เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33: ราวกับเดินบนเส้นด้าย (2)

บทที่ 33: ราวกับเดินบนเส้นด้าย (2)

บทที่ 33: ราวกับเดินบนเส้นด้าย (2)


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 33: ราวกับเดินบนเส้นด้าย (2)

ภารกิจปราบมอนสเตอร์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเอาชนะมอนสเตอร์เท่านั้น

แต่รวมไปถึงกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่การออกเดินทางเพื่อไปยังถิ่นที่อยู่ของมอนสเตอร์ การตามรอยพวกมัน และกำจัดพวกมันในท้ายที่สุด

ดังนั้นความยากของภารกิจเหล่านี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์เพียงอย่างเดียว

แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องปกติ แต่การปราบนกค็อกคาไทรซ์ บางครั้งก็อาจมีท้าทายมากกว่าการกำจัดคราเค่น

ถิ่นที่อยู่อาศัยอันหลากหลายของมอนสเตอร์ก็มีส่วนเช่นกัน

นักรบบางคนอาจถนัดการต่อสู้ในทุ่งหญ้า ขณะที่บางคนอาจได้เปรียบกว่าเมื่ออยู่ในทะเล

ฉะนั้น นักรบที่สามารถโค่นหัวหน้าฝูงนกค็อกคาไทรซ์บนทุ่งหญ้าได้อย่างง่ายดาย อาจพบว่าตัวเองไม่สามารถจัดการกับคราเค่นตัวน้อยๆในทะเลได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้น ความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์โดยทั่วไปยังสอดคล้องกับอายุของมันอีกด้วย

นั่นหมายความว่ายิ่งมันมีอายุที่มาก ความแข็งแกร่งก็มากเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ มอนสเตอร์ที่มีอายุยืนยาวอยู่มานานก็จะมีชื่อที่ถูกเรียกอีกด้วย

ซึ่งส่วนใหญ่มอนสเตอร์ที่มีชื่อเรียกก็มักจะเป็นผู้นำของเผ่าพันธุ์ของมัน

โดยสัญชาตญาณแล้วมอนสเตอร์ตัวอื่นก็จะรวมตัวกันรอบๆ มอนสเตอร์ที่เป็นผู้นำของพวกมันคล้ายกับพวกลูกสมุน

หากเจอมอนสเตอร์ระดับนั้น ระดับความยากก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก และพวกมันก็จะมีจุดอ่อนน้อยลงเรื่อยๆ

มอนสเตอร์อาศัยความสามารถทางกายภาพโดยธรรมชาติเป็นหลัก

ด้วยเหตุนี้ การมีมอนสเตอร์ที่มีชื่อเรียกเพียงตัวเดียวจึงเพิ่มความยากในการจัดการได้อย่างมาก

ตัวอย่างของมอนสเตอร์ที่มีชื่อก็เช่น ราชาด้วงยักษ์, นกค็อกคาไทรซ์ยักษ์ และอื่นๆ

ในบรรดานกค็อกคาไทรซ์ที่มีชื่อนั้น จะมีพวกที่มีขนสีเหลืองโดดเด่นเป็นจ่าฝูงและพวกที่มีขนสีแดงเป็นหน่วยกำลังรบ

พวกเราเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเหนือทุ่งหญ้า ซึ่งแน่นอนว่าถูกสร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์เช่นกัน

'อืม เป็นดันเจี้ยนประเภททุ่งหญ้างั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าไม่น่าจะมีราชาด้วงยักษ์ที่นี่สินะ'

เดิมทีที่นี่เป็นภูมิประเทศแบบทะเลทราย แต่เนื่องจากเส้นเรื่องมีการเปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่เป็นเกม อาจมีความเป็นไปได้ที่ราชาด้วงยักษ์จะไม่ปรากฏตัว

อย่างไรก็ตาม ทุ่งหญ้าเป็นที่อยู่อาศัยหลักของนกค็อกคาไทรซ์

'กลุ่มน็อคตาร์จะเป็นไงบ้างนะ?'

ก่อนเข้าสู่ดันเจี้ยน ฉันบอกน็อคตาร์และเพื่อนๆ ออร์คของเขาให้ใช้คริสตัลสื่อสารฉุกเฉิน หากพวกเขารู้สึกว่ามันอันตรายเกินไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อน็อคตาร์ต้องร่วมมือกับแอนดรูว์ เขาอาจจะกลายเป็นคนหยิ่งผยอง

'ฉันหวังว่าพวกเขาจะเข้าใจนะ'

เนื่องจากการกระทำของฉัน อนาคตของน็อคตาร์และพวกออร์คจึงน่าจะเปลี่ยนไป

เช่นเดียวกับธีโอ น็อคทาร์เป็นตัวละครพิเศษที่เสียชีวิตอย่างอนาถในเส้นทางส่วนใหญ่หลังจากติดอยู่กับเหตุการณ์ในช่วงปลายปีการศึกษาแรก

ในเส้นทางสเปียร์แมนตอนนี้ เขาเป็นตัวละครที่ถูกกล่าวถึงเพียงสั้นๆในช่วงวาระการเสียชีวิต

ด้วยความสนิทสนมกัน ฉันอยากจะช่วยเขาสักทางใดทางหนึ่ง

ตอนนี้เรากำลังเดินทางต่อไปในทิศทางที่เซียน่าชี้ให้เห็น

"ดูนั่นสิ"

เทรวิสชี้มือไปทางยอดเขา

ที่นั่นมีมอนสเตอร์ขนาดยักษ์ที่มีรูปร่างคล้ายไก่เดินสองขาปรากฏขึ้น

มันเป็นนกค็อกคาไทรซ์

“อา เป็นไปตามคาด พลังของจอมเวทย์วิญญาณน่าประทับใจมาก!”

เอชิลด์เสกคาถาใส่นกค็อกคาไทรซ์อย่างรวดเร็ว

หากโจมตีจุดสำคัญได้มันจะสร้างความเสียหายอย่างมาก

'แต่ว่า... มันตัวไม่เล็กเกินไปเหรอ?'

นกค็อกคาไทรซ์ตัวนี้ดูค่อนข้างตัวเล็กเกินไปสำหรับเผ่านกที่ตัวใหญ่

มันแตกต่างจากที่ฉันเห็นในเกมเพราะว่าฉันเห็นมันด้วยตาตัวเองในตอนนี้หรือเปล่า?

หรือเพราะฉันสังเกตเห็นมันจากระยะไกล?

อย่างไรก็ตาม การเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์อย่างรวดเร็วถือเป็นเรื่องที่ดี

“อ่า น่าเสียดาย ฉันเล็งไปที่ขาของมัน”

เคี๊ยก เคี๊ยก!

นกค็อกคาไทรซ์ร้องแหลมออกมา ยามที่เอชิลด์โจมตีใส่โดนปีกของมัน

“อา พลาดจนได้ มันไกลเกินไป ถ้าฉันเข้าใกล้มันอีก 30 เมตรล่ะก็ฉันคงโจมตีมันโดนแน่”

เอชิลด์คลิกลิ้นของเขา

ปีกไม่ใช่จุดอ่อนของมัน

โดยปกติแล้ว มันคงจะได้รับบาดเจ็บมากตั้งแต่เวทย์มนต์โดนตัวมัน แต่นกค็อกคาไทรซ์นั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่การเคลื่อนไหวค่อนข้างยืดหยุ่น

หากต้องการหยุดการเคลื่อนไหว ควรเล็งไปที่ขาของมัน หากต้องการฆ่ามันด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ต้องกำหนดเป้าหมายไปที่จุดสำคัญ เช่น คอหรือหัวใจ

“อย่างน้อยนายก็โจมตีมันโดนนะ ฉันแทบจะมองไม่เห็นมันด้วยซ้ำ อ่า มันกำลังหนีไปแล้ว”

“กำลังทำอะไรอยู่ รีบไล่ตามกันเร็ว!”

เอชิลด์ตะโกนใส่เพื่อนร่วมทีมและเริ่มวิ่งนำหน้าไป

ตามที่คาดไว้ ความคล่องตัวของเขานั้นยอดเยี่ยมมากสำหรับการเป็นนักฆ่า

"···เขาเร็วมาก"

ร่างของเอชิลด์หายไปจากระยะสายตาแล้ว แม็กซ์ เทรวิส และฉันรีบพุ่งตามเขาไปอย่างสุดตัว

"······"

ในทางกลับกัน เซียน่ากลับวิ่งอย่างสบายๆ

ถึงกระนั้น ความเร็วระหว่างเราก็ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก

'จริงๆ แล้ว จอมเวทย์วิญญาณมีกำลังเหนือกว่าฉันด้วยซ้ำ'

เธอคงได้รับความช่วยเหลือจากวิญญาณแห่งลม

“ตายซะ!”

เอชิลด์ร่ายคาถาใส่นกค็อกคาไทรซ์อย่างต่อเนื่องในขณะที่เขาวิ่งไล่ตามมัน

แน่นอนว่ามันก็วิ่งหนีไปได้เช่นกัน

─เคี๊ยก เคี๊ยก!

เอชิลด์โจมตีโดยเล็งไปที่ขาของมัน แต่ในระหว่างนั้นมันกลับสามารถป้องกันเวทย์มนต์ของเอชิลด์ได้ด้วยการเอาปีกอันใหญ่โตของมันมาบังไว้

...ดูเหมือนมีบางอย่างแปลกๆ

เป็นเรื่องแปลกที่นกค็อกคาไทรซ์จะมีพฤติกรรมในการป้องกันเช่นนั้น เว้นแต่จะได้รับการฝึกมา

โดยปกติมอนสเตอร์ทั่วๆ ไป น่าจะพุ่งเข้าใส่เอชิลด์ด้วยความโกรธทันทีที่โดนเวทย์มนตร์โจมตีเข้าที่ปีกของมันตั้งแต่ครั้งแรก

แต่ตอนนี้พวกเราวิ่งไล่ตามมันมานานกว่าสามนาทีแล้ว

"...นั่นอะไรน่ะ?"

เอชิลด์พึมพำออกมา ใบหน้าของเขาซีดเซียวขณะจ้องมองฝูงนกค็อกคาไทรซ์ที่กำลังเข้ามาใกล้

ไม่กี่วินาทีต่อมา สมาชิกในทีมทุกคนก็เห็นฝูงนกค็อกคาไทรซ์ฝูงใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล

ความสิ้นหวังเข้าปกคลุมดวงตาของ เอชิลด์ แม็กซ์ และเทรวิส

'นี่มันสิ้นหวังสุดๆ'

ฉันรีบประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ในฝูงมีอย่างน้อย 10 ตัว

ฝูงนกค็อกคาไทรซ์ที่มีขนาดปกติจะต้องอาศัยทีมฮีโร่ระดับกลางในการเผชิญหน้ากับมัน

• ····และหนึ่งในนั้นมีขนสีเหลืองด้วยซ้ำ

<จ่าฝูงนกค็อกคาไทรซ์> ก็อยู่ในนั้นด้วย

เราจำเป็นต้องเปิดใช้งานคริสตัลการสื่อสารฉุกเฉิน

“เซียน่า เปิดใช้งานคริสตัลสื่อสารฉุกเฉิน”

"เข้าใจแล้ว~"

แม้จะมีสถานการณ์ตึงเครียด เซียน่าก็ตอบรับอย่างร่าเริงและเปิดใช้งานคริสตัลการสื่อสารฉุกเฉิน

เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ผู้ฝึกสอนที่ดูแลจะมาถึงภายในเวลาประมาณห้านาที

'ไม่ว่ายังไงก็ตาม ภายในเวลาห้านาทีนี้ เราต้องเอาชีวิตรอดจากฝูงนกค็อกคาไทรซ์นี้ให้ได้'

การหลบหนีไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก นกค็อกคาไทรซ์นั้นเร็วพอๆ กับเอชิลด์ที่เป็นสมาชิกที่เร็วที่สุดในทีม

“เอ่อ...เอ่อ...เราจะทำยังไงดี...?”

“ให้ตายเถอะ ทำไม ทำไมกัน······ ทำไมจู่ๆ พวกมันถึงปรากฏตัวเป็นฝูงกัน? เราควรจับนกค็อกคาไทรซ์ยักษ์ตัวเดียวไม่ใช่เหรอ?”

แม็กซ์และเทรวิสส่งเสียงครวญ

“ให้ตายเถอะ นี่มันภัยพิบัติชัดๆ!”

ขณะที่เอชิลด์เคลื่อนไหว เขาก็ปาเวทมนตร์ใส่ฝูงนกค็อกคาไทรซ์ที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ

แต่เนื่องจากพวกมันมีจำนวนมาก ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้มากนัก

'เฮ้อ...'

ฉันก็คงกลัวเหมือนกัน มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสงบสติอารมณ์ได้ คงเหมือนกับตอนเจอผีพุ่งใส่ในเกมสยองขวัญนั่นแหละ

ในเกม เมื่อแพ้ คุณสามารถเริ่มใหม่ได้ตลอดเวลา

แต่สถานการณ์ที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้ มันแตกต่างออกไป มันคือความเป็นจริงของฉัน

ความผิดพลาดครั้งหนึ่งอาจทำให้เราเดินตกจากเชือกที่บางราวกับเส้นดายและพินาศลง

"..."

ข้อแตกต่างระหว่างฉันกับคนอื่นๆ ก็คือ เนื่องจาก [ศักดิ์ศรีของขุนนางผู้บิดเบี้ยว] ฉันไม่แสดงอาการหวาดกลัวออกมาภายนอกได้เลย

แต่ความจริงแล้วฉันก็รู้สึกเหมือนกับพวกเขา

มีเพียงเซียน่าเท่านั้นที่ดูไม่สะทกสะท้านเลย

ดูเหมือนว่าเธอจะคิดอะไรบางอย่างได้ รอยยิ้มจาง ๆ ก็ปรากฏบนริมฝีปากของเธอ ราวกับว่าเป็นสถานการณ์น่าขบขัน

ฉันมั่นใจว่าเธอสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้ด้วยความแข็งแกร่งของเธอเองได้ทุกเมื่อ

'ถ้าเซียน่าใช้พลังของเธอครึ่งหนึ่ง เธอก็จะสามารถจับพวกมันได้อย่างง่ายดาย'

ช่างเป็นคนนิสัยเสียจริงๆ ฉันไม่อยากเกี่ยวข้องกับเอลฟ์นั่นจริงๆ

'ฉันไม่เคยคาดหวังความช่วยเหลือจากเธอเลย'

ฉันจึงวางแผนทันที

เป้าหมายคือการเอาตัวรอดจนกว่าผู้ดูแลจะมาถึง

เราต้องอดทนไว้ให้ได้อย่างน้อยห้านาที

"···น่ากลัว น่ากลัวมาก······"

“เราควรทำอย่างไรดีเอชิลด์?”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ให้ตายเถอะ ฉันแค่อยากจะเอาชนะจางวูฮีให้ได้อย่างน้อยหนึ่งครั้งเท่านั้นเอง”

อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้กับเด็กๆ เหล่านี้ที่ยอมแพ้และสูญเสียความสงบไปแล้ว

หากฝูงนกค็อกคาไทรซ์เข้ามาใกล้อีกหน่อย พวกมันก็จะวิ่งหนีกันไปคนละทาง ทำให้จัดการยากขึ้น

ฉันต้องป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์นั้นไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

“เทรวิส เก็บก้อนหินขึ้นมาเร็วเข้า ถ้าพวกมันเข้ามาใกล้ โยนหินใส่พวกมันซะ อย่ากลัวไป เพราะจะมีค็อกคาไทรซ์เพียงตัวเดียวหรือสองตัวเท่านั้นที่จะไล่ตามนาย”

ฉันออกคำสั่งให้เพื่อนร่วมทีมของฉันทันที

หากเรือต้องการกัปตัน ทีมก็ต้องการผู้นำเช่นกัน

"เอชิลด์ ใช้เวทย์มนตร์ของนายซะ ยิ่งถ้านายเข้าใกล้ค็อกคาไทรซ์มากขึ้นเท่าไร การกำหนดเป้าหมายไปยังจุดอ่อนของพวกมันก็จะง่ายขึ้นเท่านั้น"

ในสถานการณ์เร่งด่วนเราต้องรวมเป็นหนึ่งเดียว

ดังที่เราได้เรียนรู้ในวิชาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับฮีโร่ แม้ว่าในหัวจะสิ้นหวังสักเท่าใด แต่แขนและขาก็ต้องขยับต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ

“แม็กซ์ เตรียมเกราะป้องกันฝูงนกค็อกคาไทซ์ให้พร้อม”

"······ฉันกลัว."

“ด้วยความสามารถของนาย นายสามารถต้านทานการโจมตีของพวกมันได้ในระดับหนึ่ง”

"แต่ แต่······"

“ถ้านายไม่ยกโล่ขึ้นมาตอนนี้ ทุกคนที่นี่จะต้องตาย ฉันจะชดเชยจุดอ่อนของพวกเราเอง นายทำได้”

หลังจากพูดอย่างนั้นแล้ว ฉันก็ชักดาบยาวออกมาและยืนอยู่ใกล้ๆ แม็กซ์

เทรวิสมองด้วยสายตาว่างเปล่าหยิบก้อนหินขึ้นมา

“ให้ตายเถอะ ถ้าฉันจะตายล่ะก็ งั้นเอาออกมาใช้ให้หมดเลยก็ได้”

เอชิลด์สวมแหวนที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ลงบนนิ้วของเขา

"···เอาล่ะ ฉันจะลองดู······"

แม็กซ์ยกโล่ยักษ์ของเขาขึ้นมา

ฉันเหลือบมองไปยังเซียน่าซึ่งกำลังแสดงสีหน้าตื่นตาตื่นใจ จากนั้นก็มุ่งความสนใจไปที่มอนสเตอร์ที่กำลังเข้ามาใกล้

***

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 33: ราวกับเดินบนเส้นด้าย (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว