับรองตลอดครับ" ผู้อำนวยการเหมียวแนะนำ
ตระกูลของคุณตู้ ในสือโป ถือว่าก่อร่างสร้างตัวมาจากฝีมือการหมักเหล้าที่สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษ จากนั้นก็ขยายกิจการไปหลากหลายรูปแบบ ธุรกิจแผ่ขยายไปตามอำเภอและเมืองรอบๆ สือโป ครอบคลุมทั้งการท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และอื่นๆ อีกมากมาย
ตอนนั้นเองก็มีคนเดินเข้ามา ผู้อำนวยการเหมียวและคนอื่นๆ รีบลุกขึ้นยืน "ผู้อำนวยการต่ง ผู้อำนวยการต่งมาแล้วครับ!"
ผู้อำนวยการต่งหนีบกระเป๋าเอกสาร เดินค้อมตัวไปข้างหน้านิดๆ เหมือนจะพุ่งชน เข้ามาถึงก็รีบจับมือกับเถียนหยวนทันที "ศาสตราจารย์เถียนครับ ลำบากคุณแล้ว ลำบากคุณแล้ว เชิญนั่งครับ เชิญนั่ง" จากนั้นก็นั่งลงทางซ้ายมือของผู้อำนวยการเถียน
หัวหน้าหานและแผนกกระดูกของโรงพยาบาลซานปั๋ว ถือเป็นกำลังสนับสนุนที่แข็งแกร่งของโรงพยาบาลประชาชนสือโป ผู้อำนวยการต่งจึงเจียดเวลามาเพื่อแสดงความให้เกียรติ
คนมากันครบแล้ว อาหารก็เริ่มทยอยเสิร์ฟ รินเหล้าแจกจ่ายกัน คนเก้าคนนั่งโต๊ะใหญ่ขนาดนี้ คีบกับข้าวไม่สะดวกเลย หยางผิงคิดในใจ
"หมอซ่งกับหมอหยางต้องขับรถ ไม่สะดวกดื่มครับ!" เถียนหยวนช่วยออกตัวแทน ส่วนตัวเองก็รับแก้วเหล้ามาไว้ในมือ
รินเหล้ากันครบทุกคน กับข้าวก็มาเสิร์ฟหลายอย่าง ผู้อำนวยการต่งยกแก้วขึ้น "ขอยืมดอกไม้ถวายพระ ดื่มเพื่อขอบคุณศาสตราจารย์เถียน ศาสตราจารย์หยาง ศาสตราจารย์ซ่ง ที่สละเวลาเดินทางมาให้คำแนะนำเรื่องการผ่าตัด ขอบคุณหัวหน้าหาน ขอบคุณโรงพยาบาลซานปั๋ว ดื่มครับ!"
ผู้อำนวยการต่งหมุนจานกับข้าวอย่างแรกมาตรงหน้าเถียนหยวน ใช้ตะเกียบกลางคีบเนื้อไก่ชิ้นหนึ่งใส่ชามเถียนหยวน "บ้านนอกคอกนา ไม่มีของดีๆ มาต้อนรับ นี่คือไก่บ้านจากหมู่บ้านหนานไจ้แห่งสือโป พอมีชื่อเสียงอยู่บ้างในมณฑลของเรา ไก่พวกนี้เลี้ยงปล่อยตามธรรมชาติในป่าเขา ไม่ได้กินอาหารเม็ดเลย กินแต่ธัญพืชผักหญ้า ผัดด้วยน้ำมันพืชบริสุทธิ์ รสชาติอร่อยมาก ลองชิมดูสิครับ"
เถียนหยวนคีบเนื้อไก่ขึ้นมากัดคำเล็กๆ "อร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ มิน่าล่ะทุกคนถึงบอกว่าสือโปมีแต่ของดี ทุกคนทานกันเลยครับ!"
"มาๆ ศาสตราจารย์หนุ่มสองท่านนี้ ถ่อมตัวกันเกินไปแล้ว" ผู้อำนวยการต่งคีบเนื้อไก่ใส่ชามให้ทั้งสองคนคนละชิ้น
"นี่คือปลาแม่น้ำสือโปครับ ปลาแม่น้ำจากธรรมชาติแท้ๆ ชาวประมงเพิ่งจับขึ้นมาได้ เมื่อชั่วโมงก่อนผมเพิ่งสั่งให้ชาวประมงออกไปจับให้เลย พอได้มาก็รีบส่งเข้าครัวนึ่งซีอิ๊วทันที ไม่กล้าชักช้าแม้แต่วินาทีเดียว" คุณตู้เริ่มบรรยายสรรพคุณเมนูที่สอง
"ถึงสือโปของเราจะเป็นเมืองเล็กๆ ในหุบเขา แต่เราก็มีข้อดีที่เมืองใหญ่ไม่มี อย่างที่พวกคุณเรียกว่า ธรรมชาติสีเขียวร้อยเปอร์เซ็นต์ไงครับ นี่คือเห็ดป่าจากภูเขา สดๆ เลยครับ" คุณตู้บรรยายสรรพคุณไปทีละจานๆ
จานเห็ดถูกหมุนมาตรงหน้าหยางผิงกับซ่งจื่อโม่ หยางผิงมองซ่งจื่อโม่ ซ่งจื่อโม่มองหยางผิง ไม่มีใครกล้าแตะตะเกียบ เห็ดป่าแบบนี้ ใครจะกล้ากินล่ะ ตอนที่วนไปอยู่แผนกฉุกเฉิน ก็ต้องช่วยชีวิตคนไข้ที่กินเห็ดป่าพิษมาตั้งเท่าไหร่แล้ว
ผู้อำนวยการเหมียวดูออก จึงหัวเราะลั่น "ศาสตราจารย์ทั้งสองท่าน เข้าใจผิดแล้วครับ นี่ไม่ใช่เห็ดป่าธรรมดานะครับ แค่เอาเห็ดไปปลูกกระจายๆ ตามป่าบนเขาเฉยๆ สายพันธุ์มันคือเห็ดกินได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ไม่มีพิษ ดูสิครับ" พูดจบก็คีบเห็ดเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อย
อ้อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ถ้าไม่บอกให้ชัดเจน ใครจะกล้ากินล่ะ ซ่งจื่อโม่คีบเห็ดขึ้นมาหนึ่งชิ้น หยางผิงก็ตามน้ำคีบมาหนึ่งชิ้น รสชาติอร่อยจริงๆ ด้วย
"เหล้านี้ เดี๋ยวต้องเอาติดไม้ติดมือกลับไปสักสองสามไหนะครับ เอาไปฝากหัวหน้าหาน คุณอย่าปฏิเสธเลยนะครับ" ผู้อำนวยการเหมียวชนแก้วกับเถียนหยวน
เถียนหยวนดูมีความเป็นผู้ใหญ่และสุขุมกว่าหยางผิงและซ่งจื่อโม่มาก ไม่มีมาดนักเลง และไม่มีท่าทีของนักวิชาการจ๋า เข้าสังคมได้เนียนตาทุกรูปแบบ เขาก็คือบัณฑิตนักปราชญ์ผู้ท่องยุทธจักร ติดตามหัวหน้าหานมาหลายปี จะสถานการณ์ไหนก็เอาอยู่
อย่าเห็นว่าเขาดูสุภาพเรียบร้อยนะ เรื่องดื่มเหล้าในโรงพยาบาลซานปั๋ว เขาก็ระดับนักฆ่าเลยล่ะ ระดับเดียวกับสยงซื่อไห่จากแผนกฉุกเฉินนั่นแหละ เขาจิบเหล้าอย่างใจเย็น ควบคุมจังหวะได้ดีเยี่ยม
"มาครับ ผมขอดื่มให้ผู้อำนวยการต่งสักแก้ว ผู้อำนวยการต่งงานยุ่งขนาดนี้ยังปลีกเวลามา ซาบซึ้งใจจริงๆ ครับ"
"ขอดื่มให้ผู้อำนวยการเหมียวอีกแก้วครับ ต้อนรับขับสู้ดีเหลือเกิน วันหลังถ้าพวกคุณเข้าเมืองไปมณฑล ต้องให้ผมได้ต้อนรับบ้างนะครับ"
"คุณตู้ ขอบคุณที่เตรียมอาหารเลิศรสที่หาทานยากเหล่านี้ให้ครับ แต่ละอย่างล้วนเป็นของดีหายากทั้งนั้น"
"ผักป่าครับ ผักป่า!" อาหารมาเสิร์ฟอีกจาน คุณตู้รีบแนะนำ
"ยุคสมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้วครับ กลับตาลปัตรกันหมด เมื่อก่อนคนบ้านนอกกินผักป่า เดี๋ยวนี้คนในเมืองกลับมองผักป่าเป็นของล้ำค่า ฟาร์มของผม ยอดขายผักป่าพุ่งกระฉูดทุกปีเลยครับ" คุณตู้ใส่สีตีไข่พรีเซนต์
"พวกคุณมาวันนี้ พรุ่งนี้เช้าก็ต้องกลับแล้ว งานยุ่งกันน่าดู ผมเองก็ไม่อยากรั้งไว้ ถ้ามีเวลาว่างๆ ก็ลงมาพักผ่อนที่ต่างจังหวัดกันบ้างนะครับ บอกผู้อำนวยการเหมียวได้เลย เดี๋ยวผมจัดการให้ จะตกปลา จับปู ล่องแก่ง แช่น้ำพุร้อน ได้หมด ทำงานมาเหนื่อยๆ ก็ลงมาพักผ่อนผ่อนคลายบ้างครับ" คุณตู้หมุนจานผักป่าไปทางเถียนหยวนกับผู้อำนวยการต่ง
"คุณตู้เขามีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่ในมือ เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของอำเภอสือโปเลยนะ ล่องแก่งกับน้ำพุร้อนข้างในนั้น สุดยอดไปเลย!" ผู้อำนวยการเหมียวช่วยเสริม
"ตาเหมียว เลิกเรียกคุณตู้ๆ ได้แล้ว เรียกน้องตู้สิ ขืนเรียกอีก จะปรับให้กินเหล้าสักแก้วเลย ผมกับตาเหมียวเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว ไม่ปิดบังนะ ศาสตราจารย์เถียน อาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทของผม ตอนนั้นปวดจนเดินไม่ได้ ก็ได้ตาเหมียวนี่แหละช่วยผ่าตัดให้ จนถึงตอนนี้ยังไม่กำเริบเลย สิบปีได้แล้วมั้ง พ่อผมเป็นมะเร็งลำไส้ตรง ก็ได้ตาเหมียวช่วยไปเชิญศาสตราจารย์จากเมืองหลวงมาลงมีดให้ ตอนนี้เจ้ารองที่บ้านก็ต้องรบกวนตาเหมียวอีก ตาเหมียวกลายเป็นหมอประจำตระกูลผมไปแล้วเนี่ย" คุณตู้สมกับเป็นนักธุรกิจ รับมือกับสถานการณ์บนโต๊ะอาหารได้อย่างคล่องแคล่ว
"เงินเดือน ต้องจ่ายเงินเดือนให้เขานะ" ผู้อำนวยการต่งแซว
"เงินเดือนไม่ต้องหรอก ขอเหล้าสักสามแก้วก็พอ!" ผู้อำนวยการเหมียวบอก
"วันนี้การผ่าตัดราบรื่นดีไหมครับ?" ผู้อำนวยการต่งถาม
ผู้อำนวยการเหมียวตอบ "ราบรื่นมากครับ ผ่าตัดยากขนาดนี้ ในเมืองหลวงคนที่ทำได้น่าจะนับหัวได้เลย แต่ศาสตราจารย์เถียนกลับทำเหมือนผ่าไส้ติ่ง ระหว่างทางมีอาการช็อกจากการแพ้ด้วย อันตรายสุดๆ แต่ศาสตราจารย์เถียนก็นิ่งสงบ จัดการแก้ปัญหาจบปิ๊งในพริบตา ไม่เสียเวลาผ่าตัดเลย ตอนนี้คนไข้ฟื้นจากยาสลบแล้ว บ่นหิว อยากกินข้าวแล้วล่ะครับ"
"คนหนุ่มที่มีความสามารถจริงๆ ครับ ศาสตราจารย์เถียน ขอคารวะอีกแก้วครับ" ผู้อำนวยการต่งพูด
หยางผิงกับซ่งจื่อโม่รีบก้มหน้าก้มตากิน ผักป่าอะไร ปูน้ำจืดอะไร ไก่บ้านอะไร ช่างมันเถอะ เติมท้องให้เต็มไว้ก่อนดีกว่า
หยางผิงไม่ชอบงานเลี้ยงแบบนี้เท่าไหร่ แต่เรื่องกินเขาไม่เกี่ยง เกิดเป็นคนต้องไม่ลำบากตัวเอง โดยเฉพาะกระเพาะอาหาร หยางผิงที่ฝึกฝนวิชาสองมือมาจนเชี่ยวชาญ คีบกับข้าวแม่นยำราวจับวาง
งานเลี้ยงอาหารค่ำกินเวลาไปหลายชั่วโมง เมนูอาหารมาเสิร์ฟไม่ซ้ำหน้า ได้รสชาติแบบบ้านๆ ตามป่าเขาจริงๆ เศรษฐีบ้านนอกแซ่ตู้นี่ก็มีของดีเหมือนกันนะ มิน่าล่ะถึงได้รวย หยางผิงคิดในใจ
ทันใดนั้น ก็มีคนเคาะประตูเข้ามา ก้มหน้ากระซิบอะไรบางอย่างกับคุณตู้สองสามประโยค
คุณตู้ลุกขึ้นยืน สีหน้าดูเกรงใจ กระซิบข้างหูผู้อำนวยการต่งสองสามประโยค แล้วพูดว่า "ทุกท่านครับ ขออภัยด้วย ผมขอตัวไปทำธุระประเดี๋ยวเดียวนะครับ ท่านนายอำเภออู๋กำลังพานักลงทุนทานข้าวอยู่ห้องข้างๆ ผมขอไปทักทายสักหน่อยครับ"
"ไปเถอะ!" ผู้อำนวยการต่งโบกมือ
ผู้อำนวยการเหมียวเริ่มเมาได้ที่ กอดคอเถียนหยวนพร่ำรำพัน "มิตรภาพระหว่างผมกับหัวหน้าหานน่ะ พี่น้องร่วมสาบานชัดๆ คุณไปถามผู้อำนวยการต่งสิ เขารู้ดีที่สุด ตอนที่ผู้อำนวยการต่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ไฟแรงมาก ตัดสินใจเด็ดขาด อยากพัฒนาโรงพยาบาล กะจะปั้นแผนกกระดูกให้เป็นตัวชูโรง เพื่อดึงแผนกอื่นให้ดีตาม ผู้อำนวยการต่งพาพวกเราเข้าเมืองหลวงไปหาโรงพยาบาลร่วมมือ ร่วมมือเหรอ? ตลกตายล่ะ? โรงพยาบาลอำเภอเล็กๆ อย่างพวกเรา มีแต่ปืนพังๆ ไม่กี่กระบอก จะไปร่วมมือกับใคร? ไปขอทานเขายังจะง่ายกว่า ไม่มีใครสนพวกเราหรอก เขาแทบไม่อยากจะคุยกับพวกเราด้วยซ้ำ มีแต่หัวหน้าหาน ที่ตั้งใจฟังเราเล่าจนจบ แถมยังเลี้ยงข้าวพวกเราด้วย ผู้อำนวยการต่งจำได้ไหมครับ วันนั้นน่ะ?"
ผู้อำนวยการต่งพยักหน้ารับ "ทำไมจะจำไม่ได้ จำได้ไปตลอดชีวิตเลย วันนั้นพวกเราไม่ได้กินข้าวกล่อง ได้กินอาหารเหลาที่เมืองหลวง กินซะจนเกือบเป็นตับอ่อนอักเสบเลย"
"ใช่ พอกินข้าวเสร็จ หัวหน้าหานก็ตอบตกลงร่วมมือกับพวกเราทันที ร่วมมืออะไรล่ะ นั่นมันช่วยเหลือคนยากไร้ สนับสนุนพื้นที่ทุรกันดารชัดๆ พวกเรารู้ตัวดี ร่วมมือมันต้องได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย แต่เราไม่มีอะไรจะให้เขาเลย ตอนนั้นเวลาเชิญหัวหน้าหานมาผ่าตัด เครื่องมือบางอย่างเขาก็ต้องเตรียมมาเอง เอามาฆ่าเชื้อ ผ่าเสร็จก็ล้างทำความสะอาดแล้วเอากลับไป นอกจากจะจับมือสอนผมผ่าตัดแล้ว ยังช่วยใช้เส้นสายส่งพวกเราไปดูงานที่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ด้วย แผนกกระดูกของเราถึงได้เติบโตมาได้ขนาดนี้ เรื่องนี้หัวหน้าหานคงไม่ได้เล่าให้พวกคุณฟังสินะ" ผู้อำนวยการเหมียวพูดอย่างจริงใจ
เถียนหยวนตอบ "เคยเล่าครับ เคยเล่า!"
"ตอนนั้นโรงพยาบาลเป็นหนี้หัวโต หมอก็อยากจะลาออกกันหมด หาทางจะไปให้ได้ สมองไหลสุดๆ ใครจะไปคิดล่ะว่าพวกเราจะมีวันนี้ได้ ตอนนี้ สิบกว่าอำเภอในสามมณฑลนี้ ถูกพวกเราเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้าหมดแล้ว" ผู้อำนวยการเหมียวเทเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว
"ศาสตราจารย์เถียน ผมไม่ปิดบังคุณนะ ความจริงคืนนี้ผู้อำนวยการต่งมีนัดกินข้าวสำคัญ แต่เขาเทหมดเลย พอได้ยินว่าคนของหัวหน้าหานมา ยังไงเขาก็ต้องมาเลี้ยงข้าวให้ได้"
พูดไปพูดมา ผู้อำนวยการเหมียวตาแดงก่ำ
ผู้อำนวยการต่งดุ "พูดอะไรของนาย เอาเรื่องเก่าๆ มาเล่าทำไม เสียบรรยากาศหมด! ดื่มๆๆ ศาสตราจารย์หนุ่มสองท่าน ไม่ต้องเกรงใจนะ พวกคุณไม่ดื่มเหล้า ก็กินข้าวให้เต็มที่ คิดซะว่ากินข้าวโรงอาหารโรงพยาบาลตัวเองละกัน"
เสียงแจ้งเตือนวีแชตดังขึ้น หยางผิงแอบเปิดมือถือดู ซูอี๋เซวียนส่งข้อความมา บอกว่าห้องผ่าตัดขอรูปถ่ายของหยางผิง หยางผิงเพิ่งเข้ามาใหม่ ยังไม่เคยส่งรูปถ่าย บอร์ดแนะนำตัวหน้าห้องผ่าตัดเลยไม่มีรูปเขา หัวหน้าพยาบาลกำลังถามหาอยู่
หยางผิงตอบข้อความกลับไป: คืนนี้อยู่สือโป พรุ่งนี้เช้ากลับ อีกสองสามวันจะไปถ่ายรูปครับ
ซ่งจื่อโม่คีบกับข้าว พลางชำเลืองมองด้วยหางตา
(จบแล้ว)