เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8: มิติของวิเศษงั้นหรือ?

บทที่ 8: มิติของวิเศษงั้นหรือ?

บทที่ 8: มิติของวิเศษงั้นหรือ?


เมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน มารดาฟู่และคนอื่นๆ ไม่ได้อยู่ชั้นล่าง คาดว่าน่าจะกำลังพักผ่อนอยู่ในห้องของตนเอง

ขณะที่เจียงอวี่ม่านหอบข้าวของขึ้นมาบนชั้นสอง ฟู่จิ่งเฉินก็กำลังง่วนอยู่กับการจัดกระเป๋าพอดี

เมื่อเห็นว่าเป็นเธอ เขาก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเอ่ยถาม "โดนรังแกมาหรือเปล่า"

ขณะที่ถาม สายตาของเขาก็กวาดสำรวจไปทั่วเรือนร่างของเธอ

ตั้งแต่เธอออกจากบ้านไปวันนี้ เขาก็กระวนกระวายใจมาตลอด นั่งไม่ติดที่จนต้องลุกขึ้นมารื้อข้าวของที่จำเป็นต้องใช้ที่ชนบทออกมาจัดเตรียมไว้

"มีคุณอยู่ทั้งคน ใครจะกล้ามารังแกฉันล่ะคะ" เจียงอวี่ม่านยื่นของให้เขา รอยยิ้มของเธอเบ่งบานราวกับดอกไม้

"หมายความว่ายังไง" ฟู่จิ่งเฉินรับของมา นัยน์ตาคมเข้มฉายแววงุนงงเล็กน้อย

เจียงอวี่ม่านกำลังอารมณ์ดี เธอจึงเล่าเรื่องที่เจียงหมิงปินไม่กล้าลงไม้ลงมือกับเธอเมื่อครู่นี้ให้เขาฟัง

ริมฝีปากบางของฟู่จิ่งเฉินเม้มเข้าหากันเล็กน้อยขณะกล่าว "ถ้าคุณถูกรังแก ผมย่อมต้องออกโรงปกป้องคุณอยู่แล้ว" ต่อให้คนคนนั้นจะมีศักดิ์เป็นพ่อตาของเขาก็ตาม

หากคำสัญญาที่เธอจะไปชนบทกับเขาเป็นเรื่องจริง เช่นนั้นนับจากนี้ไป เขาจะไม่อนุญาตให้ใครหน้ารังแกเธอได้อีก

รวมถึงตัวเขาเองด้วย

เจียงอวี่ม่านพอใจกับความตระหนักรู้ของเขามาก เธอจึงเอ่ยยิ้มๆ "เพราะแบบนี้ไงคะ ฉันถึงบอกว่ามีคุณอยู่ เขาถึงไม่กล้ารังแกฉัน"

เมื่อทอดมองใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของเธอ และนึกถึงทุกสิ่งที่เธอทำลงไป แววตาของฟู่จิ่งเฉินก็ฉายแววอ่อนโยนลงอย่างสังเกตได้ยาก สายตาของเขาอ้อยอิ่งอยู่ที่เธอ ไม่ยอมละสายตาไปแม้แต่เส้นผมที่พลิ้วไหว

"เอาล่ะ รีบเก็บของกันเถอะ มะรืนนี้เราก็ต้องเดินทางแล้ว"

ขณะที่เจียงอวี่ม่านพูด เธอก็เริ่มหยิบของที่ได้มาเป็นสมบัติในวันนี้ยัดลงไปในกระเป๋า

ใบประกาศเกียรติคุณของแม่เจ้าของร่างเดิมถูกใส่กรอบไว้ แต่กรอบรูปมันเทอะทะเกินกว่าจะยัดลงกระเป๋าเดินทางได้

เธอจึงแกะกรอบรูปออก ตั้งใจจะเอาแต่ใบประกาศไปเก็บไว้ต่างหาก

"ซี๊ด—"

คาดไม่ถึงว่าตอนที่เอื้อมมือเข้าไปสอด นิ้วของเธอจะไปเกี่ยวเข้ากับตะปูตัวเล็กๆ ข้างใน รอยขีดข่วนจนเลือดซิบปรากฏขึ้นบนนิ้วของเจียงอวี่ม่านทันที

ฟู่จิ่งเฉินขมวดคิ้วเมื่อเห็นเช่นนั้น เขาเม้มริมฝีปากแน่น "เดี๋ยวผมไปเอาหยูกยามาให้"

พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินลงบันไดไป

เจียงอวี่ม่านรั้งเขาไว้ไม่ทัน อันที่จริงเธอคลำเจอสายสร้อยซ่อนอยู่หลังกรอบรูปด้วย

เมื่อดึงออกมา ก็พบว่าเป็นสร้อยคอพร้อมจี้มรกต

สร้อยเส้นนี้ถูกซ่อนไว้หลังกรอบใบประกาศ 'นักกิจกรรมดีเด่น' ของสวีเหมย มันต้องเป็นของแม่เจ้าของร่างเดิมแน่ๆ

ตอนนี้จี้เปื้อนเลือดของเธอ ทำให้สีเขียวของมรกตดูสุกใสแวววาวยิ่งขึ้น

เดี๋ยวนะ!

เจียงอวี่ม่านเพ่งมองใกล้ๆ และพบว่าเลือดบนจี้กำลังเลือนหายไปอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังดูดซับมันเข้าไป!

ในฐานะหนอนหนังสือตัวยงที่อ่านนิยายมานักต่อนัก ความคิดแปลกประหลาดที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ก็ผุดขึ้นมาในหัว

เพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานของตนเอง เธอจึงกดนิ้วที่ได้รับบาดเจ็บลงบนจี้มรกตโดยตรง

ฉากมหัศจรรย์บังเกิดขึ้น!

แสงสีเขียววาบขึ้นมา และในวินาทีถัดมา มิติที่มีขนาดพอๆ กับสนามบาสเกตบอลก็ปรากฏขึ้นในห้วงคำนึงของเธอ

เมื่อมองไปรอบๆ มิตินี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคร่าวๆ

ส่วนหนึ่งเป็นดินดำที่ชุ่มชื้นและอุดมสมบูรณ์ไปหมด มองแวบเดียวก็รู้ว่าสามารถปลูกพืชผลชั้นดีได้อย่างแน่นอน

อีกส่วนหนึ่งเป็นพื้นปูลาดธรรมดา ขนาดประมาณยี่สิบตารางเมตร ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีไว้ทำอะไร

ถัดจากดินดำเป็นสระน้ำทรงกลม น้ำในสระใสแจ๋วราวกับคริสตัล มีไอหมอกจางๆ ลอยกรุ่นอยู่เหนือน้ำ

เจียงอวี่ม่านใช้มือวักน้ำขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกตาสว่างและสมองปลอดโปร่งขึ้นมาทันที

นี่มันน้ำพุวิเศษชัดๆ!

ในเมื่อน้ำยังเป็นน้ำพุวิเศษ ผืนดินผืนนี้ก็ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

ไว้คราวหลังเธอต้องไปหาซื้อเมล็ดพันธุ์มาลองปลูกดูสักหน่อย บางทีผลผลิตที่ได้อาจจะเกินกว่าที่เธอจินตนาการไว้ก็ได้... เมื่อกวาดสายตาไปอีกครั้ง เธอก็เห็นกระท่อมมุงแฝกหลังเล็กๆ อยู่ตรงสุดขอบมิติ เจียงอวี่ม่านเดินเข้าไปและพบเตียงไม้เรียบง่ายอยู่ด้านใน

เมื่อมองไปรอบๆ มิตินี้ก็กว้างขวางไม่เบาเลยทีเดียว

เธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง อยากจะทดสอบดูว่ามิตินี้สามารถเก็บของได้หรือไม่

เจียงอวี่ม่านมองไปที่กรอบรูปที่เธอเพิ่งถอดออก เพียงแค่คิด กรอบรูปก็หายวับไปในพริบตา

เมื่อมองเข้าไปในมิติอีกครั้ง มันก็ไปปรากฏอยู่บนลานกว้างตรงนั้นแล้ว

กรอบรูปเล็กๆ ดูจ้อยร่อยไปถนัดตาเมื่อไปวางอยู่บนพื้นที่ยี่สิบตารางเมตร มันนอนแอ้งแม้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ดูน่าสงสารพิลึก

เมื่อเห็นเช่นนั้น เจียงอวี่ม่านก็ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก สรุปว่าลานกว้างตรงนั้นมีไว้สำหรับเก็บของที่เธอต้องการนั่นเอง

ก่อนที่ฟู่จิ่งเฉินจะกลับขึ้นมา เธอก็ลองทดสอบดูอีกหลายครั้ง เธอพบว่าไม่ว่าจะเป็นของชิ้นไหน เธอก็สามารถนำเข้าและนำออกจากลานกว้างนั้นได้ตามใจชอบ

มีทั้งดินดำสำหรับเพาะปลูก มีน้ำพุวิเศษสำหรับรดน้ำอย่างง่ายดาย—ซึ่งดูเหมือนจะมีประโยชน์ต่อร่างกายถ้าดื่มเข้าไปด้วย—

แถมยังมีพื้นที่สำหรับเก็บของโดยเฉพาะ มิติก็กว้างขวาง สามารถเก็บเสบียงได้ตั้งมากมาย

นี่มันมิติสารพัดประโยชน์ชัดๆ!

แม้จะได้แต่งงานเข้าครอบครัวที่ดีเช่นนี้ แต่เจียงอวี่ม่านก็ยังคงกังวลเรื่องปากท้องหลังจากย้ายไปอยู่ชนบท

ถึงอย่างไรก็ต้องไปใช้แรงงานเพื่อ 'ดัดสันดาน' เรื่องอาหารการกินย่อมเทียบไม่ได้กับตอนนี้อย่างแน่นอน ไม่มีใครทนทำงานหนักด้วยอาหารที่ย่ำแย่ได้หรอก

สมาชิกในครอบครัวก็มีตั้งหลายคน นอกจากสองพ่อลูกอย่างฟู่วั่งซานกับจิ่งเฉินแล้ว ผู้หญิงอีกสามคนในบ้านก็ไม่เหมาะกับการทำงานหนักเลย ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังต้องคลอดลูกในอีกสามเดือนข้างหน้าด้วย

สองปีต่อจากนี้คงต้องพบเจอกับความยากลำบากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ตอนนี้ ในเมื่อเธอส้มหล่นได้มิตินี้มาครอบครอง เธอก็สามารถใช้โอกาสในวันพรุ่งนี้กักตุนเสบียงอาหารและเครื่องดื่มไว้เยอะๆ เพื่อเป็นเสบียงเสริมให้ครอบครัวหลังจากย้ายไปชนบทได้แล้ว

นอกจากนี้ เธอยังสามารถเก็บของสำคัญทั้งหมดไว้ในมิติได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะสูญหายอีกด้วย!

เมื่อคิดได้ดังนั้น หัวใจของเจียงอวี่ม่านก็พองโตด้วยความตื่นเต้น การกลับไปบ้านตระกูลเจียงครั้งนี้ช่างคุ้มค่าเสียจริงๆ!

เธอสวมสร้อยคอไว้ที่คอและเริ่มคำนวณทรัพย์สินที่มีอยู่ตอนนี้

ตอนนี้เธอมีกล่องใส่เงินและคูปองจากมารดาฟู่ บวกกับเงินหนึ่งพันแปดร้อยหยวนที่ได้มาจากบ้านเดิม หากไม่นับรวมเครื่องประดับ เธอก็มีเงินสดติดตัวอยู่เกือบห้าพันหยวนเลยทีเดียว

เงินจำนวนนี้สามารถซื้อเสบียงได้ตั้งมากมายก่ายกอง

แต่ความใจร้อนมักนำมาซึ่งความผิดพลาด วันนี้เธอต้องจดรายการเสบียงที่ต้องการเสียก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยหาวิธีไปกว้านซื้อมาให้หมด

เรื่องอาหารการกิน: ข้าวสาร น้ำมัน ไข่ไก่ และที่สำคัญที่สุดคือเนื้อ!

เธอเป็นพวกขาดเนื้อไม่ได้เสียด้วยสิ

แล้วก็ยังมีของใช้จำเป็นอื่นๆ อีก อย่างเช่น เสื้อผ้า รองเท้า สกินแคร์... ขณะที่เธอกำลังวางแผนอย่างเมามัน ฟู่จิ่งเฉินก็เดินกลับขึ้นมาพร้อมกับกล่องยา

เจียงอวี่ม่านพยายามข่มความตื่นเต้นที่มากเกินพอดีไว้ และให้ความร่วมมือกับเขาในการทำแผล

แค่รอยขีดข่วนเล็กๆ นิดเดียว ฟู่จิ่งเฉินไม่เพียงแต่ทายาให้ แต่ยังพันผ้าพันแผลทับให้อีกชั้นด้วย

"คราวหน้าถ้าต้องแกะกรอบรูปอะไรอีก ให้ผมทำเถอะ หนังผมหนากว่าเยอะ" เขาเอ่ยพลางเงยหน้ามองเจียงอวี่ม่านหลังจากทำแผลเสร็จ

เจียงอวี่ม่านพยักหน้ารับ ไม่อาจละสายตาจากใบหน้าของฟู่จิ่งเฉินได้เลย

มองจากมุมนี้ ฟู่จิ่งเฉินหล่อเหลาเอาการ—หล่อชนิดที่ว่าจมูกโด่งเป็นสันคมกริบจนแทบจะเล่นสไลเดอร์ได้เลย

สมแล้วที่ต้องหาสามีหล่อๆ ไว้ก่อน พอได้มองหน้าสามีหล่อๆ แบบนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มจินตนาการว่าเด็กในท้องจะเกิดมาหน้าตาดีขนาดไหน

ถึงแม้เจ้าของร่างเดิมจะร้ายกาจ แต่ก็สวยหยดย้อยจริงๆ พอมาบวกกับพ่อที่หล่อเหลาปานนี้ ยีนของลูกก็คงจะไร้ที่ติเป็นแน่

"มีอะไรเหรอ" ฟู่จิ่งเฉินเอ่ยถามเมื่อเห็นเจียงอวี่ม่านเอาแต่จ้องหน้าเขา

เจียงอวี่ม่านจะบอกว่ากำลังตะลึงในความหล่อของเขาก็คงจะไม่ได้ เธอจึงแสร้งพูดกลบเกลื่อนไปว่า "พรุ่งนี้ฉันกะจะออกไปดูของข้างนอกสักหน่อย เผื่อมีอะไรน่าซื้อบ้างน่ะค่ะ"

ฟู่จิ่งเฉิน: "ก็ตามใจคุณสิ แต่พรุ่งนี้ผมไม่ว่างนะ จะให้ไห่ถังไปเป็นเพื่อนไหม"

เนื่องจากกำหนดการเดินทางไปชนบทใกล้เข้ามาทุกที พรุ่งนี้เขาจึงต้องไปจัดการเรื่องตั๋วและเอกสารบางอย่างให้เรียบร้อย

เจียงอวี่ม่านรีบปฏิเสธ "ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันแค่จะไปดูพวกครีมทาหน้าทาผิวอะไรพวกนั้น ของพวกนี้ไม่ได้หนักหนาอะไร"

สมัยนี้ของในตลาดทั่วไปมีให้ซื้อไม่มากนัก เธอจึงตั้งใจจะไปเดินตลาดมืดเป็นหลัก

ตลาดมืดมีของให้เลือกซื้อครบครัน แถมซื้อเยอะก็ไม่มีใครซักไซ้ไล่เลียงให้มากความ ยิ่งไปกว่านั้น เธอมีมิติวิเศษเป็นตัวช่วยอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกลัวว่าจะโดนจับได้

มีแต่ต้องไปคนเดียวเท่านั้นแหละ เธอถึงจะเดินตลาดมืดได้อย่างสบายใจไร้กังวล

จบบทที่ บทที่ 8: มิติของวิเศษงั้นหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว